- หน้าแรก
- กายาไร้เทียมทานแล้วไง ข้าบ่มเพาะพลังได้อัตโนมัติ
- บทที่ 12 ข้อมูลของฉินอี้ม่านและการสอนทักษะยุทธ์
บทที่ 12 ข้อมูลของฉินอี้ม่านและการสอนทักษะยุทธ์
บทที่ 12 ข้อมูลของฉินอี้ม่านและการสอนทักษะยุทธ์
บทที่ 12 ข้อมูลของฉินอี้ม่านและการสอนทักษะยุทธ์
คฤหาสน์ตระกูลฉินมีขนาดใหญ่โตมาก กินพื้นที่กว่ายี่สิบเอเคอร์ ซึ่งใหญ่กว่าสวนสาธารณะทั่วไปเสียอีก
เสาหลักของตระกูลฉินคือปรมาจารย์ยุทธ ผู้แข็งแกร่งที่สุดในเมืองหนิงเฉิง ดังนั้นการที่ที่พักอาศัยของเขาจะใหญ่โตโอ่อ่าจึงเป็นเรื่องปกติ
ปรมาจารย์ยุทธท่านนี้ก็คือบิดาของฉินอี้ม่าน หญิงสาวจึงมีสถานะที่สูงส่งมากทั้งในตระกูลฉินและทั่วทั้งเมืองหนิงเฉิง
เหตุผลที่เธอเลือกเรียนที่โรงเรียนมัธยมปลายหมายเลขห้า เป็นเพราะครูใหญ่ของโรงเรียนคือปู่รองของเธอนั่นเอง
หลังจากเดินผ่านสนามหญ้ากว้างใหญ่ หลี่เว่ยอีก็ถูกพาลัดเลาะไปตามทางเดินเล็กๆ จนมาถึงอาคารขนาดมหึมา
ที่นี่คือโรงฝึกยุทธ์ของตระกูลฉิน ซึ่งดูโอ่อ่าตระการตายิ่งกว่าโรงยิมของโรงเรียนมัธยมปลายหมายเลขห้าเสียอีก
มีศิษย์ตระกูลฉินประปรายกำลังฝึกฝนวิชาอยู่ภายในโรงฝึก หลี่เว่ยอีถูกพาขึ้นไปยังชั้นสาม ซึ่งฉินอี้ม่านกำลังรอเขาอยู่ที่ลานฝึกมีดบิน
วันนี้ฉินอี้ม่านสวมชุดโยคะรัดรูปที่ขับเน้นส่วนโค้งเว้าของเรือนร่างอันงดงามให้เห็นอย่างชัดเจน
"พวกลูกคุณหนูนี่ได้รับสารอาหารดีจริงๆ แฮะ" หลี่เว่ยอีรำพึงในใจ
ในฐานะชายหนุ่มที่ร่างกายเจริญเติบโตตามวัยปกติ เขาอดไม่ได้ที่จะลอบมองการแต่งกายของฉินอี้ม่านในวันนี้
ฉินอี้ม่านขบกรามแน่น สายตาของหมอนี่จาบจ้วงเกินไปแล้ว มองมาแบบไม่เกรงใจกันเลยสักนิด
"มองพอหรือยัง?" ฉินอี้ม่านเอ่ยอย่างหงุดหงิด
"ถ้าบอกว่าพอมันก็แปลว่าเสน่ห์ของเธอมีไม่พอสิ?" หลี่เว่ยอีเลิกคิ้ว
"ไร้สาระ เริ่มกันเถอะ ถ้านายสอนวิชามีดบินลี้น้อยให้ฉันได้ดี ฉันมีข้อมูลบางอย่างจะให้ฟรีๆ" ฉินอี้ม่านกล่าว
"เทียบกับข้อมูลแล้ว ฉันอยากให้เธอเพิ่มเงินให้มากกว่านะ"
"ไสหัวไปเลย!"
