- หน้าแรก
- พระราชวังคริสตัลปีศาจของฉัน
- บทที่ 20 สถานการณ์ของแต่ละฝ่าย
บทที่ 20 สถานการณ์ของแต่ละฝ่าย
บทที่ 20 สถานการณ์ของแต่ละฝ่าย
บทที่ 20 สถานการณ์ของแต่ละฝ่าย
เช้าวันต่อมา ภายในห้องพักของเย่เสี่ยว
ร่างสองร่างนอนเปลือยกายตระกองกอดกันอยู่บนเตียงท่ามกลางความเงียบงันยามนิ่งสนิท บุคคลทั้งสองคือเย่เสี่ยวและโคโจ คานาเอะ
ครู่ต่อมา เย่เสี่ยวค่อยๆ ลืมตาขึ้น เขาขยับกายพิงหัวเตียงแล้วลุกขึ้นนั่งช้าๆ พร้อมกับหาวออกมาคำหนึ่ง ส่วนคานาเอะที่ยังคงจมอยู่ในห้วงนิทรานั้น แขนของเธอยังคงโอบกอดรอบเอวของเขาเอาไว้แน่น
เย่เสี่ยวยิ้มออกมาบางๆ ก่อนจะเปิดระบบของเขาขึ้นมา เนื่องจากเขายังไม่ได้กดรับรางวัลข้ารับใช้
"เปิดแพ็กเกจของขวัญ"
"ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ท่านได้รับ: ปราณตะวัน"
เมื่อมองดูข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอแสง เย่เสี่ยวใช้นิ้วลูบคางของตนอย่างใช้ความคิด
"ปราณตะวันงั้นหรือ? รางวัลนี้ก็ไม่เลวนัก แต่ใจจริงข้าอยากได้พรสวรรค์ของโยริอิจิมากกว่า"
ท้ายที่สุดแล้ว สึงิคุนิ โยริอิจิ สามารถปลดปล่อยเพลงดาบได้นับครั้งไม่ถ้วนภายในเวลาเพียงวินาทีเดียว และเย่เสี่ยวเองก็มีความปรารถนาที่จะให้ชายผู้นี้มาเป็นอัศวินของเขา
"จะว่าไป อสูรใช้ปราณตะวันคงไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม?"
เย่เสี่ยวรู้สึกสงสัยอยู่บ้าง อย่างไรก็ตาม โครงสร้างทางกายภาพของอสูรและมนุษย์ไม่ควรจะแตกต่างกัน ดังนั้นการใช้ปราณตะวันจึงไม่น่าจะสร้างภาระใดๆ ให้แก่ร่างกาย
จากนั้น เย่เสี่ยวจึงทำการเปิดหน้าต่างสถานะทั้งหมดของเขาขึ้นมา
"โฮสต์: เย่เสี่ยว แอสทารอท"
"สายเลือด: อสูรสายเลือดบริสุทธิ์"
"ความสามารถ: คอนเคอเรอร์ ฟอร์มูล่า, เวทมนตร์อเนกประสงค์, น้ำพุแห่งเวทมนตร์ (คำอวยพรแห่งบ้าน), เวทมนตร์ทำลายล้าง, เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา (โอบิโตะ), ปราณตะวัน"
"เซเครดเกียร์: สวนนวัตกรรมสีคราม, อัลติเมตคาร์มา"
"ข้ารับใช้: เกรเฟีย (ควีนกลายพันธุ์), โยตสึยะ มิโกะ (พอน), โคโจ คานาเอะ (อัศวิน), เอลชา (ตัวหมากกลายพันธุ์หมายเลข 8)"
"โลกถาวร: ดาบพิฆาตอสูร"
"หืม? โลกถาวร?"
