- หน้าแรก
- ราชาแห่งวาไรตี้
- บทที่ 30 การแต่งเพลงเป็นแค่งานอดิเรกงั้นหรือ?
บทที่ 30 การแต่งเพลงเป็นแค่งานอดิเรกงั้นหรือ?
บทที่ 30 การแต่งเพลงเป็นแค่งานอดิเรกงั้นหรือ?
บทที่ 30 การแต่งเพลงเป็นแค่งานอดิเรกงั้นหรือ?
ทุกคนแทบจะล้มพับไปเลย อาเถิงร้องตะโกนออกมาด้วยความตกใจ "อะไรนะ คุณเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์เหรอ"
หลี่หมิงเอามือตบหน้าผากพลางร้องว่าจะเป็นลม "การแต่งเพลงเป็นแค่งานอดิเรกของคุณเองเหรอ"
หยางอันกล่าวว่า "ใช่ครับ ถ้าพวกคุณมีเวลาก็ลองไปดูรายการของผมนะ 'เรื่องขำขันในยุทธจักร' เพิ่งจะปรับโฉมใหม่เมื่อครึ่งเดือนก่อน มันสนุกมากจริงๆ นะ ทุกวันอาทิตย์เวลาบ่ายสามถึงสี่โมงเย็น พวกเรามาพบกันให้ได้นะ"
พบกันให้ได้กับผีน่ะสิ จางหานปิงมีสีหน้าหม่นหมองเศร้าสร้อย อับอายจนแทบไม่มีที่ให้เอาหน้าไปซุก เมื่อกี้เขายังบอกว่าจะสอนหยางอันแต่งเพลงอยู่เลย แล้วตอนนี้จะสอนอย่างไร จะสอนอย่างไรล่ะ ระดับแบบนี้ ใครต้องสอนใครกันแน่!
จางหานปิงหงุดหงิดจนแทบกระอักเลือด พลางบ่นในใจว่า "ใครๆ ก็ฟังออกว่าเพลงนี้เพราะ มีแววจะดังระเบิด นี่น่ะเหรอที่เรียกว่างานอดิเรก ถ้าคุณเอาจริงเอาจังกับการแต่งเพลงขึ้นมา มันจะไม่เก่งกาจเหนือมนุษย์ไปเลยหรือไง คุณที่เป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์ก็ตั้งใจทำรายการของคุณไปก็พอแล้ว จะมาแต่งเพลงทำไมกัน เล่นข้ามสายงานแล้วลงมือครั้งแรกก็อยู่ในระดับสูงขนาดนี้ จะให้พวกเราที่เป็นนักร้องมืออาชีพมีที่ยืนอยู่ได้ยังไง!"
หรงเฟยเฟยยืนอยู่ข้างหยางอันพลางป้องปากยิ้ม ถ้าไม่ใช่เพราะเคยบันทึกเทปรายการร่วมกับหยางอันมาแล้ว ต่อให้ตายเธอก็ไม่เชื่อว่าหยางอันจะเป็นแค่มือสมัครเล่น การเรียบเรียงเพลงที่สมบูรณ์แบบขนาดนี้ มีเพียงทีมงานอาวุโสที่มีประสบการณ์โชกโชนเท่านั้นถึงจะทำออกมาได้
ที่สำคัญที่สุดคือ สไตล์การเรียบเรียงเพลงและคำร้องแบบนี้มันช่างเข้ากับบุคลิก ท่าทาง และวิธีการร้องของเธอได้อย่างลงตัวพอดิบพอดี ในตอนนี้เธอถึงได้เพิ่งตระหนักว่า หยางอันไม่ได้คิดจะขายเพลงนี้ให้เธอเลยแม้แต่น้อย แต่เขาตั้งใจแต่งเพลงนี้ขึ้นมาเพื่อเธอโดยเฉพาะ!
