เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 220 - เมิ่งซินเหยา: พี่ชายกับน้องสาวนอนเตียงเดียวกันมันเป็นเรื่องปกตินะคะ

บทที่ 220 - เมิ่งซินเหยา: พี่ชายกับน้องสาวนอนเตียงเดียวกันมันเป็นเรื่องปกตินะคะ

บทที่ 220 - เมิ่งซินเหยา: พี่ชายกับน้องสาวนอนเตียงเดียวกันมันเป็นเรื่องปกตินะคะ


บทที่ 220 - เมิ่งซินเหยา: พี่ชายกับน้องสาวนอนเตียงเดียวกันมันเป็นเรื่องปกตินะคะ

พอได้ยินประโยคนั้น หัวกู้เย่ก็อื้ออึงไปหมด ดูเหมือนตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาจะเข้าใจอะไรบางอย่างผิดไปมหันต์เลย

ตอนนั้นพอเขาเริ่มรู้ตัวว่ารู้สึกกับเมิ่งซินเหยาเกินเลยกว่าน้องสาว เขาก็ชิ่งหนีไปดื้อๆ โดยไม่เคยคิดเลยสักนิดว่า เมิ่งซินเหยารู้สึกยังไงกับเขา

และพอเมิ่งซินเหยากลับมาหาเขาในครั้งนี้ ประกอบกับพฤติกรรมของเสิ่นหนานจู, เจียงชิงหย่า, หลินเมิ่งเหยียน และซูชิงไต้ เขาก็เลยด่วนสรุปไปเองว่าความรู้สึกที่เมิ่งซินเหยามีให้เขามันคือความรักแบบหนุ่มสาว

แต่จากสิ่งที่เมิ่งซินเหยาเพิ่งพูดออกมา เธอเห็นเขาเป็นคนในครอบครัว เป็นพี่ชายต่างหาก!

ก็ใช่น่ะสิ เมิ่งซินเหยารู้จักเขาตั้งแต่ยังเด็ก ตอนนั้นยังไม่ประสีประสาเรื่องความรักด้วยซ้ำ จะมีความรู้สึกผูกพันแบบพี่ชายน้องสาวก็ไม่แปลกนี่นา!

ยิ่งไปกว่านั้น เขาก็เคยรับปากกับคุณยายที่ล่วงลับไปแล้วว่าจะดูแลเธอในฐานะ 'น้องสาวแท้ๆ' การที่เมิ่งซินเหยาจะพึ่งพาเขาแบบพี่ชายมันก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องที่สุดแล้วไม่ใช่หรือไง?

สรุปก็คือ เขาคิดมากไปเองงั้นเหรอ?

หน้ากู้เย่เดี๋ยวแดงเถือกเดี๋ยวซีดเผือดตอนที่มองเมิ่งซินเหยา นี่ถ้าเกิดเมิ่งซินเหยาไม่ได้คิดอะไรเกินเลย แต่แค่มองเขาเป็นพี่ชายจริงๆ ล่ะก็ แบบนี้มันไม่น่าอายแย่เลยเหรอ!

แล้วไอ้อาการลังเลคิดมากของเขาตลอดหลายวันที่ผ่านมา มันไม่กลายเป็นเรื่องตลกไปเลยหรือไง?

เมิ่งซินเหยาแอบช้อนตามองกู้เย่อย่างหวาดๆ แอบเกร็งนิดๆ "เป็นอะไรไปคะ พี่กู้เย่"

กู้เย่สูดหายใจลึกๆ "เปล่าหรอก พี่ไม่ได้หลอกคุณยายนะ พี่มองเธอเป็นน้องสาวแท้ๆ อยู่แล้ว"

เขาตัดสินใจแล้วว่า ไม่ว่าเมื่อก่อนจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดหรืออะไรก็ช่าง แต่ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เขาจะมองเมิ่งซินเหยาเป็นน้องสาวจริงๆ แค่นั้นพอ

นี่เป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขาทั้งคู่ในตอนนี้แล้ว

เมิ่งซินเหยาแอบย่นจมูก เธอไม่ได้อยากเป็นแค่น้องสาวสักหน่อย

แต่... ถ้าการเป็นแค่น้องสาวคือหนทางเดียวที่จะทำให้เธอได้อยู่เคียงข้างพี่กู้เย่ งั้นก็เป็นน้องสาวไปก่อนก็ได้!