เย่เสี่ยวมองดูด้วยความฉงนใจ ก่อนจะทำความเข้าใจได้ว่าโลกแห่งนี้ได้ถูกทำสัญลักษณ์ไว้เรียบร้อยแล้ว ทำให้เขาสามารถเดินทางไปกลับระหว่างโลกของตนและโลกดาบพิฆาตอสูรได้
"นี่เป็นเซอร์ไพรส์ที่คาดไม่ถึงจริงๆ"
เย่เสี่ยวอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจขณะมองดูหน้าต่างสถานะ เพราะในโลกดาบพิฆาตอสูรแห่งนี้ยังมีบุคคลที่มีพรสวรรค์อีกมากมาย
เขาเพียงแต่สงสัยว่าหากเขาสามารถเปลี่ยนอาคาสะและสึงิคุนิ โยริอิจิ ให้กลายเป็นอสูรได้จะเป็นอย่างไร หากทำได้จริง แม้แต่การชุบชีวิตโยริอิจิขึ้นมาเพื่อเป็นข้ารับใช้ก็เป็นเรื่องที่ยอมรับได้
แน่นอนว่านั่นเป็นเพียงความคิดหนึ่งเท่านั้น เพราะเป้าหมายที่แท้จริงของเขาคือการสร้างฮาเร็มอสูร
เขอปิดหน้าต่างสถานะลง จากนั้นเย่เสี่ยวจึงหยิบตำราเวทมนตร์เกี่ยวกับวิญญาณออกมาและเริ่มอ่านมันอย่างตั้งใจ เนื่องจากในโลกดาบพิฆาตอสูรเองก็มีดวงวิญญาณอยู่เช่นกัน
เขารู้สึกเฝ้ารอที่จะได้เห็นว่ามุซันจะมีปฏิกิริยาอย่างไร หากต้องเห็นโยริอิจิต่อสู้ในฐานะตัวแทนของเขา
เวลาล่วงเลยผ่านไปทีละน้อย
คานาเอะที่โอบกอดเย่เสี่ยวอยู่ค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาของเธอฉายแววเหม่อลอยอยู่ชั่วครู่
สถานที่ที่ไม่คุ้นเคย เพดานที่ไม่คุ้นตา
เธออยู่ที่ไหนกันแน่?
จริงด้วย!
คานาเอะเริ่มได้สติกลับคืนมา เธอจำได้ว่าเธอกำลังต่อสู้อยู่กับอสูรข้างขึ้นและได้อัญเชิญอสูรตนหนึ่งออกมา
"เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานเป็นเพียงความฝันอย่างนั้นหรือ?"
"เรื่องเมื่อคืนไม่ใช่ความฝันหรอกนะ"
เมื่อได้ยินเสียงบุรุษ สายตาของคานาเอะก็จดจ่อในทันที และเมื่อเห็นเย่เสี่ยวที่เปลือยกายอยู่ข้างกายเธอ ใบหน้าของเธอก็กลายเป็นสีแดงระเรื่อด้วยความตกใจจนเกือบจะกรีดร้องออกมา
คานาเอะตระหนักได้ว่าตนเองก็ไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าเช่นกัน เธอรีบดึงผ้าห่มมาพันกายและถอยกรูดไปที่มุมเตียง จากนั้นจึงชี้นิ้วไปยังเย่เสี่ยวที่นั่งเปลือยท่อนบนอยู่เบื้องหน้าและเอ่ยถามว่า "ท่าน... ท่านเป็นใครกัน?"
"เย่เสี่ยว"
เมื่อได้ยินคำถามของคานาเอะ เย่เสี่ยวจึงบอกชื่อของตนเองออกไป พร้อมกับดึงผ้าห่มมาปกปิดร่างกายท่อนล่างและก้มหน้าอ่านตำราของเขาต่อไป
คานาเอะมองดูสถานการณ์ตรงหน้า ทั้งคู่ต่างอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า เช่นนั้นเย่เสี่ยวก็คือสามีของเธอ
แต่ว่า... ครั้งแรกของเธอเสียไปในขณะที่สติยังพร่าเลือน
เมื่อจ้องมองใบหน้าของเย่เสี่ยวอย่างละเอียด เธอก็รู้สึกคุ้นตาขึ้นมาทันที คานาเอะจดจำได้ในที่สุดจึงเอ่ยถามด้วยความไม่แน่ใจ
"ท่าน... ท่านคือคุณอสูรอย่างนั้นหรือ?"
