- หน้าแรก
- เอาชีวิตรอดบนถนนหลวง เจียงอวี้กับอาชีพนักตรวจสอบสุดโกง
- บทที่ 20 ถนนคู่ขนาน
บทที่ 20 ถนนคู่ขนาน
บทที่ 20 ถนนคู่ขนาน
ชิ้นส่วนอัปเกรดพาหนะกับและการ์ดเบิกโรงงั้นเหรอ?
เจียงอวี้มองชิ้นส่วนสีดำในมือและใบการ์ดที่ส่องประกายแสงสีน้ำเงินเข้มในมือ
เมื่อดูรายละเอียดของอย่างแรก:
“พาหนะระดับสองเลื่อนเป็นระดับสาม ต้องการ: ชิ้นส่วนอัปเกรดพาหนะ (5/100), แผ่นไม้ (0/20), แผ่นเหล็ก (0/30), สกรู (6/50), กระจก (0/10), ล้อรถแบบประณีต (0/6)”
วัตถุดิบที่ต้องการส่วนใหญ่ยังขาดแคลน ดูท่าว่าในระยะเวลาอันสั้นนี้คงไม่ต้องไปคิดเรื่องเลื่อนระดับจากสองไปสามแล้ว
ส่วนอย่างหลังที่เรียกว่าการ์ดเบิกโรง เจียงอวี้ไม่ได้มีท่าทีดีใจจนเนื้อเต้น
เขารู้ซึ้งถึงนิสัยชอบขุดหลุมฝังผู้เล่นของไอ้ระบบนี้ดี
หึๆ การ์ดเบิกโรงถ้าใช้ดีมันก็คือโอกาสนำหน้า แต่ถ้าใช้ไม่ดีมันก็คือวันตายนั่นแหละ!
ต่อให้มีชีวิตที่สองในโลกเสมือนจริงแล้วยังไงล่ะ?
การได้สัมผัสภัยพิบัติหรือดันเจี้ยนก่อนคนอื่น แม้จะไม่ต้องกังวลเรื่องความตาย แต่ทรัพยากรที่เสียไปในระหว่างนั้นมันคือของจริงนะ? ลองคิดดูสิ ถ้าต้องไปเจออากาศหนาวจัดหรือร้อนจัดก่อนคนอื่น จะต้องสูญเสียเสบียงไปมากแค่ไหน? และถ้าใช้ทรัพยากรจนหมดเกลี้ยงในช่วงกิจกรรม พอกลับออกมาก็เท่ากับรอวันตายอยู่ดี!
อีกอย่าง ถ้าผู้เล่นจำนวนมากอยู่ด้วยกัน ยังพอจะปรึกษาหารือ แลกเปลี่ยนทรัพยากร หรืออย่างน้อยก็ช่วยกันหารความเสี่ยงได้;
แต่ถ้าเข้าไปคนเดียว ก็เท่ากับว่าต้องใช้กำลังของตัวเองเพียงลำพังเข้าต่อกรกับการตั้งค่าของเกมโดยไม่มีข้อมูลเบื้องต้นใดๆ เลย!
