เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 ถนนคู่ขนาน

บทที่ 20 ถนนคู่ขนาน

บทที่ 20 ถนนคู่ขนาน


ชิ้นส่วนอัปเกรดพาหนะกับและการ์ดเบิกโรงงั้นเหรอ?

เจียงอวี้มองชิ้นส่วนสีดำในมือและใบการ์ดที่ส่องประกายแสงสีน้ำเงินเข้มในมือ

เมื่อดูรายละเอียดของอย่างแรก:

“พาหนะระดับสองเลื่อนเป็นระดับสาม ต้องการ: ชิ้นส่วนอัปเกรดพาหนะ (5/100), แผ่นไม้ (0/20), แผ่นเหล็ก (0/30), สกรู (6/50), กระจก (0/10), ล้อรถแบบประณีต (0/6)”

วัตถุดิบที่ต้องการส่วนใหญ่ยังขาดแคลน ดูท่าว่าในระยะเวลาอันสั้นนี้คงไม่ต้องไปคิดเรื่องเลื่อนระดับจากสองไปสามแล้ว

ส่วนอย่างหลังที่เรียกว่าการ์ดเบิกโรง เจียงอวี้ไม่ได้มีท่าทีดีใจจนเนื้อเต้น

เขารู้ซึ้งถึงนิสัยชอบขุดหลุมฝังผู้เล่นของไอ้ระบบนี้ดี

หึๆ การ์ดเบิกโรงถ้าใช้ดีมันก็คือโอกาสนำหน้า แต่ถ้าใช้ไม่ดีมันก็คือวันตายนั่นแหละ!

ต่อให้มีชีวิตที่สองในโลกเสมือนจริงแล้วยังไงล่ะ?

การได้สัมผัสภัยพิบัติหรือดันเจี้ยนก่อนคนอื่น แม้จะไม่ต้องกังวลเรื่องความตาย แต่ทรัพยากรที่เสียไปในระหว่างนั้นมันคือของจริงนะ? ลองคิดดูสิ ถ้าต้องไปเจออากาศหนาวจัดหรือร้อนจัดก่อนคนอื่น จะต้องสูญเสียเสบียงไปมากแค่ไหน? และถ้าใช้ทรัพยากรจนหมดเกลี้ยงในช่วงกิจกรรม พอกลับออกมาก็เท่ากับรอวันตายอยู่ดี!

อีกอย่าง ถ้าผู้เล่นจำนวนมากอยู่ด้วยกัน ยังพอจะปรึกษาหารือ แลกเปลี่ยนทรัพยากร หรืออย่างน้อยก็ช่วยกันหารความเสี่ยงได้;

แต่ถ้าเข้าไปคนเดียว ก็เท่ากับว่าต้องใช้กำลังของตัวเองเพียงลำพังเข้าต่อกรกับการตั้งค่าของเกมโดยไม่มีข้อมูลเบื้องต้นใดๆ เลย!

เรียกได้ว่าความยากของทั้งสองแบบนั้นอยู่คนละระดับกันเลยทีเดียว

และเจียงอวี้มักจะรู้สึกว่าสิ่งที่เรียกว่า "กิจกรรมเอาชีวิตรอด" มันไม่น่าจะเรียบง่ายอย่างที่คิด

เกมนี้เต็มไปด้วยความประสงค์ร้ายต่อผู้เล่น

นั่นคือสิ่งที่เจียงอวี้มั่นใจมาตั้งแต่ต้น

ดังนั้น เมื่อได้การ์ดเบิกโรงมา เจียงอวี้จึงไม่ได้ตื่นเต้นจนเกินเหตุ นอกจากความประหลาดใจและอาการใจเต้นเล็กน้อยในช่วงแรก เขากลับเริ่มระแวดระวังมากขึ้นเสียมากกว่า

เจียงอวี้มีสายตาเรียบเฉยขณะเก็บการ์ดเบิกโรงลงในกระเป๋าเสื้อ

การ์ดเบิกโรงคือโอกาสก็จริง แต่รอให้เขาแข็งแกร่งกว่านี้และมีทรัพยากรพรั่งพร้อมกว่านี้ก่อนค่อยว่ากัน

เมื่อเห็นการกระทำของเจียงอวี้ ระบบก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

ไอเทมการ์ดเบิกโรงไม่ใช่ว่าจะไม่เคยปรากฏขึ้นมาเลย แต่น้อยคนนักที่จะปฏิเสธโอกาสในการมีชีวิตเพิ่มอีกหนึ่งชีวิตเพื่อไปลุยดันเจี้ยนหรือภัยพิบัติ ส่วนใหญ่จะหน้ามืดตามัวรีบพุ่งเข้าใส่กิจกรรมทันที; เจียงอวี้กับความมุทะลุที่เขาแสดงออกมาในตอนแรก ดูจะเริ่มแตกต่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว

ช่วงเวลาที่เหลือ เจียงอวี้สตาร์ทรถยกแล้วเริ่มออกเดินทางต่อไปทันที!