"ย่อมเป็นเช่นนั้น" เย่เสี่ยววางตำราในมือลงแล้วหันไปมองคานาเอะพลางเอ่ยว่า "จะว่าไป เจ้ารู้สึกไม่สบายตรงไหนบ้างหรือไม่?"
"ร่างกายหรือ?"
คานาเอะเพิ่งตระหนักได้ว่าการหายใจของเธอไม่เจ็บปวดอีกต่อไป และมีพละกำลังมหาศาลไหลเวียนอยู่ภายในร่าง
"ไม่มีอะไรผิดปกติค่ะ"
"ดูเหมือนว่าการรักษาจะเป็นไปด้วยดี"
คานาเอะรู้สึกงงงวยอยู่บ้าง เพราะปอดที่ถูกแช่แข็งของเธอควรจะเป็นเรื่องที่รักษาได้ยากยิ่ง
คานาเอะถามด้วยความสงสัย "การรักษาหรือคะ?"
เย่เสี่ยวมองไปที่คานาเอะและเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจว่า "แน่นอน ข้าได้ถ่ายโอนพลังเวทมนตร์ของข้าเข้าไปในร่างกายที่อ่อนแอของเจ้า แต่ร่างกายของเจ้านับว่าดีมากจึงฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว"
หลังจากได้ฟังคำอธิบายของเย่เสี่ยว คานาเอะก็พยักหน้าแสดงความเข้าใจ แต่การรักษาแบบใดกันที่จำเป็นต้องเปลือยกายเช่นนี้?
อาจเป็นเพราะเย่เสี่ยวเข้าใจสิ่งที่เธอสงสัย เขาจึงเอ่ยต่อ
"การถ่ายโอนพลังเวทมนตร์เพื่อรักษาทำได้ด้วยการสัมผัสธรรมดา แต่เนื่องจากเมื่อวานเจ้าได้รับบาดเจ็บจากไอเย็นที่รุนแรง การสัมผัสอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้การรักษาเห็นผลรวดเร็วที่สุด"
คานาเอะเมื่อได้รับฟังคำชี้แจง แม้จะยังรู้สึกขัดเขินอยู่บ้างแต่เธอก็ยอมรับมันแต่โดยดี เธอจำต้องยอมรับความจริงที่ว่าสามีของเธอเป็นอสูร
เธอนึกถึงการต่อสู้กับอสูรข้างขึ้นเมื่อคืนนี้แล้วยังคงรู้สึกหวาดหวั่น
"แล้วอสูรข้างขึ้นลำดับที่สองล่ะคะ? เขาถูกกำจัดไปแล้วหรือยัง?" เธอเอ่ยถามด้วยความกังวล
"ไม่ต้องห่วง ในเมื่อข้าลงมือเอง เขาย่อมถูกข้าจัดการไปเรียบร้อยแล้ว"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น คานาเอะก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก และรู้สึกยำเกรงในความสามารถของเย่เสี่ยวมากยิ่งขึ้น เป็นการดีแล้วที่ข้างขึ้นลำดับที่สองตายไป เพราะความสามารถของอสูรตนนั้นช่างเสียเปรียบต่อเหล่านักล่าอสูรที่ใช้ปราณในการต่อสู้อย่างยิ่ง
"จะว่าไป ตอนนี้เจ้าเองก็กลายเป็นอสูรไปแล้วนะ"
"เอ๊ะ?"
...