เรียกได้ว่าความยากของทั้งสองแบบนั้นอยู่คนละระดับกันเลยทีเดียว
และเจียงอวี้มักจะรู้สึกว่าสิ่งที่เรียกว่า "กิจกรรมเอาชีวิตรอด" มันไม่น่าจะเรียบง่ายอย่างที่คิด
เกมนี้เต็มไปด้วยความประสงค์ร้ายต่อผู้เล่น
นั่นคือสิ่งที่เจียงอวี้มั่นใจมาตั้งแต่ต้น
ดังนั้น เมื่อได้การ์ดเบิกโรงมา เจียงอวี้จึงไม่ได้ตื่นเต้นจนเกินเหตุ นอกจากความประหลาดใจและอาการใจเต้นเล็กน้อยในช่วงแรก เขากลับเริ่มระแวดระวังมากขึ้นเสียมากกว่า
เจียงอวี้มีสายตาเรียบเฉยขณะเก็บการ์ดเบิกโรงลงในกระเป๋าเสื้อ
การ์ดเบิกโรงคือโอกาสก็จริง แต่รอให้เขาแข็งแกร่งกว่านี้และมีทรัพยากรพรั่งพร้อมกว่านี้ก่อนค่อยว่ากัน
เมื่อเห็นการกระทำของเจียงอวี้ ระบบก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
ไอเทมการ์ดเบิกโรงไม่ใช่ว่าจะไม่เคยปรากฏขึ้นมาเลย แต่น้อยคนนักที่จะปฏิเสธโอกาสในการมีชีวิตเพิ่มอีกหนึ่งชีวิตเพื่อไปลุยดันเจี้ยนหรือภัยพิบัติ ส่วนใหญ่จะหน้ามืดตามัวรีบพุ่งเข้าใส่กิจกรรมทันที; เจียงอวี้กับความมุทะลุที่เขาแสดงออกมาในตอนแรก ดูจะเริ่มแตกต่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว
ช่วงเวลาที่เหลือ เจียงอวี้สตาร์ทรถยกแล้วเริ่มออกเดินทางต่อไปทันที!
หลังจากเปิดหีบไม้และหีบทองแดงตามทางได้อีกไม่กี่ใบ ความมืดมิดก็มาเยือน
เวลาสามทุ่ม เจียงอวี้เปลือยท่อนบน ร่างกายเต็มไปด้วยเหงื่อ หยดเหงื่อไหลลงมาจากสันจมูก เขาหงายหลังล้มตัวลงนอนแผ่หลาอยู่บนพื้นอย่างไม่ถือตัว
ดวงตาสีดำสนิทของเจียงอวี้จ้องมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว
สายลมฤดูร้อนพัดผ่าน เจียงอวี้หรี่ตาลงอย่างสบายอารมณ์
หลังจากได้รับหีบสมบัติทองคำ ชิ้นส่วนอัปเกรดพาหนะ และการ์ดเบิกโรง เจียงอวี้ก็ขับรถมาตลอด
เขาขับจนค่าความเหนื่อยล้าแตะเพดานที่ 60 แล้วยังฝืนขับต่ออีกสามชั่วโมง แต่ก็ยังรู้สึกไม่พอ เขาจึงใช้หน้ำมันหอมระเหยน้ำผึ้งโหลเล็กทาไปตามตัว เพื่อลดค่าความเหนื่อยล้าไปพร้อมกับขับรถต่อไปอีกสองชั่วโมง จนกระทั่งค่าความเหนื่อยล้าถึงขีดจำกัดอีกครั้ง เขาจึงค่อยหยุดรถพัก
แต่เขาก็ไม่ได้พักนานนัก หลังจากผ่อนคลายร่างกายได้ครู่หนึ่ง เจียงอวี้ก็เริ่มออกกำลังกายตามปกติ
——แม้เกมจะเพิ่งเริ่มได้แค่สามวัน แต่เจียงอวี้สัมผัสได้ถึงความสำคัญของความแข็งแกร่งทางร่างกาย
ด้านหนึ่งก็เพื่อจัดการกับมอนสเตอร์ในหีบ;
อีกด้านหนึ่ง การขับรถก็ต้องใช้พละกำลังเช่นกัน
แค่เพียงหลับตาลงครู่เดียว เจียงอวี้ก็เกือบจะเผลอหลับไปทั้งอย่างนั้น
โชคดีที่—
“เฮ้ คู่หู! คุณคงไม่ได้กะจะนอนบนพื้นแบบนี้หรอกนะ? มันก็ดูเท่ดีอยู่หรอก! แต่ผมว่ามันค่อนข้างอันตรายนะ!”
