- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาป่วนแสงอุษา
- บทที่ 2 คาคุซึ : เทพแห่งเศรษฐกิจจุติแล้ว
บทที่ 2 คาคุซึ : เทพแห่งเศรษฐกิจจุติแล้ว
บทที่ 2 คาคุซึ : เทพแห่งเศรษฐกิจจุติแล้ว
บทที่ 2 คาคุซึ : เทพแห่งเศรษฐกิจจุติแล้ว
"ท่านเพน หลังจากที่ท่านและท่านเทพธิดาจากไป หมู่บ้านอาเมะงาคุเระก็ไม่มีสิทธิ์มีเสียงใดๆ กับห้าหมู่บ้านนินจาใหญ่อีกเลย
คำสัญญาของโฮคาเงะรุ่นที่เจ็ดที่จะพัฒนาหมู่บ้านอาเมะงาคุเระนั้นไม่เคยเกิดขึ้นจริง!
เขาเพียงแค่พูดกับคนอื่นไปงั้น และห้าหมู่บ้านนินจาใหญ่ก็มอบโอกาสหาเงินให้กับเรา นั่นคือการจัดการกับขยะที่เกิดจากการพัฒนาของพวกเขา ขยะมีพิษ อันตราย และไม่สามารถบำบัดได้ทุกชนิด!
แคว้นอาเมะในตอนนี้เต็มไปด้วยก๊าซพิษทุกหนทุกแห่ง แม้แต่น้ำฝนก็ยังมีฤทธิ์กัดกร่อน
พวกเราบางคนเคยพยายามไปตั้งคำถามกับโคโนฮะ แต่ก็ถูกทุบตีขับไล่กลับมาโดยตรง
โคโนฮะไม่เคยเห็นหมู่บ้านอาเมะงาคุเระเป็นมิตร พวกเขาเชื่อว่าโฮคาเงะรุ่นที่เจ็ดเป็นคนช่วยชีวิตและชุบชีวิตผู้อาวุโสรวมถึงครอบครัวของพวกเขา และมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับท่านเพนเลย ท่านเพน ท่านมันก็แค่ศัตรูที่พ่ายแพ้..."
นางาโตะรู้สึกสับสนกับเนื้อหาในจดหมายเป็นส่วนใหญ่
ตัวอย่างเช่น โฮคาเงะรุ่นที่เจ็ดคือใคร แล้วทำไมเขาถึงไปร่วมมือกับคนพวกนั้นได้
แต่นางาโตะก็ยังพอเข้าใจภาพรวมของสิ่งที่เกิดขึ้น
คำสำคัญของเรื่องนี้คือ การคืนชีพ
ในเมื่อมีการคืนชีพ นั่นก็ต้องเป็นวิชาสังสาระสวรรค์กำเนิดของเขาอย่างแน่นอน
มันเป็นเรื่องยากจะเชื่ออยู่สักหน่อย ที่ในอนาคตเขาจะยอมสละชีวิตของตัวเองเพื่อชุบชีวิตผู้คนในโคโนฮะงั้นหรือ
แถมยังเลือกที่จะเชื่อใจคนจากโคโนฮะให้มาช่วยพัฒนาหมู่บ้านอาเมะงาคุเระเนี่ยนะ
หลังจากมองดูภาพถ่ายหมู่บ้านอาเมะงาคุเระในอนาคตที่ฮาคุโมะนำมาให้ดูอีกครั้ง นางาโตะก็เลือกที่จะเชื่อ
"พวกเราล้มเหลวเหรอ หรือจะพูดให้ถูกก็คือ ถ้าฉันไม่ถูกนินจาโคโนฮะคนนั้นชักจูง ฉันก็อาจจะทำสำเร็จ..."
