- หน้าแรก
- ราชาแห่งวาไรตี้
- บทที่ 4 "ชุดแพนเค้กไข่จัดมาหนึ่งชุด"
บทที่ 4 "ชุดแพนเค้กไข่จัดมาหนึ่งชุด"
บทที่ 4 "ชุดแพนเค้กไข่จัดมาหนึ่งชุด"
บทที่ 4 "ชุดแพนเค้กไข่จัดมาหนึ่งชุด"
บนเวที วันนี้เฉินฮุยทุ่มสุดตัว
เขาเดินโโซเซไปที่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ ใช้สองมือยันไปข้างหลังบนหน้าโต๊ะ กว่าจะทรงตัวให้มั่นคงได้ก็ลำบากเอาเรื่อง
เขาตัดสินใจไว้แล้วว่า พอเพลงดีเจดังขึ้น ถ้าเต้นไหวก็จะเต้น ถ้าเต้นไม่ไหวก็จะใช้มือยันเคาน์เตอร์ไว้ แล้วขยับแข้งขยับขาเป็นพิธีก็พอ
สิ้นเสียงดนตรีที่ดังขึ้นในสตูดิโอ เป็นท่วงทำนองเพลงที่จังหวะสนุกสนาน เสียงบีทของกลองนั้นมีจังหวะที่ดีมาก เฉินฮุยเริ่มมีอารมณ์ร่วมตามสัญชาตญาณวาไรตี้ เขาหันหน้าเข้าหากล้อง พยักหน้าตามจังหวะด้วยสีหน้าเคลิบเคลิ้ม ร่างกายเริ่มโยกย้ายเบาๆ ไปตามเสียงเพลง
ทันใดนั้น เสียงร้องของเด็กหญิงตัวน้อยที่ดูใสซื่อมุ้งมิ้งก็นำร่องขึ้นมา
"ยา ยา เช็ค อิท เอาท์! (Yo Yo Check it out)
ชุดแพนเค้กไข่จัดมาหนึ่งชุด!
ไข่ไก่หนึ่งฟองราคาหนึ่งหยวน
ใครชอบแบบกรอบๆ ก็ใส่แป้งเยอะหน่อย
พริก เต้าหู้ยี้ ต้นหอมซอย
กระทะเหล็ก ตะหลิวเหล็ก แปรงไม้เล็กๆ
..."
เฉินฮุยเบิกตาโพลง สีหน้าเคลิบเคลิ้มแข็งค้างไปทันทีราวกับเห็นผี เขาแทบจะสติแตก!
นี่มันบ้าอะไรกัน! นี่คือเพลงดีเจที่เขาเลือกไว้เหรอ? มี "ชุดแพนเค้กไข่จัดมาหนึ่งชุด" ด้วยเนี่ยนะ แต่ว่า... แต่ว่า... จังหวะแร็ปนี่มันหยุดฟังไม่ได้จริงๆ ว่ะ!
พรืด... ฮ่าๆๆๆๆ!
ผู้ชมในสตูดิโอระเบิดเสียงหัวเราะลั่น นี่มันเพลงดีเจในผับจริงๆ เหรอ? แต่มันก็ดูเหมือนอยู่นะ "ยา ยา เช็ค อิท เอาท์" ก็คือการทับศัพท์มาจากภาษาอังกฤษ "Yo-Yo-Check-it-out" ไม่ใช่หรือไง? เสียงกลองที่มีจังหวะจะโคนรุนแรงนี้ทำให้ร่างกายคนเราสั่นสะเทือนตาม จนอดไม่ได้ที่จะโยกย้ายไปมา ผู้ชมต่างหัวเราะพลางปรบมือ ส่งเสียงเชียร์ดังสนั่น
เฉินฮุยบนเวทีถึงกับอึ้งกิมกี่ ไม่รู้ว่าควรจะเต้นตามเพลงดีไหม เขายังไม่ทันตั้งตัว เสียงเด็กหญิงมุ้งมิ้งก็มาอีกรอบ: "เอวรี่บอดี้
เฮ้ เวย์ โก (Here we go)
มาจัดชุดนี้ไปพร้อมกับฉัน
ตุ้ม ต๊ะ ตุ้ม ต๊ะ ตุ้ม ต๊ะ ตุ้ม ต๊ะ
ฉันพูด 'แพนเค้ก' พวกเธอพูด 'เอา'
แพนเค้ก
เอา
แพนเค้ก
เอา
ยา ยา
เช็ค อิท เอาท์
รสชาติสีทองช่างหอมฟุ้งกระจาย"
โครม!
