เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29 ณ ลานประเมินผู้ฝึกยุทธ์

บทที่ 29 ณ ลานประเมินผู้ฝึกยุทธ์

บทที่ 29 ณ ลานประเมินผู้ฝึกยุทธ์


ทั้งสนามตกอยู่ในความเงียบสงัด

สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังเครื่องวัดพลังการต่อสู้ที่ล้มกลิ้งอยู่บนพื้นแต่ไกล

สีหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและไม่อยากจะเชื่อสายตา

เขาซัดเครื่องวัดพลังการต่อสู้จนปลิวด้วยหมัดเดียวเนี่ยนะ?

นั่นมันต้องเป็นพลังที่น่าสะพรึงกลัวขนาดไหนกัน!

เจียงหมิงมองภาพนั้นจนยืนอึ้งไปชั่วขณะ

ใบหน้าของหลี่หมิงเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวซีดสลับกันไป

เมื่อครู่นี้เขาทุ่มสุดตัวใช้พลังไปจนหมดแม็กแล้ว

แต่เครื่องวัดพลังการต่อสู้นั่นกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด

อย่าว่าแต่ซัดให้ปลิวเลย แค่ทำให้มันถอยหลังไปสักเซนติเมตรเดียวยังทำไม่ได้

ทว่าเด็กหนุ่มที่เขาตั้งเป้าว่าจะต้องก้าวข้ามไปให้ได้

กลับซัดเครื่องวัดพลังการต่อสู้กระเด็นไปไกลหลายสิบเมตรด้วยหมัดเดียวงั้นรึ?

"พระเจ้าช่วย......"

เจ้าหน้าที่ได้สติกลับมา เขามองซูหงด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง

แต่ในฐานะผู้รับผิดชอบการประเมิน

เครื่องวัดพลังการต่อสู้ล้มลงไปแล้ว

เขารีบก้าวเดินเข้าไปข้างหน้า เตรียมจะจับมันตั้งขึ้น

แต่ทว่าจังหวะที่เขายื่นมือออกไปประคองเครื่องวัดพลังการต่อสู้

สายตาของเขาก็กวาดมองไปที่หน้าจอที่ยังคงสว่างวาบด้วยความสงสัย

วินาทีต่อมา

เขาก็สั่นสะท้านไปทั้งตัว

โครม!

เครื่องวัดพลังการต่อสู้ที่เขาเพิ่งจะจับตั้งขึ้น

ก็ร่วงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่นอีกครั้ง

แต่ในตอนนี้ เจ้าหน้าที่ดูเหมือนจะไม่สนใจมันเลยแม้แต่น้อย

สายตาของเขาจับจ้องไปยังตัวเลขพลังการต่อสู้บนหน้าจอตาไม่กะพริบ

ไหล่ของเขาสั่นระริก ก่อนจะเปล่งเสียงตะกุกตะกักออกมา

"พระเจ้าช่วย...... นี่มันเรื่องจริงหรือฝันไปเนี่ย?"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น

กลุ่มผู้ฝึกยุทธ์ก็ไม่อาจข่มความอยากรู้อยากเห็นเอาไว้ได้

พวกเขาส่งเสียงบอกให้เจ้าหน้าที่หลบไปด้านข้าง

"อ๊ะ อ้อ ขอโทษทีครับ......"

ในที่สุดเจ้าหน้าที่ก็ได้สติ เขารีบขยับตัวหลบทางให้

วินาทีต่อมา หน้าจอก็ปรากฏสู่สายตาของทุกคน

กลุ่มผู้ฝึกยุทธ์วัยกลางคน รวมไปถึงศิษย์อาจารย์อย่างเจียงหมิงและหลี่หมิงที่ยังคงตื่นตระหนก ต่างก็ชะโงกหน้าเข้ามาดู

พลังการต่อสู้: 1862

!!!

เมื่อตัวเลขชุดนี้ปรากฏขึ้นกลางสนามประเมิน

สีหน้าของทุกคนก็แปรเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน

กลุ่มผู้ฝึกยุทธ์เบิกตากว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

"เชี่ยเอ๊ย 1862 มันเหนือกว่าตัวเลขที่พ่อหนุ่มคนเมื่อกี้ทำได้ซะอีก!"

