- หน้าแรก
- ภารกิจนางร้ายสายอ่อย สวยระดับนางฟ้าจนเหล่าตัวเอกลืมบทกันหมด
- บทที่ 25: รูมเมทหน้าเงินของนางเอกในนิยายแนว "ท้องแล้วหนี" (25)
บทที่ 25: รูมเมทหน้าเงินของนางเอกในนิยายแนว "ท้องแล้วหนี" (25)
บทที่ 25: รูมเมทหน้าเงินของนางเอกในนิยายแนว "ท้องแล้วหนี" (25)
เย่เจียวเยว่รู้สึกคันยิบๆ และบิดตัวไปมา พยายามจะดิ้นให้หลุดจากมือมหาประลัยของเขา
เซิ่นเหวินสือกดร่างเธอไว้สุดแรง ไม่ยอมให้เธอหนีไปไหนได้
เนิ่นนานกว่าที่ทั้งคู่จะยอมผละออกจากกัน
เย่เจียวเยว่แตะริมฝีปากที่แดงเจ่อและบวมเป่งของเธอ รู้สึกทั้งชาทั้งเจ็บ เธอพูดอย่างขัดใจว่า "พี่เป็นหมาหรือไงคะ?!"
เซิ่นเหวินสือไม่ได้ใส่ใจที่เธอต่อว่า เขาใช้หัวแม่มือเช็ดมุมปากตัวเองแล้วเหยียดยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ "อร่อย!"
เมื่อเห็นท่าทางที่มีเสน่ห์และเซ็กซี่บาดใจแบบนั้น ใบหน้าของเย่เจียวเยว่ก็แดงซ่านไปจนถึงลำคอทันที "พี่มันคนไร้ยางอาย!"
เซิ่นเหวินสือกล่าวว่า "ยางอายจะเอาไปทำอะไรล่ะครับ? มีเมียอยู่ข้างตัวก็พอแล้ว!"
เขาอุ้มเย่เจียวเยว่ขึ้นในท่าเจ้าสาวแล้วผลักประตูเดินตรงไปยังห้องนอนใหญ่ "พี่จะลักพาตัวเมียไปลงโทษแล้ว!"
"ว้าย! เซิ่นเหวินสือ ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้เลยนะ!" เรียวขาที่ขาวนวลและได้รูปของเย่เจียวเยว่เตะถีบไปมาไม่หยุด
เซิ่นเหวินสือทำหูทวนลม เมื่อถึงห้องนอนใหญ่ เขาก็โยนเธอลงบนเตียงกว้างทันทีแล้วโถมตัวตามลงไป...
...
เจียงเสี่ยวเหลียนกลับบ้านพร้อมเจียงอวี่ด้วยความเหนื่อยล้า
ด้วยความช่วยเหลือของคุณครู พวกเขาได้อธิบายเรื่องราวต่างๆ ให้เพื่อนร่วมชั้นและผู้ปกครองที่โรงเรียนอนุบาลเข้าใจเรียบร้อยแล้ว
คนพวกนั้นดูเหมือนจะเชื่อในสิ่งที่เธอพูดแค่เพียงเปลือกนอก ส่วนในใจจะคิดอย่างไร เจียงเสี่ยวเหลียนก็คร้านจะไปใส่ใจ ขอแค่ต่อหน้าดูไม่มีปัญหาก็ถือว่าใช้ได้แล้ว
เมื่อมองดูสภาพบ้านที่เละเทะ เธอไม่มีกะจิตกะใจจะทำความสะอาด จึงทำเพียงต้มบะหมี่สองชาม หลังจากกินกับลูกชายเสร็จเธอก็ล้างตัวและเข้านอนพักผ่อนทันที
วันนี้มันช่างเป็นวันที่เหนื่อยแสนสาหัสจริงๆ!
วันต่อมา หลังจากที่เริ่มมีพลังกลับคืนมา เจียงเสี่ยวเหลียนก็รีบติดต่อหาซือถิงทันที หลังจากที่บีบน้ำตาคร่ำครวญไปชุดใหญ่ เธอก็ทำให้เขายอมตกลงที่จะช่วยเธอจัดการกับเย่เจียวเยว่ได้สำเร็จ
เธอไม่ต้องหยุดคิดเลยก็รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องเมื่อวาน ในเมืองนี้ คนเดียวที่มีความแค้นต่อเธอเข้ากระดูกดำก็คือเย่เจียวเยว่เท่านั้น
...