เฉินฮุยกลั้นขำไม่ไหวเสียเอง มือไม้อ่อนแรงจนล้มพับลงกับพื้น ร่างไถลพรืดลงไปตามทางลาดกระแทกเข้ากับผนังกันกระแทกด้านล่าง เขานอนหัวเราะท้องแข็งอยู่บนพื้นจนลุกไม่ขึ้น
ฮ่าๆๆๆๆ!
ผู้ชมหัวเราะกันจนเสียอาการ ฉากนี้แหละคือสิ่งที่ทุกคนอยากดูที่สุด ต่อให้คุณจะเป็นดาราใหญ่ หล่อแค่ไหน หุ่นดีเพียงใด แล้วยังไงล่ะ? สุดท้ายก็ล้มหน้าคะมำไม่เป็นท่าเหมือนกัน คุณก็ไม่ได้ต่างอะไรจากชาวบ้านธรรมดาอย่างพวกเราหรอก!
เพลงความยาวหนึ่งนาทีจบลง แต่ในสตูดิโอมีแต่เสียงหัวเราะ
รายการอัดต่อไม่ได้แล้ว ทีมกล้องทำงานไม่ได้ เพราะช่างภาพหัวเราะจนมือสั่น ภาพเบลอไปหมด ทีมงานทุกคนพากันขำพรืด แม้แต่ Floor Director เองยังเกือบตกจากเก้าอี้สูง ต้วนไห่ซานในห้องควบคุมเองก็กลั้นขำไม่ไม่อยู่ ทุกอย่างมันอัดต่อไม่ได้เลยจริงๆ!
คนดูไม่ต้องพูดถึง อย่างน้อยครึ่งหนึ่งขำจนสำลักคอกแคก ส่วนใหญ่หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรวดเร็ว ส่งเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊าก พลางเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมา มือก็กุมท้องที่เกร็งจนปวดไปหมด
นักแสดงเองก็สภาพพอดูไม่ได้ เฉินฮุยไม่รักษาภาพลักษณ์อีกต่อไป เขานอนคว่ำหัวเราะอยู่บนพื้นไม่หยุด ส่วนหลิวซูซูเอาแต่พูดว่าแย่แล้วๆ เครื่องสำอางเละหมดแล้ว ช่างแต่งหน้าที่ตามหลังมาก็เติมหน้าให้ไม่ได้ เพราะช่างแต่งหน้าเองพอเห็นการอัดรายการครั้งนี้เข้าก็ขำจนมือที่ถือดินสอเขียนคิ้วกับพัฟสั่นพั่บๆ เกือบจะโปะแป้งลงบนผมของหลิวซูซูไปเลเยอร์หนึ่งแล้ว
ในสตูดิโอแห่งนี้ คนเดียวที่ยังรักษาความสงบไว้ได้คือหยางอัน
เดิมทีหยางอันเตรียมตัวจะขึ้นเวทีอยู่แล้ว พอเห็นสถานการณ์แบบนี้ ในใจเขาย่อมดีใจจนเนื้อเต้น
แต่เขาก็เริ่มกลุ้มใจตามมา แล้วจะอัดต่อยังไงล่ะเนี่ย นักแสดงก็ขำค้าง คนดูก็เฮตามน้ำ ทีมรายการมีกล้องความละเอียดสูงแค่สามตัว กับกล้องวิดีโอพกพา (DV) อีกไม่กี่ตัวที่ถ่ายนักแสดง วัตถุดิบชั้นยอดขนาดนี้ สงสัยจะเสียของไปเปล่าๆ แน่
"หยุดการบันทึกเทปชั่วคราว! Floor Director ช่วยคุมอารมณ์ผู้ชมหน่อย ฝ่ายนักแสดงรีบไปเติมหน้าใหม่ ผู้กำกับหยาง ฝากทางนี้ด้วย คุณขึ้นไปบรีฟงานนักแสดงหน่อย!" ต้วนไห่ซานรีบเก็บรอยยิ้มแล้วสั่งการอย่างรวดเร็ว
ต้วนไห่ซานเป็นคนแรกที่ตระหนักถึงปัญหา การเตรียมการของทีมงานมันอัตคัดเกินไป โดยเฉพาะทีมกล้อง กล้องทางไกลสามตัวไม่พอเด็ดขาด ต้องมีห้าตัว ไม่สิ ต้องสิบตัวถึงจะพอ! ไม่ใช่แค่กลางเวที แต่ต้องมีช่างภาพเฉพาะกิจคอยจับภาพช็อตเด็ดของผู้ชม ต้องมีกล้องมุมกว้างแบบหมุนได้ และกล้องความละเอียดสูงที่จ่อตัวนักแสดงคนอื่นเพื่อเก็บภาพเบื้องหลังด้วย!