เมื่อเชื่อมโยงไปถึงเรื่องที่เขารู้ว่าเอวของเธอเล็กบางมาก และเขาก็ไม่เคยปล่อยให้เธอรอสายโทรศัพท์นานเกินห้าวินาที หลังจากหรงเฟยเฟยยิ้มออกมาแล้ว หัวใจของเธอก็พลันเต้นรัวขึ้นมาทันที ในใจรู้สึกเขินอายอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกมีความสุขและรื่นรมย์ที่ยากจะอธิบายค่อยๆ ก่อตัวขึ้น ความเย่อหยิ่งของเธอถูกทลายลงทีละนิด และรัศมีต่อต้านอันเย็นชาก็เริ่มจางหายไปทีละน้อย
ในใจของเธอ หยางอันเป็นเหมือนผู้ชายธรรมดาๆ ที่แอบเฝ้ามองเธออยู่อย่างเงียบๆ เขารู้จักรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตของเธอ รู้ว่าเธอใส่เสื้อผ้าไซส์อะไร รู้ว่าเธอชอบกินขนมอะไร รู้ว่าเธอถนัดร้องเพลงแนวไหน เขาไม่เคยแสดงความรู้สึกของตัวเองออกมาเลย เพียงแต่ทำสิ่งต่างๆ ให้เธออย่างเงียบๆ ผ่านรายละเอียดเล็กน้อยเหล่านั้น และไม่ได้หวังผลตอบแทน
เมื่อหรงเฟยเฟยตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้ เธอก็รู้สึกซาบซึ้งใจจนอยากจะร้องไห้
เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่เย็นชาไร้ความรู้สึก การแสดงออกถึงความเย็นชาและรัศมีต่อต้านภายนอกเป็นเพียงวิธีการป้องกันตัวเองเท่านั้น ความจริงแล้วส่วนลึกในใจเธอก็เหมือนกับเนื้อเพลง 'กาลเวลาในฤดูร้อน' ที่ปรารถนาความบ้าคลั่งและปรารถนาที่จะรัก
ดังนั้นการกระทำเหล่านี้ของหยางอันจึงทำให้เธอซาบซึ้งใจอย่างลึกซึ้ง เธอยืนอยู่ข้างหลังเขาพลางมองดูอย่างเงียบๆ ด้วยดวงตาที่มีหยาดน้ำตาคลออยู่ในรอยยิ้ม
เมื่อเห็นว่าวงปิงเฟิงไม่มีใครพูดอะไรออกมาเลย หยางอันย่อมไม่ปล่อยโอกาสนี้ไปง่ายๆ เมื่อกี้จางหานปิงอวดดีมากไม่ใช่หรือ ทำตัวกร่างมากไม่ใช่หรือ พูดจาแดกดันมากไม่ใช่หรือ เขาจะช่วยรักษาพวกที่ไม่ยอมก้มหัวให้เอง!
หยางอันกล่าวกับจางหานปิงว่า "น้องชายคนนี้ ขอบคุณที่ให้โอกาสผมกับเฟยเฟยได้บันทึกเสียง ขอบคุณในมาดสุภาพบุรุษของคุณที่ทำให้ผมได้ลิ้มรสงานเลี้ยงดนตรีที่ยอดเยี่ยม และได้ยินเสียงเพลงที่สั่นสะเทือนถึงวิญญาณ"
ใบหน้าของจางหานปิงแดงก่ำจนพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว ลูกน้องข้างกายคนหนึ่งของเขาตะโกนออกมาเหมือนสมองกลับว่า "นี่ไม่ใช่เพลงของคุณแน่ๆ คุณลอกเขามา!"
