- หน้าแรก
- มือปราบมหากาฬระบบโจรโฉด
- บทที่ 512 เสียงปืนที่ดังมาจากในกองบังคับการตำรวจ!
บทที่ 512 เสียงปืนที่ดังมาจากในกองบังคับการตำรวจ!
บทที่ 512 เสียงปืนที่ดังมาจากในกองบังคับการตำรวจ!
หลี่เสวี่ยหรูคิดไปโดยสัญชาตญาณ ถึงความสูงเกือบสองเมตรสามสิบของซูหมิง บวกกับกล้ามเนื้อที่กำยำจนน่ากลัวทั้งตัว
นี่....
ถ้าคำนวณตามสัดส่วนแล้ว....
เธอเลียริมฝีปากสีแดงของตัวเองโดยสัญชาตญาณ
รู้สึกว่าหัวใจดวงน้อยๆ ของเธอ เต้นแรงขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้สองสามครั้ง
ส่วนจางหย่งเป่าก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติของหลี่เสวี่ยหรูในทันที
จึงยุยงต่อไปว่า: "คุณลองคิดดูสิ ซูหมิงมีร่มโพธิ์ร่มไทรอย่างตระกูลเชอคอยหนุนหลัง ตัวเขาเองก็มีความสามารถ อนาคตต้องก้าวไกลอย่างแน่นอน ถ้าตอนนี้คุณเผด็จศึกเขาได้ ในอนาคตคุณจะสามารถอาศัยเขาก้าวขึ้นไปอีกขั้นได้อย่างแน่นอน!"
"ยิ่งไปกว่านั้น...." จางหย่งเป่าเช็ดปากที่เหนียวจนแทบจะเปิดไม่ออกแล้วพูดว่า
"คุณดูรูปร่างที่กำยำของผู้กำกับซูสิ แถมยังเป็นหนุ่มโรงเรียนตำรวจที่เพิ่งเรียนจบด้วย เรื่องพละกำลังนี่ไม่ต้องพูดถึง ต้องเป็นชายชาตรีระดับเครื่องตอกเสาเข็มอย่างแน่นอน"
"ต้องทำให้คุณอิ่มหนำสำราญได้อย่างแน่นอน...."
คำพูดของจางหย่งเป่า ทำให้หลี่เสวี่ยหรุนึกถึงเรื่องราวที่ไม่น่าอภิรมย์ในอดีตขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ
สิบปีก่อน ตอนที่ตัวเองเพิ่งจะเข้ามาทำงานที่ซิ่วสุ่ย
หลังจากงานเลี้ยงค็อกเทลที่ถูกจงใจจัดขึ้นเพื่อเล่นงานเธอโดยเฉพาะ เธอที่เมามายก็ถูกจางหย่งเป่าย่ำยี
หลังจากนั้นเธอจำต้องยอมจำนนต่ออำนาจมืดของจางหย่งเป่า แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจางหย่งเป่าเพื่อการเลื่อนตำแหน่งถึงกับ....
หลี่เสวี่ยหรูแค่นเสียงหัวเราะเยาะเย้ย: "ก็เหมือนกับเมื่อหลายปีก่อน ที่นายเพื่อเอาใจไอ้แก่หนังเหนียวนั่น ถึงกับส่งฉันขึ้นเตียงของเขาไง"
"คงคิดไม่ถึงล่ะสิ ว่าผ่านไปแค่ไม่กี่ปี ฉันจะก้าวพรวดขึ้นมาเป็นเจ้านายของนายได้น่ะ!"
"และตอนนี้ ทุกครั้งที่ฉันกลับมาจากในเมือง ฉันก็จะให้นายได้ลิ้มรสผลกรรมที่เคยก่อไว้ในตอนนั้นให้เต็มอิ่มไปเลย!"
ในเวลานี้อาจเป็นเพราะนิ้วของเลขาธิการหลี่ไปโดนหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองเข้า จึงกดเข้าไปในแอปพลิเคชัน Douyin (TikTok) โดยตรง
และวิดีโอแรกเมื่อเข้าแอป ก็คือมุกตลกเกี่ยวกับสำเนียงที่กำลังเป็นกระแสฮิตสุดๆ ในช่วงนี้
ภายในห้องทำงาน จึงมีเสียงพากย์ที่ค่อนข้างตลกขบขันดังขึ้น
"เมื่อสายลับคนหนึ่งมาปฏิบัติภารกิจที่โรงแรมในปักกิ่ง... สิ่งที่เขาได้ยินก็คือ..."
"เป็นขี้ข้าของท่านอาม่าใช่ไหม?"
"กินน้ำเต้าหู้หมัก! ต้องแม่งซดเลาะขอบชามเว้ย!"
"ยังจะบอกว่าน้ำเต้าหู้หมักคาวอีกไหม!"
"หลู่จู่ (เครื่องในตุ๋น) อร่อยไหม!"
"พูด!"
.....