คิดได้ดังนั้น ต้วนไห่ซานก็รีบออกจากห้องควบคุม สั่งให้ผู้ช่วยรีบติดต่อหลี่ซง รองผู้อำนวยการฝ่ายผลิตทันที เขาเดินไปที่ข้างเวทีหาหยางอันแล้วพูดว่า: "พักกองสิบห้านาที ฝากหน้างานไว้ที่นายด้วย เดี๋ยวฉันจะไประดมทีมกล้องและทรัพยากรอื่นๆ มาเพิ่ม"
หยางอันพยุงเฉินฮุยขึ้นมา เมื่อได้ยินสิ่งที่ต้วนไห่ซานพูด เขาก็รู้สึกเบาใจลง เขารู้ว่าต้วนไห่ซานเริ่มให้ความสำคัญอย่างจริงจังแล้ว และจะเปลี่ยนให้ "สไลเดอร์สุดฮา" กลายเป็นช่วงที่สำคัญที่สุดของ "ยุทธจักรชวนหัว" แน่นอน!
เฉินฮุยหัวเราะจนปวดท้อง เขาเกาะไหล่หยางอันไว้: "ผู้กำกับหยาง ในบทไม่เห็นบอกเรื่องนี้เลยนี่นา คุณบอกแค่ว่าถ้าได้ยินเพลงดีเจแล้วให้ผมเต้น โอ๊ย ผมปวดท้องไปหมดแล้ว เพลงดีเจชุดนี้มันหยุดฟังไม่ได้จริงๆ นะเนี่ย!"
หยางอันยิ้ม: "ในผับดีเจเขาก็ตะโกนแบบนี้กันทั้งนั้นแหละครับ เอวรี่บอดี้ เฮ้ เวย์ โก ตุ้ม ต๊ะ ตุ้ม ต๊ะ"
ไม่พูดน่ะดีกว่า พอได้ยินจังหวะนรกนี้อีกรอบ เฉินฮุยก็กลั้นขำไม่ไหวอีก ซบไหล่หยางอันหัวเราะจนยืนไม่ขึ้น
หลิวซูซูก็เป็นเหมือนกัน เธอวิ่งเข้ามาจับมือหยางอันพลางทำเสียงอ้อน: "ผู้กำกับหยางคะ เด็กหญิงคนไหนร้องเนี่ย? เสียงมุ้งมิ้งมากเลย! ฉันชอบเพลงนี้จัง อยากเจอตัวจริงจังเลยค่ะ!"
ตอนนั้นเองทีมงานคนหนึ่งเดินเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นเต้น: "ผู้กำกับหยางครับ ทางฝั่งคนดูขอมาว่าอยากฟังเพลงเมื่อกี้อีกรอบ ถ้าเป็นไปได้อยากให้ขึ้นซับไตเติ้ลเนื้อเพลงบนจอใหญ่ด้วย ทุกคนอยากหัดร้องตามครับ"
หยางอันครุ่นคิด เรื่องแบบนี้ต้องตีเหล็กตอนร้อน ถ้ารอให้คนดูอารมณ์เย็นลงแล้วค่อยอัดต่อ ผลลัพธ์ความฮาอาจจะไม่ดีเท่านี้
หยางอันจึงหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมาสั่งการ: "ทุกหน่วยฟังทางนี้ กล้องสามตัวจ่อไปที่ฝั่งผู้ชม ฝ่ายเสียงเตรียมเปิดเพลงเมื่อกี้ซ้ำตามคำสั่งผม Floor Director เลือกผู้ชมที่ดูจะเต้นเก่งๆ มาสักห้าคน พาขึ้นมาบนเวทีให้ทำกิจกรรมร่วมกับดารา เราจะเก็บฟุตเทจปฏิกิริยาของผู้ชมก่อน"
หลี่หยางที่ได้ยินเสียงคำสั่งของหยางอันผ่านวิทยุสื่อสารก็รู้สึกเลือดขึ้นหน้า เขาละทิ้งกฎระเบียบของทีมงานแล้วกดปุ่มพูดแทรกทันที: "ผู้กำกับต้วนไม่อยู่ หยางอัน นายไม่มีสิทธิ์สั่งการ!"
ไอ้เวร... ในที่สุดแกก็ทนไม่ไหวต้องโผล่หัวออกมาสินะ!