"ใช่! คุณที่เป็นคนนอกและเป็นแค่มือสมัครเล่น ไม่มีทางเขียนเพลงที่เพราะขนาดนี้ออกมาได้แน่ และเรียบเรียงเพลงแบบนี้ไม่ได้ด้วย!" จางหานปิงราวกับคว้าฟางช่วยชีวิตไว้ได้ เขาโพล่งออกมาโดยไม่ทันใช้สมองคิด
หยางอันแค่นหัวเราะ "ใช่ ผมลอกเขามา พวกคุณลองเข้าไปค้นหาในคลังดนตรีของสมาคมดนตรีแห่งประเทศจีนดูสิ ชื่อเพลง 'กาลเวลาในฤดูร้อน' ลองไปดูว่าเจ้าของลิขสิทธิ์ชื่อหยางอันหรือเปล่า โชคดีที่ผมจดทะเบียนลิขสิทธิ์ไว้ล่วงหน้า ไม่อย่างนั้นวันนี้ผมคงต้องตายอย่างอยุติธรรมที่นี่! พี่ชิ่ง รบกวนจัดการไฟล์เสียงเสร็จแล้วส่งให้เฟยเฟยด้วยนะครับ อยู่ที่นี่แล้วผมรู้สึกไม่สบายใจเลย พูดคุยกับคนที่ไม่ถูกคอกันเพียงครึ่งประโยคก็มากเกินไปแล้ว บางคนไม่รู้หนังสือแต่กลับรู้สึกเป็นเกียรติ ความสามารถในการร้องเพลงไม่มี แต่กลับถนัดใช้ลูกไม้อันเลวทรามอย่างการกุเรื่องสร้างความเดือดร้อนและการใส่ร้ายป้ายสีเสียจริง! ไปกันเถอะ!"
จางหานปิงอึ้งไปเลย นี่เขากำลังถูกด่าอยู่ใช่ไหม ทำไมถึงไม่ได้ยินคำหยาบเลยสักคำเดียว แต่กลับรู้สึกขยะแขยงใจไปหมดล่ะ
พี่ชิ่งรีบเข้ามาไกล่เกลี่ย "ทุกคนพูดกันให้น้อยลงหน่อยเถอะ หานปิง หุบปากซะ น้องหยางกล้าพูดแบบนี้เขาย่อมไม่ทำปลอมขึ้นมาแน่ พวกคุณมีใครเคยได้ยินเพลงนี้มาก่อนไหมล่ะ น้องหยาง คุณก็อย่าเพิ่งรีบไปเลย..."
ทันใดนั้น อาเถิงที่ถือโทรศัพท์อยู่ก็ร้องออกมาด้วยความตกใจ "ที่แท้ก็คือคุณจริงๆ ด้วย! น้องหยาง อย่าเพิ่งไป ผมหาคุณเจอจนได้!"
ทุกคนยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น อาเถิงดึงตัวหยางอันไว้ไม่ให้ไปพลางกล่าวด้วยความตื่นเต้นว่า "ที่แท้คุณก็คือคนแต่งเพลง 'เจียนปิ่งกั่วจื่อไหลอีเท่า' นี่เอง ผมหาคุณมาตั้งนานแล้ว! ผมได้ฟังเพลงเจียนปิ่งกั่วจื่อของคุณแล้วรู้สึกว่ามันดีมากจริงๆ คุณยังมีผลงานใหม่บ้างไหม ผมขอซื้อต่อได้นะ! เพลง 'กาลเวลาในฤดูร้อน' คุณขายไหม ผมให้หนึ่งแสน ไม่สิ ผมให้หนึ่งแสนห้าหมื่นหยวนซื้อเพลงนี้ เป็นไงครับ"
ทุกคนในห้องต่างสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ราคานี้สูงกว่าราคาเฉลี่ยในวงการตั้งหลายเท่า เพลงละหนึ่งแสนห้าหมื่นหยวน โดยพื้นฐานแล้วมีเพียงผู้ผลิตระดับแนวหน้าของประเทศเท่านั้นถึงจะมีค่าตัวระดับนี้ แต่หยางอันเป็นเพียงคนนอกที่เป็นมือสมัครเล่นนะ!
หยางอันเหลือบมองหรงเฟยเฟย และสังเกตเห็นว่าเธอมีท่าทางกังวลเล็กน้อย เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา แม่สาวน้อย เพลงนี้ตั้งใจแต่งให้คุณโดยเฉพาะ ต่อให้คนอื่นจะให้เงินมากแค่ไหนผมก็ไม่ขายหรอก
หยางอันแสร้งทำเป็นใช้ความคิดครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวอย่างลำบากใจว่า "พี่เถิง นี่เป็นเพลงสำหรับผู้หญิงร้องนะครับ..."