นางาโตะกุมขมับด้วยความสับสน และในที่สุดก็เงยหน้าขึ้นมองฮาคุโมะ "เป้าหมายของนายคืออะไร"
บุคลิกของนางาโตะนั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก เขาสามารถตัดสินใจด้วยตัวเองได้ แต่ตัวเลือกที่เฉพาะเจาะจงทั้งหมดมักจะมาจากคนอื่นเสมอ
เริ่มแรกก็คือตัวเลือกของยาฮิโกะ จากนั้นก็ตัวเลือกของจิไรยะ และตัวเลือกของนารูโตะ
มันก็เหมือนกับฟางเสวียนหลิงและตู้หรูฮุ่ย คุณไม่สามารถบอกได้หรอกว่าตู้หรูฮุ่ยขาดความกระตือรือร้น
ตอนนี้ก็เช่นกัน เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความล้มเหลวที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ นางาโตะก็ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนแปลงมันอย่างไร เขาจึงตัดสินใจปรึกษาฮาคุโมะ ผู้นำหมู่บ้านอาเมะงาคุเระในอนาคต
"ฉันต้องการจะเป็นกุนซือและที่ปรึกษาของแสงอุษา เพื่อทำหน้าที่ตัดสินใจให้กับองค์กรแสงอุษาและหมู่บ้านอาเมะงาคุเระ"
ฮาคุโมะพูดอย่างตรงไปตรงมา
"...ไม่มีปัญหาหรอกหากนายจะเป็นคนตัดสินใจเรื่องของหมู่บ้านอาเมะงาคุเระ ตราบใดที่ข้อเสนอของนายสามารถโน้มน้าวใจพวกเราสองคนได้ แต่แสงอุษานี่สิ... สมาชิกของแสงอุษานั้นยากที่จะรับคำสั่งใคร"
โคนันเอ่ยขึ้น ดับฝันความคิดของฮาคุโมะ
"เร็วๆ นี้จะมีการประชุมของแสงอุษาหรือเปล่า"
ฮาคุโมะยิ้มให้โคนันแล้วถามขึ้น
"อะไรนะ"
โคนันขมวดคิ้ว
ไม่กี่วันต่อมา
ภายในถ้ำที่เต็มไปด้วยม่านพลังกั้นเขตด้านนอกหมู่บ้านอาเมะงาคุเระ สมาชิกหลักทุกคนขององค์กรแสงอุษาได้มารวมตัวกัน
ทว่ามีสองคนที่หายไป
อุจิวะ อิทาจิ และ โฮชิงากิ คิซาเมะ
ฮาคุโมะบอกนางาโตะว่า อุจิวะ อิทาจิ คือสายลับที่โคโนฮะส่งมา
เขาบอกนางาโตะว่าไม่ว่าเขาจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม อิทาจิก็ไม่ควรมาเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ ส่วนวิธีจัดการกับเขาในภายหลังก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฮาคุโมะเอง
การไม่ให้อุจิวะ อิทาจิมาเข้าร่วมเพียงคนเดียวอาจดูโจ่งแจ้งเกินไป พวกเขาจึงมอบหมายภารกิจสืบข้อมูลข่าวสารของโคโนฮะให้กับอิทาจิและคิซาเมะซะเลย
ประจวบเหมาะกับการเปิดโอกาสให้อิทาจิได้กลับไปดูความเป็นไปที่นั่น ซึ่งเขาก็คงไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน
"อิทาจิกับคิซาเมะไปไหนล่ะ พวกนั้นถูกฆ่าตายไปแล้วหรือไง แล้วสมาชิกใหม่นี่ใครกัน"
ฮิดันยืนท่าทางยียวน ชี้นิ้วไปทางฮาคุโมะซึ่งเป็นใบหน้าแปลกหน้าเพียงคนเดียว
"ซูซาคุและนันโตะมีภารกิจอื่น นี่คือฮาคุโมะ เขามาที่นี่เพื่อเสนอตัวเป็นกุนซือของแสงอุษาเรา"
เพนยืนอยู่บนแท่นสูง น้ำเสียงของเขาดังก้องไปทั่วทั้งถ้ำ
"อะไรนะ! ฉันไม่ต้องการกุนซือบ้าบออะไรมาคอยสั่งหรอกโว้ย!"
ฮิดันตะโกนลั่นทันทีเมื่อได้ยินดังนั้น จากนั้นก็หยิบเคียวออกมาจากด้านหลังแล้วชี้ไปที่ฮาคุโมะ "เฮ้ย ไอ้หนู เชื่อไหมว่าฉันจะเอาแกไปสังเวยให้กับท่านจาชินเดี๋ยวนี้แหละ!"
