- หน้าแรก
- ระบบบังคับให้เป็นทาสรัก แต่ผมดันกลายเป็นจุดสูงสุดของวงการ
- บทที่ 7 - ไม่มีคำว่าห่วยที่สุด มีแต่ห่วยยิ่งกว่า
บทที่ 7 - ไม่มีคำว่าห่วยที่สุด มีแต่ห่วยยิ่งกว่า
บทที่ 7 - ไม่มีคำว่าห่วยที่สุด มีแต่ห่วยยิ่งกว่า
บทที่ 7 - ไม่มีคำว่าห่วยที่สุด มีแต่ห่วยยิ่งกว่า
#การปรากฏตัวในรายการวาไรตี้ครั้งแรกของเสิ่นหนานจู# (ฮอตฮิต)
#ราชินีเพลงเสิ่นอยากมีความรักแล้ว# (ฮอตฮิต)
ทันทีที่เสิ่นหนานจูปรากฏตัวในรายการไลฟ์สด 《ลิขิตใจในเวลาจำกัด》 แฮชแท็กเกี่ยวกับเธอสองอันก็พุ่งทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งบนเวยปั๋วทันที แถมยังมีคำว่า 'ฮอตฮิต' ตัวเบ้อเริ่มต่อท้ายอีกต่างหาก
ในฐานะนักร้องที่โด่งดังที่สุดในรอบสองปีมานี้ ระดับความนิยมของเธอในวงการบันเทิงเกรงว่าคงมีเพียง 'นางเอกรางวัลม้าทองคำสามสมัย' ซูชิงไต้ เท่านั้นที่จะพอฟัดพอเหวี่ยงกันได้
ที่สถานที่ถ่ายทำรายการลิขิตใจในเวลาจำกัด พอผู้กำกับหวังได้รับข่าวนี้ก็ตื่นเต้นดีใจสุดๆ เขาบอกแล้วไงว่านี่มันลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่งชัดๆ!
หลังจากความตื่นเต้นผ่านพ้นไป เขาก็เดินยิ้มร่าหน้าบานเข้ามากลางห้องนั่งเล่น:
"ลิขิตใจเปิดขึ้นในเวลาจำกัด เฝ้ารอรักที่เร่าร้อน
สวัสดีตอนเช้าครับแขกรับเชิญและท่านผู้ชมทุกท่าน ที่นี่คือรายการ 《ลิขิตใจในเวลาจำกัด》
รายการนี้ได้รับการสนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวโดย xxxx
ความพลุ่งพล่านยามค่ำคืนมันช่างเร่าร้อน ปล่อยให้ตู้ตู้ซือช่วยให้คุณซ่าได้อย่างไร้กังวล รายการนี้ได้รับการสนับสนุนโดยตู้ตู้ซือ...
ทุกวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ เวลาแปดโมงเช้าถึงสี่ทุ่ม ขอเชิญทุกท่านรอติดตามรับชมห้องถ่ายทอดสดหลักของรายการ 《ลิขิตใจในเวลาจำกัด》 ได้เลยครับ ในขณะเดียวกัน แขกรับเชิญแต่ละท่านจะมีห้องไลฟ์สดส่วนตัว เพื่อให้ผู้ชมสามารถเลือกดูแขกรับเชิญที่ตัวเองชื่นชอบได้ครับ"
หลังจากร่ายคำโฆษณาเปิดรายการยาวเหยียดจบ ผู้กำกับหวังก็หันมาอธิบายขั้นตอนต่อไปของรายการให้แขกรับเชิญฟัง
"คุณครูทุกท่านครับ ในช่วงเวลาการถ่ายทำรายการ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ที่พัก หรือสิ่งของเครื่องใช้ใดๆ ก็ตาม จำเป็นต้องใช้คะแนนแลกเปลี่ยนกับทางทีมงาน และคะแนนเหล่านั้นจะได้มาจากการช่วยชาวบ้านทำภารกิจต่างๆ ครับ