ณ งานประมูลการกุศล
เย่เจียวเยว่คล้องแขนเซิ่นเหวินสือและนั่งอยู่ในโซน VIP เฝ้ามองโฆษกบนเวทีที่กำลังดำเนินรายการประมูล
"ชิ้นต่อไปคือ 'พิงก์สตาร์' เพชรสีชมพูที่เป็นขวัญใจของเหล่าคุณหญิงคุณนายทุกท่านครับ น้ำหนัก 10.2 กะรัต ราคาเริ่มต้นที่ 50 ล้านบาท การเสนอราคาแต่ละครั้งต้องไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท เริ่มการประมูลได้ครับ!" โฆษกตะโกนอย่างตื่นเต้น
ดวงตาของเย่เจียวเยว่เป็นประกายทันทีเมื่อเห็นเพชรสีชมพูที่ระยิบระยับบนเวที
เมื่อเห็นท่าทางของเธอ เซิ่นเหวินสือก็รู้ทันทีว่าเธอชอบ เขาจึงชูป้ายเพื่อเริ่มการประมูลทันที
"52 ล้านครั้งที่หนึ่ง!"
"55 ล้านครั้งที่หนึ่ง!"
"60 ล้านครั้งที่หนึ่ง!"
...
ในขณะที่ทุกคนแย่งกันเสนอราคา ราคาก็พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อราคาแตะระดับ 80 ล้าน ผู้คนส่วนใหญ่ก็เริ่มถอนตัวออกจากการประมูล
ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่มีปัญญาจ่าย แต่หากมองในแง่ของตลาดปัจจุบัน เพชรสีชมพูเม็ดนี้ไม่ได้มีมูลค่าสูงถึงเพียงนั้น มันจึงไม่คุ้มค่าที่จะซื้อ
สองนาทีต่อมา คนที่ยังคงสู้ราคากันอยู่เหลือเพียงเซิ่นเหวินสือและมู่เจิ้งเฟิงเท่านั้น
"หมายเลข 3 เสนอที่ 95 ล้าน 95 ล้านครั้งที่หนึ่ง..."
หลังจากมู่เจิ้งเฟิงวางราคาเสร็จ เขาก็ลดป้ายลงแล้วส่งสายตาท้าทายไปทางเซิ่นเหวินสือ
เซิ่นเหวินสือยังคงนิ่งเฉยและชูป้ายขึ้นอีกครั้ง
"หมายเลข 1 เสนอที่ 96 ล้าน 96 ล้านครั้งที่หนึ่ง..."
มู่เจิ้งเฟิงไม่ยอมแพ้และเพิ่มราคาขึ้นอีกครั้ง
ไม่นานนัก ราคาก็พุ่งสูงถึง 110 ล้านบาทในการห้ำหั่นของทั้งคู่
"110 ล้านครั้งที่หนึ่ง..." โฆษกตะโกนก้อง เสียงของเขาแทบจะแหบพร่าด้วยความตื่นเต้น
เมื่อเห็นว่ามู่เจิ้งเฟิงทำท่าจะชูป้ายอีกครั้ง เย่เจียวเยว่ก็อดไม่ได้ที่จะถลึงตาใส่เขา
เมื่อเห็นสายตาของเธอ มู่เจิ้งเฟิงก็ทำยิ้มเจื่อนๆ และวางป้ายในมือลงอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก
เขาอายุเข้าเลขสามแล้วและไม่ใช่ชายหนุ่มที่เลือดร้อนอีกต่อไป ตามปกติแล้วเขาจะไม่ซื้อของที่ราคาเกินมูลค่าไปมากขนาดนี้
แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างในวันนี้ เขาแค่มีความรู้สึกวูบหนึ่งที่อยากจะเอาชนะเซิ่นเหวินสือต่อหน้าเย่เจียวเยว่ให้ได้
"110 ล้านครั้งที่สอง 110 ล้านครั้งที่สาม!" โฆษกจ้องเขม็งไปที่มู่เจิ้งเฟิง เมื่อเห็นว่าเขาไม่ขยับจนนาทีสุดท้าย จึงเคาะค้อนลงด้วยความเสียดาย
"ขอแสดงความยินดีกับหมายเลข 1 ที่ได้พิงก์สตาร์ไปครองครับ!"
เซิ่นเหวินสือรับคำยินดีจากทุกคนอย่างสง่างาม เมื่อนึกถึงการสบตากันระหว่างเย่เจียวเยว่และมู่เจิ้งเฟิงเมื่อครู่ แววตาของเขาก็หม่นแสงลงเล็กน้อย
สำหรับการประมูลชิ้นต่อๆ ไป เย่เจียวเยว่ไม่ได้สนใจอะไรอีก หลังจากบอกกับเซิ่นเหวินสือแล้ว เธอก็ลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ
ไม่นานหลังจากเธอเดินออกไป มู่เจิ้งเฟิงก็ลุกจากที่นั่งตามไปเช่นกัน
เซิ่นเหวินสือสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวนั้นจากหางตาและเดินตามไปอย่างเงียบเชียบ
...
"คุณนายเซิ่น รบกวนรอสักครู่ครับ!"
เมื่อได้ยินเสียงเรียก เย่เจียวเยว่หันไปมองและเห็นชายแปลกหน้าในชุดเชิ้ตสีขาววิ่งตรงมาหาเธอ เธอเลิกคิ้วด้วยความสงสัย "คุณเรียกฉันเหรอคะ?"
