- หน้าแรก
- เอาชีวิตรอดบนถนนหลวง เจียงอวี้กับอาชีพนักตรวจสอบสุดโกง
- บทที่ 27 การ์ดนำโชค
บทที่ 27 การ์ดนำโชค
บทที่ 27 การ์ดนำโชค
ถัดมาในวันที่ห้าและวันที่หก หีบสมบัติยังคงปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่องราวกับน้ำป่าไหลหลาก ผู้เล่นหลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ขับรถก็เจอหีบ เดินถนนก็เจอหีบ แม้กระทั่งในตอนที่ทำธุระส่วนตัว... เช่น ตอนที่กำลังนั่งยองๆ แก้ปัญหาทางสรีระอยู่ที่ข้างถนน จู่ๆ ก็มีหีบสมบัติสุ่มขึ้นมาวางอยู่ข้างเท้า...
สรุปคือ ถึงแม้ในหีบจะมีมอนสเตอร์อยู่บ้าง แต่ด้วยทรัพยากรที่เปิดได้ประกอบกับความชำนาญที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้แรงกดดันในการเอาชีวิตรอดของทุกคนดูเหมือนจะบรรเทาลงมากในช่วงไม่กี่วันนี้
ภายในช่องแชท:
ผู้เล่น [นกเก้าหัวท่องพิภพ]: “วันนี้เปิดได้ข้าวสวยกึ่งสำเร็จรูปนะจ๊ะ ใครอยากกินเล็งที่ตลาดกลาง - 【นกเก้าหัว】 เอาน้ำมันมาแลก!”
ผู้เล่น [ในฝันมีทุกอย่าง]: “ยกมือหน่อยครับ ถึงจะไม่ขาดอาหารแล้ว แต่ก็ยังอยากกินข้าวสวยสักคำ!”
ผู้เล่น [วันนี้ฝนตกหนักมากแล้วเธอล่ะ]: “เปิดได้ยาเวชภัณฑ์แล้วจ้า ใครต้องการเอาอาวุธมาแลก อะไรก็ได้!”
ผู้เล่น [อัสนี 003]: “แลกได้ครับ”
……
มีผู้เล่นเข้ามาทำธุรกรรมในตลาดกลางมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนใหญ่จะนำอาหารหรือน้ำมาแลกเป็นเชื้อเพลิงและอาวุธ—
ดูเหมือนผู้เล่นจะมีความมั่นใจมากขึ้นว่าตัวเองจะสามารถเดินทางบนถนนสายนี้ไปได้ไกลขึ้นเรื่อยๆ
[หน้าต่างที่ปิดไม่ได้] มองดูน้ำมันที่วางขายอยู่ในตลาดกลางแล้วรู้สึกใจสั่น มือเลื่อนไปที่ปุ่มซื้อหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ไม่ได้กดลงไป
ไม่กี่วินาทีต่อมา เขาเท้าคางมองลงไปยังถนนนอกรถบรรทุกพลางถอนหายใจ “...เฮ้อ อยากแลกน้ำมันชะมัด ถึงจะตุนไว้บ้างแล้วแต่มันเปลืองน้ำมันเหลือเกิน... เฮ้อ แต่บอสบอกว่า ทางที่ดีควรเก็บทรัพยากรพื้นฐานไว้บ้าง...”
“เฮ้อ...”
[หน้าต่างที่ปิดไม่ได้] นั่งสั่นขาแก้เบื่อ ค่าความเหนื่อยล้าของเขาถึงขีดจำกัดแล้วและต้องการการพักผ่อน เมื่อเห็นการซื้อขายที่ดุเดือดในช่องแชทเขาก็รู้สึกคันไม้คันมือ แต่พอคิดถึงคำเตือนของบอสก็ต้องตัดใจ
“บอสได้ข่าวอะไรมาหรือเปล่านะ? หรือว่าเดาอะไรได้... จะแม่นจริงหรือเปล่าเนี่ย...”
เขาพึมพำกับตัวเอง
ผ่านไปหกวันแล้ว ในช่วงเวลาหกวันนี้นอกจากการประกาศ First Kill ครั้งแรก เฟรนช์ฟรายส์น้อยก็ไม่เคยออกมาพูดอะไรในช่องแชทอีกเลย และไม่มีความเคลื่อนไหวอื่นใด ถึงแม้จะเชื่อว่าบอสเก่งกว่าพวกเขาแน่ๆ แต่เพราะอยู่ห่างไกลกัน จึงยากที่จะปักใจเชื่อได้อย่างเต็มร้อย
เขาคิดอยู่อีกครู่หนึ่ง ก่อนจะสะบัดตัวลุกขึ้น “ช่างเถอะ นอนดีกว่า! ง่วง!”
ก่อนนอน หน้าจอโปร่งแสงเบื้องหน้ายังคงแสดงบทสนทนาที่เขามีกับเฟรนช์ฟรายส์น้อย
[หน้าต่างที่ปิดไม่ได้]: “บอส อรุณสวัสดิ์ครับ!”
