- หน้าแรก
- ชีวิตสโลไลฟ์กับหอพักสุดป่วน
- บทที่ 7 สาวบ้านนอกผมเปียคนนี้คือ ซันโชคุอิน สุมิเรโกะ งั้นเหรอ
บทที่ 7 สาวบ้านนอกผมเปียคนนี้คือ ซันโชคุอิน สุมิเรโกะ งั้นเหรอ
บทที่ 7 สาวบ้านนอกผมเปียคนนี้คือ ซันโชคุอิน สุมิเรโกะ งั้นเหรอ
บทที่ 7 สาวบ้านนอกผมเปียคนนี้คือ ซันโชคุอิน สุมิเรโกะ งั้นเหรอ
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินซี เด็กสาวผมเปียสวมแว่นก็โค้งคำนับให้เขา
เสียงใสไพเราะดังขึ้นข้างหูของเขา
"ขอบคุณที่ช่วยฉันไว้นะคะ"
"ฉันชื่อซันโชคุอิน สุมิเรโกะ ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรคะ"
"อ้อ ฉันชื่อหลินซี พักอยู่ที่ซากุระโซวใกล้ๆ กับโรงเรียนมัธยมปลายสายศิลปะซุยเมน่ะ"
หลินซีแนะนำตัวกลับไปอย่างเป็นธรรมชาติ
แต่ในใจของเขาไม่ได้สงบเลย
ซันโชคุอิน สุมิเรโกะ งั้นหรือ
ไม่น่าแปลกใจเลยที่เขารู้สึกคุ้นหน้าเด็กสาวคนนี้
เธอน่าจะเป็นนางเอกอันดับหนึ่งในอนิเมะเรื่อง ชอบตั้งเยอะ แงะมีแค่ฉันคนเดียวที่รักเธองั้นเหรอ
แถมยังเป็นนางเอกที่ได้รับความนิยมสูงสุดในเรื่องนี้ ทั้งสวย หุ่นดี และฉลาด
อย่าเพิ่งมองซันโชคุอิน สุมิเรโกะในตอนนี้ที่ถักเปียและสวมแว่นตาสะท้อนแสงที่ปิดบังใบหน้าไปซะครึ่งหนึ่งเชียว
รูปร่างของเธอก็ดูธรรมดา
แต่ถ้าเธอถอดแว่นตา แก้ผมเปีย และแกะผ้าพันหน้าอกออกล่ะก็
เด็กสาวหน้าตาจืดชืดคนนี้จะกลายเป็นสาวสวยสุดเซ็กซี่ที่หุ่นเป๊ะปังและหน้าตาดีกว่าดาราโทรทัศน์เสียอีก
ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเจอเธอ
มิน่าล่ะถึงมีภารกิจเด้งขึ้นมา
ซันโชคุอิน สุมิเรโกะทวนชื่อเขาเบาๆ และส่งยิ้มให้
"ขอบคุณนะคะ หลินซี ความจริงแล้วฉันก็พักอยู่แถวๆ ซากุระโซวเหมือนกัน เอ่อ... เราเดินกลับด้วยกันดีไหมคะ"
"เอาสิ ในเมื่อทางเดียวกัน เดี๋ยวฉันเดินไปส่งเธอที่บ้านเอง ปล่อยให้ผู้หญิงเดินคนเดียวมันไม่ปลอดภัยหรอก"
หลินซีตอบตกลงข้อเสนอของเธออย่างไม่ลังเล
เขาปัดฝุ่นที่มือ หยิบกล่องหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วกับชุดนักเรียนที่วางไว้ขึ้นมา แล้วยักไหล่ให้เธอ
"ไปกันเถอะ ซันโชคุอิน มีหนุ่มหล่ออย่างฉันเดินไปส่งถึงบ้าน รับรองว่าปลอดภัยหายห่วง"
"ส่วนพวกอันธพาลนั่น ไม่ต้องไปสนใจหรอก เดี๋ยวคุณตำรวจก็มาอบรมสั่งสอนพวกมันเองแหละ"