“คุณรู้มั้ย คนที่เคยทำแบบนี้ก่อนหน้าคุณน่ะ คือไอ้หมอนที่ชื่อ Steve เขาเหมือนคุณนิดหน่อยนะแต่ดูเป็นเหลี่ยม ๆ กว่า! เขาเผลอหลับไปในทุ่งหญ้า พอตื่นขึ้นมาคุณเดาสิว่าเกิดอะไรขึ้น?”
“รอบตัวเขามีแต่ซอมบี้เต็มไปหมดเลย!”
“ไอ้พวกตัวเขียว ๆ นั่นแหละ!”
ดูเหมือนเพราะหลอมรวมเข้ากับรถยกไปแล้ว เสียงของทั่งตีเหล็กจึงฟังดูสากและแห้งพร่าเหมือนเสียงเครื่องยนต์ไม่มีผิด!
มันกระแทกโสตประสาทจนเจียงอวี้สะดุ้งตื่นทันที!
เจียงอวี้เบิกตากว้าง ผ่านไปหลายวินาทีกว่าเขาจะอ้าปากพูดได้ “เชี้ย เกือบหลับไปแล้วจริงๆ...”
เจียงอวี้ขยี้ตา ลุกขึ้นนั่งแล้วมองไปที่ที่นั่งคนขับ;
ลูกบาศก์ที่ติดตั้งอยู่บนพวงมาลัยกะพริบแสงวาบขึ้นมาหนึ่งครั้ง ราวกับกำลังขยิบตาให้เจียงอวี้
เจียงอวี้ขยิบตาตอบ ผ่านไปครู่หนึ่งเขาถึงขยับปากพูด “ขอบคุณนะ”
——ทั่งตีเหล็กกำลังเตือนเขา
การนอนหลับกลางถนนในความมืดแบบนี้มันอันตรายมาก
เมื่อได้ยินคำพูดของเจียงอวี้ ทั่งตีเหล็กก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแต่ส่องแสงสว่างนวลขึ้นกว่าเดิม
มุมปากของเจียงอวี้ยกยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว อืม มีไอ้เจ้านี่เพิ่มมาก็ไม่เลวเหมือนกันแฮะ เหมือนกับ—
ติดตั้งระบบอัจฉริยะแบบ "เสี่ยวอ้าย***" ไว้ในรถตัวเองเลย?
เจียงอวี้ยันมือขึ้นยืนจากพื้น หยิบหม้อไฟฟ้าและเส้นบะหมี่ทำมือที่เหลืออยู่ออกมาจากช่องเก็บของ เขาเสียบปลั๊กเข้ากับแบตเตอรี่แล้วเริ่มต้มบะหมี่
ท่ามกลางไอน้ำที่พุ่งพล่าน ในขณะที่เจียงอวี้ตั้งใจจะเข้าไปส่องแชทดูว่าคนอื่นคุยอะไรกันอยู่นั้น ทันใดนั้น เขาก็สัมผัสได้ว่าหมอกที่อยู่ข้างถนนเริ่มเคลื่อนตัวไหลเวียนราวกับสายน้ำ!
หมอกที่ไหลเวียนทำให้ถนนท่ามกลางความมืดมิดสว่างวาบขึ้นมา
เจียงอวี้มองไปที่ด้านขวาของถนนที่เขาอยู่ ถนนอีกสายหนึ่งปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่า! และบนถนนสายนั้น มีเงาร่างของวัตถุสีน้ำเงินเข้มขนาดมหึมาปรากฏขึ้นในสายตา
ตัวรถขนาดใหญ่สีน้ำเงินสะท้อนแสงจากหมอกขาว
เจียงอวี้รู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมาทันที!
***เสี่ยวอ้าย (Xiao AI) คือระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ (AI Assistant) ที่สั่งการด้วยเสียง พัฒนาโดยบริษัท Xiaomi จากประเทศจีน
(จบตอน)