สมาชิกองค์กรแสงอุษาคนอื่นๆ มองดูอย่างเย็นชาโดยไม่ปริปากพูดอะไร
ความคิดของพวกเขาล้วนตรงกัน พวกเขาไม่ต้องการกุนซือหน้าไหนมาออกคำสั่ง
อย่างที่โคนันได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ สมาชิกองค์กรแสงอุษาแต่ละคนล้วนเป็นอัจฉริยะ และทุกคนก็เป็นนินจาถอนตัว มันจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะยอมทำตามความต้องการของฮาคุโมะ
"มีใครรู้บ้างว่าในแสงอุษานี้ ใครเป็นคนดูแลเรื่องเศรษฐกิจ"
ฮาคุโมะเมินเฉยต่อคำพูดของฮิดัน เขาตั้งกระดานดำขนาดเล็กขึ้นมาแล้วนำกระดาษแผ่นหนึ่งไปติดไว้
"เศรษฐกิจคืออะไรฟะ"
ฮิดันทำหน้างุนงง
"มันก็คือเงินยังไงล่ะ ไอ้โง่"
คาคุซึเหลือบมองเพื่อนร่วมทีมที่แสนโง่เขลาของเขาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอู้อี้
จากนั้น สายตาของคาคุซึก็ถูกดึงดูดไปยังเนื้อหาบนกระดาษสีขาวบนกระดานดำของฮาคุโมะ
"ภายใต้การพัฒนาของอดีตผู้นำอย่างฮันโซ หมู่บ้านอาเมะงาคุเระได้สร้างเครื่องจักรไอน้ำจนเสร็จสมบูรณ์ไปแล้วมากมาย
แม้ว่านินจาของหมู่บ้านอาเมะงาคุเระจะไม่แข็งแกร่งนัก แต่เครื่องจักรเหล่านี้สามารถทดแทนแรงงานคนในการสร้างและผลิตสินค้าอุตสาหกรรมเบาในชีวิตประจำวันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งสามารถนำไปขายให้กับห้าแคว้นใหญ่เพื่อกอบโกยเงินจำนวนมหาศาลได้"
"หากมีปัญหาเรื่องเงินทุนในเบื้องต้น พอดีเลยว่าทางนี้มีข้อมูลข่าวกรองลับอยู่
กาโต้ เศรษฐีแห่งแคว้นนามิ ได้เข้ายึดครองสะพานที่สร้างขึ้นด้วยเงินทุนสาธารณะ ประชาชนต้องการว่าจ้างนินจาเพื่อไปจัดการกับกาโต้ แต่พวกเขาไม่มีเงิน
ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงคิดหาวิธีปกปิดระดับความยากของภารกิจ โดยพยายามลดเงินรางวัลลงเพื่อที่จะได้ว่าจ้างนินจา
แสงอุษาสามารถรับภารกิจนี้ได้เลย แค่ขอเงินรางวัลเป็นพิธีสักหนึ่งหรือสองตำลึงก็เพียงพอแล้วสำหรับพวกเขา
หากเป็นไปได้ เรายังสามารถร่วมมือกับแคว้นนามิในระยะยาวได้อีกด้วย
แคว้นนามิตั้งอยู่ระหว่างแคว้นฮิโนะกับแคว้นมิซึโนะ ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญทั้งทางทะเลและทางบก
หากในอนาคตแคว้นมิซึโนะต้องการจะพัฒนา พวกเขาย่อมต้องเดินทางผ่านแคว้นนามิเพื่อเข้าสู่แผ่นดินใหญ่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะต้องเดินทางอ้อมไกล ซึ่งสร้างความลำบากจนไม่คุ้มค่า
การยึดครองสถานที่แห่งนี้จะสร้างรายได้ก้อนโตอย่างต่อเนื่องให้กับเรา"
ฮาคุโมะชี้ไปที่กระดาษสีขาวบนกระดานดำพลางอธิบาย
ดวงตาของคาคุซึยิ่งฟังก็ยิ่งเบิกกว้างเป็นประกาย
แผนการของฮาคุโมะนั้นมีความเป็นไปได้สูงมาก แถมคำศัพท์เฉพาะทางของฮาคุโมะก็ยังพรั่งพรูออกมาอย่างคล่องแคล่ว บ่งบอกได้เลยว่าเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีฝีมืออย่างแท้จริง!
"เฮ้ย คาคุซึ เฮ้ย! อย่าไปหลงกลมันสิฟะ!"
