- หน้าแรก
- หน่วยรบเถื่อน
- บทที่ 1072 – เปิดฉากเต็มอัตราศึก
บทที่ 1072 – เปิดฉากเต็มอัตราศึก
บทที่ 1072 – เปิดฉากเต็มอัตราศึก
เมื่อระเบิดยักษ์สัมผัสพื้น ขั้นตอนต่อไปก็เป็นหน้าที่ของ Mi-24 ในการกวาดล้างศัตรูที่หลงเหลือ
ฝุ่นควันจากการระเบิดปกคลุมไปทั่วทุกระแหง หากไม่มีกล้องตรวจจับความร้อนก็แทบจะมองไม่เห็นอะไรเลย
"ไนท์แมร์ 1 ไนท์แมร์ 2 โจมตีอิสระ เปลี่ยน"
สิ้นคำสั่งของเกาหยาง การโจมตีก็เริ่มขึ้น Mi-24 ทั้งสองลำให้ความสำคัญกับการใช้ปืนใหญ่อากาศยิงเก็บกวาดทหารที่อยู่นอกที่บังคับ เพื่อถางทางชุดสุดท้ายก่อนที่เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงจะลงจอด
การจะสังเกตสถานการณ์ในสนามรบตอนนี้ต้องพึ่งพาโดรนของแจนเซ่นเท่านั้น เกาหยางเห็นกลุ่มคนจำนวนมากทะลักออกมาบนท้องถนน การจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวทำให้พวกมันขวัญกระเจิง โดยเฉพาะในรัศมีที่ฝุ่นควันปกคลุม พวกกบฏที่มองไม่เห็นอะไรเลยพากันสติแตก บางคนยกปืนยิงมั่วซั่วขึ้นฟ้า บางคนวิ่งหนีตายกันอุตลุด
ฝุ่นควันไม่มีทางลอยค้างอยู่ได้ตลอด อีกไม่กี่นาทีมันก็จะจางหายไป การส่งทหารลงจากเครื่องควรทำในขณะที่ศัตรูยังไร้ทัศนวิสัย แต่ก่อนหน้านั้นต้องจัดการศัตรูที่อยู่ด้านนอกให้เกลี้ยงเสียก่อน
ขณะที่ Mi-24 ทั้งสองลำกำลังเริ่มมหกรรมสังหาร เฮลิคอปเตอร์กาเซลล์ที่ขับโดยไอรีนก็มาถึง
"พันนิชเชอร์ นี่คือไนท์แมร์ 4 ขอรับคำสั่งภารกิจ เปลี่ยน"
การโจมตีจากเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธนั้นทรงประสิทธิภาพยิ่งนัก จุดติดตั้งปืนกลถูกกวาดล้างเป็นอันดับแรก ส่วนพวกที่วิ่งหนีอยู่บนถนน เมื่อรู้ว่าการโจมตีมาจากบนฟ้า แทบทั้งหมดก็รีบหาที่กำบังที่ใกล้ที่สุดเพื่อหลบเลี่ยงความตาย
เมื่อเห็นว่าเส้นทางบนถนนถูกเคลียร์จนเกือบหมด เกาหยางจึงหยิบวิทยุขึ้นมาแล้วกรอกเสียงเข้ม "นี่คือพันนิชเชอร์ เริ่มทำการลงจอดทันที ไนท์แมร์ 4 คุ้มกันการลงจอด ทีมไนท์แมร์และทีมอินทรีลงจอดแล้วจัดตั้งแนวป้องกัน คุ้มกันคนอื่นๆ ที่จะลงจอดตามมา"
"ไนท์แมร์ 4 รับทราบ เปลี่ยน"
"ไนท์แมร์ รับทราบ เริ่มทำการลงจอด เปลี่ยน!"
"อินทรี รับทราบ เริ่มทำการลงจอด เปลี่ยน!"
พื้นที่สำหรับลงจอดมีไม่เพียงพอที่จะให้เฮลิคอปเตอร์ Mi-17 ทั้งแปดลำลงจอดพร้อมกัน การลงจอดพร้อมกันสองลำถือว่าปลอดภัยที่สุด ส่วนสามลำนั้นคือขีดจำกัดแล้ว
ทีมไนท์แมร์ซึ่งมีสมาชิก "ซาตาน" เป็นแกนหลักคือส่วนที่มีกำลังรบแข็งแกร่งที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย หลังจากลงจอด พวกเขาต้องประสานงานกับทีมปฏิบัติการจากหน่วยข่าวกรอง ที่เคยมีประสบการณ์ลงจอดในสนามรบมาแล้ว เพื่อจัดตั้งแนวป้องกันและรับประกันความปลอดภัยให้หน่วยที่จะตามลงมาให้ได้มากที่สุด
Mi-17 สามลำร่อนลงใกล้พื้นดิน ลำหนึ่งดิ่งลงจอดด้วยความเร็วที่มากกว่าอีกสองลำอย่างเห็นได้ชัด เกาหยางจ้องมองหน้าจอมอนิเตอร์ด้วยความระทึก นี่คือช่วงเวลาที่อันตรายที่สุด
ทันทีที่ฐานล้อกระแทกพื้น เงาร่างหลายสายก็พุ่งออกมาจากตัวเครื่องและกระจายตัวออกไปรอบๆ ทันที
"ไนท์แมร์ 3 ลงจอดปลอดภัย กำลังบินขึ้นอีกครั้ง เปลี่ยน!"
เกาหยางโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง เครื่องบินลำแรกที่ลงจอดมีแต่คนของเขาทั้งนั้น เสียไปแม้แต่คนเดียวเขาก็รับไม่ไหว
ใจจริงเกาหยางอยากสั่งให้คนที่ลงจอดแล้วพุ่งเข้าหาอาคารเป้าหมายทันทีโดยไม่ต้องสนอะไรทั้งสิ้น แต่น่าเสียดายที่เขาทำไม่ได้ การเอาคนโหลกว่าๆ ไปปะทะกับแนวป้องกันของกลุ่มไอรอนวอลล์นั้น สู้รอเวลาอีกนิดให้กำลังพลทั้งหมดลงจอดครบก่อนแล้วค่อยบดขยี้เข้าไปจะดีกว่า แม้จะช้าไปหน่อย แต่มันชัวร์และปลอดภัยกว่ากันเยอะ
ส่วนเรื่องบัดดาดีจะหนีออกจากบ้านหรือไม่นั้น เกาหยางไม่กังวลเลย เหตุผลน่ะง่ายมาก ก็ Mi-24 สองลำกับกาเซลล์อีกหนึ่งลำยังลอยลำอยู่บนฟ้านั่นไง สาเหตุที่ Mi-24 ยอมตระหนี่จรวดแล้วใช้แค่ปืนใหญ่อากาศ ก็เพื่อป้องกันไม่ให้มีใครเล็ดลอดหนีไปได้นั่นเอง
หลังจากคนของซาตานสัมผัสพื้น พวกเขาก็เริ่มเปิดฉากยิงเข้าใส่ศัตรูแทบจะทันที
ฝ่ายหนึ่งมีกล้องไนท์วิชั่นครบชุด อีกฝ่ายมองไม่เห็นอะไรเลย ได้แต่ยิงมั่วๆ ไปตามเสียงเฮลิคอปเตอร์ ผลที่ออกมาคือหายนะ ทีมซาตานชุดแรกเริ่มมหกรรมล้างบางศัตรูที่อยู่ใกล้เคียง
ไม่นาน Mi-17 อีกสองลำก็ลงจอดตามมา ทีมปฏิบัติการจากหน่วยข่าวกรอง กรูลงมาจากเครื่องราวกับผึ้งแตกรัง
"นี่คือทีมอินทรี ฉัน 'เงา' ลงจอดปลอดภัยแล้ว กำลังจัดตั้งแนวป้องกัน"
เมื่อยาร์คนำทีมลงพื้น การยิงปะทะก็เริ่มเบาบางลง กลุ่มแรกสามารถปักหลักได้อย่างมั่นคงแล้ว
เกาหยางสั่งการต่อเสียงเข้ม "กองพันลาดตระเวนลงจอด กองพันพิเศษชุดที่ 1 ลงจอด ทีมไนท์แมร์รุกคืบไปยังพื้นที่ที่กำหนด ดำเนินการตามแผนเดิม!"