อาเถิงยิ้ม "ผมก็รู้จักนักร้องหญิงเหมือนกันนะ!"
หยางอันยิ้มพลางโบกมือ "ช่างเถอะครับ เรื่องนี้ไม่ต้องพูดถึงอีกแล้ว"
เมื่อเห็นว่าหยางอันยังคงไม่ตกลง และหรงเฟยเฟยที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็มีสีหน้าไม่ค่อยดีนัก ในที่สุดอาเถิงก็เข้าใจสถานการณ์ขึ้นมาทันที จึงรีบกล่าวขอโทษด้วยรอยยิ้ม "Sorry, Sorry ผมพิจารณาไม่รอบคอบเอง ฮ่าๆ ถือว่าผมไม่เคยพูดแล้วกัน! น้องหยาง แล้วคุณพอจะมีเพลงที่เหมาะกับผมร้องบ้างไหม ขอแค่เพลงดี เรื่องเงินไม่มีปัญหาแน่นอน!"
หยางอันถามว่า "คุณไม่ใช่ว่ามีเพลงหนึ่งที่กำลังอัดอยู่เหรอ ที่ชื่อว่าเมียน้อยอะไรนั่นน่ะ"
อาเถิงหน้าแดง " 'เมียน้อยของคนอื่น' เฮ้อ อย่าไปพูดถึงเลย เทียบกับ 'กาลเวลาในฤดูร้อน' ไม่ติดฝุ่นเลยสักนิด น้องชายคุณไม่รู้หรอกว่าตอนนี้วงการนักร้องออนไลน์ก็อยู่ยากนะ ผ่านไปสักพักก็ต้องเข็นเพลงใหม่ออกมา แถมต้องดังและแพร่หลายด้วย ไม่อย่างนั้นก็จะถูกคัดออก ผมล่ะกลุ้มใจจริงๆ..."
ในเมื่อมีเศรษฐีใจปล้ำยินดีจ่ายเงิน หยางอันย่อมไม่เกรงใจ เขาจึงกล่าวว่า "พี่เถิง ช่วยให้ผมลองฟังเพลงของคุณก่อนได้ไหม ผมยังไม่รู้สไตล์ของคุณเลย"
อาเถิงฮึกเหิมขึ้นมาทันที รีบสั่งการทันที "พี่น้องทั้งหลาย หยิบเครื่องดนตรีมาซ้อมกันหน่อย 'เมียน้อยของคนอื่น' ลุยเลย!"
พูดตามตรง น้ำเสียงของอาเถิงนับว่าไม่เลวเลยทีเดียว เพียงแต่ร่างกายที่ผอมกะหร่องเหมือนกิ่งไม้ดูแล้วขัดตาพิลึก การแต่งกายด้วยกางเกงหนังและเสื้อคอวีลึกนั้นดูนำสมัยเกินไป บางทีผู้ชมในห้องไลฟ์สดออนไลน์อาจจะชอบสไตล์แบบนี้ก็ได้
"คุณมีหัวใจที่อ่อนโยนและแสนดี แต่กลับชอบไปหาความเร่าร้อนข้างนอก เขาเป็นคนเข้าใจอะไรง่าย ส่วนผมกลับไม่เข้าใจอารมณ์ของคุณ คุณหลั่งน้ำตาจากผมไป เลือกที่จะซบอยู่ในอ้อมกอดของเขา ในที่สุดคุณก็เป็นเมียน้อยของเขา ส่วนผมทำได้เพียงร้องไห้กลางสายลม"
อาเถิงร้องเพลงอย่างเต็มอารมณ์ เสียงที่แฝงไปด้วยความสะอื้นดังไปทั่วทั้งห้องบันทึกเสียง เนื้อเพลงที่ตรงไปตรงมา ทำนองเพลงที่เศร้าสร้อย ภาพลักษณ์ของชายหนุ่มผู้น่าสงสารและทุกข์ระทมได้ประทับแน่นอยู่ในใจของทุกคน
หรงเฟยเฟยแอบส่งสีหน้าที่ดูทรมานให้หยางอัน ไม่ใช่เพราะปวดใจข้างใน แต่เป็นเพราะขนลุกไปทั้งตัวจนรู้สึกแย่ หยางอันกะพริบตาและส่งสายตาที่สื่อว่าผมเข้าใจความหมายของคุณกลับไปให้เธอ แล้วยิ้มออกมาอย่างจนใจ
หลังจากร้องจบ อาเถิงก็รีบวิ่งออกมาถามด้วยความกังวล "เป็นอย่างไรบ้าง"
หยางอันหัวเราะกลบเกลื่อน พลางปรบมือให้อย่างฝืนใจแล้วกล่าวว่า "ก็ไม่เลวนะครับ เสียงของพี่เถิงเพราะดีทีเดียว"
อาเถิงดีใจเป็นล้นพ้น พลางถูมือแล้วกล่าวว่า "ถ้าอย่างนั้นอาจารย์หยางพอจะมีเพลงที่แต่งขึ้นมาให้เหมาะกับผมบ้างไหม เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา! ขอแค่ใกล้เคียงกับเพลง 'กาลเวลาในฤดูร้อน' เมื่อครู่ ผมให้หนึ่งแสนห้าหมื่นหยวนเลย!"