ซือถิงพยักหน้าและเริ่มรัวคำพูดใส่ออกมาเป็นชุด
"ใช่ครับ! คุณนายเซิ่น ผมรู้ว่าคุณไม่ชอบเสี่ยวเหลียนกับเสี่ยวอวี่เด็กคนนั้น แต่นั่นมันก็เป็นเรื่องปกติ ใครล่ะจะไปชอบลูกของสามีที่เกิดกับผู้หญิงคนอื่น แต่ได้โปรดคิดให้ดีๆ นะครับ เสี่ยวเหลียนเธอเป็นผู้บริสุทธิ์ในเรื่องนี้!"
"ถ้าคุณอยากจะโทษใคร คุณควรจะไปโทษสามีคุณมากกว่าที่จะมาลงอารมณ์กับเสี่ยวเหลียนและคนอื่น อีกอย่าง ตอนที่เสี่ยวเหลียนอยู่กับประธานเซิ่น มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนที่คุณสองคนจะแต่งงานกันเสียอีก"
"ถ้าจะพูดกันจริงๆ ว่าใครเป็นเมียน้อย หากดูจากลำดับการมาก่อนมาหลัง คนคนนั้นไม่ใช่เสี่ยวเหลียนแน่นอนครับ คุณนายเซิ่น พอเถอะครับ เลิกจ้องเวรจ้องกรรมเสี่ยวเหลียนได้แล้ว!"
"ถ้าคุณยังหาเรื่องสองแม่ลูกนั่นอีก อย่าหาว่าผมไม่เกรงใจที่จะแฉพฤติกรรมอัปลักษณ์ทั้งหมดของคุณให้โลกรู้นะครับ!"
เย่เจียวเยว่กอดอกแล้วแค่นยิ้ม "พูดจบหรือยังคะ?"
"คุณมีความสัมพันธ์ยังไงกับเจียงเสี่ยวเหลียน ถึงได้เสนอหน้ามาออกรับแทนหล่อนขนาดนี้? หรือว่าจะเป็นชู้ที่หล่อนไปหามาทีหลังงั้นเหรอ?"
ได้ยินดังนั้น ใบหน้าของซือถิงก็แดงซ่านด้วยความโกรธ "คุณสวยขนาดนี้ ทำไมถึงพูดจาร้ายกาจแบบนี้ออกมาได้!"
เย่เจียวเยว่กลอกตา "ฉันยังมีคำที่ร้ายกว่านี้อีกเยอะ อยากฟังไหมคะ? เฮ้! คุณยังไม่ตอบฉันเลยนะ ว่าคุณเกี่ยวข้องยังไงกับเจียงเสี่ยวเหลียน?"
ซือถิงตะกุกตะกัก "ผะ...พวกเราเป็นเพื่อนกันครับ"
เย่เจียวเยว่เข้าใจในทันที "อ๋อ เข้าใจแล้ว ที่แท้คุณก็เป็นแค่ 'ยางอะไหล่' นี่เอง!"
ซือถิงชี้หน้าเย่เจียวเยว่ เขาโกรธจัดจนพูดไม่ออกเพราะโดนวาจาพิษของเธอทิ่มแทง "คุณ... คุณมัน..."
เย่เจียวเยว่ปัดมือเขาออกอย่างไม่ยี่หระ "เอาล่ะ เลิกคุณ-คุณ-คุณ ได้แล้วค่ะ! คุณนึกว่าตัวเองเป็นทูตแห่งความยุติธรรม แต่จริงๆ แล้วคุณก็แค่ไอ้คนน่าสงสารที่โดนหลอกใช้เท่านั้นแหละ!"
"อยากจะแฉฉันก็เชิญตามสบายเลยค่ะ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าการเป็นเมียน้อยมันจะเป็นเรื่องที่ฟังขึ้นขึ้นมาได้!"
"หลีกไปค่ะ สุนัขดีไม่ขวางทางนะคะ ฉันจะกลับแล้ว!"
"ไม่ได้ คุณไปไหนไม่ได้ คุณยังไม่รับปากผมเลย!" ซือถิงผู้ที่แสนจะอ่อนโยนและเป็นคุณหมอที่หมกมุ่นอยู่แต่งานวิจัยทางการแพทย์ ตอนนี้เขากำลังสั่นเทิ้มไปด้วยความโกรธแต่ก็ยังไม่ลืมจุดประสงค์ของตัวเอง
เย่เจียวเยว่เหลือบมองเขาด้วยสายตาดูแคลนแล้วพูดเยาะเย้ยว่า "คุณเป็นใครไม่ทราบคะ? ทำไมฉันต้องอยู่ต่อเพียงเพราะคุณไม่ยอมให้ไป? ฉันไม่ฟังคุณหรอกค่ะ แล้วคุณจะทำอะไรฉันได้ล่ะ?"