- หน้าแรก
- ฟุตบอล ขโมยพรสวรรค์ไร้ขีดจำกัด เริ่มต้นที่เรอัล มาดริด
- บทที่ 171 เปลี่ยนทัพ
บทที่ 171 เปลี่ยนทัพ
บทที่ 171 เปลี่ยนทัพ
บทที่ 171 เปลี่ยนทัพ
ในที่สุดก็หมดเวลาครึ่งแรก ลีออนเดินตามเพื่อนร่วมทีมกลับเข้าห้องแต่งตัว
แม้รูปเกมในครึ่งแรกจะเป็นฝ่ายตั้งรับในบางจังหวะ และมีสถานการณ์หวาดเสียวหน้าประตูบ้าง แต่ผลลัพธ์โดยรวมถือว่าน่าพอใจ
ซีดานรู้ดีว่าครึ่งหลังเชลซีต้องดาหน้าบุกแหลกแน่นอน เพราะพวกเขายังมีไพ่เด็ดในมืออีกหลายใบ
อาทิ เชือร์เล ดีกรีทีมชาติเยอรมัน และวิลเลียน ทีมชาติบราซิล ที่ต่างนั่งรอโอกาสอยู่ข้างสนาม
ต้องรู้ก่อนว่า ยามจำเป็น มูรินโญสามารถส่งกองหลังลงมาอุดถึง 7 คน หรือแม้กระทั่งสั่งให้เอโต้ลงไปเล่นเป็นฟูลแบ็กเพื่อไล่ประกบเมสซีก็ทำมาแล้ว แน่นอนว่าเขาก็อาจจะบ้าดีเดือดส่งกองหน้าลงมาวัดดวง 5-6 คนได้เช่นกัน
“ครึ่งหลังเราจะดึงจังหวะให้ช้าลงหน่อย ไม่ต้องดันสูงมาก ทุกคนรักษาสมาธิเข้าไว้”
ซีดานไม่ได้พูดอะไรยืดยาว เพราะผู้เล่นเรอัลมาดริดทุกคนล้วนเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลก และงานเฮดโค้ชของทีมระดับนี้ ท้ายที่สุดแล้วมันก็คือตำแหน่ง “ผู้จัดการ”
สำหรับสโมสรเจ้าบุญทุ่ม แทคติกอาจไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด สิ่งสำคัญคือการทำให้เหล่าซูเปอร์สตาร์ในสนามเล่นได้อย่างสบายใจ ตอบสนองความต้องการของทุกคน และรักษาบรรยากาศในห้องแต่งตัวให้กลมเกลียว
ถ้าเป็นโชเซ่ มูรินโญพูด บางทีเขาอาจจะบอกว่า “ถึงเราจะนำอยู่หนึ่งลูก แต่ทุกคนต้องตื่นตัวเข้าไว้ อย่าให้ฉันต้องปาขวดน้ำใส่พวกแกนะ”
ดังนั้นซีดานจึงพูดน้อยต่อยหนัก
ซูเปอร์สตาร์ก็คือซูเปอร์สตาร์ พวกเขารู้ดีว่าเวลาไหนควรทำอะไรในสนาม
หลังสั่งกำชับสั้นๆ เขาก็ปล่อยให้เป็นเวลาส่วนตัวของนักเตะ มาร์เซโลเริ่มเปิดเพลง แม้จะฟังได้แค่ครึ่งเพลง แต่จังหวะดนตรีที่เร้าใจก็ทำให้ทุกคนโยกหัวตามเบาๆ
บรรยากาศผ่อนคลายสุดๆ
“เอาล่ะครับท่านผู้ชม ช่วงพักครึ่งมาถึงแล้ว มาดูกันว่าเชลซีที่เป็นฝ่ายตามหลังจะแก้เกมยังไง เมื่อสักครู่ในห้องส่ง ผู้บรรยายรับเชิญหลายท่านก็ได้วิเคราะห์กันไปแล้ว”
“มูรินโญเดินเข้าห้องแต่งตัวไปเร็วขนาดนั้น คงต้องมีการปรับเปลี่ยนแทคติกและตัวผู้เล่นแน่นอน อาจารย์สวี หยาง เชื่อว่าครึ่งหลังมูรินโญต้องส่งปีกทีมชาติบราซิลอย่างวิลเลียนลงมาแทนเมสซีอียิปต์ เพื่อเพิ่มมิติเกมรุก มาดุกันว่าการวิเคราะห์ของเหล่าอาจารย์จะแม่นยำแค่ไหนครับ?”