เงินหนึ่งแสนห้าหมื่นหยวนสำหรับเพลงออนไลน์หนึ่งเพลง ไม่ว่าจะคำนวณอย่างไรก็คุ้มค่าอยู่แล้ว อย่างไรเสียหยางอันก็ไม่ได้คิดจะเดินสายนักร้องออนไลน์ในอนาคตอยู่แล้ว และตอนนี้คือช่วงที่เขาต้องการเงินมากที่สุด การทำให้เป็นเงินสดได้โดยเร็วที่สุดย่อมดีที่สุด
หยางอันไม่โยกโย้อีกต่อไป "ตกลงครับ เอาตามที่พี่เถิงพูดเลย แต่รายละเอียดการเรียบเรียงเพลงคงต้องพึ่งพาทุกท่านแล้ว ผมคนเดียวคงทำทุกอย่างไม่ไหว"
อาเถิงดีใจ "นั่นแน่นอนอยู่แล้ว จางหานปิง เดี๋ยวพวกนายต้องฟังคำสั่งจากอาจารย์หยางนะ!"
คำเรียกว่าอาจารย์หยางนี้ ทำให้พวกจางหานปิงรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง
ให้คนนอกอย่างเขามาสั่งการพวกเราที่เป็นมืออาชีพงั้นเหรอ ทั้งเรียบเรียงเพลง ทั้งควบคุมวง จางหานปิงโกรธจนแทบจะพลิกโต๊ะอาละวาดตรงนั้นเลยทีเดียว!
หยางอันเขียนเนื้อเพลงเสร็จอย่างรวดเร็ว และฮัมเพลงออกมาหนึ่งรอบ ทั่วทั้งห้องบันทึกเสียงก็พลันตื่นตัวขึ้นมาทันที
ทำนองเพลงติดหูง่าย เนื้อเพลงแทบไม่ต้องใช้สมองคิด เพลงนั้นตรงไปตรงมาเสียจนน่าใจหายเลยทีเดียว!
อาเถิงดีใจเป็นล้นพ้น พุ่งเข้ากอดหยางอันพลางตะโกนด้วยความตื่นเต้นว่า "ใช่เลย! นี่แหละ! นี่คือความรู้สึกที่ผมหามานานแต่ไม่เจอเสียที เพลงนี้แหละที่คู่ควรกับผมที่สุด!"
อาเถิงใจร้อนดั่งไฟลน เร่งพวกจางหานปิงให้รีบซ้อมดนตรี แล้วพุ่งเข้าไปในห้องกระจกไม่ยอมออกมา เขาร้องเพลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยดวงตาที่มีน้ำตาคลอ และเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
"แม้ว่าผมจะไม่ได้พูดออกมา จริงๆ ในใจผมรู้สึกล่วงหน้ามาตั้งนานแล้ว การมอบปัจจุบันที่แสนสุขให้คุณไม่ได้ คือความจนใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของผมตอนนี้ เฝ้ารอให้คุณเป็นฝ่ายพูดออกมา ว่าสิ่งที่คุณต้องการไม่ใช่แค่ความรักของผม ผมเผชิญหน้ากับความจริงของคุณด้วยความเงียบงัน ความสุขในอดีตล้วนมลายหายไป..."
อาเถิงนึกถึงเมื่อห้าปีก่อน เขาพาแฟนสาวมาบุกเบิกชีวิตที่เมืองหงเฟิงด้วยกัน หนึ่งปีผ่านไป แฟนสาวที่รักกันมองไม่เห็นอนาคตของเขา และทนความยากจนไม่ไหวจึงบอกเลิกกับเขา แล้วหันไปซบอ้อมกอดของชายวัยกลางคนชาวเมืองหงเฟิงคนหนึ่ง
อาเถิงตามหาแฟนเก่าหลายต่อหลายครั้งเพื่อพยายามขอคืนดี แต่สุดท้ายเขาก็ไม่มีความสามารถที่จะดึงความรักครั้งนี้กลับมาได้ ทำได้เพียงมองดูแฟนสาวก้าวขึ้นรถหรูจากไป และหลังจากนั้นก็ไม่ได้รับข่าวคราวใดๆ อีกเลย เขาจมอยู่กับความเศร้าสร้อยอยู่นาน ไม่รู้ว่าความสุขคืออะไร ไม่รู้ว่ารอยยิ้มคืออะไร
"ในที่สุดคุณก็เป็นเมียน้อยของคนอื่น ผมเองก็รู้ดีว่านั่นไม่ใช่เพราะความรัก ค่ำคืนในเมืองช่างสดใสสวยงาม เพียงแต่ไม่มีคุณอยู่เคียงข้าง ในที่สุดคุณก็เป็นเมียน้อยของคนอื่น จากนี้ไปผมไม่ใช่ที่พักพิงของคุณอีกแล้ว ยามที่คุณอิงแอบอยู่ในอ้อมอกของเขา คุณลืมความรักที่ผมเคยให้ไปแล้วหรือยัง"
อาเถิงใช้สไตร์การร้องแบบสะอื้นไห้ ถ่ายทอดความรันทดในใจออกมา
หลังจากแฟนสาวจากไป อาเถิงหนุ่มยากจนก็ตั้งใจทำงาน เดินสายร้องเพลงตามงานกลางคืน ยกถาดอาหาร นอนกลางถนน ตั้งใจแต่งเพลงหาเงินสู้ชีวิตเหมือนสามัญชนคนรากหญ้าทั่วไป จนกระทั่งการไลฟ์สดออนไลน์ทำให้เขาโด่งดัง เพลง 'รักให้สะใจไปเลยสักครั้ง' ทำให้เขาทำเงินได้มหาศาล แต่เมื่อมองดูเงินจำนวนมหาศาลในบัญชีธนาคารที่เกินจะจินตนาการได้ เขากลับไม่รู้สึกถึงความสุขเลยแม้แต่น้อย มีเพียงเสียงถอนหายใจ เขาไม่สามารถหาทุกสิ่งที่สูญเสียไปกลับคืนมาได้อีกแล้ว นั่นคือความรู้สึกที่จริงใจที่สุดที่เขาเคยมี
เพลงนี้เป็นราวกับภาพสะท้อนจากประสบการณ์ตรงของอาเถิงเอง มิน่าเล่าเขาถึงได้น้ำตาอาบหน้า ร้องเพลงจนตัวเองต้องร้องไห้ออกมา!
เมื่อเดินออกจากห้องกระจก อาเถิงเช็ดน้ำตาพลางพยักหน้าให้หยางอัน
ไม่ถึงครึ่งนาที โทรศัพท์มือถือของหยางอันก็ได้รับข้อความแจ้งเตือนว่ามีเงินเข้าบัญชีสองแสนหยวน ซึ่งมากกว่าที่ตกลงกันไว้ห้าหมื่นหยวน เป็นค่าตอบแทนที่อาเถิงจ่ายให้