- หน้าแรก
- เนตรทองคำ ล่าขุมทรัพย์พลิกโลก
- บทที่ 1570 - กลิ่นอายฤดูใบไม้ร่วง
บทที่ 1570 - กลิ่นอายฤดูใบไม้ร่วง
บทที่ 1570 - กลิ่นอายฤดูใบไม้ร่วง
บทที่ 1570 - กลิ่นอายฤดูใบไม้ร่วง
ความมืดมิดยามราตรีจางหายไปจนหมดสิ้น แสงเงินแสงทองยามเช้าอาบย้อมท้องฟ้าจนกลายเป็นสีแดงระเรื่อ
เห็นได้ชัดว่านี่เป็นอีกหนึ่งวันที่แสงแดดสดใสและงดงาม เฉกเช่นเดียวกับอารมณ์ของเย่เทียนและเบ็ตตี้
นิวยอร์กก้าวเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงมาพักใหญ่แล้ว อากาศเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงเช้าและค่ำที่สัมผัสได้ถึงความหนาวเย็น
หลังจากตื่นนอนและอาบน้ำแต่งตัวในตอนเช้า เย่เทียนกับเบ็ตตี้ก็เดินมาหยุดอยู่ที่หน้าหน้าต่างกระจกบานใหญ่ในห้องนอน ทั้งคู่อิงแอบแนบชิด ทอดสายตามองลงไปเบื้องล่าง ดื่มด่ำกับทัศนียภาพของเซ็นทรัลพาร์กที่กำลังถูกโอบล้อมด้วยกลิ่นอายแห่งฤดูใบไม้ร่วง
ตอนนี้ใบเมเปิลในเซ็นทรัลพาร์กเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงแล้ว แม้จะยังมีไม่มากนัก แต่ก็ดูลงตัวพอดี เมื่อมองลงมาจากที่สูงก็ดูราวกับเปลวเพลิงที่กำลังเริงระบำอยู่ท่ามกลางผืนป่า
สนามหญ้ากว้างขวางในสวนสาธารณะสลัดสีเขียวทิ้งไปนานแล้ว เปลี่ยนมาสวมชุดสีเหลืองทองซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการเก็บเกี่ยว ดูคล้ายกับพรมสีเหลืองผืนยักษ์ที่ปูลาดเติมเต็มทุกช่องว่างระหว่างผืนป่ากับทะเลสาบ
ผู้คนที่ตื่นมาออกกำลังกายยามเช้าในเซ็นทรัลพาร์ก ไม่ได้สวมเสื้อกล้ามกางเกงขาสั้นรับลมเย็นๆ อีกต่อไป ทุกคนสวมชุดวอร์มขายาว ย่ำเท้าลงบนใบไม้แห้ง วิ่งเรียกเหงื่อไปตามถนนที่ร่มรื่นไปด้วยแมกไม้!
โดยไม่รู้ตัว จิตใจของเย่เทียนกับเบ็ตตี้ก็ถูกดึงดูดเข้าไป ทั้งคู่หลงใหลในความงดงามราวกับภาพวาดนี้จนเงียบงันไปเนิ่นนาน!
ผ่านไปพักใหญ่ เบ็ตตี้ถึงได้หันหน้ากลับมา มองเย่เทียนแล้วเอ่ยเสียงเบา
"ภาพตรงหน้านี้สวยงามเหลือเกิน อยากจะหยุดเวลาไว้แบบนี้ตลอดไปจัง ได้ชื่นชมความงามของฤดูกาลทั้งสี่ไปกับคุณตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ตราบชั่วฟ้าดินสลาย!"
เย่เทียนก้มลงจุมพิตแฟนสาวในอ้อมแขน ก่อนจะยิ้มแล้วตอบว่า
"มันต้องสวยอยู่แล้วสิ ต่อไปทุกเช้าหลังตื่นนอน พวกเรามานั่งกอดกันตรงนี้ จิบกาแฟไปพลาง ชื่นชมความเปลี่ยนแปลงของเซ็นทรัลพาร์กในแต่ละฤดูไปพลางได้ทุกวันเลย!"
"ถ้ามีลูกสักสองสามคนมาวิ่งเล่นรอบๆ ตัวเราด้วย มันก็คงจะเพอร์เฟกต์สุดๆ แค่คิดถึงชีวิตแบบนั้น ผมก็ตั้งตารอจนแทบจะทนไม่ไหวแล้วล่ะ!"