หลังจากเปิดหีบไม้และหีบทองแดงตามทางได้อีกไม่กี่ใบ ความมืดมิดก็มาเยือน

เวลาสามทุ่ม เจียงอวี้เปลือยท่อนบน ร่างกายเต็มไปด้วยเหงื่อ หยดเหงื่อไหลลงมาจากสันจมูก เขาหงายหลังล้มตัวลงนอนแผ่หลาอยู่บนพื้นอย่างไม่ถือตัว

ดวงตาสีดำสนิทของเจียงอวี้จ้องมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว

สายลมฤดูร้อนพัดผ่าน เจียงอวี้หรี่ตาลงอย่างสบายอารมณ์

หลังจากได้รับหีบสมบัติทองคำ ชิ้นส่วนอัปเกรดพาหนะ และการ์ดเบิกโรง เจียงอวี้ก็ขับรถมาตลอด

เขาขับจนค่าความเหนื่อยล้าแตะเพดานที่ 60 แล้วยังฝืนขับต่ออีกสามชั่วโมง แต่ก็ยังรู้สึกไม่พอ เขาจึงใช้หน้ำมันหอมระเหยน้ำผึ้งโหลเล็กทาไปตามตัว เพื่อลดค่าความเหนื่อยล้าไปพร้อมกับขับรถต่อไปอีกสองชั่วโมง จนกระทั่งค่าความเหนื่อยล้าถึงขีดจำกัดอีกครั้ง เขาจึงค่อยหยุดรถพัก

แต่เขาก็ไม่ได้พักนานนัก หลังจากผ่อนคลายร่างกายได้ครู่หนึ่ง เจียงอวี้ก็เริ่มออกกำลังกายตามปกติ

——แม้เกมจะเพิ่งเริ่มได้แค่สามวัน แต่เจียงอวี้สัมผัสได้ถึงความสำคัญของความแข็งแกร่งทางร่างกาย

ด้านหนึ่งก็เพื่อจัดการกับมอนสเตอร์ในหีบ;

อีกด้านหนึ่ง การขับรถก็ต้องใช้พละกำลังเช่นกัน

แค่เพียงหลับตาลงครู่เดียว เจียงอวี้ก็เกือบจะเผลอหลับไปทั้งอย่างนั้น

โชคดีที่—

“เฮ้ คู่หู! คุณคงไม่ได้กะจะนอนบนพื้นแบบนี้หรอกนะ? มันก็ดูเท่ดีอยู่หรอก! แต่ผมว่ามันค่อนข้างอันตรายนะ!”

“คุณรู้มั้ย คนที่เคยทำแบบนี้ก่อนหน้าคุณน่ะ คือไอ้หมอนที่ชื่อ Steve เขาเหมือนคุณนิดหน่อยนะแต่ดูเป็นเหลี่ยม ๆ กว่า! เขาเผลอหลับไปในทุ่งหญ้า พอตื่นขึ้นมาคุณเดาสิว่าเกิดอะไรขึ้น?”

“รอบตัวเขามีแต่ซอมบี้เต็มไปหมดเลย!”

“ไอ้พวกตัวเขียว ๆ นั่นแหละ!”

ดูเหมือนเพราะหลอมรวมเข้ากับรถยกไปแล้ว เสียงของทั่งตีเหล็กจึงฟังดูสากและแห้งพร่าเหมือนเสียงเครื่องยนต์ไม่มีผิด!

มันกระแทกโสตประสาทจนเจียงอวี้สะดุ้งตื่นทันที!

เจียงอวี้เบิกตากว้าง ผ่านไปหลายวินาทีกว่าเขาจะอ้าปากพูดได้ “เชี้ย เกือบหลับไปแล้วจริงๆ...”

เจียงอวี้ขยี้ตา ลุกขึ้นนั่งแล้วมองไปที่ที่นั่งคนขับ;

ลูกบาศก์ที่ติดตั้งอยู่บนพวงมาลัยกะพริบแสงวาบขึ้นมาหนึ่งครั้ง ราวกับกำลังขยิบตาให้เจียงอวี้

เจียงอวี้ขยิบตาตอบ ผ่านไปครู่หนึ่งเขาถึงขยับปากพูด “ขอบคุณนะ”

——ทั่งตีเหล็กกำลังเตือนเขา

การนอนหลับกลางถนนในความมืดแบบนี้มันอันตรายมาก

เมื่อได้ยินคำพูดของเจียงอวี้ ทั่งตีเหล็กก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแต่ส่องแสงสว่างนวลขึ้นกว่าเดิม

มุมปากของเจียงอวี้ยกยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว อืม มีไอ้เจ้านี่เพิ่มมาก็ไม่เลวเหมือนกันแฮะ เหมือนกับ—

ติดตั้งระบบอัจฉริยะแบบ "เสี่ยวอ้าย***" ไว้ในรถตัวเองเลย?

เจียงอวี้ยันมือขึ้นยืนจากพื้น หยิบหม้อไฟฟ้าและเส้นบะหมี่ทำมือที่เหลืออยู่ออกมาจากช่องเก็บของ เขาเสียบปลั๊กเข้ากับแบตเตอรี่แล้วเริ่มต้มบะหมี่

ท่ามกลางไอน้ำที่พุ่งพล่าน ในขณะที่เจียงอวี้ตั้งใจจะเข้าไปส่องแชทดูว่าคนอื่นคุยอะไรกันอยู่นั้น ทันใดนั้น เขาก็สัมผัสได้ว่าหมอกที่อยู่ข้างถนนเริ่มเคลื่อนตัวไหลเวียนราวกับสายน้ำ!

หมอกที่ไหลเวียนทำให้ถนนท่ามกลางความมืดมิดสว่างวาบขึ้นมา

เจียงอวี้มองไปที่ด้านขวาของถนนที่เขาอยู่ ถนนอีกสายหนึ่งปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่า! และบนถนนสายนั้น มีเงาร่างของวัตถุสีน้ำเงินเข้มขนาดมหึมาปรากฏขึ้นในสายตา

ตัวรถขนาดใหญ่สีน้ำเงินสะท้อนแสงจากหมอกขาว

เจียงอวี้รู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมาทันที!

***เสี่ยวอ้าย (Xiao AI) คือระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ (AI Assistant) ที่สั่งการด้วยเสียง พัฒนาโดยบริษัท Xiaomi จากประเทศจีน

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 20 ถนนคู่ขนาน

คัดลอกลิงก์แล้ว