ซันโชคุอิน สุมิเรโกะยิ้มบางๆ แล้วพยักหน้าเล็กน้อย
"งั้นรบกวนด้วยนะคะ"
เธอตั้งสติแล้วมองไปที่กล่องพัสดุในมือของเขา
"บังเอิญจังเลยนะคะ หลินคุง เราสองคนซื้อหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วมาเหมือนกันเลย"
"บังเอิญจริงๆ ด้วยสิ เพิ่งนึกได้นะเนี่ย เธอคือคนที่ต่อแถวอยู่หน้าฉันใช่ไหม"
เด็กสาวพยักหน้าเล็กน้อยโดยไม่ได้พูดอะไร
จากนั้นทั้งสองก็เดินเคียงคู่กันไป
ความสนใจของหลินซีจดจ่ออยู่กับการแจ้งเตือนของระบบเกมชีวิต
"ติ๊ง! ปัญหาของเด็กสาวผมเปีย สำเร็จแล้ว"
"ขอแสดงความยินดีด้วยผู้เล่น คุณได้รับเงิน 1,000,000 เยน"
"ขอแสดงความยินดีด้วยผู้เล่น คุณได้รับทักษะ: หมัดแห่งความถูกต้องอันแม่นยำ"
"หมัดแห่งความถูกต้องอันแม่นยำ: เมื่อผู้เล่นสวมบทบาทฮีโร่ผดุงความยุติธรรม ในฐานะฝ่ายที่ถูกต้อง หมัดของผู้เล่นจะไม่มีทางพลาดเป้า"
ไม่มีทางพลาดเป้างั้นหรือ
นั่นหมายความว่าโอกาสเข้าเป้า 100% เลยงั้นสิ
เขาจะต่อยตรงไหนก็ได้ตามใจชอบเลยเหรอเนี่ย
ทักษะนี้เจ๋งไปเลย
เมื่อกี้ที่เขาสู้กับอันธพาลห้าคนด้วยตัวคนเดียว แน่นอนว่าต้องพึ่งพาทักษะสะท้อนความเสียหายสองเท่า
แรงกริยาเท่ากับแรงปฏิกิริยา
เมื่อหมัดของเขาชกไปที่ศัตรู หมัดของเขาก็จะได้รับความเสียหายและรู้สึกเจ็บปวดเช่นกัน
และความเจ็บปวดนี้ก็คือรูปแบบหนึ่งของความเสียหาย
แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เขาต่อยศัตรู ศัตรูก็จะรู้สึกเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
ศัตรูต่อยเขา แต่พวกมันก็ยังคงรู้สึกเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสอยู่ดี
ภายใต้ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงและสไตล์การต่อสู้อันดุดันของหลินซี อันธพาลทั้ง 5 คนก็ถูกเขาจัดการจนหมอบราบคาบอย่างรวดเร็ว
มีอันธพาลคนหนึ่งถึงกับชักค้อนออกมาฟาดที่แขนของหลินซี
ผลก็คือแขนของมันเองนั่นแหละที่หัก
ทำอะไรไว้ก็ได้อย่างนั้นจริงๆ
...
หลังจากที่หลินซีและซันโชคุอิน สุมิเรโกะเดินจากไปได้ไม่นาน
สายสืบหน้าตาขึงขังก็ขับรถตำรวจมาถึง
เขาและเพื่อนร่วมงานก็เห็นพวกเด็กเหลือขอสภาพฟกช้ำดำเขียว ถูกจับแก้ผ้าเหลือแต่กางเกงใน แล้วโดนมัดรวมกันไว้รอบเสาไฟฟ้า
เมื่อเห็นดังนั้น โคซากะ ไดสุเกะผู้มีใบหน้าขึงขังก็โบกมือ
"จับพวกมันไปให้หมด แล้วถอนกำลัง!"