ฮิดันเห็นว่าคาคุซึกำลังหมกมุ่นอย่างหนักจนถอนตัวไม่ขึ้น จึงรีบวิ่งไปขวางหน้าคาคุซึแล้วโบกมือไปมา
เมื่อเห็นว่าไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ ฮิดันจึงหันไปจ้องเขม็งใส่ฮาคุโมะอย่างดุเดือด "หาเงินได้แล้วมันจะทำไมฟะ ในด้านอื่นๆ แกมีสิทธิ์อะไรมาสั่งพวกเรา"
"นโยบายของผู้นำคือการรวบรวมสัตว์หางทั้งเก้า สร้างความหวาดหวั่น และสร้างสันติภาพภายใต้แรงกดดันขั้นสูง
ทิศทางของแผนการนี้ถูกต้องและไม่มีปัญหาใดๆ มันน่าเชื่อถือกว่าการพึ่งพาความรักเพื่อรักษาสันติภาพเสียอีก
เพียงแต่แผนนี้มีข้อบกพร่องบางอย่าง
เราค่อยมาคุยเรื่องข้อบกพร่องกันทีหลัง
จากทฤษฎีการสร้างความหวาดหวั่นนี้ ฉันมีแผนการที่ง่ายกว่าการรวบรวมสัตว์หางอย่างเทียบไม่ติด แต่ผลลัพธ์ของมันกลับไม่ต่างกันมากนัก"
ฮาคุโมะเมินฮิดันอีกครั้งแล้วกล่าวต่อ
"โอ้ แผนอะไรล่ะ"
ครั้งนี้ คำพูดของฮาคุโมะสามารถดึงดูดความสนใจของเพนได้เลยทีเดียว
ช่วงหลายวันที่ผ่านมา ฮาคุโมะเอาแต่เล่าเรื่องอนาคตของหมู่บ้านอาเมะงาคุเระให้นางาโตะกับโคนันฟัง โดยไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องอื่นเลย
พวกเขายังบอกปีปัจจุบันให้ฮาคุโมะทราบอีกด้วย
ตามปฏิทินของโคโนฮะ ตอนนี้คือปีโคโนฮะที่หกสิบ ซึ่งเป็นปีที่สำคัญที่สุดในเนื้อเรื่องดั้งเดิม
ทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่การขโมยคัมภีร์สะกดรอย แคว้นนามิ แคว้นยูกิ การสอบจูนิน การแปรพักตร์ของซาสึเกะ และอื่นๆ อีกมากมาย ล้วนเกิดขึ้นในช่วงปีนี้
"เพื่อให้แผนนี้ได้ผล ซานไตต้องออกไป เขาจะรู้เรื่องนี้ไม่ได้"
ฮาคุโมะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"อะไรนะ! ทำไมฉันต้องออกไปด้วย! แกผูกใจเจ็บใช่ไหม ไอ้หนู!"
ฮิดันเดือดดาลขึ้นมาทันที
ความอยากรู้อยากเห็นของเขาถูกฮาคุโมะกระตุ้นขึ้นมา แล้วตอนนี้กลับไม่ยอมให้เขารู้งั้นเหรอ แบบนี้มันยุติธรรมที่ไหน!
ฟุ่บ—
เคียวของฮิดันพุ่งเฉียดสีข้างของฮาคุโมะไป ฮาคุโมะคว้าด้ามเคียวเอาไว้แล้วเหวี่ยงมันกลับไป
"หืม"
คาคุซึเห็นว่าฮาคุโมะสามารถรับเคียวของฮิดันที่ขว้างมาอย่างกะทันหันและหมุนด้วยความเร็วสูงได้อย่างมั่นคง แถมยังขว้างกลับไปได้ เขาจึงเหลียวมองไปด้านข้างเล็กน้อย
การที่สามารถทำแบบนั้นได้ หมายความว่าทักษะกระบวนท่าและการตอบสนองของเขาอยู่ในระดับที่ไม่ธรรมดาแล้ว
หลังจากขว้างเคียวกลับไป ฮาคุโมะก็ปัดแขนเสื้อของตัวเองเบาๆ
"ฉันไม่ได้ผูกใจเจ็บอะไรหรอกนะ แล้วก็ ซานไต ว่างๆ นายก็หัดฝึกกระบวนท่าและสมองของตัวเองให้มากกว่านี้หน่อยเถอะ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะโดนพวกจูนินจัดการเอาได้นะ"
"หนอยแก! &*¥#"