[หน้าต่างที่ปิดไม่ได้]: “บอส วันนี้เก็บหีบสมบัติได้ผลตอบแทนดีมากเลย! Lucky!”
[หน้าต่างที่ปิดไม่ได้]: “บอส (แอบส่อง) (แอบส่อง) (แอบส่อง) อยู่ไหมครับ?”
[หน้าต่างที่ปิดไม่ได้]: “บอส ผมเห็นในตลาดกลางมีคนขายน้ำมัน...”
ทว่า บอสเฟรนช์ฟรายส์ไม่ได้ตอบกลับมาเลยสักข้อความเดียว
……
เจียงอวี้แน่นอนว่าไม่มีเวลามาตอบ
เขาจมจ่อมอยู่กับชีวิตสองจุดหนึ่งเส้น คือการขับรถและเปิดหีบสมบัติ!
ยิ่งอัตราการดรอปของหีบสมบัติสูงขึ้นเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าหลังจากผ่านเจ็ดวันช่วงปรับตัวไป เกมนี้คงจะจัดหนักจัดเต็มให้พวกเขาแน่!
ในใจยิ่งกระวนกระวาย เขาก็ยิ่งเปิดหาแท่นผลิตที่ต้องการไม่ได้ ซึ่งก็คือไอเทมสำคัญในการสร้างเครื่องควบแน่นน้ำ!
ถึงแม้ตอนนี้หีบสมบัติจะดรอปบ่อยมาก แต่ส่วนใหญ่จะเป็นหีบไม้และหีบทองแดง ส่วนหีบเงินนั้นมีน้อยมาก เจียงอวี้สงสัยว่าไอเทมสำคัญอย่างแท่นผลิต อาจจะต้องเปิดจากหีบเงินหรือหีบที่ระดับสูงกว่านั้นขึ้นไป!
จนถึงตอนนี้ เขาเปิดของมาตั้งมากมาย แต่ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของแท่นผลิต!
เจียงอวี้คิดไปพลางใช้มีดพกในมือบั่นคอกระต่ายนักมวยเบื้องหน้าจนขาดกระเด็น!
พวกกระต่ายนักมวยจะทำลายพาหนะ ต้องรีบจัดการให้เร็วที่สุด! มีดพกคือไอเทมที่เจียงอวี้เปิดได้จากหีบทองแดงใบหนึ่ง ถือว่าช่วยแก้ปัญหาเรื่องการขาดแคลนอาวุธระยะประชิดได้ชั่วคราว
ทว่า แท่นผลิตเจ้ากรรมก็ยังเงียบหาย
แสงสีขาววาบขึ้น เจียงอวี้เก็บรวบรวมทรัพยากร ข้างในมีแอปเปิ้ลหนึ่งลูก แป้งหมี่ถุงเล็กหนึ่งถุง และเหรียญเงินหนึ่งเหรียญ
เจียงอวี้ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบเหรียญเงินขึ้นมาก่อน นี่มัน... เปิดได้คาร์คอยน์ด้วยแฮะ!
เขาเดาะลิ้นทีหนึ่ง พลางวางเหรียญเงินไว้บนปลายนิ้ว เหรียญเงินดีดตัวเป็นเส้นโค้งที่สวยงาม เจียงอวี้ถอนหายใจก่อนจะหยิบแอปเปิ้ลกับแป้งหมี่กลับไปที่รถยก
บนรถยก เสียงของทั่งตีเหล็กดังขึ้น:
“เฮ้ คู่หู คุณไม่ดีใจเหรอ? ผมว่าสิ่งที่คุณได้มามันก็ไม่เลวเลยนะ!”
เสียงของทั่งตีเหล็กนั้นทุ้มกังวาน เวลาดังขึ้นกะทันหันมักจะทำให้น่าตกใจ แต่ในช่วงหลายวันมานี้ เจียงอวี้เริ่มจะชินแล้ว
เขาปั่นเหรียญเงินเล่นอย่างเหม่อลอยพลางตอบว่า:
“ที่ได้มามันก็ดีอยู่หรอก แต่ยังเปิดไม่ได้ของที่อยากได้เลย”
“ของที่อยากได้ คุณหมายถึง ดาบไดมอนด์หรือเปล่า? โอ๊ย งั้นต้องไปขุดเหมืองแล้วล่ะ...”
เจียงอวี้: “……”
——ถ้ามันมีของพรรค์นั้นจริงๆ ก็คงดี แต่น่าเสียดายที่ถนนสายนี้มีลักษณะเฉพาะตัว แก่นแท้ของมันเปลี่ยนแปลงไม่ได้
เจียงอวี้ปล่อยให้เสียงเพ้อเจ้อของทั่งตีเหล็กเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ทันใดนั้น เขาก็หันไปมองทางตู้บรรทุกสินค้า
เขาหยุดรถ
“?”
