เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 กองกำลังหมาป่าอำมหิตปิดล้อมสังหาร

บทที่ 26 กองกำลังหมาป่าอำมหิตปิดล้อมสังหาร

บทที่ 26 กองกำลังหมาป่าอำมหิตปิดล้อมสังหาร


บทที่ 26 กองกำลังหมาป่าอำมหิตปิดล้อมสังหาร

หลี่เว่ยอี้้ใช้เวลาหลังจากนั้นเก็บตัวฝึกฝนอยู่ในหอพัก และในวันรุ่งขึ้น เขาก็ออกไปล่าอสูรเพียงลำพัง

ฉินอี้ม่านและหวังเฟิงต่างก็ปฏิเสธที่จะร่วมทีมกับเขา พวกเขามีความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีและไม่อยากเป็นตัวถ่วงที่ต้องคอยเกาะกินคะแนนคนอื่นอีก แค่ครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว

ดังนั้น ทั้งสองคนจึงเลือกที่จะจับคู่กันไปทำภารกิจแทน

หลี่เว่ยอี้้ไม่ได้ว่าอะไร เพราะการลุยเดี่ยวก็สะดวกกว่าสำหรับเขาอยู่แล้ว เช้าวันนั้น เขาทำคะแนนไปได้ถึง 5,300 คะแนน เมื่อกลับมาถึง เขาก็แลกวิชามีดบินลี้คิมฮวงขั้นที่สามมาอีกครั้ง ซึ่งเทียบเท่ากับทักษะยุทธ์ระดับ B

หลังจากหลอมรวมความเข้าใจแล้ว วิชามีดบินลี้คิมฮวงก็บรรลุถึงขั้นเชี่ยวชาญ จากนั้นหลี่เว่ยอี้้ก็ได้แสดงวิชามีดบินลี้คิมฮวงขั้นที่สามให้ครูฝึกเจียงดูอีกครั้ง จนสามารถยกระดับขึ้นไปใกล้เคียงกับขั้นลึกซึ้งได้สำเร็จ

ปัจจุบัน ทักษะยุทธ์การโจมตีระยะไกล การป้องกัน การโจมตี และวิชาตัวเบาของเขาล้วนไปถึงระดับ B เป็นอย่างน้อย ขยับเข้าใกล้ทักษะยุทธ์ระดับ A ไปอีกก้าวหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ทักษะยุทธ์ระดับ A ต้องใช้คะแนนถึง 10,000 คะแนนต่อหนึ่งวิชา ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด หากอยู่ภายนอก ถ้าไม่มีเงินสักร้อยล้านเครดิต ก็อย่าหวังว่าจะได้เรียนรู้ทักษะยุทธ์ระดับ A เลย

อัจฉริยะมักจะได้รับสิทธิพิเศษเสมอ ยังไงเสีย สมาพันธ์ก็ยังขาดแคลนยอดฝีมือ และบรรดาอัจฉริยะเหล่านี้ก็มีโอกาสสูงมากที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้แข็งแกร่งในอนาคต

ทุกด้านล้วนก้าวหน้าไปอย่างมั่นคง พลังปราณและเลือดของเขาพุ่งขึ้นถึง 8,500 หน่วยแล้ว พร้อมกับเปิดจุดชีพจรได้ 85 จุด ทำให้เขากลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับสาม

ระดับขอบเขตของเขาอาจจะอยู่รั้งท้ายในค่ายฝึก แต่ความแข็งแกร่งของเขานั้นเรียกได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย

คะแนนที่เขาทำได้ในแต่ละวันคือเครื่องพิสูจน์ชั้นดี

เช้าวันต่อมา หลี่เว่ยอี้้เดินเข้าไปในดินแดนรกร้างลึกเข้าไปอีกเพียงลำพัง

หมาป่าสีเทาห้าตัวตีวงล้อมหลี่เว่ยอี้้เอาไว้ เมื่อจ่าฝูงหอนขึ้น หมาป่าทั้งห้าก็กระโจนเข้าใส่หลี่เว่ยอี้้จากทุกทิศทุกทาง

กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งออกมาจากปากของพวกมันจนได้กลิ่นมาแต่ไกล หลี่เว่ยอี้้อยากจะเอาโปรโมชั่นยาสีฟันไปเสนอขายพวกอสูรพวกนี้จริงๆ ลมหายใจของพวกมันเหม็นเน่าเกินจะทน

พวกมันมีกันห้าตัว ตัวที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่ในระดับเจ็ด ส่วนตัวที่อ่อนแอที่สุดอยู่ในระดับห้า ในฐานะอสูรระดับ C หมาป่าสีเทาถือว่ารับมือได้ยากพอสมควร

มีดบินห้าเล่มปรากฏขึ้นในมือของหลี่เว่ยอี้้ คีบไว้ระหว่างนิ้วราวกับพัดที่กางออก

สายตาของหลี่เว่ยอี้้กวาดมองหมาป่าสีเทาที่พุ่งเข้ามา มีดบินทั้งห้าแหวกอากาศส่งเสียงหวีดหวิวแหลมปรี๊ด พุ่งทะยานเข้าใส่ดวงตาของพวกมันทั้งห้าตัว

วิชามีดบินลี้คิมฮวงขั้นที่สามสามารถซัดมีดพร้อมกันหลายเล่มได้แล้ว ภายใต้การควบคุมของหลี่เว่ยอี้้ มีดบินทั้งห้าก็เปลี่ยนทิศทาง พุ่งเป้าไปที่ดวงตาของหมาป่าสีเทาอย่างแม่นยำ

"บรู๊ววว!"

เสียงหอนของหมาป่าทั้งห้าทำให้มวลอากาศระเบิดออก นี่คือทักษะสายเลือดของหมาป่าสีเทา 'เสียงหอนหมาป่า' มวลอากาศแตกกระจาย พลังปราณและเลือดระเบิดออก ส่งผลกระทบต่อวิถีของมีดบิน

ทว่าความแข็งแกร่งของหลี่เว่ยอี้้เพิ่มขึ้นมาก เขามีพลังปราณและเลือดถึง 8,500 หน่วย ในขณะที่อสูรระดับ C แม้จะอยู่ในระดับเก้า ก็มีพลังปราณและเลือดเพียง 7,200 หน่วยเท่านั้น ส่วนหมาป่าพวกนี้ก็อยู่แค่ระดับเจ็ดเป็นอย่างมาก

เมื่อผนวกกับวิชามีดบินลี้คิมฮวงระดับ B ขั้นเชี่ยวชาญ ก็ยิ่งทวีคูณพลังทำลายล้างขึ้นไปอีกสิบห้าเท่า พลังอันมหาศาลถูกบีบอัดลงในมีดบินเล่มเล็กๆ ก่อเกิดเป็นพลังทะลวงที่ไร้เทียมทาน

แม้ว่าหมาป่าสีเทาจะเบี่ยงหัวหลบจนรอดพ้นจากการถูกแทงเข้าที่ตา แต่มีดบินก็ยังคงเสียบทะลุใบหน้าและทะลวงกะโหลกของพวกมันจนทะลุออกไปทางด้านหลังอยู่ดี

หมาป่าสีเทาทั้งห้าส่งเสียงร้องโหยหวน แม้จะไม่ตายในทันที แต่ความเจ็บปวดแสนสาหัสก็ทำให้พละกำลังของพวกมันลดฮวบลงไปมาก

พลังงานจลน์อันมหาศาลยังทำให้ความเร็วในการพุ่งเข้าใส่ของพวกมันช้าลงไปอีก มีดบินอีกห้าเล่มปรากฏขึ้นในมือของหลี่เว่ยอี้้

ประกายแสงสีเงินห้าจุดสว่างวาบ พุ่งทะลวงเข้าสู่ดวงตาของพวกมันโดยตรง พลังปราณและเลือดที่แฝงมากับมีดบินระเบิดออก ทำลายสมองของพวกมันจนแหลกเหลว

หมาป่าสีเทาทั้งห้าร่วงลงไปกองกับพื้น หลี่เว่ยอี้้ทิ้งเครื่องส่งสัญญาณระบุตำแหน่งไว้แล้วเดินหน้าต่อไป เป้าหมายของเขาคืออสูรระดับแปดและเก้า และเขายังอยากจะลองฝีมือกับขุนพลอดสูรดูสักตั้ง