เธอเงยหน้าขึ้นมา แล้ววกกลับมาเรื่องเดิม "งั้นฉันนอนที่นี่ได้ใช่ไหมคะ?"

ความจริงเธอไม่ได้เป็นคนแปลกที่ขนาดนั้นหรอก ที่นี่ก็บ้านพี่กู้เย่นี่นา แค่รู้ความจริงข้อนี้เธอก็ไม่รู้สึกอึดอัดแล้วล่ะ

แต่เธอแค่กลัวว่าพี่กู้เย่จะแอบหนีไปอีก

เธอก็เลยอยากจะคอยเฝ้าเขาไว้ใกล้ๆ ไงล่ะ! กว่าเธอจะได้เจอพี่กู้เย่ เธอต้องรอมานานแสนนานเลยนะ

กู้เย่ทำหน้าหนักใจ "เหยาเหยา ต่อให้เราเป็นพี่น้องกันจริงๆ แต่โตป่านนี้แล้ว จะมานอนเตียงเดียวกันมันก็คงไม่เหมาะหรอกมั้ง?"

ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาอาจจะไม่ต่อต้านขนาดนี้ เพราะตอนนั้นเขามั่นใจในความอดทนของตัวเองมาก นอนเตียงเดียวกันก็แค่เตียงเดียวกันสิ แต่พอมาเจอเหตุการณ์ของเสิ่นหนานจูเข้าไป เขาก็หมดความมั่นใจในตัวเองไปเลย

เมิ่งซินเหยากะพริบตากลมโตไร้เดียงสา ทำหน้าตาใสซื่อ "ทำไมล่ะคะ? เราเป็นครอบครัวเดียวกัน เป็นพี่น้องกันนี่นา มีอะไรไม่เหมาะสมตรงไหน? หรือว่าพี่กู้เย่คิดอกุศลกับฉันเหรอคะ?"

"ไม่ๆๆ ไม่มีทางเด็ดขาด" กู้เย่รีบโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน ย้ำนักย้ำหนาว่าความคิดตัวเองบริสุทธิ์ผุดผ่อง แต่สายตาที่ล่อกแล่กไปมา มันกลับทำให้คำแก้ตัวดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือเท่าไหร่

เมิ่งซินเหยาย่นจมูกอีกรอบ "ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้วนี่คะ? ฉันนอนดิ้นไม่เก่งหรอกค่ะ รับรองว่าไม่กวนพี่แน่นอน สัญญาเลย"

เอ่อ...

กู้เย่ถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว โดนเมิ่งซินเหยาพูดดักทางซะขนาดนี้ ขืนเขาปฏิเสธอีก มันก็จะกลายเป็นว่าเขามีความคิดอกุศลจริงๆ น่ะสิ

แต่ถ้าไม่ปฏิเสธมันก็ไม่ได้นะ ขืนตกดึกเขานอนละเมอเผลอคิดว่าเมิ่งซินเหยาเป็นเสิ่นหนานจู แล้วเผลอลูบคลำขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ?

เหยาเหยาคงต้องตกใจกลัวและผิดหวังมากแน่ๆ!