"จริงด้วย ฉันเองก็โหยหาชีวิตแบบนั้นเหมือนกัน"
เบ็ตตี้พยักหน้าเบาๆ แววตาเปี่ยมไปด้วยความเคลิบเคลิ้ม
จากนั้น ทั้งสองก็กลับไปชื่นชมความงามของเซ็นทรัลพาร์กนอกหน้าต่างต่อ พูดคุยหยอกล้อกันเสียงเบาด้วยความผ่อนคลายสุดๆ
"ที่รัก ฉันคงต้องกลับบอสตันก่อนกำหนดแล้วล่ะ ได้ยินว่าพอรู้ข่าวว่าสมเด็จพระสันตะปาปาจะเสด็จมาเป็นประธานงานแต่งของเรา เอฟลินก็สติแตกไปแล้ว แมทธิวก็อาการหนักพอกัน!"
"ตอนนี้พวกเขากำลังคึกคักสุดขีด พลังงานล้นเหลือ ดูทรงแล้วเตรียมจะฮุบงานแต่งเราไปจัดการเองหมดแน่ๆ เห็นบอกว่าจะจัดให้อลังการเป็นงานแต่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบอสตันเลยด้วยซ้ำ"
"ตอนนี้มีคนติดต่อพวกเขาไปเยอะมาก เพื่อหาทางขอการ์ดเชิญมาร่วมงานแต่ง ฉันเลยต้องรีบกลับไปห้ามไอ้สองคนที่กำลังจะเสียสตินั่น ไม่งั้นพระเจ้าเท่านั้นแหละที่รู้ว่าพวกเขาจะสร้างวีรกรรมอะไรขึ้นมาบ้าง!"
พอได้ยินแบบนั้น เย่เทียนก็หัวเราะร่วนออกมาเบาๆ
"ฮ่าๆๆ จะเป็นไรไปล่ะ ขอแค่แมทธิวกับเอฟลินมีความสุข ต่อให้ต้องแจกการ์ดเชิญไปทั่วทั้งรัฐแมสซาชูเซตส์ เชิญทุกคนมาร่วมงานแต่งเราก็ยังได้เลย!"
"คุณอย่าท้าเชียวนะ แมทธิวกับเอฟลินอาจจะทำแบบนั้นจริงๆ ก็ได้ แต่โบสถ์โอลด์เซาท์มันใหญ่ซะที่ไหนล่ะ คนที่จะเข้าไปร่วมงานได้มันก็มีจำกัดนะ"
เบ็ตตี้พูดติดตลก แต่แววตากลับเปล่งประกายไปด้วยความสุข
"คุณกลับไปสักรอบก็ดีเหมือนกัน ไปคุยรายละเอียดงานแต่งกับเอฟลิน พวกคุณเป็นผู้หญิงด้วยกัน แถมเอฟลินก็เคยผ่านการแต่งงานมาก่อนแล้ว น่าจะมีความละเอียดอ่อนและให้คำแนะนำดีๆ ได้เยอะเลย"
"อีกอย่าง ช่วงสองสามวันนี้ผมก็ค่อนข้างยุ่ง คงไม่มีเวลาอยู่เป็นเพื่อนคุณมากนัก วันนี้ต้องเอาภาพวาดของราฟาเอลกับมีเกลันเจโลไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิแทน แถมยังต้องจัดการเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยอีก"
"หลังจากนั้นก็ต้องไปเจอกับคริสโตเฟอร์จากเฟด เพื่อขายทองคำนาซีที่กู้ขึ้นมาจากช่องแคบอังกฤษให้พวกเขา ไอ้พวกนั้นมันร้อนใจจนแทบจะรอไม่ไหวแล้ว!"