ในเวลาเดียวกัน มีคนสี่คนกำลังสะกดรอยตามหลี่เว่ยอี้้มาติดๆ

"ลูกพี่ ไอ้เด็กนี่ทำให้พี่ห้ากับพี่หกต้องไปนอนเน่าอยู่ในคุก ก่อนจะฆ่ามัน ฉันจะทรมานมันให้สาสมเลยคอยดู" ชายร่างผอมแห้งราวกับลิงพูดขึ้นด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม

"พี่สี่ แกมีงานอดิเรกแค่อย่างเดียวเองเหรอ? เอาเถอะ ผิวพรรณมันก็ดูเต่งตึงดี ฉันยกให้แกก็แล้วกัน" หัวหน้ากองกำลังหมาป่าอำมหิตกล่าว

พี่สี่คนนี้ มีรสนิยมชอบไม้ป่าเดียวกัน

"ขอบคุณครับลูกพี่" พี่สี่พูดพร้อมกับใบหน้าที่สว่างไสว เขาโปรดปรานพวกเด็กนักเรียนหนุ่มๆ เป็นที่สุด

พี่สองและพี่สามมองพี่สี่ด้วยความขยะแขยง เวลาออกไปทำภารกิจ พวกเขาปฏิเสธหัวชนฝาที่จะนอนเต็นท์เดียวกับพี่สี่ ใครจะรู้ล่ะว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

"ทางนี้" พี่สองตรวจสอบร่องรอยบนพื้นหญ้าอย่างระมัดระวังและแกะรอยหลี่เว่ยอี้้ต่อไป

ระยะห่างระหว่างพวกเขากำลังลดลงอย่างรวดเร็ว กองกำลังทหารรับจ้างทุกกลุ่มต่างก็มีทักษะในการสะกดรอย เพราะการรับมือกับอสูรมักจะต้องอาศัยทักษะพวกนี้อยู่เสมอ

หลี่เว่ยอี้้เพิ่งจะจัดการกับอสูรระดับแปดเสร็จและทิ้งเครื่องส่งสัญญาณระบุตำแหน่งไว้ ไม่นานหลังจากนั้น สมาชิกทั้งสี่ของกองกำลังหมาป่าอำมหิตก็มาถึง

เมื่อเห็นบาดแผลสดใหม่บนซากอสูร พวกเขาก็รู้ทันทีว่ากำลังเข้าใกล้หลี่เว่ยอี้้ไปทุกที

"บัดซบ ไอ้เด็กนี่มันพัฒนาเร็วเกินไปแล้ว มันถึงกับจัดการอีเห็นระดับแปดได้เลยเหรอเนี่ย" พี่สามพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตกตะลึง ตอนที่เขาอายุเท่าหลี่เว่ยอี้้ เขาเพิ่งจะได้เป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับหนึ่งเท่านั้น

"นี่เป็นโอกาสสุดท้ายของเราแล้ว วันนี้เราต้องปิดบัญชีมันให้ได้ ไม่งั้นในอนาคตใครจะรู้ว่าใครจะเป็นฝ่ายถูกปิดบัญชี" รังสีอำมหิตของหัวหน้ากองกำลังหมาป่าอำมหิตทวีความรุนแรงขึ้น เขาเกลียดพวกอัจฉริยะเข้าไส้ และเขาก็หลงใหลในการไล่ล่าพวกมันเป็นที่สุด

หลี่เว่ยอี้้กำลังมองหาร่องรอยของอสูรอยู่ แต่เสียงที่ดังมาจากด้านหลังทำให้เขาต้องหยุดชะงัก

เขาหันกลับไปและเห็นชายสี่คนกำลังแหวกพุ่มไม้เดินตรงเข้ามาหาเขา

"น้องชาย ทำไมถึงมาเดินอยู่แถวนี้คนเดียวล่ะ? แถวนี้มันอันตรายมากนะ" หัวหน้ากองกำลังหมาป่าอำมหิตเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงใจดี ถ้าไม่ติดว่ามีรอยแผลเป็นน่าเกลียดน่ากลัวอยู่บนใบหน้า เขาก็คงจะดูเหมือนคุณลุงใจดีคนหนึ่งเลยทีเดียว

