- หน้าแรก
- ผมบำเพ็ญเพียรเป็นเซียนในสถานีตำรวจ
- บทที่ 25 แบล็กเมล์กรรโชกทรัพย์?
บทที่ 25 แบล็กเมล์กรรโชกทรัพย์?
บทที่ 25 แบล็กเมล์กรรโชกทรัพย์?
หลิ่วเหวินปินพาหวังเฉียงกับหลี่เซิ่งกลับไปที่ห้องสวีทราคาแพงหูฉี่ของตัวเอง
เสียงกระแทกประตูดังสนั่น แผนการพังไม่เป็นท่า แถมยังเสียหน้าต่อหน้าซูหว่านฉิงและคนอื่นๆ หลิ่วเหวินปินรู้สึกเหมือนมีไฟสุมอยู่ในอก พลุ่งพล่านหาทางออกไม่ได้
เขากระชากคอเสื้ออย่างหงุดหงิด ดวงตาแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือดฝอยเพราะความโกรธและความคับแค้นใจ
"แม่งเอ๊ย! แม่งเอ๊ย!!"
เขาเดินวนไปวนมาในห้องราวกับสัตว์ป่าที่ถูกขัง คว้าที่เขี่ยบุหรี่คริสตัลขึ้นมาทำท่าจะปาลงพื้น แต่สุดท้ายก็ยังนึกถึงราคาอันแพงหูฉี่ของมัน จึงกระแทกกลับลงบนโต๊ะอย่างแรงจนเกิดเสียงดังทึบๆ
หวังเฉียงกับหลี่เซิ่งหดตัวอยู่มุมห้อง ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
เมื่อเห็นหลิ่วเหวินปินเป็นแบบนี้ หวังเฉียงก็กลอกตาไปมา แผนชั่วร้ายผุดขึ้นมาในหัวอีกแล้ว เขาค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ๆ แล้วกดเสียงต่ำ
"นายน้อยหลิ่ว ใจเย็นๆ ครับ อย่าไปโมโหให้เสียสุขภาพเพื่อผู้หญิงไม่รู้จักความดีความชอบแบบนั้นเลย! รีสอร์ตนี้... ได้ยินมาว่ามี บริการพิเศษ คุณภาพดีอยู่เหมือนกันนะครับ ให้... ให้เรียกมาสักสองคน ช่วยคุณดับไฟดีไหมครับ รับรองว่าปรนนิบัติเก่งกว่าคุณครูซูนั่นแน่นอน!"
หลิ่วเหวินปินที่กำลังโกรธจัดชะงักไปเมื่อได้ยินดังนั้น
ความหงุดหงิดจากการถูกซูหว่านฉิงปฏิเสธ ถูกเจียงหลินเฟิงตบหน้า และแผนการที่พังไม่เป็นท่า ตอนนี้เขาต้องการที่ระบายจริงๆ
เขากัดฟันกรอด บนใบหน้าปรากฏความโหดเหี้ยมที่บิดเบี้ยว
"เรียกมา! เอาตัวท็อปมาเลยนะ! แม่งเอ๊ย! คืนนี้ฉันจะเอาให้สุดไปเลย!"
หลี่เซิ่งรีบทำตามทันที หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาติดต่อช่องทางลับบางอย่างที่แอบไปสืบมาในรีสอร์ตก่อนหน้านี้
ไม่นาน เสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้น
หวังเฉียงรีบวิ่งกระดิกหางไปเปิดประตู หน้าประตูมีหญิงสาวแต่งตัวฉูดฉาดและเซ็กซี่สองคนยืนอยู่
หลิ่วเหวินปินปรายตามอง ก็ถือว่าหน้าตาสะสวยใช้ได้ ไฟราคะในใจยิ่งลุกโชน เขาโบกมืออย่างหยาบคาย
"เข้ามา!"
ทว่า พวกเขาไม่รู้เลยว่า รีสอร์ตแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ผู้คนร้อยพ่อพันแม่ปะปนกันไปหมด คนที่พวกเขาเรียกมา ไม่ใช่ผู้หญิงให้บริการทั่วไป แต่เป็นพวกแก๊งต้มตุ๋นที่เชี่ยวชาญการ แบล็กเมล์กรรโชกทรัพย์ หรือที่เรียกกันว่า เซียนเหรินเถี้ยว นั่นเอง
หลิ่วเหวินปินอารมณ์ไม่ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ประกอบกับเพิ่งดื่มเหล้ามา จึงทำตัวหยาบคายและไร้มารยาทยิ่งกว่าปกติ
ในระหว่างนั้น เขาระบายความแค้นที่มีต่อซูหว่านฉิงและเจียงหลินเฟิงลงที่ผู้หญิงโชคร้ายสองคนนี้ ทั้งคำพูดถากถางและพฤติกรรมรุนแรง ทำให้พวกเธอโกรธจัด
หลังจากเสร็จกิจ หนึ่งในนั้นก็พยายามฝืนทนต่อความรู้สึกไม่สบายตัว สวมเสื้อผ้าด้วยสีหน้าทะมึนทึง เธอไม่ได้รีบกลับออกไป แต่กลับเดินไปหลบมุมเพื่อโทรศัพท์ น้ำเสียงเจือความน้อยใจแต่ก็แฝงความอาฆาต
"พี่หลง... ฉันกับเหวินเหวินเจอไอ้หน้าโง่ที่ไหนไม่รู้ มือหนักชะมัด ทำเอาตัวฉันเป็นรอยไปหมดเลย... ใช่ อยู่ห้องสวีท XX..."