"ทองคำนาซีลอตนั้นมันเป็นของอ่อนไหว รีบจัดการปล่อยไปให้เร็วที่สุดจะดีกว่า ยิ่งปล่อยไว้นานก็ยิ่งวุ่นวาย เผลอๆ อาจจะเกิดเรื่องพลิกโผขึ้นมาก็ได้ ซึ่งผมไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น"
"นอกจากนี้ยังต้องจัดงานเลี้ยงฉลอง เพื่อตบรางวัลให้พนักงานและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทุกคน จากนั้นก็ต้องไปเจอกับคนของซัทเทบีส์ คริสตีส์ และบริษัทประมูลอื่นๆ เพื่อคุยเรื่องการประมูลช่วงฤดูใบไม้ร่วง"
"พอจัดการเรื่องพวกนี้เสร็จ เครื่องประดับและชุดแต่งงานที่เราสั่งทำไว้ที่ปารีสกับลอนดอนก็น่าจะส่งมาถึงนิวยอร์กพอดี ถึงตอนนั้นผมจะหอบของพวกนี้พร้อมกับดีไซเนอร์ไปหาคุณที่บอสตัน"
"วันที่สองตุลาคม ครอบครัวของผมก็จะนั่งเครื่องบินเช่าเหมาลำไปลงที่บอสตัน หลังจากนั้นสมเด็จพระสันตะปาปาและคณะผู้ติดตามก็จะเสด็จมาถึงบอสตัน เมื่อถึงตอนนั้น งานแต่งงานของเราก็จะได้ฤกษ์เปิดฉากอย่างเป็นทางการสักที"
เย่เทียนร่ายยาวถึงกำหนดการในช่วงสองสามวันนี้ แววตาของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง
เบ็ตตี้เองก็เช่นกัน เธอแทบจะรอให้วันแต่งงานมาถึงเดี๋ยวนี้เลย เธอจะได้สวมชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์แสนสวย และก้าวเข้าสู่ประตูวิวาห์อย่างเป็นทางการเสียที!
ทั้งสองยืนคุยกันอยู่หน้าหน้าต่างกระจกบานใหญ่ในห้องนอนหลักอยู่นาน จนกระทั่งดวงอาทิตย์ลอยเด่นขึ้นสู่ท้องฟ้า สาดแสงส่องประกายไปทั่วเซ็นทรัลพาร์ก เย่เทียนกับเบ็ตตี้ถึงได้ผละออกจากหน้าต่างไปเปลี่ยนเสื้อผ้า!
พริบตาเดียว เวลาก็ล่วงเลยมาถึงแปดโมงครึ่ง
หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ เย่เทียนกับเบ็ตตี้ก็นั่งลงบนโซฟาในห้องนั่งเล่น จิบกาแฟไปพลาง ปรึกษาเรื่องงานแต่งที่จะมีขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้าไปพลาง ทั้งคู่ดูตื่นเต้นกันสุดๆ!
บริเวณโถงทางเข้าบ้าน มีกระเป๋าเดินทางใบเขื่องสองใบวางอยู่ นั่นคือกระเป๋าที่เบ็ตตี้เพิ่งจัดเสร็จ เตรียมจะเอาไปบอสตันด้วย
ภายในกระเป๋าเดินทางสองใบนั้นมีทั้งของที่ต้องใช้ในงานแต่ง รวมไปถึงของฝากที่จะเอาไปให้แมทธิว เอฟลิน และโลแกน ซึ่งล้วนเป็นของที่ซื้อมาจากปารีสและลอนดอนทั้งสิ้น!
คุยกันได้ไม่ทันไร มือถือของเย่เทียนก็ดังขึ้น เป็นสายจากมาติสนั่นเอง
"อรุณสวัสดิ์สตีเวน พวกเรามารวมตัวกันอยู่ข้างล่างแล้ว พวกจอร์จก็ขับเฮลิคอปเตอร์ออกบินไปรออยู่ที่ร็อกกี้เฟลเลอร์เซ็นเตอร์แล้ว เตรียมพร้อมให้การคุ้มกันทางอากาศได้ทุกเมื่อ"
"หน้าอพาร์ตเมนต์มีนักข่าวกับตำรวจนิวยอร์กที่มาคอยคุมสถานการณ์อยู่เพียบ ขบวนรถของพวกเราจอดรออยู่หน้าประตูอพาร์ตเมนต์ พวกพี่น้องขึงแนวกั้นไว้แล้ว ไม่มีอันตรายอะไร!"
เย่เทียนยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา ก่อนจะยิ้มแล้วตอบไป
"อรุณสวัสดิ์มาติส พวกนายขึ้นมาเลย ในเมื่อทุกคนมากันพร้อมแล้ว งั้นพวกเราก็ออกเดินทางกันเลย วันนี้มีเรื่องให้ต้องจัดการอีกเพียบ ไม่มีเวลามานั่งโอ้เอ้แล้ว!"