“สวี หยาง นี่ก็พูดกำปั้นทุบดินชัดๆ โชเซ่ มูรินโญมีไพ่แค่นี้แหละ เดิมทีวิลเลียนก็เป็นตัวจริงฝั่งขวาอยู่แล้ว ไม่รู้ทำไมวันนี้แกถึง ‘ผีเข้า’ ส่งโมฮาเหม็ด ซาลาห์ลงตัวจริง ถึงจะยิงได้ลูกนึงก็เถอะ แต่ฟอร์มโดยรวมดูไม่จืดเลย”
“ปกติสวี หยางก็ชอบพูดน้ำท่วมทุ่งอยู่แล้ว พูดแต่ความจริงที่ไม่มีประโยชน์”
“แต่พูดก็พูดเถอะ สวี หยางยังหน้าตาดี เสียงหล่อ แต่ไอ้ ‘โค้ชสโตน’ นั่นเสียงยังกับอมหนูตายไว้ในปาก”
ดูเหมือนจะเป็นฉันทามติของแฟนบอลและกูรูว่า ครึ่งหลังเชลซีต้องส่งวิลเลียนลงมาเสริมเกมรุกแน่
ทว่า... เมื่อนักเตะทั้งสองทีมกลับลงสู่สนามในครึ่งหลัง
แฟนบอลต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าวิลเลียนไม่ได้ลงสนาม และโมฮาเหม็ด ซาลาห์ก็หายไปแล้วเช่นกัน
คนที่ลงมาแทนกลับเป็นนักเตะผิวขาวร่างสูงใหญ่ ผมสีบลอนด์ทอง หน้าตาคล้ายพระเอกการ์ตูนดังยุคก่อนอย่าง “ตินตินผจญภัย”
“เดอ บรอยน์! มูรินโญกล้าเสี่ยงจริงๆ ครับ! ในช่วงเวลาสำคัญ แมตช์ชี้ชะตาแบบนี้ เขากล้าส่งดาวรุ่งลงสนาม นี่มันผิดวิสัยเขาชัดๆ หรือว่าฟอร์มอันยอดเยี่ยมของลีออนจะไปกระตุ้นต่อมอะไรบางอย่างของแกเข้า?” เฮอ เหว่ยพากย์ด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ
แม้ทุกคนจะรู้ว่าเดอ บรอยน์มีชื่อสำรอง แต่ไม่มีใครคาดคิดว่ามูรินโญจะส่งเขาลงมาในสถานการณ์แบบนี้
ก่อนหน้านี้ สื่ออังกฤษหลายสำนักตีข่าวว่าเดอ บรอยน์กับมูรินโญมีปากเสียงกัน
เดอ บรอยน์มองว่ามูรินโญให้โอกาสเขาลงสนามน้อยเกินไป ส่วนมูรินโญมองว่าฝีเท้าของเดอ บรอยน์ยังเทียบชั้นออสการ์หรือวิลเลียนไม่ได้ จึงไม่มีสิทธิ์มาเรียกร้องโอกาส
เขาพร้อมจะให้เดอ บรอยน์ลงเล่นแค่ในนัดที่ไม่สำคัญ หรือถ้วยลีกคัพ เอฟเอคัพ รอบแรกๆ เท่านั้น แต่เดอ บรอยน์รับไม่ได้ ทั้งสองจึงแตกหักกัน
มูรินโญวางแผนจะปล่อยยืมเดอ บรอยน์ทันทีที่ตลาดหน้าหนาวเปิด แต่เดอ บรอยน์อยากย้ายขาดมากกว่า เพราะกลัวว่าทีมที่ยืมไปจะไม่การันตีตัวจริง เนื่องจากทีมในลีกสูงสุดน้อยทีมนักที่จะยอมปั้นเด็กให้คนอื่น