หลี่เว่ยอีเริ่มต้นการเป็นผู้ชี้แนะเส้นทางยุทธ์เป็นครั้งแรก แม้ว่าวิชายุทธ์ของเขาจะได้มาจากการบ่มเพาะของระบบ แต่ขอบเขตพลังของเขานั้นเป็นของจริง ไม่ต่างอะไรกับการฝึกฝนด้วยตัวเองเลย
ดังนั้น การสอนฉินอี้ม่านที่เพิ่งก้าวเข้าสู่วิชามีดบินลี้น้อยในระดับชำนาญจึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาเลย
"มีดบินลี้น้อย ทุกมีดที่ซัดออกไปย่อมเข้าเป้า เธอต้องไม่เพียงแค่ไล่ตามความเร็วสูงสุดเท่านั้น แต่ต้องให้ความสำคัญกับความพลิกแพลงของมีดบินด้วย ทุกมีดที่เธอซัดออกไปมันแข็งทื่อเกินไป ทำให้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเปลี่ยนทิศทางของมีดบินกลางอากาศ"
หลี่เว่ยอีเริ่มชี้ให้เห็นถึงข้อบกพร่องในการใช้วิชามีดบินลี้น้อยของฉินอี้ม่าน พร้อมกับแสดงตัวอย่างให้ดูเป็นระยะๆ
หลังจากสอนไปได้ครึ่งชั่วโมง หลี่เว่ยอีก็รู้สึกว่าตัวเองอยู่ว่างเกินไป เวลาเป็นสิ่งมีค่าและไม่ควรปล่อยให้สูญเปล่า
เขาเสนอให้ฉินอี้ม่านเปลี่ยนค่าตอบแทนหนึ่งแสนหยวนเป็นสารอาหารระดับกลางสิบหลอดแทน ซึ่งฉินอี้ม่านก็ตอบตกลงอย่างง่ายดาย
ไม่นาน สารอาหารทั้งสิบหลอดก็ถูกส่งมา หลี่เว่ยอีดื่มเข้าไปหนึ่งหลอดทันที จากนั้นเคล็ดลมหายใจเจินอู่ก็เริ่มทำงานโดยอัตโนมัติ เคล็ดวิชาลมหายใจระดับชำนาญนี้สามารถบ่มเพาะไปพร้อมกับการใช้ทักษะยุทธ์อื่นๆ ได้
หลี่เว่ยอีพยักหน้าให้กับตัวเอง เขาคือปรมาจารย์ด้านการบริหารเวลาอย่างแท้จริง
หลังจากชี้แนะฉินอี้ม่านไปได้ครึ่งชั่วโมง พวกเขาก็จะพักสิบนาที เหตุผลหลักคือการใช้วิชามีดบินลี้น้อยอย่างต่อเนื่องทำให้ฉินอี้ม่านสูญเสียปราณสายเลือดไปมากเกินไป จึงต้องทำสมาธิบ่มเพาะเพื่อฟื้นฟูพลัง
"คุณหนูฉิน ด้วยภูมิหลังตระกูลของเธอ การจะหาครูฝึกยุทธ์ที่ฝึกฝนวิชามีดบินลี้น้อยจนถึงระดับลึกล้ำได้มันไม่น่าจะยากไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงเพิ่งมาหาฉันเพื่อเตรียมตัวเอาตอนวินาทีสุดท้ายล่ะ?" หลี่เว่ยอีถามข้อสงสัยในใจ
"นายนี่นะ ก่อนจะได้เงินก็เรียกฉันว่าคุณหนูฉิน แต่พอได้เงินปุ๊บก็เรียกฉันว่าเพื่อนร่วมชั้นปั๊บเลยนะ" ฉินอี้ม่านแสดงความไม่พอใจอีกครั้ง
"เพื่อนร่วมชั้นมันฟังดูสนิทสนมกว่าไม่ใช่หรือไง..."