แน่นอนว่าทีมงานของเราก็ไม่ได้ไร้มนุษยธรรมขนาดนั้น เมื่อพิจารณาจากความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง และการที่ทุกคนยังไม่คุ้นชินกับสถานที่ วันนี้เราจะขอผ่อนปรนให้ ถือซะว่าเป็นของขวัญต้อนรับคุณครูทุกท่านนะครับ
สำหรับมื้อกลางวันวันนี้ทางรายการจะเป็นเจ้ามือเลี้ยงเองครับ มีหมั่นโถวแจกให้กินไม่อั้นเลย
แต่อย่างไรก็ตาม สิทธิพิเศษนี้จำกัดเฉพาะมื้อกลางวันเท่านั้น สำหรับที่พักและมื้อเย็นทุกคนจะต้องเป็นคนจัดการหาเองนะครับ ก็อย่างที่ทุกคนรู้ๆ กันดีว่าทุนสร้างรายการเรามันมีจำกัดน่ะครับ"
ความจริงแล้วตอนที่แขกรับเชิญเซ็นสัญญาก่อนมาร่วมรายการ พวกเขาต่างก็รู้กฎเกณฑ์ของรายการอยู่แล้ว จึงเตรียมใจมาล่วงหน้า มีเพียงแค่แสร้งทำสีหน้าประหลาดใจไปตามบทเท่านั้น
ทว่าผู้ชมในไลฟ์สดเพิ่งจะรู้กติกาของรายการเป็นครั้งแรก
——【"ไม่ได้ไร้มนุษยธรรมขนาดนั้น"? "ความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง"? "ผ่อนปรนให้"? "ของขวัญต้อนรับ"? สุดท้ายก็แค่เลี้ยงข้าวมื้อเดียว! แถมยังเสือกเป็นหมั่นโถวอีก? ทีมงานรายการมีความเป็นคนอยู่บ้างไหมเนี่ย】
——【ฉันไม่รู้หรอกนะว่าทีมงานเป็นคนแบบไหน แต่ผู้กำกับหวังน่ะสันดานหมาของแท้เลย นี่คือสิ่งที่ดาราที่เคยออกรายการของเขาเห็นพ้องต้องกัน】
——【ทีมงานทำเกินไปหน่อยไหม ทำไมถึงให้ซืออวี่สุดที่รักของเรามากินหมั่นโถวล่ะ ผู้กำกับขยะ ไม่มีเงินแล้วจะมาทำรายการหาพระแสงอะไร】
——【ใครปล่อยเด็กปัญญาอ่อนออกมาวิ่งเพ่นพ่านเนี่ย? มีใครดูแลไหม ถ้าไม่มีฉันจะจับยัดถังขยะรีไซเคิลแล้วนะ】
——【ขอเล่าเรื่องตลกให้ฟังเรื่องนึง ทีมงานรายการที่สามารถเชิญราชินีเพลงเสิ่นมาร่วมงานได้ดันบอกว่าไม่มีเงิน!】
กู้เย่เบ้ปาก การกลั่นแกล้งแขกรับเชิญถือเป็นธรรมเนียมดั้งเดิมของรายการวาไรตี้ประเทศต้าเซี่ยอยู่แล้ว
ก็ดาราศิลปินมักจะมีภาพลักษณ์สวยหรูดูแพงอยู่เสมอ ถ้ามาออกรายการแล้วยังคงสภาพเดิมไว้ก็คงไม่มีใครสนใจจะดูหรอก
ผู้ชมส่วนใหญ่ก็มีความชอบแปลกๆ แฝงอยู่บ้าง ชอบเห็นดาราที่ปกติดูสูงส่งเหนือคนทั่วไปต้องตกลงมาคลุกฝุ่นบนโลกมนุษย์
เขาเรียกกันว่า ติดดิน!
ในฐานะดาราโนเนม เผยจือม่านพยายามแย่งซีนสุดฤทธิ์ "ผู้กำกับหวังคะ แล้วที่พักกับอาหารมื้อเย็นวันนี้จะต้องทำยังไงคะ?"