ไม่นาน หลังจากนั้น ก็มีเสียงเคาะประตูห้องสวีทอย่างรุนแรงและเร่งรีบดังขึ้น ยังไม่ทันที่คนข้างในจะตอบรับ เสียง แกร๊ก ก็ดังขึ้น ประตูถูกรูดการ์ดเปิดจากข้างนอกเสียแล้ว!
ตามมาด้วยชายฉกรรจ์ห้าหกคน รูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาถมึงทึง มีรอยสักเต็มตัว เดินเรียงแถวเข้ามาในห้อง จนทำให้ห้องนั่งเล่นของห้องสวีทดูแคบไปถนัดตา
หัวหน้าแก๊งเป็นชายร่างใหญ่หัวโล้น สวมเสื้อเชิ้ตลายดอกและสร้อยคอทองคำ พี่หลงกวาดสายตาดุดันมองไปรอบๆ
และในตอนนี้ หลิ่วเหวินปินเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวกำลังจะควักเงินจ่ายไล่พวกผู้หญิงกลับไปอย่างวางมาด ก็มาเจอเข้ากับเหตุการณ์นี้พอดี!
"แกใช่ไหม ที่ทำร้ายคนของฉัน"
พี่หลงก้าวเข้าไปหา ใช้มือที่ใหญ่ราวกับใบพัดคว้าคอเสื้อของหลิ่วเหวินปินไว้แน่น แทบจะหิ้วเขาขึ้นมาลอยจากพื้น น้ำลายกระเด็นใส่เต็มหน้า
หลิ่วเหวินปินไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน ความยโสโอหังเมื่อกี้มลายหายไปในพริบตา หน้าซีดเผือด ขาสั่นพั่บๆ ราวกับโดนไฟช็อต
"ลูก... ลูกพี่... เข้าใจผิดแล้ว เรื่องเข้าใจผิดทั้งนั้น... เงิน เดี๋ยวผมให้เงิน..."
"เข้าใจผิดงั้นเหรอ"
พี่หลงแค่นหัวเราะเสียงเย็น ผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ รีบถกแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นรอยแดงหลายรอย
"ดูซะ! ทำน้องสาวฉันเป็นแบบนี้ เงินมันแก้ปัญหาได้เหรอ น้องสาวฉันตกใจจนเป็นแผลในใจแล้ว! แกจะรับผิดชอบยังไง ว่ามาเลย!"
ชายฉกรรจ์อีกคนแกว่งโทรศัพท์มือถือในมือไปมา พลางยิ้มอย่างชั่วร้าย
"ไอ้หนู ลีลาเด็ดๆ ของพวกแกเมื่อกี้ พวกเราอัดคลิปไว้หมดแล้วนะ แบบชัดแจ๋วไม่มีเซ็นเซอร์เลยล่ะ! แกคิดว่าไง ถ้าคลิปนี้หลุดไปว่อนเน็ต ทวิตเตอร์เอย กลุ่มเทเลแกรมเอย ให้คนแถวบ้านแกได้ชื่นชมความเก่งกาจของแก ดีไหมล่ะ"
หลิ่วเหวินปินได้ยินดังนั้น วิญญาณแทบจะหลุดออกจากร่าง! ถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เขาและพ่อคงเอาหน้าไปไว้ที่ไหนไม่ได้แน่!
เขาร้องไห้สะอึกสะอื้น ร้องขอชีวิตซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"อย่านะ! อย่าโพสต์นะ! พี่ชาย พี่ชายทุกคน! ผมยอมจ่ายเงิน! ผมจ่ายค่าทำขวัญให้! พี่เรียกมาเลย! เรียกราคามาเลย!"
พี่หลงชูนิ้วสองนิ้วขึ้นมาแกว่งไปมาตรงหน้าเขา
"สอง... สองพันเหรอ"
หลิ่วเหวินปินถามหยั่งเชิง
พี่หลงถลึงตาใส่
"สอง... สองหมื่นเหรอ"
"สองแสน! ขาดไปแดงเดียว ฉันจะปล่อยคลิปแกว่อนเน็ตเดี๋ยวนี้เลย!"