"นายอาจจะยังไม่เข้าใจวิชามีดบินลี้น้อยดีพอ วิชามีดบินลี้น้อยฉบับสมบูรณ์คือเคล็ดวิชาระดับ SSS แม้ว่าขั้นแรกจะเป็นเพียงเคล็ดวิชาระดับ D แต่การจะฝึกฝนมันนั้นยากมาก"
"หลายคนสามารถฝึกฝนจนถึงระดับชำนาญได้ แต่มีน้อยคนนักที่จะบรรลุถึงระดับแตกฉาน ทั่วทั้งเมืองหนิงเฉิงมีไม่ถึงห้าคนที่ทำได้ ความยากในการควบคุมอาวุธที่ซัดออกไปนั้นแตกต่างจากการควบคุมอาวุธที่ถือไว้ในมืออย่างสิ้นเชิง"
"ส่วนอีกสี่คนที่เหลือต่างก็มีเหตุผลหลายอย่างที่ทำให้มาเป็นครูฝึกยุทธ์ให้ฉันไม่ได้ จนกระทั่งนายปรากฏตัวขึ้นนี่แหละ" ฉินอี้ม่านตอบตามตรง
"ฉันยอดเยี่ยมขนาดนั้นเลยเหรอ? ปัดโธ่เว้ย ฉันคิดค่าตัวถูกไปหรือเปล่าเนี่ย?!" หลี่เว่ยอีตบต้นขาตัวเอง รู้สึกเหมือนพลาดโอกาสทองในการกอบโกยเงินก้อนโตไปเสียแล้ว
ฉินอี้ม่านขบกรามแน่นอีกครั้ง หมอนี่คิดว่าเงินของเธอตกลงมาจากฟ้าหรือไง?
หลี่เว่ยอีใช้เวลาตลอดทั้งวันไปกับการสอนอย่างขะมักเขม้น ตอนเที่ยง เขาได้กินอาหารมื้อที่แพงที่สุดในชีวิตที่บ้านตระกูลฉิน
เนื้อที่นำมาทำอาหารคือเนื้อสัตว์อสูร ซึ่งให้ผลลัพธ์ไม่แพ้สารอาหารเลย แถมรสชาติยังอร่อยกว่าสารอาหารมากนัก
ส่วนผักก็ไม่ใช่ผักธรรมดา แต่เป็นสมุนไพรวิญญาณ ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากต่อทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ
"คนรวยนี่มันดีจริงๆ คนรวยนี่มันดีจริงๆ" หลี่เว่ยอีบ่นในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาเองก็อยากเป็นคนรวยกับเขาบ้างเหมือนกัน
เขาสอนจนถึงสี่ทุ่ม หลี่เว่ยอีจึงถูกส่งตัวกลับบ้าน หลังจากดูดซับสารอาหารมาทั้งวัน หลี่เว่ยอีก็สามารถทะลวงจุดชีพจรโลหิตได้เพิ่มอีกเก้าจุด
ฉินอี้ม่านยังบอกตัวตนของคนสองคนที่ลอบสังหารเขาให้ฟังด้วย พวกมันมาจากกลุ่มทหารรับจ้างหมาป่าคลั่ง ซึ่งเป็นกลุ่มทหารรับจ้างที่ฉาวโฉ่ โดยมี 'หมาป่าคลั่ง' หัวหน้ากลุ่มเป็นยอดฝีมือขอบเขตสมบัติเทวะขั้นที่หนึ่ง
ทว่ากองกำลังยุทธ์กลับสืบไม่พบตัวผู้บงการที่อยู่เบื้องหลัง ทหารรับจ้างสองคนนั้นยืนกรานว่าพวกมันลงมือเองโดยพลการ
แต่ฉินอี้ม่านก็ยังเผยข้อมูลอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือพ่อบ้านตระกูลจูเคยติดต่อกับกลุ่มทหารรับจ้างหมาป่าคลั่ง ในสายตาของตระกูลฉิน เมืองหนิงเฉิงแทบจะไม่มีความลับอะไรหลงเหลืออยู่เลย
หลี่เว่ยอีไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่นัก มีเพียงครอบครัวของจูคุนเท่านั้นแหละที่จะทำเรื่องแบบนี้
เขาไม่ได้พูดอะไรมาก ความแค้นต้องชำระด้วยน้ำมือ ไม่ใช่ด้วยคำพูด