เมื่อวิดีโอวนซ้ำไปไม่รู้กี่รอบ ในที่สุดห้องทำงานก็กลับสู่สภาวะปกติ
ม่านจีบถูกเปิดออก และหน้าต่างก็ถูกเปิดออกพร้อมกัน
อากาศบริสุทธิ์พัดพากลิ่นขุ่นมัวภายในห้องให้จางหายไป
ส่วนเลขาธิการหลี่เสวี่ยหรูที่กลับสู่ความสัมพันธ์แบบผู้บังคับบัญชาและลูกน้องตามปกติก็นั่งพิงเก้าอี้ผู้บริหาร ส่วนจางหย่งเป่าก็หาแก้วกระดาษมารองน้ำบ้วนปาก
"เข้าเรื่องกันดีกว่า ตอนนี้ตกลงจะเอายังไงต่อไป?" เลขาธิการหลี่ขมวดคิ้วเรียวงาม มองดูจางหย่งเป่าในห้องแล้วเอ่ยถาม
"หรือไม่ คุณก็ให้นายกเทศมนตรีเฝิงหาวิธีล่ะครับ? ยังไงซะเฝิงเฟิงก็เป็นหลานชายของเขา เขาเองก็น่าจะออกหน้ามากดดันซูหมิงสักหน่อยไหมครับ?" จางหย่งเป่าบ้วนปากไปพลาง พูดด้วยน้ำเสียงอู้อี้ไปพลาง
"เขาเหรอ? ตอนที่นายโทรหาฉัน ฉันก็อยู่กับเขานั่นแหละ" หลี่เสวี่ยหรูถอนหายใจ แล้วพูดต่อว่า "นายก็รู้นี่ ว่านายกเทศมนตรีเฝิงไม่ค่อยชอบหน้าหลานชายคนนี้ที่มักจะเอาชื่อเขาไปแอบอ้างข่มขู่คนอื่นอยู่แล้ว"
"นายกเทศมนตรีเฝิงไม่มีทางออกหน้าเด็ดขาด"
จางหย่งเป่าถอนหายใจลึก เมื่อได้รับรู้ข่าวนี้เขาก็รู้สึกปวดหัวเป็นอย่างยิ่ง
เขาไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งอะไรกับเฝิงเฟิงมากมายนักหรอก
แต่ว่า การที่เฝิงเฟิงล้มลงแบบนี้ กองสืบสวนคดีอาญาก็ตกไปอยู่ในมือของซูหมิงแล้วน่ะสิ
ถ้าอย่างนั้นการที่ซูหมิงจะสืบเจอเรื่องสกปรกที่ตัวเองทำมาตลอดหลายปีนี้ มันก็เป็นแค่เรื่องช้าหรือเร็วเท่านั้นไม่ใช่หรือไง??
คิดไปคิดมา จางหย่งเป่าก็พบว่าสำหรับผู้กำกับซูที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้คนนี้ เขาหมดหนทางรับมือจริงๆ แต่เขาจะยอมนั่งรอความตายได้ยังไง?
หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน
จางหย่งเป่ามองดูเลขาธิการหลี่เสวี่ยหรูตรงหน้า ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นข้าราชการหญิงที่สวยที่สุดในเมืองเหยียนหลิน
เขาไม่เชื่อหรอกว่าเจ้านายสาวที่ดูเหมือนลูกพีชสุกงอมคนนี้ เป็นฝ่ายเข้าไปยั่วยวนซูหมิงแล้ว เขาจะอดใจไหว!
อายุยี่สิบสอง!
กำลังอยู่ในวัยที่อยากรู้อยากลองรสชาติของเซ็กส์พอดี!
จะต้านทานเจ้านายสาวสวยที่ยอมทอดกายให้ได้ยังไง
ยิ่งไปกว่านั้น ดูแวบเดียวก็รู้ว่าซูหมิงเป็นผู้ชายที่เลือดลมกำลังสูบฉีด ไม่มีทางผ่านด่านแผนนารีพิฆาตนี้ไปได้อย่างแน่นอน!
ก็เหมือนกับพวกผู้กำกับการตำรวจคนก่อนๆ นั่นแหละ ต่อให้ผ่านด่านการติดสินบนด้วยเงินทองไปได้ สุดท้ายก็ต้องยอมสยบอยู่ใต้กระโปรงสีชมพูทีละคนๆ อยู่ดี!