ผลก็คือ ไม่มีใครคาดคิดว่าในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก นัดชิงแชมป์กลุ่มแบบนี้ มูรินโญจะกล้าส่งเดอ บรอยน์ลงมา
ผู้กำกับภาพตาไวมาก รีบตัดภาพไปที่วิลเลียนบนม้านั่งสำรองทันที
วิลเลียนนั่งหน้านิ่ง ไม่มีใครรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่
ขณะเดียวกัน ทุกคนต่างงุนงง เพราะเดอ บรอยน์ไม่ใช่ปีก ตำแหน่งถนัดที่สุดของเขาคือกองกลางตัวรุก หรือมิดฟิลด์ตัวกลาง
มูรินโญทำแบบนี้ ไม่มีใครเดาใจถูกว่าแกวางแผนอะไรไว้
จะเป็นการตัดสินใจระดับอัจฉริยะหรือความผิดพลาดโง่เขลา... ผลงานในสนามจะเป็นคำตอบ
หลังจากเชลซีเขี่ยบอลเริ่มเล่น พอทุกคนเห็นตำแหน่งการยืนในสนามชัดเจน ก็ต้องตกตะลึง
เพราะเดิมทีเชลซีเล่นระบบ 4-3-3
แต่ตอนนี้พวกเขาเปลี่ยนมาเล่น 4-4-2 แบบไม่สมมาตร
ฟาเบรกาสที่เดิมยืนเป็นกองกลางตัวกลาง ตอนนี้ถอยลงต่ำ ยืนลึกกว่ามาติชและรามิเรสเสียอีก กลายมาเป็น “ดีปลายอิ้งเพลย์เมกเกอร์” หรือตัวทำเกมจากแนวลึก
ก่อนหน้านี้ ฟาเบรกาสที่ยืนสูงกว่านี้ โดนโมดริชกับลีออนไล่บี้จนไปไม่เป็น
เรียกได้ว่าครึ่งแรกเขาเล่นไม่ออกเลย ไม่มีช็อตเด็ดอะไรให้เห็น
ตอนนี้มูรินโญดึงเขาถอยลงมา ย่อมเป็นการปกป้องฟาเบรกาส เพื่อให้เขามีพื้นที่และเวลาในการงัดทีเด็ดเรื่องการจ่ายบอลอันตรายและการวางบอลยาวออกมาใช้
โดยมีมาติชกับรามิเรสคอยเป็นองครักษ์ซ้ายขวา ช่วยกวาดล้างสิ่งกีดขวางให้
แถมยังคอยซ้อนหากฟาเบรกาสพลาด
ส่วนเดอ บรอยน์ได้เล่นในตำแหน่งที่ถนัดที่สุด คือ กองกลางตัวรุก
นี่คือการวางหมากแบบ “ประกันสองชั้น”
รูปเกมดูเหมือนจะเล่นแบบ “กองกลางรูปเพชร”
ต้องยอมรับว่าการปรับทัพของมูรินโญครั้งนี้เปลี่ยนแปลงเยอะมาก ดูเหมือนเขาจะเล็งเป้าไปที่จุดอ่อนของเรอัลมาดริด ตรงที่การ์บาฆาลเจ็บจนต้องใช้อาร์เบลัวลงแทน เขาจึงวางแผนเจาะเกมรุกทางซ้ายแบบเน้นๆ เพื่อทะลวงจุดนี้ให้แตก
มูรินโญไม่ปรานีศิษย์เก่าแม้แต่น้อย
ไม่นานนัก นักเตะเรอัลมาดริดก็สัมผัสได้ถึงความแตกต่างของเชลซีหลังปรับทัพ
เพราะเชลซียอมทิ้งกราบขวา ปล่อยให้มาร์เซโลกับคริสเตียโน โรนัลโดมีพื้นที่เล่นได้อย่างอิสระ...
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═