เธอรู้ดีว่าพอรายการแยกห้องไลฟ์สดเดี่ยวเมื่อไหร่ ห้องไลฟ์ของเธอจะต้องมีคนดูน้อยนิดแน่ๆ เธอจึงต้องรีบคว้าโอกาสโผล่หน้าโผล่ตาให้ผู้ชมจำหน้าได้มากๆ ตั้งแต่ตอนนี้
ผู้กำกับหวังยิ้ม "เนื่องจากเราจะต้องอาศัยอยู่ในหมู่บ้านนี้ไปอีกระยะหนึ่ง และในฐานะผู้มาเยือน การที่เราขอยืมใช้พื้นที่ของหมู่บ้านก็ควรจะตอบแทนพวกเขาบ้าง ดังนั้นในเวลาห้าโมงเย็นวันนี้ เราเตรียมจะจัดงานแสดงเล็กๆ ให้กับชาวบ้านที่ลานกว้างหน้าหมู่บ้านครับ
คุณครูทุกท่านจะต้องทำการแสดงคนละหนึ่งชุด และสุดท้ายจะให้ชาวบ้านโหวตเลือกโชว์ที่ชื่นชอบที่สุดครับ
ผู้ชนะจะได้รับสิทธิในการเลือกคู่ทำภารกิจในสัปดาห์นี้ก่อน และผู้ที่ถูกเลือกจะไม่สามารถปฏิเสธได้
ในขณะเดียวกัน ผู้ชนะอันดับหนึ่งจะได้รับเซตที่พักระดับหรู สามารถเข้าพักที่ 'บ้านพักสายลมเหอเฟิง' ได้
อันดับสองจะได้รับเซตมาตรฐาน เข้าพักที่ 'เรือนร่มสนซงเฟิง'
ส่วนอันดับสามจะได้รับหมั่นโถวเป็นอาหารเย็นสองลูก และเข้าพักที่ 'กระท่อมรั้วไม้ไฉหลี' ครับ"
หลังจากอธิบายจบ ผู้กำกับหวังก็พบว่าแขกรับเชิญดูจะมีท่าทีนิ่งสงบกว่าที่คิดไว้มาก
เมื่อลองคิดดูอีกที เขาก็เข้าใจสาเหตุได้
จากนั้นเขาก็เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา "คุณครูทุกท่านครับ ตอนนี้ยังพอมีเวลาอยู่ จะให้ผมพาทุกท่านไปดูที่พักก่อนดีไหมครับ?"
แน่นอนว่าบรรดาแขกรับเชิญไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ พวกเขาลุกขึ้นเดินตามผู้กำกับหวังไปทีละคน
กู้เย่แอบสงสัยอยู่ในใจ เขารู้สึกว่ารอยยิ้มกวนโอ๊ยของผู้กำกับหวังเมื่อกี้ มันต้องมีอะไรแอบแฝงอยู่แน่ๆ
แขกรับเชิญเดินตามผู้กำกับหวังไปได้ไม่ไกลนัก ผู้กำกับหวังก็ชี้ไปที่บ้านพักสไตล์ชนบทหลังหนึ่งแล้วพูดว่า "นี่คือบ้านพักสายลมเหอเฟิงครับ ทุกคนเข้าไปดูข้างในได้เลยว่าชอบไหม"
กู้เย่เดินรั้งท้ายแขกรับเชิญคนอื่นๆ เข้าไปในบ้านพัก
หลังจากเดินดูรอบๆ คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากัน ถึงแม้บ้านหลังนี้จะเทียบกับในเมืองไม่ได้ แต่สำหรับในหมู่บ้านแล้วถือว่าจัดอยู่ในระดับที่ดีเยี่ยมเลยทีเดียว
แล้วรอยยิ้มเมื่อกี้ของผู้กำกับหวังมันหมายความว่ายังไงล่ะ?