"ใช่แล้วน้องชาย หลงทางหรือเปล่า? เธอควรจะเดินกลับไปทางเดิมนะ" พี่สองก็พูดด้วยน้ำเสียงใจดีเช่นกัน

"ผมไม่ได้หลงทางครับ ผมมาล่าอสูรน่ะ พวกพี่เป็นทหารรับจ้างเหรอครับ?" หลี่เว่ยอี้้ถามกลับ

"ใช่แล้ว พวกเราเป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์ที่มารวมตัวกันตั้งกองกำลังทหารรับจ้างขึ้นมาน่ะ ได้หาเงินเลี้ยงครอบครัวไปด้วย แถมยังได้ฆ่าอสูรทำประโยชน์ให้สังคมไปด้วย ถือว่าได้ช่วยชาติไปในตัวเลยนะ" หัวหน้ากองกำลังหมาป่าอำมหิตพูดอย่างภาคภูมิใจ

พวกเขาค่อยๆ ตีวงล้อมเข้ามาหาหลี่เว่ยอี้้ เวลาเผชิญหน้ากับศัตรู หากสามารถลอบโจมตีได้ พวกเขาจะไม่มีทางบุกเข้าไปตรงๆ เด็ดขาด นี่คือคติประจำใจของพวกเขา

รูปแบบการยืนของทั้งสี่คนดูเหมือนจะกระจัดกระจาย แต่มันกลับรับประกันได้ว่าทั้งสี่คนจะสามารถจู่โจมได้พร้อมกันและปิดกั้นเส้นทางหลบหนีของหลี่เว่ยอี้้ได้ทุกทิศทาง

หลี่เว่ยอี้้ขมวดคิ้วเล็กน้อย ในดินแดนรกร้าง มีกฎที่ไม่ได้เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรข้อหนึ่งว่า: คนแปลกหน้าควรจะรักษาระยะห่างกันไว้อย่างน้อยสามสิบเมตร

เพราะถ้าหากเข้าใกล้กันมากกว่านี้ แล้วฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกิดมีเจตนาร้ายขึ้นมา อีกฝ่ายก็จะตั้งรับได้ยาก

ทว่า ชายสี่คนนี้ได้ก้าวล้ำเส้นสามสิบเมตรเข้ามาแล้ว แถมยังเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ พวกเขาดูไม่เหมือนพวกมือใหม่ที่ไม่รู้ประสีประสาเรื่องกฎเกณฑ์เลยสักนิด

หัวใจของหลี่เว่ยอี้้กระตุกวาบ เขาเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับการถูกปล้นและฆ่าชิงทรัพย์ในดินแดนรกร้างมานับไม่ถ้วน

เขาลอบโคจรพลังปราณและเลือดอย่างเงียบเชียบ ซ่อนเร้นวิชากายาไททาเนียมและประทับยุทธ์แท้จริงเอาไว้ หากมีอะไรไม่ชอบมาพากล เขาก็พร้อมจะตอบโต้ด้วยการโจมตีที่รุนแรงดุจสายฟ้าฟาดในทันที

"แหม น้องชาย อายุแค่นี้ก็กล้าเข้ามาลึกในเขตชายแดนดินแดนรกร้างคนเดียวแล้วเหรอเนี่ย ฝีมือแค่นี้ทำเอาพวกเราอิจฉาเลยนะ" พี่สามพูดขึ้น แววตาเผยให้เห็นความอิจฉา ทักษะการแสดงของเขานั้นช่างแนบเนียนไร้ที่ติ

"ใช่แล้ว อิจฉาจนอกอีแป้นจะแตกตายอยู่แล้ว! ไปลงนรกซะเถอะ!" หัวหน้าแก๊งเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ปลดปล่อยทักษะยุทธ์ที่แอบควบแน่นพลังเตรียมไว้แต่แรกออกมาทันที

จบบทที่ บทที่ 26 กองกำลังหมาป่าอำมหิตปิดล้อมสังหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว