- หน้าแรก
- ทะลุมิติมากระทืบผู้ยิ่งใหญ่ ด้วยกายาโกลาหลขั้นสุดยอด
- บทที่ 360 - อะไรนะ บันทึกรักจอมมารเจ้าสำราญถูกแบนงั้นหรือ?
บทที่ 360 - อะไรนะ บันทึกรักจอมมารเจ้าสำราญถูกแบนงั้นหรือ?
บทที่ 360 - อะไรนะ บันทึกรักจอมมารเจ้าสำราญถูกแบนงั้นหรือ?
บทที่ 360 - อะไรนะ บันทึกรักจอมมารเจ้าสำราญถูกแบนงั้นหรือ?
ทุกคนต่างพยักหน้าเห็นด้วย ในแววตาเต็มไปด้วยความเคารพเลื่อมใส
เพิ่งจะบรรลุมรรคก็มีพลังต่อสู้เหนือกว่ามหาจักรพรรดิทั่วไปไปไกลลิบ เพิ่งจะเป็นจักรพรรดิก็กล้านัดหมายกันไปลุยเส้นทางเซียนธุลีแดง ความแข็งแกร่งและความมั่นใจแบบนี้ ใครจะเทียบได้?
...
ณ ศาลสวรรค์
ภายนอกประตูหนานเทียนเหมิน มรรคาแสงสีทองทอดยาวออกไป
ร่างสามร่างเดินเคียงคู่กันมา ทุกย่างก้าวที่เหยียบย่ำลงไป ล้วนทำให้มิติว่างเปล่าสั่นสะเทือนแผ่วเบา
ตี้เฉินเดินอยู่ตรงกลาง แสงเทพห้าสีถูกเก็บงำไว้ ดาบสวรรค์ลอยอยู่ข้างกาย
ว่านชิงอยู่ฝั่งซ้าย ภาพเงาของบงกชโกลาหลปรากฏขึ้นอย่างเลือนรางอยู่เบื้องหลัง
ฉินหมิงอยู่ฝั่งขวา ปราณเลือดสีทองถูกเก็บงำไปกว่าครึ่ง แต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาลนั้น
ที่ปลายสุดของมรรคาแสงสีทอง มีกลุ่มคนรอคอยอยู่แล้ว
เจียงเฮ่ายืนอยู่หน้าสุด เอามือไพล่หลัง มุมปากมีรอยยิ้มจางๆ
เฟิ่งอู่อยู่ข้างกายเขา สายตาอ่อนโยน
เฟิ่งซียืนอยู่ข้างหลังเฟิ่งอู่ โบกมือหยอยๆ ไม่หยุด
ราชันศักดิ์สิทธิ์โต้วจ้านกอดอก ยิ้มยิงฟัน
เทวะอารักษ์หลิงเป่าและเทวะอารักษ์หยวนสื่อยืนอยู่ด้านหลังเล็กน้อย มองดูทั้งสามคนด้วยรอยยิ้ม
ตี้เฉินและพรรคพวกอีกสองคนเดินเข้ามาใกล้ แล้วหยุดฝีเท้าลง
จากนั้น ก็โค้งคำนับพร้อมกัน
"ท่านอาจารย์"
"ท่านปู่จักรพรรดิสวรรค์"
เจียงเฮ่ามองพวกเขา แววตาแฝงความพึงพอใจ
"ลุกขึ้นเถอะ"
ทั้งสามคนยืดตัวขึ้น
เฟิ่งซีพุ่งเข้าไปเป็นคนแรก เดินวนรอบพวกเขาสามคนหนึ่งรอบ แล้วก็เดาะลิ้นด้วยความทึ่ง
"ว้าว พวกเจ้าบรรลุมรรคกันแล้ว มหาจักรพรรดิสินะ ต่อไปต้องเรียกพวกเจ้าว่า มหาจักรพรรดิไท่อี้ มหาจักรพรรดิไท่ชู มหาจักรพรรดิไท่สื่อแล้วใช่ไหมเนี่ย?"
ฉินหมิงเกาหัว "เรียกอะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ"
เฟิ่งซีกะพริบตา "งั้นข้าเรียกเจ้าว่า เสี่ยวฉินหมิง (ฉินหมิงน้อย) ดีไหม?"
ฉินหมิงหน้าดำทะมึน "...ท่านอาเฟิ่งซี ข้าเป็นจักรพรรดิแล้วนะ"
ราชันศักดิ์สิทธิ์โต้วจ้านเดินเข้ามา ตบไหล่ตี้เฉิน แล้วก็ไปตบไหล่ว่านชิง ก่อนจะไปตบไหล่ฉินหมิงอย่างแรง
"ไอ้หนู! ไม่ทำให้ท่านอาจารย์ของพวกเจ้าเสียหน้าเลยนะ!"
ฉินหมิงหัวเราะหึๆ "มันแน่อยู่แล้ว"
หลงเฮ่าชะโงกหน้าเข้ามา กวาดสายตามองทั้งสามคนขึ้นๆ ลงๆ พลางเดาะลิ้น "ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมจริงๆ บำเพ็ญเพียรแค่ไม่กี่ร้อยปีก็บรรลุมรรค แถมยังมีพลังต่อสู้ระดับจักรพรรดิสวรรค์อีก ข้าซึ่งเป็นคลื่นลูกหน้า คงโดนซัดตายอยู่บนชายหาดอย่างสมบูรณ์แบบแล้วล่ะ"
ฉินหมิงหัวเราะหึๆ "ผู้อาวุโสหลงเฮ่า ท่านก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใครหรอก ข้าเชื่อว่าท่านต้องบรรลุมรรคได้แน่"
"โห งั้นขอยืมคำพูดที่เป็นมงคลของเจ้าก็แล้วกัน"
เจียงเฮ่าไม่ได้พูดอะไรมาตลอด เพียงแค่มองดูพวกเขาทั้งสามคน
รอจนทุกคนพูดจบ เขาถึงได้เอ่ยปาก
"ดีมาก"
แค่สองคำสั้นๆ
แต่เมื่อตี้เฉินและพวกทั้งสามคนได้ยินสองคำนี้ ขอบตาก็เริ่มแดงก่ำ
การได้รับการยอมรับจากท่านอาจารย์ สำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด
...
ณ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือ
ประดับประดาด้วยโคมไฟและริ้วผ้า สีหน้าของผู้คนเต็มไปด้วยความปีติยินดี
"บุตรแห่งจักรพรรดิบรรลุมรรคแล้ว บุตรแห่งจักรพรรดิบรรลุมรรคแล้ว เหยาฉือของพวกเรามีจักรพรรดิองค์ใหม่แล้ว มหาจักรพรรดิไท่ชู!"
ศิษย์ของเหยาฉือวิ่งกระจายข่าวกันให้ว่อน ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและภาคภูมิใจ
หลังจากฉินหมิงออกจากศาลสวรรค์ เขาก็มาที่เหยาฉือ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเผ่ามนุษย์ที่พ่อแม่ของเขาร่วมกันก่อตั้งขึ้น
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือตั้งแต่ระดับบนลงมาระดับล่าง ล้วนจมดิ่งอยู่ในความปีติยินดีอย่างล้นพ้น หนึ่งสำนักสองจักรพรรดิ นอกจากศาลสวรรค์แล้ว ตอนนี้ก็มีแต่เหยาฉือนี่แหละ
ข่าวแพร่สะพัดออกไป ทั่วทั้งพิภพต้นกำเนิดต่างก็วิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่
"เหยาฉือหนึ่งสำนักสองจักรพรรดิเชียวนะ! มหาจักรพรรดิเหยาฉือและมหาจักรพรรดิไท่ชู สองแม่ลูกเป็นมหาจักรพรรดิทั้งคู่!"
"นอกจากศาลสวรรค์แล้ว เผ่ามนุษย์ก็ยังไม่เคยมีขุมกำลังไหนมีผู้บรรลุมรรคถึงสองคนเลยใช่ไหม?"
"ไม่มี ไม่มีแน่นอน"
"เหยาฉือคราวนี้ติดปีกบินแล้ว"
มีคนทอดถอนใจ "มหาจักรพรรดิเพียงคนเดียว ก็สามารถตั้งเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ได้แล้ว สามารถทำให้สำนักเจริญรุ่งเรืองได้อย่างหาที่สุดไม่ได้ ตอนนี้เหยาฉือมีมหาจักรพรรดิถึงสองคน จะเจริญรุ่งเรืองไปถึงขั้นไหนกันเนี่ย?"
"นั่นสิ แถมยังเป็นมหาจักรพรรดิไท่ชูที่เก่งกาจขนาดนั้นด้วย นี่มันแทบไม่อยากจะเชื่อเลย มหาจักรพรรดิเหยาฉือนี่ช่างให้กำเนิดลูกเก่งเสียจริงๆ ลูกชายที่คลอดออกมาถึงได้เก่งกาจขนาดนี้"
"ดูท่าข้าต้องผลิตลูกให้เยอะขึ้นแล้วล่ะ คืนนี้ต้องขยันหน่อย เผื่อโชคดีได้ลูกที่เป็นอัจฉริยะสะท้านโลกขึ้นมาบ้าง"
"ใช่ๆๆ มีเหตุผล ดูท่าข้าคงต้องเริ่มรับอนุภรรยาคนที่ยี่สิบแปดแล้วล่ะ"
"เฮ้ยๆ เบาๆ หน่อยนะเจ้า"
ในช่วงเวลานี้ ทุกหนทุกแห่งในพิภพต้นกำเนิดต่างก็พูดคุยกันถึงเรื่องความยิ่งใหญ่ของเหยาฉือที่มีถึงสองจักรพรรดิในสำนักเดียว
มีทั้งคนที่อิจฉา มีทั้งคนที่ทึ่ง
แต่ที่มากกว่าคือความทอดถอนใจ
ยุคสมัยนี้ ช่างเจิดจรัสเหลือเกิน มีสามขุนเขาใหญ่ตั้งตระหง่านเป็นผู้นำ
...