"รับทราบสตีเวน"
มาติสรับคำ ก่อนจะวางสายไป
ไม่กี่นาทีต่อมา มาติสก็นำทีมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเจ็ดแปดคนขึ้นมาบนห้อง แต่ละคนพกอาวุธครบมือและอยู่ในโหมดระวังภัยขั้นสูงสุด
ทางด้านเย่เทียนเองก็จัดเต็มเรื่องอาวุธเรียบร้อยแล้วเหมือนกัน
ภายใต้ชุดสูทสั่งตัดสุดเนี้ยบของเขา ซุกซ่อนปืนพกเอาไว้หลายกระบอก ได้แก่ เอ็มไนน์ (M9) สองกระบอก และซีแซดแปดสาม (CZ83) อีกสองกระบอก ส่วนใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวก็สวมเสื้อเกราะกันกระสุนเคฟลาร์แบบบางเฉียบทับไว้อีกชั้น
ที่ข้อเท้าขวาของเขา มีมีดคอมแบทสัญชาติเยอรมันที่คมกริบไร้เทียมทานผูกติดอยู่ โดยมีขากางเกงปิดทับไว้อย่างมิดชิด แค่เอื้อมมือไปหยิบก็ชักออกมาฟันหรือแทงได้ทันที มันทั้งแนบเนียนและอันตรายถึงตาย!
ในกระเป๋าเป้สีดำที่วางอยู่ใกล้มือ ยังมีปืนเล็กยาวจู่โจมแบบสั้นจีสามหกซี (G36C) อีกหนึ่งกระบอก พร้อมด้วยกระสุนจำนวนมาก
เช้าวันนี้ พวกเขาต้องเป็นคนคุ้มกันภาพ 'พระแม่มารี' ของราฟาเอล และรูปสลัก 'ปิเอตา' ของมีเกลันเจโล ไปจัดแสดงต่อสาธารณชนที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิแทนด้วยตัวเอง
นั่นคือผลงานศิลปะระดับท็อปที่ประเมินค่าไม่ได้ มูลค่ารวมกันของผลงานทั้งสองชิ้นนี้เข้าใกล้หรืออาจจะทะลุพันล้านดอลลาร์ไปแล้วด้วยซ้ำ มันจะต้องดึงดูดสายตาของผู้คนนับไม่ถ้วนอย่างแน่นอน!
ที่สำคัญกว่านั้นคือ ในงานแถลงข่าวเมื่อวาน เย่เทียนได้ประกาศต่อหน้าสาธารณชนไปแล้วว่า วันนี้เขาจะส่งผลงานศิลปะระดับท็อปทั้งสองชิ้นไปที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิแทน แทบทุกคนรู้ข่าวนี้กันหมดแล้ว
ในสถานการณ์แบบนี้ แน่นอนว่าพวกเขาต้องพกอาวุธครบมือและเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์
ไม่แน่อาจจะมีพวกโง่รนหาที่ตายกำลังหมายตาผลงานศิลปะระดับท็อปทั้งสองชิ้นนั้นอยู่ แล้วเตรียมจะเสี่ยงชีวิตทุ่มหมดหน้าตัก เพื่อแลกกับความร่ำรวยไปตลอดชาติก็ได้!
หลังจากพวกมาติสเดินเข้ามาในห้อง ทักทายกันพอหอมปากหอมคอ เย่เทียนก็กำชับข้อควรระวังอีกสองสามเรื่อง จากนั้นทุกคนก็เข็นกระเป๋าเดินทางออกจากอพาร์ตเมนต์แล้วเดินเข้าลิฟต์ไป!
พริบตาเดียว เย่เทียนกับเบ็ตตี้ก็ก้าวออกจากประตูอพาร์ตเมนต์ โดยมีมาติสและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนอื่นๆ ล้อมหน้าล้อมหลัง คอยระแวดระวังภัยขั้นสูงสุด!
นอกจากพวกมาติสแล้ว เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนอื่นๆ ที่อยู่ด้านนอกอพาร์ตเมนต์ก็อยู่ในโหมดเตรียมพร้อมขั้นสูงสุดเช่นกัน พวกเขาขึงแนวกั้นไว้สองชั้นเพื่อสกัดไม่ให้พวกคนนอกหรือพวกสอดรู้สอดเห็นเข้ามาใกล้
นอกจากนี้ รถพาราเมาท์มาเราเดอร์ที่จอดอยู่หน้าประตูอพาร์ตเมนต์ ก็จอดต่อท้ายรถเอสยูวีหุ้มเกราะคันอื่นๆ จนแนบสนิท อาศัยตัวถังรถที่สูงใหญ่และแข็งแกร่งเป็นเกราะกำบัง บดบังสายตาที่มองมาจากฝั่งตรงข้ามของถนนจนมิด
จุดเดียวที่สามารถมองเห็นสถานการณ์หน้าประตูได้ ก็คือทางเท้าฝั่งขวามือฝั่งเดียวกับอพาร์ตเมนต์ ซึ่งตรงนั้นมีนักข่าวและพวกไทยมุงรวมตัวกันอยู่เพียบ แถมยังมีตำรวจนิวยอร์กคอยคุมเชิงอยู่อีก!