ส่วนหลี่เสวี่ยหรูก็ถูกจางหย่งเป่าตื๊อทั้งไม้อ่อนไม้แข็ง จนกึ่งรับกึ่งสู้และตัดสินใจได้ในที่สุด
。。。。
กองบังคับการตำรวจภูธรอำเภอซิ่วสุ่ย ห้องทำงานผู้กำกับการ
ซูหมิงเอนหลังพิงเก้าอี้ผู้บริหาร เขามองดูอู๋เหวินกวงและสือเผยที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยอารมณ์ที่ดีเป็นอย่างยิ่ง
ส่วนในมือของเขาคือบันทึกการสอบสวน หลังจากกวาดสายตาอ่านบันทึกการสอบสวนทั้งหมดอย่างรวดเร็ว เขาก็เน้นดูการเซ็นชื่อและรอยพิมพ์นิ้วมือของเฝิงเฟิงในแต่ละหน้า
"บันทึกการสอบสวนข้างต้น ข้าพเจ้าได้อ่านแล้ว และตรงกับคำให้การของข้าพเจ้า"
ประโยคนี้ ถูกเขียนไว้ในที่ว่างบนทุกๆ หน้า
เพียงแค่มองดูลายมือที่เขียนอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยทีละขีดๆ นี้ ซูหมิงก็รู้ได้ทันทีว่าหัวหน้ากองเฝิงเฟิงคนนี้ ถูกจัดการจนยอมศิโรราบอย่างหมดจดแล้วแน่นอน
เขาอดไม่ได้ที่จะพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ เมื่อมีบันทึกการสอบสวนฉบับนี้อยู่ในมือ
อย่าว่าแต่อาแท้ๆ ของเฝิงเฟิงคือนายกเทศมนตรีเฝิงเลย ต่อให้พ่อของเขาเป็นเลขาธิการพรรคประจำเมืองก็ตาม
ซูหมิงก็จะต้องส่งเขาเข้าคุกให้ได้
ดังนั้นสำหรับลูกน้องที่เก่งกาจขนาดนี้ ซูหมิงย่อมต้องพอใจเป็นอย่างยิ่ง เขาจึงเอ่ยปากรับปากโดยตรงว่า
"ยอดเยี่ยมมาก! ผู้กองอู๋ สือเผย พวกนายสองคนทำได้ดีมาก ใช้เวลาแค่สองชั่วโมงก็เร่งทำบันทึกการสอบสวนออกมาได้แล้ว! พอเรื่องนี้จบลง ฉันจะไปขอความดีความชอบจากกองบังคับการเมืองให้พวกนายด้วยตัวเอง"
เมื่อสือเผยได้ยินดังนั้น ก็รู้สึกหน้าแดงเถือกขึ้นมาทันที
เขารีบอธิบาย: "ซูหมิง... ไม่ใช่สิ ผู้กำกับซู บันทึกการสอบสวนฉบับนี้ เป็นฝีมือของผู้กองอู๋ทั้งหมด...."
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ อู๋เหวินกวงก็ตบไหล่พ่อหนุ่มรูปหล่อคนนี้อย่างแรงแล้วพูดว่า "เสี่ยวสือ นายไม่ต้องมาเกรงใจฉันหรอก ตอนที่ฉันสอบสวนเฝิงเฟิง นายก็เป็นคนพิมพ์ไม่ใช่หรือไง?"
พูดจบผู้กองอู๋ก็หัวเราะฮ่าๆ โบกมือเป็นสัญญาณให้สือเผยไม่ต้องเกรงใจ
และระหว่างที่คุยเล่นกัน อู๋เหวินกวงก็เล่าถึงเหตุการณ์ในระหว่างการสอบสวน
เรื่องตลกขบขันของเฝิงเฟิง
หัวหน้ากองเฝิงคนนี้ที่มีอายุงานตำรวจมานับสิบปี กระทั่งคุ้นเคยกับการสืบสวนคดีอาญาราวกับเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน
ย่อมต้องเชี่ยวชาญทักษะการสอบสวนรูปแบบต่างๆ เป็นอย่างดี
ซึ่งรวมถึงการกดดันทางจิตวิทยา หรือเทคนิควิชาฟื้นฟูความทรงจำชุดใหญ่
เขาแทบจะเรียกได้ว่าใช้มันได้อย่างช่ำชองไร้ที่ติ
แต่น่าขันก็คือ เมื่อนำเทคนิคเหล่านี้มาใช้กับตัวเขาเอง เขากลับทนได้ไม่ถึงสิบนาทีก็ยอมรับสารภาพเสียแล้ว
เรื่องนี้ทำให้อู๋เหวินกวงรู้สึกเสียดายเป็นอย่างยิ่ง
ซูหมิงมองดูในบันทึกการสอบสวน เฝิงเฟิงถึงกับใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่เดือน
ล่วงละเมิดผู้ต้องหาหญิงไปถึงแปดครั้ง....
รู้สึกเพียงว่าสวะในหมู่ตำรวจที่รู้กฎหมายแต่ทำผิดกฎหมายซะเองแบบนี้ ต่อให้จับยิงเป้าตรงนั้นเลยก็ยังไม่สาสมกับความแค้น
และในตอนนั้นเอง
นอกหน้าต่างก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นอย่างกะทันหัน
เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวดังแว่วมา: "พวกแกหลบไปให้หมด! จำพ่อไม่ได้หรือไง! หลบไป! หลบไปให้หมด! ปล่อยกูไป!"
ปัง!
เสียงปืนที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นดินปืน ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นในกองบังคับการตำรวจภูธรอำเภอซิ่วสุ่ยอย่างฉับพลัน!