"ซี๊ด...... น่าสะพรึงกลัวจริงๆ ฉันนึกว่าเด็กหนุ่มคนนั้นจะเป็นอัจฉริยะแล้วซะอีก ไม่คิดเลยว่าจะมีคนที่เหนือชั้นกว่าซ่อนตัวอยู่!"

เมื่อได้ยินว่าตนเองถูกก้าวข้ามไปแล้ว

ในเวลานี้หลี่หมิงกลับไม่รู้สึกโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย

เขาจ้องมองหน้าจออย่างเหม่อลอย สองมือสั่นเทา

เขาไม่เคยนึกฝันมาก่อนเลยว่า พลังการต่อสู้ของเด็กหนุ่มคนนี้จะแข็งแกร่งยิ่งกว่าของเขา

คนที่ทะนงตัวว่าเป็นอัจฉริยะมาโดยตลอดอย่างเขา ในวินาทีนี้กลับรู้สึกพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ

"สูงกว่าหลี่หมิงเสียอีก......"

เจียงหมิงมีสีหน้าสับสนงุนงง เขาทอดสายตามองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง

ทว่าตอนนั้นเอง

จู่ๆ เสียงอุทานก็ดังเข้าหูทุกคน

เป็นเสียงสั่นเครือของผู้ฝึกยุทธ์วัยกลางคนคนหนึ่ง

"เดี๋ยวก่อนนะ เด็กหนุ่มคนนี้ เมื่อกี้เขาไม่ได้ใช้วิทยายุทธ์อะไรเลยไม่ใช่เหรอ?"

ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา

ทุกคนก็ชะงักค้างไปอีกครั้ง

พวกเขานึกย้อนไปถึงภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ในหัว

เด็กหนุ่มคนนั้น ดูเหมือนจะไม่ได้ใช้วิทยายุทธ์อะไรเลยจริงๆ

เมื่อคิดได้ดังนั้น

กลุ่มผู้ฝึกยุทธ์ก็ไม่อาจควบคุมความตกตะลึงในใจได้อีกต่อไป

ซี๊ด ซี๊ด

เสียงสูดลมหายใจดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

พวกเขามองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มราวกับกำลังมองสัตว์ประหลาด!

ไม่ได้ใช้วิชายุทธ์ใดๆ อาศัยเพียงพละกำลังของตัวเองล้วนๆ

เขากลับปลดปล่อยพลังการต่อสู้ออกมาได้ถึง 1862 ด้วยหมัดเดียวเนี่ยนะ

แถมยังสูงกว่าหลี่หมิงที่ใช้วิชายุทธ์เข้าช่วยเสียอีก!

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น

เจียงหมิงที่แค่ตื่นตระหนกในตอนแรก ก็ถึงกับยืนตะลึงงันไปในทันที

ราวกับมีกระแสความเย็นเยียบแล่นพล่านจากสันหลังขึ้นไปถึงกระหม่อม ทำเอาร่างกายของเขาแข็งทื่อไปทั้งร่าง

และยิ่งไม่ต้องพูดถึงหลี่หมิง ขาของเขาอ่อนเปลี้ย สายตาพร่ามัว ก่อนจะทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น

"การทดสอบพลังการต่อสู้ครั้งแรกรู้ผลแล้ว...... โปรดเริ่มทดสอบครั้งที่สองได้เลยครับ"

เจ้าหน้าที่ลอบกลืนน้ำลาย ก่อนจะเอ่ยกับซูหงด้วยน้ำเสียงนอบน้อม

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ต่างก็เงยหน้าขึ้นมอง

แค่พละกำลังล้วนๆ เขายังแสดงพลังการต่อสู้ที่น่าสะพรึงกลัวออกมาได้ขนาดนี้

ตอนนี้เขาคงต้องใช้วิชายุทธ์แล้วใช่ไหมล่ะ?

แล้วพลังการต่อสู้ตอนนั้นมันจะฝืนลิขิตสวรรค์ขนาดไหนกัน!?