ต้าหลัวเทียน เมืองหมื่นพิภพ
บนถนนเหวินหยวนผู้คนพลุกพล่าน คึกคักเป็นอย่างยิ่ง
นับตั้งแต่ตี้เฉินและพวกทั้งสามคนบรรลุมรรค ก็ผ่านมาสองร้อยปีแล้ว ในช่วงสองร้อยปีที่ผ่านมานี้ การต่อสู้แย่งชิงของเหล่าอัจฉริยะในพิภพต้นกำเนิดก็ยิ่งทวีความดุเดือดมากขึ้นเรื่อยๆ
มู่เฟิงก็สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับเสมือนจักรพรรดิได้ในที่สุด และใช้วิชาเทพไท่ยินโจมตีจนคนรุ่นเดียวกันต้องยอมศิโรราบ
หลินต้งยังคงความห้าวหาญไร้เทียมทาน มือซ้ายดรรชนีจองจำฟ้าต้าฮวง มือขวาเคล็ดวิชาชิงเทียนแปลงมังกร นามของเทพยุทธ์ระบือลือลั่นไปทั่วหล้า
สองพี่น้องตระกูลเจียง กวาดล้างผู้คนทั่วเส้นทางโบราณจนไร้พ่าย
อัจฉริยะมากมายดั่งเมฆา เหล่าราชันผงาดขึ้นพร้อมกัน
แน่นอนว่า ในบรรดาอัจฉริยะเหล่านี้ ผู้ที่โดดเด่นที่สุดก็คือเทียนฉาน-ถู่โต้ว หลังจากที่ตี้เฉินและพวกทั้งสามคนบรรลุมรรค เขาก็กลายเป็นอัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดในปัจจุบัน และเป็นผู้ที่มีความหวังจะบรรลุมรรคมากที่สุดต่อจากตี้เฉินและพวกทั้งสามคน
และหลายคนก็รู้สึกว่า วันนั้นคงอีกไม่ไกลแล้ว
สถานที่ที่คึกคักที่สุดในต้าหลัวเทียน ก็มักจะเป็นถนนเหวินหยวนเสมอ
"พวกเจ้าได้ยินกันหรือยัง? นิยายของอวี่เยี่ยไต้เตาปู้ไต้ส่าน (คืนฝนพรำพกดาบไม่พกร่ม) มีเนื้อหาละเมิดกฎ เลยถูกแบนไปแล้ว"
ผู้ฝึกตนวัยกลางคนคนหนึ่งที่สะพายน้ำเต้าสุราเอ่ยขึ้นมาลอยๆ ในมือก็ถือสุราดื่มไปด้วยพลางเล่าไปด้วย
เมื่อได้ยินดังนั้น ผู้ฝึกตนหญิงวัยรุ่นที่อยู่ข้างๆ ก็เบิกตาโพลงทันที "ผู้อาวุโสอวี่เยี่ยหรือ? คนที่เขียนเรื่อง 《บันทึกรักจอมมารเจ้าสำราญ》 คนนั้นน่ะหรือ?"
"นอกจากเขาแล้วจะเป็นใครได้อีกล่ะ" ผู้ฝึกตนน้ำเต้าลดเสียงลง ท่าทางแปลกใจ "นี่แม่นาง เจ้าก็อ่านผลงานชิ้นเอกของปรมาจารย์อวี่เยี่ยด้วยหรือเนี่ย?"
เขาแปลกใจมาก เพราะผลงานของนักเขียนระดับเทพอย่างอวี่เยี่ยไต้เตาปู้ไต้ส่านล้วนแต่เป็นนิยายแนวฮาเร็มทั้งนั้น ตัวเอกชายหนึ่งคนมีสาวงามรู้ใจเป็นสิบๆ คน นิยายแบบนี้ผู้หญิงที่ไหนจะไปชอบอ่าน?