ในขณะเดียวกัน ณ โลกดาบพิฆาตอสูร
บรรยากาศภายในกลุ่มพิฆาตอสูรค่อนข้างหม่นหมอง เหล่าเสาหลักต่างตกอยู่ในความเงียบงัน
การจากไปของเสาหลักเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัส เสาหลักวายุจากสำนักงานใหญ่ไปโดยไม่เอ่ยคำใด ส่วนเสาหลักหินผาทำเพียงสวดภาวนาเงียบๆ เพื่อส่งดวงวิญญาณของเด็กสาวที่เขาเป็นผู้แนะนำเข้าสู่การเวียนว่ายตายเกิด
เหล่าเสาหลักคนอื่นๆ ต่างร่วมกันวางดอกไม้สดที่ป้ายวิญญาณของเสาหลักบุปผา
ณ คฤหาสน์ผีเสื้อ
สึยูริ คานาโอะ ยืนอยู่ริมบ่อน้ำ เธออยากจะร้องไห้แต่กลับไม่มีน้ำตาไหลออกมา
ทางด้านโคโจ ชิโนบุ เธอสวมเครื่องประดับผมชิ้นสุดท้ายของพี่สาว ชิโนบุผู้ที่เคยร่าเริงแจ่มใสได้หายไปแล้ว และตอนนี้เธอสวมหน้ากากแห่งรอยยิ้มไว้แทนที่ เธอต้องการล้างแค้นแต่ไม่รู้ว่าจะตามหาศัตรูได้จากที่ใด
เธอรู้เพียงว่ามันคืออสูรข้างขึ้นลำดับที่สอง
เมื่อเทียบกับบรรยากาศที่เศร้าโศกของกลุ่มพิฆาตอสูร มุซันกลับกำลังอยู่ในอารมณ์โกรธจัด
ณ วิลล่าแห่งหนึ่งในโตเกียว
เด็กชายคนหนึ่งมีเส้นเลือดปูดโปนที่หน้าผาก ร่างไร้วิญญาณของผู้ใหญ่หลายคนนอนระเกะระกะอยู่ใกล้ๆ เลือดไหลนองเต็มพื้น
ใช่แล้ว เด็กชายผู้นี้คือคิบุตสึจิ มุซัน
"โดมะมันคิดอะไรอยู่? การออกไปตากแดดเล่นในตอนเช้าตรู่มันสนุกนักหรืออย่างไร!"
มุซันเอ่ยพลางทุบกำปั้นลงบนโต๊ะจนแตกเป็นเสี่ยงๆ ในทันที
นั่นเป็นเพราะเย่เสี่ยวได้แก้ไขความทรงจำของโดมะ ให้เขามีความรู้สึกอยากตากแดดขึ้นมาอย่างกะทันหัน เขาจึงวิ่งออกไปตากแดดตั้งแต่เช้ามืด และนั่นทำให้เขาถูกแสงอาทิตย์แผดเผาจนมรณัง
จะให้พูดให้ถูกก็คือ ตอนที่แก้ไขความทรงจำของโดมะ เย่เสี่ยวขี้เกียจเกินกว่าจะกุเรื่องราวให้ซับซ้อน
มุซันที่เพิ่งได้รับความทรงจำสุดท้ายมาตอนนี้รู้สึกหดหู่ใจอยู่บ้าง เพราะไม่มีอสูรข้างขึ้นตายมานานนับร้อยปีแล้ว
ทว่าวันนี้ตำแหน่งข้างขึ้นกลับว่างลงหนึ่งที่ และที่ร้ายไปกว่านั้นคือมันฆ่าตัวตายด้วยการเสนอหน้าไปตากแดดเองเสียอย่างนั้น มันช่างเป็นเรื่องที่ไร้สาระอย่างถึงที่สุด
หลังจากสงบสติอารมณ์ได้ครู่หนึ่ง มุซันจึงออกคำสั่ง
"เห้อ... นาคิเมะ เรียกอสูรข้างขึ้นตนอื่นๆ มา ประชุม!"
"รับทราบค่ะ ท่านมุซัน"
เวลาผ่านไปทีละนิด อสูรข้างขึ้นทั้งหมดก็ได้มาถึง
อาคาสะยืนอยู่เพียงลำพังด้านหนึ่ง ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดอาคาสะถึงรู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าอย่างยิ่ง แม้แต่อารมณ์ของเขาก็ยังดีขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