ด้วยความกังขา กู้เย่ยังคงเดินตามผู้กำกับหวังไปดูที่พักหลังต่อไป
ครั้งนี้ใช้เวลาเดินค่อนข้างนาน พวกเขาเดินจากต้นหมู่บ้านไปจนถึงท้ายหมู่บ้านเลยทีเดียว
พอเกือบจะหลุดพ้นเขตหมู่บ้านแล้ว ผู้กำกับหวังถึงได้ชี้ไปที่บ้านหลังหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลแล้วแนะนำว่า "นี่คือเรือนร่มสนซงเฟิงครับ"
กู้เย่มองดูบ้านที่อยู่ตรงหน้า มุมปากของเขากระตุกเล็กน้อย
นี่แม่งเรียกเรือนร่มสนซงเฟิงเหรอ?
นี่มันกระท่อมไม้ผุพังไม่ใช่หรือไง?
เขาพอจะเดาออกแหละว่าบ้านของอันดับสองกับอันดับหนึ่งต้องมีความแตกต่างกัน แต่ก็ไม่น่าจะต่างกันราวฟ้ากับเหวขนาดนี้ไหม?
——【ไม่เห็นจำเป็นเลย ไม่จำเป็นจริงๆ ไอ้กระท่อมไม้สองหลังเนี้ย ไม่เห็นต้องตั้งชื่อให้มันดูหรูหราขนาดนั้นเลย】
——【เป็นฉันที่อ่อนหัดเอง ตอนที่เห็นบ้านพักสายลมเหอเฟิงเมื่อกี้ ฉันก็นึกว่าผู้กำกับหวังกลับตัวกลับใจแล้วซะอีก】
พอเดินเข้าไปในเรือนร่มสนซงเฟิง กู้เย่ก็เข้าใจคำว่าบ้านที่มีแต่ผนังสี่ด้านอย่างถ่องแท้
ที่ที่เขายืนอยู่ตอนนี้คงจะเป็นห้องนั่งเล่นมั้ง
อืม ขอเรียกมันว่าห้องนั่งเล่นไปก่อนก็แล้วกัน!
ภายในห้องนั่งเล่นนี้นอกจากโต๊ะสี่เหลี่ยมจัตุรัสหนึ่งตัวกับม้านั่งอีกสองสามตัวแล้ว ก็ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นอีกเลย
ตอนนั้นเอง เสียงแสดงความไม่พอใจของเหยาซืออวี่ก็ดังมาจากประตูห้องด้านข้าง "ทำไมถึงมีแค่ห้องเดียวล่ะ? แล้วสองคนจะนอนยังไง?"
กู้เย่เดินตามเสียงไปดูก็พบว่าจริงอย่างที่เธอพูด อย่าว่าแต่ห้องเลย แม้แต่เตียงก็มีอยู่แค่เตียงเดียวเท่านั้น
ตามเจตนารมณ์ของรายการ หลังจากแขกรับเชิญจับคู่สำเร็จแล้ว จะต้องกินอยู่หลับนอนด้วยกันตลอดการถ่ายทำช่วงนี้ แต่นี่มันแค่รายการทีวีนะ จะให้ชายหญิงมานอนเตียงเดียวกันจริงๆ เหรอ?
อย่าว่าแต่ในรายการเลย ต่อให้ไปเดตกันในชีวิตจริงก็ไม่มีใครเขารวบรัดกันเร็วขนาดนี้หรอก!