ทั่งตีเหล็กสงสัย ไม่รู้ว่าเจียงอวี้จะทำอะไร
เจียงอวี้สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ลงจากที่นั่งคนขับแล้วก้าวตรงไปยังตู้บรรทุกด้านหลัง
แผ่นเหล็กสีขาวนวลกะพริบแสงแวบหนึ่ง เจตจำนงส่งผ่านเข้าไปในตู้บรรทุก ทั่งตีเหล็กที่อยู่บนแท่นตรวจสอบส่งเสียงอู้อี้ถามว่า:
“คู่หู จะทำอะไรน่ะ?”
ทั่งตีเหล็กหมุนตัวตามเจียงอวี้ไป แล้วก็เห็นหีบสมบัติที่ส่องประกายสีทองอร่ามอยู่ในสายตาของเจียงอวี้!
เหมือนจะนึกขึ้นได้ ทั่งตีเหล็กจึงโพล่งออกมา:
“! คู่หู คุณจะเปิดเจ้ากล่องสีเหลืองขี้นั่นเหรอ?!”
เจียงอวี้ลังเลครู่หนึ่ง สุดท้ายก็พยักหน้า
——เปิดหาแท่นผลิตที่ต้องการไม่ได้เสียที เขาคงต้องยอมเสี่ยงดวงดูสักตั้ง!
ถ้าหากช่วงเวลาถัดไปคือช่วงที่ทรัพยากรขาดแคลน เขาจำเป็นต้องได้แท่นผลิตมาให้ได้!
เขาไม่ได้สนใจจะเป็นที่หนึ่งเท่าไหร่นัก แต่เขาสนใจเรื่องการมีชีวิตอยู่รอดมาก!
เมื่อเจียงอวี้ตัดสินใจแล้ว ต่อให้เอาวัวสิบตัวมาฉุดก็ไม่กลับ!
ยิ่งกว่านั้น ตอนนี้เขาก็ไม่ได้ไร้การเตรียมตัวเสียทีเดียว!
แสงสีขาววาบขึ้นบนฝ่ามือ การ์ดสองใบปรากฏขึ้น
ใบหนึ่งคือ [การ์ดนำโชค] ที่ตาแก่นักบุญส่งมาให้ ส่วนอีกใบคือการ์ดไอเทม [พันธนาการ] ที่เขาเปิดได้ในช่วงหลายวันนี้
ใบแรก ช่วยเพิ่มโชคในการเปิดหีบสมบัติ
ส่วนใบหลัง [พันธนาการ] ความสามารถสูงสุดคือการบังคับพันธนาการบุคคล สิ่งของ หรือมอนสเตอร์ที่อยู่ตรงหน้าได้เป็นเวลา 5 วินาที!
เมื่อมีไอเทมสองอย่างนี้ บวกกับส้อมเหล็กและมีดพก โอกาสชนะก็น่าจะมีอย่างน้อยสี่ในสิบส่วน
เจียงอวี้คำนวณเส้นทางการเคลื่อนที่ เก็บหีบสมบัติทองคำลงในช่องเก็บของแล้วลงจากรถ
เขาจะเปิดบนรถไม่ได้เด็ดขาด ถ้าตู้บรรทุกสินค้าพังขึ้นมาจะแย่เอา
เขาวางหีบสมบัติไว้ข้างพาหนะ เจียงอวี้เตรียมพร้อม หัวใจค่อยๆ สงบลง
เจตจำนงครอบคลุมไปที่ [การ์ดนำโชค] เขาเลือกใช้งาน!
แสงสีชมพูประหลาดกระจายออกมาจากการ์ด แสงสว่างนั้นควบแน่นจนกลายเป็นหมูสีชมพูตัวน้อยที่ผูกโบ...
หมูแคระงั้นเหรอ?
เจียงอวี้อึ้งไปวูบหนึ่ง ส้อมเหล็กในมือเตรียมจะแทงออกไป ทว่าส้อมเหล็กกลับทะลุผ่านแสงสีชมพูนั้นไปเฉยๆ!
ในขณะเดียวกัน เสียงหัวเราะ "คิกคิกคิกคิก" ก็ดังขึ้น
น้ำเสียงดัดจริตที่ชวนให้ขนลุกดังแว่วมา:
“โถ่ ผู้เล่นคนนี้ทำไมทำตัวแบบนี้ล่ะจ๊ะ ทำแบบนี้เค้าตกใจนะ! เค้าจะโกรธแล้วนะจ๊ะ!”
เจียงอวี้: “……”
เจียงอวี้หันไปมองรอบๆ
“ก็เค้ากำลังคุยกับตัวอยู่นี่ไง! มองหาอะไรเหรอจ๊ะ ทำแบบนี้เสียมารยาทจังเลย!”
เจียงอวี้หันกลับมาทันที—
ไอ้บ้าเอ๊ย เป็นเจ้าหมูแคระนี่จริงๆ ด้วย
เมื่อเห็นสีหน้าตกตะลึงของเจียงอวี้ หมูแคระก็หัวเราะคิกคิกอีกครั้ง จนเจียงอวี้รู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งแขน
……
(จบตอน)