เฮลิคอปเตอร์อีกสามลำลงจอด ทันทีที่พวกเขาสัมผัสพื้น ทหารจากกองพลทหารราบที่ 3 ก็รีบเข้าประจำการแทนที่เพื่อรักษาแนวป้องกัน ส่วนทีมซาตานที่รวมตัวกันติดแล้วก็รุกคืบเข้าสู่เขตใจกลางที่มีตึกสองหลังนั้นเป็นเป้าหมายทันที
ซาตานจะไม่พุ่งพรวดเข้าไปทีเดียว จุดลงจอดอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของพื้นที่เป้าหมาย ห่างออกไปประมาณ 400 เมตร พวกเขาต้องเคลื่อนพลไปตามถนน 200 เมตร ผ่านสี่แยกหนึ่งจุด จากนั้นเดินไปตามถนนที่แคบลงอีก 180 เมตร ถึงจะไปถึงที่โล่งหน้าตึกเป้าหมาย ซึ่งเป็นจุดเริ่มเปิดฉากโจมตีอย่างเป็นทางการ
สิ่งที่เกาหยางอึดอัดที่สุดคือ ทั้งสมาชิกหน่วยรบพิเศษของกองพลพิทักษ์สาธารณรัฐและกองพลทหารราบที่ 3 ต่างไม่มีทักษะการโรยตัวจากเฮลิคอปเตอร์ และการจะส่งซาตานกับทีมหน่วยข่าวกรอง ลงจอดตรงใจกลางพื้นที่ที่ไอรอนวอลล์คุ้มกันอยู่นั้น มันคือการส่งคนไปตายชัดๆ
ดังนั้น ปฏิบัติการลงจอดด้วยเฮลิคอปเตอร์ จึงต้องเริ่มจากจุดที่ห่างจากใจกลางสนามรบออกมาเล็กน้อย แล้วค่อยๆ รุกคืบเข้าไป เพื่อใช้กำลังพลและอาวุธที่เหนือกว่าบดขยี้ศัตรูในคราวเดียว นี่อาจไม่ใช่ทางเลือกที่จบศึกได้เร็วที่สุด แต่มันคือทางเลือกที่มั่นคงและปลอดภัยที่สุดอย่างแน่นอน
ทีมไนท์แมร์รุกคืบไปพลางกวาดล้างศัตรูสองข้างทางไปพลาง และหยุดเคลื่อนที่เมื่อใกล้จะถึงสี่แยก
พวกเขาหยุดเพื่อเคลียร์สิ่งกีดขวาง เพื่อให้กำลังพลชุดที่ตามมาสามารถรวมกลุ่มและพุ่งทะลวงไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงสุด
ตอนที่ทีมไนท์แมร์หยุดการรุกคืบ ลุดวิกก็ได้นำทีมกองพันลาดตระเวนของกองพลทหารราบที่ 3 ตามมาติดๆ
การรุกคืบแบบขั้นบันไดเพื่อเปิดทาง ตอนนี้เป็นทีของคนจากกองพลที่ 3 แล้ว
เฮลิคอปเตอร์ทั้งแปดลำลงจอดครบหมดแล้ว เมื่อลำสุดท้ายขึ้นจากพื้น ฟารุกก็รายงานเสียงดัง "รายงาน! กองพันพิเศษลงจอดเรียบร้อย!"
เกาหยางสั่งเสียงหนัก "กองพันลาดตระเวนรุกคืบ จัดตั้งและรักษาเส้นทางที่ปลอดภัย จากนั้นให้ทีมอินทรีรุกคืบต่อ เปลี่ยน!"
"กองพันลาดตระเวนรับทราบ เริ่มเปิดฉากโจมตี อ้อ แล้วผมขอเปลี่ยนนามเรียกขานของพวกเราเป็น 'ดาบโค้ง' ด้วย เปลี่ยน"
เมื่อได้ยินคำขอของลุดวิก เกาหยางก็ตอบทันที "ตกลง จากนี้ไปพวกคุณคือหน่วยดาบโค้ง เปลี่ยน"
"ขอบคุณ ดาบโค้งเริ่มโจมตี เปลี่ยน!"
แผนการปฏิบัติการครั้งนี้ค่อนข้างเร่งรีบ เกาหยางไม่มีเวลาแม้แต่จะตั้งนามเรียกขานเท่ๆ ให้กับกองพลที่ 3 และหน่วยรบพิเศษของกองพลพิทักษ์สาธารณรัฐ ปกติเขาหัวไวเรื่องการตั้งชื่ออยู่แล้ว แต่ครั้งนี้เวลามันกระชั้นเกินไป เขาเลยเอาชื่อเดิมมาตัดทอนเป็นนามเรียกขานแบบทื่อๆ
เกาหยางคิดว่ามันไม่สำคัญหรอก แต่มีคนรับไม่ได้ ใครๆ ก็อยากให้ชื่อหน่วยของตัวเองฟังดูเท่เวลาเรียกขานกันทั้งนั้น ลุดวิกจึงขอเปลี่ยน และเกาหยางก็ยินดี เพราะ 'ดาบโค้ง' ฟังดูติดหูกว่า 'กองพันลาดตระเวน' แถมยังไม่สับสนง่ายด้วย
ลุดวิกโบกมือให้สัญญาณ นำทีมค่อยๆ เคลื่อนออกจากสองข้างทางของถนนที่ปลอดภัยแล้ว ทีมย่อยสองชุดอ้อมมุมตึกออกมา และรุกเข้าสู่พื้นที่สี่แยกโดยอาศัยกำแพงเป็นที่กำบัง