เจียงหมิงและหลี่หมิงเองก็จ้องมองอย่างเหม่อลอยเช่นกัน

ฟู่—

ซูหงพ่นลมหายใจออกมา

เขารู้สึกพึงพอใจกับพลังการต่อสู้ของตนเองมาก

พละกำลังที่ได้รับการเสริมความแข็งแกร่งจากระดับกายาปุถุชน

มันเหนือล้ำกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก

นี่คือสิ่งที่ผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นๆ ไม่อาจเทียบเคียงได้

เพราะพวกเขาไม่สามารถควบคุมความแข็งแกร่งหรือความอ่อนแอของสภาพร่างกายตนเองได้

แต่เขาทำได้

เมื่อเวลาผ่านไป หากระดับความก้าวหน้าของกายาปุถุชนซูหงสูงขึ้นเรื่อยๆ บางทีในอนาคต เขาอาจจะสามารถต่อสู้ข้ามระดับได้ด้วยพละกำลังทางร่างกายเพียงอย่างเดียว

"ต่อไป...... ฉันจะทดสอบพลังการต่อสู้ขั้นสุดยอดของตัวเอง!"

ซูหงมองไปที่เป้าชกพลางปรับลมหายใจ

วินาทีต่อมา เขาก็ซัดดรรชนีพลังเต็มพิกัดเข้าใส่เป้าชก

ดรรชนีทะลวงสูญ!

คลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวส่งเสียงคำรามกึกก้องในชั่วพริบตา

เป้าชกส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดราวกับไม่อาจแบกรับน้ำหนักของพลังนี้ไว้ได้

วินาทีต่อมา ภายใต้การโจมตีของคลื่นพลัง เป้าชกก็ถึงกับระเบิดตูมออกเป็นเสี่ยงๆ

เมื่อเห็นภาพตรงหน้า

ผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่รอบๆ ต่างก็อ้าปากค้างโดยสัญชาตญาณ

ถึงขนาดซัดเป้าชกทดสอบจนระเบิดเลยเนี่ยนะ?!

พลังการต่อสู้นี้มันจะเวอร์วังเกินไปแล้ว!

ตัวเลขบนหน้าจอเครื่องวัดพลังการต่อสู้เริ่มพุ่งทะยานขึ้น

ทะลุหลักสองพันไปในพริบตา

ก่อนจะไปหยุดนิ่งอยู่ที่ตัวเลขอันน่าทึ่ง

พลังการต่อสู้: 3004

3004!

ต้องเข้าใจก่อนว่า

มาตรฐานพลังการต่อสู้สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหนึ่งขั้นสูงนั้นอยู่ที่เพียง 3000 จุดเท่านั้น!

แต่ซูหง ผู้ซึ่งเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหนึ่งขั้นเริ่มต้น กลับมีพลังการต่อสู้เทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหนึ่งขั้นสูงเสียแล้ว

"หา?!"

"ฉันถึงกับพูดไม่ออกเลยจริงๆ ตัวเลขนี้มัน...... เกินจะจินตนาการได้เลย!"

"พรสวรรค์ระดับสัตว์ประหลาด นี่มันสัตว์ประหลาดชัดๆ!"

......

เสียงอุทานของกลุ่มผู้ฝึกยุทธ์วัยกลางคนดังขึ้นไม่ขาดสาย

สีหน้าของพวกเขาบิดเบี้ยวไปเล็กน้อย

สายตาที่มองไปยังซูหงเปี่ยมไปด้วยความยำเกรง

"พลังการต่อสู้ 3004!"

ตอนนี้เจียงหมิงเสียอาการไปโดยสมบูรณ์แล้ว เสียงของเขาแหลมปรี๊ดขึ้นหลายระดับ ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

"พลังการต่อสู้ของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหนึ่งขั้นเริ่มต้น กลับทัดเทียมกับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหนึ่งขั้นสูงเสียแล้ว นี่มันพรสวรรค์บ้าบออะไรกันเนี่ย? หรือว่าเขาจะมีกายาพิเศษกัน!?"