แต่เมิ่งซินเหยาก็ไม่ได้ปล่อยให้กู้เย่มีเวลาคิดทบทวนมากนัก พอเห็นกู้เย่เงียบไป เธอก็ทึกทักเอาเองว่าเขาตกลงแล้ว

เธอก็เลยรีบวิ่งกลับไปห้องข้างๆ แล้วหอบหมอนของตัวเองเดินกลับมา

กู้เย่ทำได้แค่ยืนมองเมิ่งซินเหยาวิ่งดุ๊กดิ๊กไปมา แล้วก็จัดแจงวางหมอนลงบนเตียงของเขาก่อนจะล้มตัวลงนอนอย่างสบายใจ

"ราตรีสวัสดิ์ค่ะ พี่กู้เย่ เหยาเหยาง่วงแล้ว"

พูดจบเมิ่งซินเหยาก็หลับตาปี๋ นอนนิ่งไม่ขยับเขยื้อนเลย

อันที่จริงตอนนี้หัวใจเธอเต้นรัวแรงมาก ทั้งตื่นเต้นทั้งแอบกลัว แล้วแบบนี้จะไปหลับลงได้ยังไงล่ะ

แต่ถ้าไม่แกล้งหลับ เดี๋ยวก็โดนไล่ตะเพิดกลับห้องไปพอดีสิ!

กู้เย่อ้าปากค้าง ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างจำยอม

เอาเถอะ นอนก็นอน!

เหยาเหยาก็เป็นแค่เด็กที่ยังไม่โตเต็มที่ เขาต้องพยายามไม่ให้ความรู้สึกแย่ๆ ของตัวเองไปแปดเปื้อนเธอก็แล้วกัน

อาจจะเป็นเพราะกู้เย่รู้จักกับเมิ่งซินเหยามาตั้งแต่เธอยังเด็ก แถมเมิ่งซินเหยาก็มีใบหน้าที่ดูเด็กน่ารักน่าเอ็นดู บวกกับนิสัยขี้อายและเหนียมอายของเธอ มันเลยทำให้กู้เย่ยังคงมองเธอเป็นเหมือนเด็กน้อยมาโดยตลอด

เมิ่งซินเหยาหลับตาปี๋ ร่างกายเกร็งไปหมด จนกระทั่งรู้สึกได้ว่าฟูกข้างๆ ยุบลงไป เธอถึงได้ผ่อนคลายลงนิดหน่อย

พี่กู้เย่ไม่ได้ไล่เธอไป!

ขนตาของเมิ่งซินเหยากระพริบถี่ๆ ในใจทั้งดีใจและก็แอบผิดหวังลึกๆ

การที่พี่ยอมให้นอนด้วย แสดงว่าพี่คงยอมรับเหตุผลเรื่องพี่ชายน้องสาวของเธอแล้วสินะ แต่ลึกๆ แล้วเธอไม่ได้อยากเป็นแค่น้องสาวนี่นา!

หรือว่าเธอจะโลภมากเกินไปนะ?

คิดไปคิดมา ความง่วงก็เริ่มจู่โจม เมิ่งซินเหยาก็ผล็อยหลับไปในที่สุด

ในความฝัน เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังอยู่ในสถานที่ที่หนาวเหน็บ และไม่ไกลนักก็มีความอบอุ่นแผ่ซ่านมา

เธอค่อยๆ ขยับตัวเข้าไปหาความอบอุ่นนั้นอย่างไม่รู้ตัว จนกระทั่งได้แนบชิดกับแหล่งกำเนิดความร้อน ร่างกายของเธอก็รู้สึกอบอุ่นและสบายตัวขึ้นมาทันที

ท่ามกลางความมืดมิด กู้เย่สัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวข้างกาย พอรับรู้ได้ว่าเมิ่งซินเหยากำลังขยับเข้ามาใกล้ ร่างกายของเขาก็แข็งทื่อขึ้นมาทันที

เขาอยากจะขยับหนี หรือไม่ก็ผลักเมิ่งซินเหยาออกไป แต่ก็มาคิดดูอีกที ถ้าทำแบบนั้นมันจะไม่ยิ่งดูเหมือนเขากำลังหวั่นไหวและคิดอะไรเกินเลยอยู่เหรอ?