เกาหยางเฝ้าดูสนามรบผ่านโดรน เขาเห็นว่าไม่มีใครอยู่ในสี่แยกทั้งสี่ทิศ แต่นั่นคือมุมมองจากบนฟ้า การมองจากระดับพื้นดินอาจต่างออกไป ดังนั้นเกาหยางจึงไม่ได้สั่งการอะไรที่เฉพาะเจาะจงแก่ลุดวิก เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนการตัดสินใจหน้างานของเขา
ตอนนี้ระยะห่างระหว่างเขากับคนบนพื้นใกล้กันมากแล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้วิทยุกำลังส่งสูง แค่วิทยุสื่อสารมือถือก็คุยกันรู้เรื่อง ขณะที่หน่วยดาบโค้งเคลื่อนที่ผ่านสี่แยกอย่างช้าๆ เกาหยางก็กระซิบ "อินทรีเตรียมพร้อม หลังจากคุมสี่แยกได้แล้ว ให้ทีมอินทรีรุกคืบตามถนนต่อ เปลี่ยน"
ลุดวิกไม่ได้ชักช้า เขาพาลูกน้องไปตรวจตราที่สี่แยกครู่หนึ่ง เมื่อเห็นสถานการณ์เขาก็โบกมือและสั่งเสียงต่ำ "ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ประจำการสี่มุมแล้วจัดตั้งแนวป้องกัน"
คนกว่ายี่สิบคนรักษาระยะห่างและวิ่งสปีดข้ามไปยังฝั่งตรงข้ามของถนนที่กว้างประมาณสิบเมตร แต่ในวินาทีนั้นเอง เกาหยางก็เห็นประกายจากกระสุนส่องวิถี พุ่งเป็นสายจากแนวขวางเข้าใส่กลุ่มคนที่กำลังวิ่งข้ามแยก
หัวใจเกาหยางกระตุกวูบ กระสุนส่องวิถีถูกยิงออกมาจากบ้านหลังหนึ่งริมถนน ศัตรูเริ่มเปิดฉากยิงอย่างมีเป้าหมายแล้ว
คนของหน่วยดาบโค้งสองคนล้มลงกับพื้น คนที่เหลือพากันระดมยิงใส่จุดที่ศัตรูซุ่มอยู่ แต่ดูเหมือนจุดยิงของศัตรูจะถูกพรางไว้อย่างดี แม้ในมุมมองของเกาหยางจะมองไม่เห็นตัวคนยิง แต่เสียงปืนกลของศัตรูที่ดังไม่หยุดก็เป็นคำตอบในตัวมันเองอยู่แล้ว
บนพื้นถนน มีคนถูกปืนกลกดดันจนต้องหมอบนิ่งขยับไปไหนไม่ได้ โชคดีที่มีสิ่งกีดขวางบนถนนจำนวนมาก การหมอบลงจึงยังไม่ถือว่าอันตรายร้ายแรงนัก แต่ถ้าจัดการปืนกลของศัตรูไม่ได้ การรุกคืบของกำลังพลส่วนที่เหลือก็จะมีปัญหาใหญ่
"ระดมยิงกดดัน! รีบผ่านไป! เครื่องยิงจรวด! จัดการมันซะ!"
ลุดวิกตะโกนก้อง ทหารสองคนประทับเครื่องยิงจรวด RPG-26 แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ส่วนพลยิงจรวดมืออาชีพอีกคนเตรียม RPG-27 ขนาด 105 มม. ที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงกว่าพร้อมยิง
ลุดวิกโบกมือให้สัญญาณพลยิงจรวดให้เตรียมพร้อม แล้วตะโกนสั่ง "ยิงกดดัน!"
จุดยิงของศัตรูอยู่ห่างจากหน่วยดาบโค้งเพียง 200 เมตร ซึ่งเป็นระยะที่ปืนเล็กยาวสามารถยิงกดดันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในจังหวะที่ปืนกลศัตรูหยุดพักชั่วครู่ ปืนเล็กยาวหกกระบอกก็ระดมยิงเข้าใส่พร้อมกันเพื่อกดให้ศัตรูไม่กล้าโผล่หัว
เสี้ยววินาทีที่ศัตรูถูกกดไว้นั้น พลยิง RPG-27 ก็โผล่ออกมาจากที่บังคับ เล็งเพียงชั่วครู่ก่อนจะลั่นไก จรวดพุ่งเข้าเป้าหมายอย่างแม่นยำถล่มจุดยิงของศัตรูจนราบคาบ จนคนที่ถือ RPG-26 อีกสองคนไม่ต้องยิงซ้ำ
ลุดวิกโบกมือและสั่งเสียงดัง "บุก! ข้ามไปให้หมด แล้วจัดแนวป้องกัน!"
เมื่อเห็นพลยิงจรวดจัดการศัตรูได้ในนัดเดียว เกาหยางก็เอ่ยชมจากใจ "พลยิงคนนี้ใช้ได้เลย ฝีมือดีมาก"
หลังจากชมเสร็จ เกาหยางก็สั่งการต่อทันที "อินทรี เคลื่อนที่ตามไปเคลียร์เส้นทางอย่างรวดเร็ว ระวังจุดยิงซุ่มของศัตรูด้วย"
------
(จบบทที่ 1072)