——【เชี่ย วันแรกก็นอนด้วยกันแล้วเหรอ? จะเร้าใจเกินไปแล้วมั้ง?】
——【ทีมงานรายการบ้าไปแล้ว บ้านซอมซ่อแบบนี้คนจะอยู่ได้ยังไงล่ะ】
——【ฉันรับไม่ได้ ซืออวี่ที่รักต้องไม่ไปนอนร่วมเตียงกับผู้ชายคนอื่นเด็ดขาด】
——【ไม่ยอม ฉันไม่ยอมให้ซือซือสุดที่รักของเรามานอนในที่ซอมซ่อแบบนี้เด็ดขาด เหล่าหยดน้ำน้อย พวกเราไปประท้วงที่เวยปั๋วของรายการกันเถอะ บังคับให้พวกเขาเปลี่ยนที่พักซะ】
——【ไม่ต้องพูดแล้ว ฉันล่ะไม่อยากจะคิดเลย ขนาดบ้านอันดับสองยังมีสภาพทุเรศขนาดนี้ แล้วบ้านอันดับสามมันจะพิลึกพิลั่นขนาดไหนเนี่ย】
ในไลฟ์สด แฟนคลับของเหยาซืออวี่เริ่มสติแตกพอๆ กับตัวเธอเอง
ในขณะที่ฝั่งแฟนคลับของเสิ่นหนานจูกลับไม่ค่อยแสดงความไม่พอใจเท่าไหร่นัก
ก็เรื่องปกติแหละ ถ้าไปแข่งเรื่องอื่นพวกเขาอาจจะไม่มั่นใจ แต่ถ้าเป็นการแข่งขันด้านการแสดง เสิ่นหนานจูจะไปแพ้ได้ยังไง?
ไม่เห็นเหรอว่าแม้แต่แฟนคลับเหยาซืออวี่ที่ปกติชอบทำตัวมั่นหน้ามั่นโหนก ยังยอมจำนนโดยปริยายว่า 'แม่หมูทูนหัว' ของพวกหล่อนหมดสิทธิ์ได้บ้านอันดับหนึ่งไปแล้ว?
ไม่งั้นคงไม่สติแตกโวยวายกันขนาดนี้หรอก
เมื่อได้ยินเสียงบ่นของเหยาซืออวี่ ผู้กำกับหวังก็ยิ้มแบบกวนสุดๆ "สามารถใช้คะแนนเช่าเตียงพับจากทางทีมงานได้นะครับ"
คำพูดของเขาไม่ได้ช่วยให้อารมณ์ของเหยาซืออวี่ดีขึ้นเลยสักนิด นี่มันใช่ปัญหาเรื่องเตียงพับซะที่ไหนล่ะ!
ไม่ใช่แค่เธอเท่านั้น แขกรับเชิญคนอื่นๆ ก็เริ่มขมวดคิ้วด้วยความหนักใจไม่มากก็น้อย
สภาพความเป็นอยู่มันยากลำบากเกินไปหน่อยจริงๆ
ไม่ต้องพูดเรื่องอื่นไกล แค่เรื่องอาบน้ำก็ลำบากแล้ว!
เมื่อกี้พวกเขาลองเดินดูแล้ว พบว่าบ้านหลังนี้เวลาจะอาบน้ำต้องต้มน้ำเทใส่ถังแล้วตักอาบเอาเอง
บ้าไปแล้ว นี่มันยุคไหนสมัยไหนกันแล้ว ใครเขายังใช้วิธีโบราณเต่าล้านปีแบบนี้อาบน้ำกันอีก!
ตอนนี้ไม่ใช่แค่กู้เย่คนเดียวแล้ว แต่ทุกคนเริ่มลางสังหรณ์ไม่ค่อยดีเอาเสียเลย
บ้านของอันดับสามมันจะห่วยแตกขนาดไหนกันนะ?
พวกเขาจินตนาการไม่ออกเลยจริงๆ
แต่ไม่นานพวกเขาก็ได้รับคำตอบ
ความจริงแล้วบ้านหลังที่สามก็อยู่ไม่ห่างจากบ้านหลังที่สองมากนัก
ประเด็นคือบ้านหลังที่สองมันก็ตั้งอยู่ท้ายหมู่บ้านแล้ว พอมองออกไปไกลๆ ก็เห็นแต่ทุ่งนาเต็มไปหมด
ส่วนบ้านหลังที่สามดันตั้งอยู่ตรงริมคันนานั่นแหละ
บางทีนี่อาจจะไม่สามารถเรียกว่าเป็น 'บ้าน' ได้อีกต่อไป
เมื่อทุกคนได้เห็นสภาพของมัน ดวงตาก็เบิกกว้างขึ้นโดยอัตโนมัติอย่างไม่อาจควบคุมได้
(จบแล้ว)