ในเมื่อตกลงกันแล้วว่าจะมองเธอเป็น 'น้องสาวแท้ๆ' ในใจก็ไม่ควรจะรู้สึกหวั่นไหวสิ การเผลอมาโดนตัวกันตอนหลับมันก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่โตอะไรสักหน่อย

แล้วเขาก็อดคิดไม่ได้ว่า ถึงจะบอกว่าเป็น 'น้องสาวแท้ๆ' แต่ในความจริง เมิ่งซินเหยาก็เป็นแค่เด็กที่ความคิดยังไม่โต แต่ร่างกายของเธอมันโตเป็นสาวเต็มตัวแล้วนะ ยังไงเรื่องชายหญิงก็ควรจะต้องระวังไว้บ้างแหละ

กู้เย่ลังเลและสับสน เวลาต้องเผชิญกับเรื่องงานหรือการตัดสินใจอะไร เขามักจะเด็ดขาดและเฉียบขาดเสมอ แต่พอเป็นเรื่องความรัก เขากลับกลายเป็นคนละคน กลายเป็นคนโลเลไม่เป็นตัวของตัวเองเอาซะเลย

เขายังคิดไม่ออกว่าจะเอายังไงดี จนกระทั่งเมิ่งซินเหยาขยับเข้ามาซุกตัวกอดแขนเขาไว้ แล้วเอาหัวทุยๆ มาซบลงบนไหล่เขา

เมื่อสัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่มที่แนบชิดกับท่อนแขน หัวใจของกู้เย่ก็กระตุกวาบ สติกลับมาทันที

ไม่ได้ ใกล้เกินไปแล้ว!

แต่ตอนที่เขากำลังจะดึงแขนออก เสียงละเมอของเมิ่งซินเหยาก็ดังขึ้นที่ข้างหู "พี่กู้เย่ เหยาเหยาคิดถึงพี่นะ อย่าทิ้งฉันไป..."

กู้เย่ชะงักมือที่กำลังจะดึงออก ร่างกายที่แข็งเกร็งเมื่อครู่ค่อยๆ ผ่อนคลายลง

ช่างเถอะ ปล่อยไว้แบบนี้แหละ!

ให้น้องสาวกอดแขนหน่อยมันคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง ใช่ไหม!

ประเด็นคือเสียงละเมอของเมิ่งซินเหยามันฟังดูน่าสงสารเกินไป เธอต้องเจ็บปวดขนาดไหน ถึงได้ละเมอออกมาด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อยขนาดนั้นแม้แต่ในตอนที่หลับอยู่?

กู้เย่จะทนผลักเธอออกไปได้ยังไง!

เขาลืมตาขึ้น จ้องมองใบหน้ายามหลับใหลของเมิ่งซินเหยาท่ามกลางแสงจันทร์สลัวๆ

เด็กน้อยผู้น่าสงสารคงกำลังฝันร้ายอยู่แน่ๆ คิ้วขมวดเข้าหากันแน่นจนเหมือนซาลาเปา ดูแล้วชวนให้รู้สึกสงสารจับใจ

กู้เย่อดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปลูบหัวคิ้วของเธอเบาๆ หวังจะคลายรอยย่นนั้นออก แต่กลับยิ่งทำให้คิ้วของเธอขมวดแน่นกว่าเดิม แถมยังส่งเสียงครางฮือๆ ออกมาอย่างขัดใจ

กู้เย่หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เอื้อมมือไปช่วยดึงผ้าห่มคลุมตัวให้เธอ แล้วหลับตาลงนอนต่อ

วันรุ่งขึ้น แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านช่องว่างของผ้าม่านเข้ามาอาบไล้ลงบนเตียงนอนอันแสนนุ่มสบาย

ส่องให้เห็นร่างสองร่างที่นอนกอดก่ายกันอยู่บนเตียง

กู้เย่ที่กำลังสะลึมสะลือรู้สึกได้ถึงความนุ่มนิ่มในมือ ก็เผลอบีบมันไปตามสัญชาตญาณ

"อืม อื้อ"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 220 - เมิ่งซินเหยา: พี่ชายกับน้องสาวนอนเตียงเดียวกันมันเป็นเรื่องปกตินะคะ

คัดลอกลิงก์แล้ว