เจียงหมิงลอบกลืนน้ำลาย

ในเมืองชั้นนำอย่างนครหลวง

อัจฉริยะผู้ฝึกยุทธ์บางคนก็ครอบครองกายาพิเศษ

พลังการต่อสู้ของพวกเขาจะสูงลิ่วอย่างเหลือเชื่อ ผู้ฝึกยุทธ์ในระดับเดียวกันไม่อาจต้านทานการโจมตีจากอัจฉริยะเหล่านี้ได้แม้แต่การโจมตีเดียว

เมื่อนึกย้อนไปถึงตอนที่ซูหงมีพลังการต่อสู้ก้าวข้ามหลี่หมิงไปก่อนหน้านี้โดยที่ไม่ได้ใช้วิชายุทธ์

เจียงหมิงก็ฟันธงได้เลยว่า ซูหงจะต้องครอบครองกายาพิเศษอย่างใดอย่างหนึ่งแน่นอน

เมื่อคิดได้ดังนี้ เจียงหมิงก็รีบหันไปมองหลี่หมิงที่อยู่ข้างๆ

ก่อนหน้านี้เขาเคยคิดที่จะหาอัจฉริยะสักคนมาช่วยขัดเกลานิสัยเย่อหยิ่งของหลี่หมิง

แต่...... ไม่ได้หมายความว่าจะเอาสัตว์ประหลาดเหนือธรรมชาติแบบนี้มาสิ!

แบบนี้ไม่ใช่การขัดเกลานิสัยแล้ว เผลอๆ มันจะทำลายสภาพจิตใจของหลี่หมิงพังทลายไปเลยต่างหาก!

ในขณะนี้ หลี่หมิงกำลังนั่งกองอยู่บนพื้น ใบหน้าชาหนึบ สายตาจดจ่ออยู่ที่หน้าจอเครื่องวัดพลังการต่อสู้อย่างเหม่อลอย ราวกับวิญญาณได้หลุดออกจากร่างไปแล้ว

หนังตาของเจียงหมิงกระตุกยิกๆ เมื่อเห็นภาพนั้น เขารีบพุ่งเข้าไปตบหน้าลูกศิษย์ฉาดใหญ่เพื่อเรียกสติ

"หลี่หมิง สัตว์ประหลาดพวกนี้เกิดมาพร้อมกับกายาพิเศษอยู่แล้ว การที่แกสู้เขาไม่ได้ก็เป็นเรื่องปกตินะ...... แกต้องรักษาสภาพจิตใจให้สงบนิ่งเข้าไว้ การสอบประจำเดือนของโรงเรียนมัธยมปลายเมืองดาราใกล้จะมาถึงแล้ว แกควรไปแข่งกับพวกผู้ฝึกยุทธ์รุ่นราวคราวเดียวกันนู่น ไม่ใช่ไปตั้งเป้าหมายสูงลิบลิ่วรวดเดียวแบบนี้......"

อีกด้านหนึ่ง

เมื่อเห็นว่าเป้าชกถูกซัดจนระเบิดกระจุย

มุมปากของเจ้าหน้าที่ก็กระตุกอย่างควบคุมไม่ได้

"คือ... มันพังซะแล้ว ผมคงไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายใช่ไหมครับ?"

ซูหงรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย

เมื่อกี้เขามัวแต่จดจ่ออยู่กับการทดสอบพลังการต่อสู้ขั้นสุดยอดของตัวเอง

จนลืมนึกไปเลยว่าเครื่องวัดพลังการต่อสู้มันจะทนรับไหวหรือเปล่า

"แน่นอนว่าไม่ครับ"

เจ้าหน้าที่ที่เพิ่งได้สติรีบตอบกลับโดยสัญชาตญาณ

"แล้วเป้าชกนี่พังแล้ว ต้องซ่อมไหมครับ?"

"ไม่ต้องหรอกครับๆ ไม่จำเป็นต้องมีการทดสอบครั้งที่สามแล้ว คุณผ่านการประเมินแล้วครับ"

พอได้ยินแบบนั้น เจ้าหน้าที่ก็รีบส่ายหน้าเป็นพัลวัน

ขืนซ่อมเสร็จก็โดนคุณซัดระเบิดอีกอยู่ดี......

ถ้าอย่างนั้นมันจะต่างอะไรกับไม่ซ่อมเลยล่ะ!

จบบทที่ บทที่ 29 ณ ลานประเมินผู้ฝึกยุทธ์

คัดลอกลิงก์แล้ว