แต่ถึงอย่างนั้น คนพวกนี้ก็ล้วนอยู่ภายใต้การจับตาดูอยู่ดี
โคลนำทีมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยติดอาวุธหลายคนจ้องเขม็งไปที่ไอ้พวกนั้นด้วยสายตาดุดัน ท่าทางเหมือนพร้อมจะพุ่งเข้าไปตะปบได้ทุกเมื่อ ดูแล้วน่าขนลุกชะมัด!
ทันทีที่พวกเย่เทียนโผล่หน้ามา บริเวณหน้าประตูอพาร์ตเมนต์ก็เดือดพล่านขึ้นมาทันที
บรรดานักข่าวที่มารอดักซุ่มอยู่เป็นเวลานาน พอเห็นเป้าหมายปุ๊บก็คึกคักราวกับฉีดสารกระตุ้น ต่างพากันแหกปากแย่งกันยิงคำถามเสียงดังลั่น
"สตีเวน ฉันเป็นนักข่าวจากนิวยอร์กไทมส์ คุณจะส่งภาพ 'พระแม่มารี' ของราฟาเอล กับรูปสลัก 'ปิเอตา' ของมีเกลันเจโลไปที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิแทนตอนไหน แล้วงานจัดแสดงจะเริ่มขึ้นเมื่อไหร่!"
"อรุณสวัสดิ์สตีเวน ฉันเป็นนักข่าวจากหนังสือพิมพ์บอสตันเฮรัลด์ งานแต่งของคุณกับเบ็ตตี้จะจัดขึ้นวันไหน จะจัดที่โบสถ์ไหนในบอสตัน แล้วสมเด็จพระสันตะปาปาจะเสด็จถึงบอสตันวันไหน ช่วยเปิดเผยให้ทุกคนรู้หน่อยได้ไหม"
เย่เทียนไม่ได้ตอบคำถามของนักข่าวพวกนั้น เขาแค่พยักหน้าให้เบาๆ เป็นเชิงทักทายกลับไปเท่านั้น!
จากนั้น เขาก็กวาดสายตามองสถานการณ์หน้าอพาร์ตเมนต์อย่างรวดเร็ว พร้อมกับแอบเปิดใช้งานภาพเอ็กซเรย์ สแกนทะลุร่างของบรรดาคนที่อออยู่หน้าประตูรวมถึงรถทุกคันจนหมดเปลือก!
แม้แต่ป่าในเซ็นทรัลพาร์กที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของถนน เขาก็ไม่ปล่อยผ่าน สแกนเอ็กซเรย์ไปรอบหนึ่งอย่างรวดเร็วเช่นกัน
นอกจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยติดอาวุธของตัวเองและตำรวจนิวยอร์กที่คอยรักษาความสงบแล้ว เขาก็ไม่พบใครอื่นที่พกอาวุธปืนมาด้วยเลย ถือว่าสถานการณ์ในที่เกิดเหตุยังค่อนข้างปลอดภัย!
จะมีก็แต่ในรถสองสามคันที่จอดอยู่ห่างออกไปหน่อยฝั่งตรงข้ามถนน มีไอ้พวกไม่ประสงค์ดีหลายคนกำลังจ้องมองมาทางนี้ด้วยสายตาลุกเป็นไฟ แววตาของพวกมันเต็มไปด้วยความเคียดแค้น
ดูจากบัตรประจำตัวที่พวกมันพกติดตัวมา พวกมันน่าจะมาจากสถานทูตและสถานกงสุลของประเทศต่างๆ ในยุโรปประจำนิวยอร์ก น่าจะเป็นเจ้าหน้าที่การทูตหรือไม่ก็พวกสายลับ!
แต่ไอ้พวกนี้ก็ไม่ได้พกอาวุธหรือกระสุนมาเหมือนกัน แถวนี้มีนักข่าวรุมล้อมอยู่เยอะแยะ แถมตำรวจนิวยอร์กก็ไม่ใช่น้อยๆ พวกมันคงกลัวว่าจะโดนจับได้คาหนังคาเขาแหงๆ!
เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีอันตราย เย่เทียนก็ละสายตาและปิดการใช้งานภาพเอ็กซเรย์
จากนั้น เขากับเบ็ตตี้ก็เข็นกระเป๋าเดินทางมุ่งหน้าไปยังรถเอสยูวีหุ้มเกราะคาดิลแลคเอสคาเลดเพรสซิเดนต์นัมเบอร์วัน ที่จอดอยู่ค่อนไปทางด้านหลัง
[จบแล้ว]