พี่หลงขู่เสียงเข้ม
สองแสน! หลิ่วเหวินปินเลือดซิบในใจ แต่เมื่อเห็นท่าทางโหดเหี้ยมของอีกฝ่าย และโทรศัพท์มือถือที่ใช้ข่มขู่ในมือนั่น เขาจะกล้าพูดปฏิเสธได้ยังไง
"ให้! ผมให้! ผมจะโอนให้เดี๋ยวนี้เลย!"
เขาลนลานหาโทรศัพท์มือถือของตัวเอง โอนเงินไปด้วยน้ำตานองหน้า
เมื่อได้รับเงิน สีหน้าของพี่หลงก็ดีขึ้นเล็กน้อย แต่ดูเหมือนจะยังไม่สะใจ เขาขยิบตาให้ลูกน้องที่อยู่ข้างๆ ลูกน้องคนนั้นก็ถลกแขนเสื้อเตรียมจะสั่งสอนหลิ่วเหวินปินให้หลาบจำ
ขณะที่หลิ่วเหวินปินหลับตาปี๋หดคอ เตรียมรับการถูกซ้อมอย่างหนัก จู่ๆ ก็มีเสียงเรียบๆ ดังขึ้นที่หน้าประตู
"พอแค่นี้เถอะ ได้เงินไปแล้วก็กลับไปซะ"
ทุกคนหันขวับไปมอง ก็เห็นเจียงหลินเฟิงยืนอยู่หน้าประตูห้องสวีทตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เมื่อกี้เขาได้ยินเสียงผิดปกติก็เลยเดินมาดู พอดีทันเห็นเหตุการณ์ช่วงหลังเข้า
เขาโชว์บัตรประจำตัวตำรวจ กวาดตามองกลุ่มของพี่หลง
"ผมเป็นตำรวจ กรรโชกทรัพย์ แถมยังขู่กรรโชกด้วยการเผยแพร่สื่อลามกอนาจาร ข้อหาไม่เบาเลยนะ พวกคุณได้เงินแล้วก็รีบไสหัวไปซะ"
กลุ่มของพี่หลงชะงักไปเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่านึกไม่ถึงว่าจะมาเจอตำรวจ ถึงพวกเขาจะมีเส้นสายอยู่บ้าง แต่ก็ไม่อยากมีเรื่องกับตำรวจตรงๆ
พี่หลงหรี่ตาประเมินเจียงหลินเฟิงอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็มองหลิ่วเหวินปินที่ตัวสั่นงันงกเหมือนลูกนกคุ่ม แค่นหัวเราะเยาะ แล้วโบกมือให้ลูกน้อง
"เอาล่ะ วันนี้เห็นแก่หน้าคุณตำรวจ เรากลับ!"
กลุ่มคนพวกนั้นแห่กันออกไป ก่อนจะไปก็ยังไม่วายส่งสายตาเยาะเย้ยหลิ่วเหวินปินที่สภาพดูไม่จืด
หลิ่วเหวินปินที่เพิ่งรอดพ้นจากภัยพิบัติ ทรุดตัวลงนั่งกองกับพื้น ผ้าเช็ดตัวหลุดลุ่ยก็ไม่สน หายใจหอบฮัก เหงื่อเย็นชุ่มไปทั้งตัว
เขามองไปที่เจียงหลินเฟิงซึ่งยืนอยู่หน้าประตู ความรู้สึกซับซ้อนจนถึงขีดสุด
ใจหนึ่งก็รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ทำให้เขาขายหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่อีกใจหนึ่ง ถ้าเมื่อกี้เขาไม่ปรากฏตัว ตัวเองก็คงไม่ได้เสียแค่เงิน แต่อาจจะโดนซ้อมปางตายด้วย
เขากระเสือกกระสนลุกขึ้นมา พันผ้าเช็ดตัวให้เรียบร้อย ฝืนปั้นรอยยิ้มที่ดูแย่กว่าร้องไห้ น้ำเสียงยังคงสั่นเทา
"คุณ... คุณตำรวจเจียง... ขอบคุณ ขอบคุณมากครับ..."
เจียงหลินเฟิงปรายตามองเขาแวบหนึ่ง แววตาปราศจากความเห็นใจใดๆ พูดเพียงประโยคเดียวว่า
"ดูแลตัวเองให้ดีแล้วกัน"
พูดจบ ก็หันหลังเดินจากไป
หลิ่วเหวินปินมองตามหลังเจียงหลินเฟิงที่เดินจากไป แล้วมองดูสภาพห้องที่เละเทะ เมื่อนึกถึงเรื่องซวยๆ ที่เกิดขึ้นติดๆ กันในคืนนี้ ก็รู้สึกทั้งโชคร้ายและหวาดกลัว
เขาไม่อยากอยู่ในสถานที่บ้าๆ นี่อีกแม้แต่นาทีเดียว!
"เก็บของ! กลับเดี๋ยวนี้! เร็วเข้า! เดี๋ยวนี้เลย!"
เขาตะคอกใส่หวังเฉียงกับหลี่เซิ่งที่ยังยืนอึ้งอยู่