เมื่อมีข่าวจากผู้ฝึกตนน้ำเต้า กลุ่มคนก็แห่กันเข้ามารุมล้อมทันที
อวี่เยี่ยไต้เตาปู้ไต้ส่านผู้นี้คือตัวพ่อแห่งวงการนิยายฮาเร็มในยุคนี้เลยก็ว่าได้ และนิยายเรื่องบันทึกรักจอมมารเจ้าสำราญก็เป็นผลงานยอดฮิตระดับซูเปอร์สแมชฮิตในตอนนี้ด้วย
"เอ่อ... ก็แค่อ่านผ่านๆ น่ะ อ่านผ่านๆ" ผู้ฝึกตนหญิงถูกทุกคนจ้องมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก็รู้สึกเขินอายขึ้นมาทันที โชคดีที่นางหัวไว รีบเปลี่ยนเรื่องคุยทันควัน "ผู้อาวุโส รีบเล่าสิเจ้าคะ ว่ามันถูกแบนได้ยังไง?"
เมื่อได้ยินผู้ฝึกตนหญิงถามแบบนั้น ผู้ฝึกตนน้ำเต้าก็ถึงกับบางอ้อ กระแอมไอเบาๆ แล้วรีบเล่าต่อทันที "อ้อๆ คืองี้นะ ช่วงนี้นิยายเรื่องบันทึกรักจอมมารเจ้าสำราญกำลังดำเนินมาถึงตอนที่จอมมารกำลังพิชิตใจจักรพรรดินีและไทเฮาของเผ่าเซียนอยู่พอดี สงสัยคนเขียนจะอินจัดไปหน่อย ฉากเข้าพระเข้านางในตอนล่าสุดก็เลยเขียนโจ่งแจ้งเกินไปหน่อย แล้วก็... ปลิวเลยไง"
"อ้าว น่าเสียดายจังเลยนะ"
เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้น ก็พากันถอนหายใจด้วยความเสียดาย รู้สึกหงุดหงิดใจกันไปตามๆ กัน
"ใครจะไปว่าไม่ใช่ล่ะ นิยายเรื่องนี้ก็ดำเนินมาถึงช่วงท้ายๆ แล้วด้วยนะ สาวงามรู้ใจก็เก็บเข้าฮาเร็มไปเป็นร้อยคนแล้ว กำลังจะครบหนึ่งร้อยแปดคนอยู่รอมร่อ น่าเสียดายที่ต้องมาโดนอุ้มไปเสียก่อน"
"อะไรนะ หนึ่งร้อยแปดคน เยอะขนาดนั้นเลยหรือ?"
ในตอนนั้นเอง ก็มีคนที่ไม่เคยอ่านเรื่องนี้ถึงกับตกตะลึงไปเลย เยอะขนาดนี้ จะสับรางทันหรือ? นี่คือผู้ฝึกตนหัวโล้นคนหนึ่ง
"มันแน่อยู่แล้ว" ผู้ฝึกตนน้ำเต้านับนิ้วแจกแจงให้ผู้ฝึกตนหัวโล้นฟัง "สาวงามของจอมมารมีหลากหลายรูปแบบ สามารถตอบสนองรสนิยมของเจ้าได้ทุกรูปแบบเลยล่ะ ระดับสูงๆ ก็มีตั้งแต่สตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งเผ่าจักรพรรดิ จักรพรรดินีและไทเฮาของเผ่าเซียน ผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักเซียน ระดับธรรมดาๆ ก็มีแม้กระทั่งแม่ค้าขายใบชา"
"แถมเผ่าพันธุ์ของบรรดาสาวงามก็หลากหลายมากนะ มีทั้งเผ่าจิ้งจอก เผ่ามนุษย์ เผ่างู หรือแม้กระทั่งกระต่ายกับหญ้าเงินครามก็ยังมีเลย เรียกได้ว่า มีแต่แบบที่เจ้านึกไม่ถึง ไม่มีแบบที่จอมมารไม่มีหรอก"
"โห เขียนเก่งขนาดนี้เลยหรือ?" ผู้ฝึกตนหัวโล้นถึงกับอึ้งไปเลย แบบนี้ก็เล่นสนุกเลยสิ!
เขายิ่งฟัง ดวงตาก็ยิ่งเป็นประกาย พอฟังแล้ว... ชักอยากจะอ่านขึ้นมาซะแล้วสิ
"ไม่เพียงแค่นั้นนะ ตัวละครแต่ละตัวยังมีชีวิตจิตใจ ไม่ใช่ว่าเขียนมาส่งๆ เอาจำนวนเข้าว่า อย่างสตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งเผ่าจักรพรรดินั่นก็ทั้งสูงส่งและเย็นชา เขียนออกมาได้สมจริงสุดๆ"
"ส่วนแม่ค้าขายใบชาก็อ่อนโยนน่ารัก อ่านแล้วใจละลายไปเลย ส่วนผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักเซียนที่ตอนแรกก็ดูน่าเกรงขามดุดัน แต่สุดท้ายก็ต้องยอมสยบให้กับจอมมารอยู่ดี ความรู้สึกแบบนั้นน่ะ จึ๊ยๆๆ..."
(จบแล้ว)