หยางอันลับมีดรอไว้นานแล้ว เขายืนอยู่บนเวที มองลงไปยังหลี่หยางที่อยู่ในโซนทำงานด้านล่างด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนจะแค่นหัวเราะใส่เครื่องสื่อสาร: "เมื่อกี้ผู้กำกับต้วนมอบอำนาจให้ผมแล้ว ผมคือไดเรกเตอร์ของช่วงนี้ มีอำนาจเต็มในสเตจ หลี่หยาง แกหูหนวกเหรอ? หรือแกคิดจะตั้งแง่ขัดคำสั่งผู้กำกับต้วน?"
หลี่หยางโกรธจนแทบกระอักเลือด หยางอันด่าเขาต่อหน้าทีมงานทุกคน หรือแม้แต่ต่อหน้าคนดูทั้งสตูดิโอ ทำให้เขาเสียหน้าจนไม่รู้จะเอาไปไว้ที่ไหน เขาอยากจะพุ่งขึ้นไปบนเวทีแล้วฟัดกับหยางอันให้รู้แล้วรู้รอด!
จางหมิงเต๋อเองก็ตกใจที่หลี่หยางจู่โจมกะทันหัน เสียดายที่ห้ามไว้ไม่ทัน คราวนี้เขากลัวว่าหลี่หยางจะไปปะทะกับหยางอันอีก จึงรีบคว้าวิทยุสื่อสารมาจากมือหลี่หยางและสั่งห้ามไม่ให้หลี่หยางพูดอะไรอีก
หยางอันทิ้งท้ายแบบเย็นชาว่า: "พวกเรากำลังอัดรายการอยู่ ถ้าแกยังมาก่อกวนอีก ฉันจะสั่งให้คนเชิญแกออกไปข้างนอก!"
ใครๆ ก็รู้ว่าในกองถ่าย ไดเรกเตอร์ใหญ่ที่สุด มีแต่คนสติไม่ดีเท่านั้นแหละที่คิดจะขัดคำสั่งไดเรกเตอร์!
ทีมงานคนอื่นก็ไม่ใช่คนโง่ การบันทึกเทปยังไม่ถึงสามนาทีด้วยซ้ำ แต่ใครๆ ก็ดูออกว่าช่วง "สไลเดอร์สุดฮา" นี้มันฮาระเบิดเทิดเทิงขนาดไหน ช่วงนี้ต้องเป็นที่ชื่นชอบของคนดูแน่นอน แล้วใครหน้าไหนจะกล้าไปขัดใจหยางอันที่เป็นคนปั้นมันขึ้นมากับมือ?
Floor Director หาผู้ชมอาสาสมัครได้ห้าคนอย่างรวดเร็ว หยางอันสั่งให้กล้องสามตัวจ่อไปที่คนดู เล็งหาที่นั่งของหนุ่มหล่อสาวสวยไว้เพื่อที่เวลาขำจะได้ซูมภาพเข้าไป หนุ่มหล่อสาวสวยเวลาหัวเราะมันดึงดูดสายตาได้มากกว่าคนทั่วไป นี่คือจุดขายชั้นยอดของรายการ
ที่ด้านนอกสตูดิโอ ต้วนไห่ซานโทรศัพท์ไปเจ็ดแปดสาย พอเห็นหลี่ซงวิ่งหน้าตั้งมาก็รีบพูดว่า: "เหล่าหลี่ ครั้งนี้ต้องรบกวนคุณออกหน้าแล้วล่ะ"
หลี่ซงรีบเดินเข้าไปในสตูดิโอพลางถามว่า: "เกิดอะไรขึ้น? คุณบอกว่าคนดูขำกันจนสติหลุดเลยเหรอ? แค่ไอ้ช่วงสไลเดอร์ใหม่ของพวกคุณเนี่ยนะ?"
ต้วนไห่ซานรีบเดินตามไปติดๆ: "ก็สไลเดอร์นั่นแหละ! หยางอันมันคืออัจฉริยะชัดๆ มันใช้เวลาแค่นาทีเดียว จริงๆ นะ แค่นาทีเดียวเท่านั้น ทำให้คนดูขำจนปวดท้อง ผมรับรองได้เลยว่านี่คือมุกที่พีกที่สุดของวันนี้ และจะเป็นจุดขายที่ใหญ่ที่สุดของ 'ยุทธจักรชวนหัว' เทปนี้แน่นอน!"