เมื่อกลับถึงบ้าน อาบน้ำ และทานมื้อดึกเสร็จ สารอาหารทั้งสิบหลอดก็ถูกเขาดูดซับจนหมดเกลี้ยง และเขาก็ทะลวงจุดชีพจรโลหิตจุดที่สิบของวันได้สำเร็จ ตอนนี้ จุดชีพจรโลหิตทั้งหมดของเขามีถึง 25 จุด ปราณสายเลือดพุ่งถึง 2500 และพลังหมัดอยู่ที่ 250,000 จิน
หลี่เว่ยอีมองไปที่หน้าต่างระบบพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า
【ระบบบ่มเพาะยุทธ์อัตโนมัติ】
โฮสต์: หลี่เว่ยอี
ขอบเขตพลัง: ขอบเขตชีพจรโลหิตขั้นที่หนึ่ง (ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหนึ่ง)
การพัฒนาสมอง: 11%
ปราณสายเลือด: 2500
เคล็ดบำเพ็ญจิตระดับกลาง ระดับ D (แตกฉาน 73%)
เคล็ดขัดเกลากายาพื้นฐาน (ลึกล้ำ 42%)
ทักษะการต่อสู้: (ลึกล้ำ 56%)
มีดบินลี้น้อย ระดับ D (แตกฉาน 74%)
เคล็ดลมหายใจเจินอู่ ระดับ SSS (แตกฉาน 21%)
ตราประทับเจินอู่ ระดับ SSS (แตกฉาน 21%)
กายาไทเทเนียม ระดับ C (แตกฉาน 64%)
ท่าร่างวายุเหิน ระดับ C (แตกฉาน 52%)
บทประเมิน: ยังคงดูไม่ได้
สิ่งที่ทำให้เขาไม่พอใจก็คือบทประเมินของระบบนี่แหละ เขาทำได้ดีมากแล้วไม่ใช่หรือไง?
ค่ำคืนผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว หลี่เว่ยอีมาถึงโรงเรียนแต่เช้าตรู่ วันนี้เป็นวันที่เขาต้องเดินทางไปเข้าค่ายฝึกฝนอัจฉริยะแห่งเมืองหนิงเฉิง
"คุณหนูฉิน เธอเองก็มาด้วยเหรอเนี่ย" ที่หน้าประตูโรงเรียน หลี่เว่ยอีเห็นฉินอี้ม่านกำลังก้าวลงจากรถพอดี
"นายเรียกฉันว่าเพื่อนร่วมชั้นฉินเหมือนเดิมเถอะ เรียกคุณหนูฉินทีไร ฉันรู้สึกเหมือนนายกำลังจ้องจะฮุบสมบัติของตระกูลฉันทุกที" ฉินอี้ม่านเอ่ยอย่างหงุดหงิด
"ดูเธอพูดเข้าสิ แค่บอกมาว่าเมื่อวานเธอได้อะไรไปเยอะไหม การชี้แนะของฉันคุ้มค่าหรือเปล่าล่ะ?"
"นั่นก็จริง" ฉินอี้ม่านต้องยอมรับว่าหลี่เว่ยอีมีความเข้าใจในวิชามีดบินลี้น้อยอย่างลึกซึ้งมาก
"พอกลับมาจากค่ายฝึก ถ้าเธอสนใจ ฉันยังเป็นครูฝึกยุทธ์ให้เธอต่อได้นะ แต่ราคาคงต้องคิดกันใหม่" หลี่เว่ยอีถูนิวชี้กับนิ้วหัวแม่มือเข้าด้วยกันเบาๆ
"ราคาที่ฉันจ่ายให้นายตอนนี้มันก็หาไม่ได้ที่ไหนในเมืองหนิงเฉิงแล้ว เลิกคิดเรื่องขึ้นราคาไปได้เลย!" ฉินอี้ม่านกลอกตา
"เธอต้องยอมขึ้นให้แน่ เพราะถึงตอนนั้น วิชามีดบินลี้น้อยของฉันคงไปถึงระดับลึกล้ำแล้วเป็นอย่างน้อย" หลี่เว่ยอีกล่าวอย่างมั่นใจ
ฉินอี้ม่านมองหลี่เว่ยอีด้วยความประหลาดใจ เธอพยายามจับผิดว่าเขาแค่คุยโวหรือเปล่า แต่มองไม่ออกเลย เพราะหลี่เว่ยอีดูกำลังจริงจังมากแม้แต่ตอนที่กำลังโม้อยู่ก็ตาม
"ก็ได้ ถ้านายไปถึงระดับลึกล้ำได้จริง ฉันจะจ่ายให้วันละสามแสน" ฉินอี้ม่านกล่าวอย่างใจป้ำ
"เศรษฐีนี โปรดรับผมไว้ในอุปการะด้วยเถอะ"
"ไสหัวไปเลย!"