ทั้งสองคนเดินเข้ามาในสตูดิโอ ประจวบเหมาะกับเห็นหยางอันถือไมโครโฟนคอยคุมคนดูอยู่พอดี ทั้งคู่จึงยืนดูอยู่เงียบๆ ในโซนทำงาน เพื่อรอดูว่าหยางอันจะเล่นแร่แปรธาตุอะไรออกมาอีก
หยางอันจัดตำแหน่งให้คนดูยืนบนเวที และให้เฉินฮุยกับหลิวซูซูยืนแทรกอยู่ท่ามกลางคนดูเพื่อเต้นไปด้วยกัน จากนั้นเขาก็พูดใส่เครื่องสื่อสาร: "ต่อจอมอนิเตอร์ใหญ่เสร็จหรือยัง? ซับไตเติ้ลพร้อมไหม? ดีมาก เพลงขึ้น เนื้อเพลงเลื่อนมา 5... 4... 3... 2... 1!"
ดนตรีนำร่องที่แสนสนุกดังขึ้น หยางอันเองก็เริ่มโยกย้ายไปกับทุกคนบนเวที ทุกคนบนนั้นปลดปล่อยอารมณ์เต็มที่ราวกับกำลังฟังดีเจเปิดแผ่นในผับจริงๆ
ฝั่งผู้ชมที่เห็นเนื้อเพลงเลื่อนอยู่บนจอใหญ่ และเห็นดาราเต้นร่วมกับคนดูบนเวที ก็ระเบิดเสียงหัวเราะและไชโยโห่ร้องออกมาดังลั่น
เพลงดีเจสุดล้ำเพลงนี้ทำลายภาพจำเดิมๆ ของทุกคน ทุกคนต่างตกหลุมรักเสียงเด็กหญิงมุ้งมิ้งคนนี้เข้าอย่างจัง ทั่วทั้งสตูดิโอกลายเป็นทะเลแห่งความสุข ทุกคนลุกขึ้นยืน ชูมือขึ้นเหนือหัวโดยไม่รู้ตัว โยกย้ายส่ายสะโพกไปตามจังหวะ "ตุ้ม ต๊ะ ตุ้ม ต๊ะ" กันอย่างเมามัน!
ช่างเสียงเองก็เป็นคนฉลาด พอเพลงจบเขาก็ต่อด้วยเสียงกลองโซโล่รัวๆ ทันที ทั่วทั้งสตูดิโอจึงก้องกังวาลไปด้วยเสียงบีทเพียวๆ
หยางอันเคยทำงานผู้ช่วยผู้กำกับมาก่อน เขารู้ว่านี่คือโอกาสทองในการคุมบรรยากาศ จึงนึกสนุกขึ้นมา หยิบโทรโข่งจ่อปากแล้วตะโกนใส่คนดู: "ทุกคนมาทำไปพร้อมกับผม! ฉันพูด 'แพนเค้ก' พวกเธอพูด 'เอา'! แพนเค้ก!"
"เอา!"
"แพนเค้ก!"
"เอา!"
"ตุ้ม ต๊ะ ตุ้ม ต๊ะ ทุกคนมาสนุกกันหน่อย! วัน ทู ทรี โฟร์ คัมม่อนเบบี้ เลทส์โก!"
คนดูให้ความร่วมมือดีมาก หยางอันเหวี่ยงแขนนำตะโกนตามจังหวะกลอง คนดูก็ส่งเสียงตอบรับตามจังหวะเช่นกัน ช่างเสียงรีบเปิดวนซ้ำให้อีกรอบ ทั้งคนดูที่เต้นอยู่บนเวทีและดารารับเชิญต่างก็เล่นกันจนบ้าคลั่ง หยางอันพาทุกคนตะโกนอยู่หลายรอบ บรรยากาศหน้างานพีกจนฉุดไม่อยู่!
ต้วนไห่ซานและหลี่ซงเป็นคนวัยกลางคนถึงสูงอายุ แม้จะไม่ค่อยถูกจริตกับดนตรีแนวนี้เท่าไหร่ แต่สัญชาตญาณมืออาชีพทำให้พวกเขาตอบสนองอย่างรวดเร็ว ทั้งคู่ต่างหยิบมือถือออกมาเดินออกนอกสตูดิโอ เพื่อเร่งตามทีมกล้องทีมอื่นให้รีบมาช่วยงานด่วน
ในสตูดิโอเสียงหัวเราะสนั่นหวั่นไหว เสียงเชียร์ดังไม่ขาดสาย ช่างภาพไม่กี่คนที่มีอยู่รู้สึกตื่นเต้นจนเนื้อเต้น คราวนี้แหละดีเลย ได้ฟุตเทจคนดูขำกระเจิดกระเจิงขนาดนี้ ต่อไปไม่ต้องกลัวเรื่องการตัดต่อรายการแล้ว ไม่เคยเห็นคนดูขำออกมาจากใจจริงขนาดนี้มาก่อนเลย!
...