ถึงแม้เขาจะไม่ค่อยเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
แต่แค่คิดนิดเดียวก็รู้เรื่องแล้ว
ต้องเป็นพวกแต่งตัวซอมซ่อพวกนี้แน่ๆ ที่เป็นฝ่ายเริ่มหาเรื่องก่อน
ใครจะไปคิดว่านอกจากจะไม่สำเร็จแล้ว ยังไปกระตุกหนวดเสือจนโดนซ้อมปางตายซะเอง
พอพวกอันธพาลได้สติ โคซากะ ไดสุเกะก็เริ่มสอบสวนทันที
อันธพาลทั้ง 5 คนต่างหนีบขาเข้าหากันโดยสัญชาตญาณ ตัวสั่นเทา แล้วก็เริ่มร้องไห้โฮออกมา
โคซากะ ไดสุเกะถึงกับสะดุ้ง
กว่าเขาจะเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดก็ต้องสอบสวนกันอยู่นาน
อันธพาลทั้ง 5 คนนี้ ซึ่งไปต้อนเด็กสาวหน้าตาธรรมดาให้จนมุม ถูกเด็กหนุ่มที่เดินผ่านมาอัดซะน่วม
แถมหลังจากที่โดนอัดแล้ว เขายังเตะพวกมันแถมไปอีกคนละสองสามที ด้วยท่า "เตะผ่าหมาก"
ลูกผู้ชายอย่างเราๆ คงเข้าใจกันดี
ตรงนั้นมันเป็นจุดที่บอบบางที่สุด
โดนเข้าไปขนาดนั้น จะไม่ให้เกิดแผลในใจได้ยังไง
แต่สิ่งที่ทำให้โคซากะ ไดสุเกะรู้สึกสงสัยก็คือ
พวกอันธพาลบอกว่าคนคนนั้นมันเป็นสัตว์ประหลาด
พวกมันบอกว่าเวลาที่พวกมันต่อยเขา พวกมันเองนั่นแหละที่รู้สึกเจ็บปวด
ท้ายที่สุด โคซากะ ไดสุเกะก็ส่งคนพวกนี้ไปตรวจที่แผนกจิตเวช…
เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับเข้าโรงพยาบาลบ้า อันธพาลทั้งห้าคนจึงทำได้เพียงบอกว่าก่อนหน้านี้พวกเขาพูดจาไร้สาระไปเอง
จากนั้น พวกเขาก็ถูกโคซากะ ไดสุเกะดุด่าอย่างหนัก
เหตุผลก็คือพวกเขากล้าดีอย่างไรถึงมาโกหกตำรวจสายสืบอย่างเขา
หลังจากนั้น
ทั้งห้าคนก็ถูกขังไว้เพื่อรับการอบรมจากคุณตำรวจอยู่พักใหญ่
ดูเหมือนว่าพวกเขาคงไม่มีโอกาสได้ไปก่อเรื่องที่ไหนอีกสักพัก
ตัดกลับมาที่หลินซี
"คุณซันโชคุอิน คุณเรียนที่โรงเรียนมัธยมปลายสายศิลปะซุยเมงั้นหรือครับ"
เขาอดไม่ได้ที่จะถามด้วยความสงสัย
"เปล่าค่ะ แต่ทำไมถึงถามล่ะคะ คุณเรียนที่โรงเรียนนั้นเหรอ"
ซันโชคุอิน สุมิเรโกะเอียงคอ เผยสีหน้าสนใจออกมา
"เปล่าครับ ผมเรียนที่โรงเรียนมัธยมปลายโซบุ โรงเรียนจะเปิดเทอมในอีกไม่กี่วันแล้ว บริษัทขนส่งบอกผมว่าพวกเขางดส่งของชั่วคราว ผมก็เลยต้องมารับชุดนักเรียนสั่งตัดด้วยตัวเองน่ะครับ"
"ส่วนเหตุผลที่ผมถามว่าคุณเรียนที่โรงเรียนมัธยมปลายสายศิลปะซุยเมไหม ก็เพราะคุณบอกว่าพักอยู่แถวซากุระโซวไม่ใช่เหรอครับ"
"โรงเรียนมัธยมปลายสายศิลปะซุยเมอยู่ใกล้แค่นี้เอง พักอยู่ที่นี่คงสะดวกต่อการเดินทาง ผมก็เลยคิดว่าคุณน่าจะเรียนที่นั่นเสียอีก"
ตอนนั้นเองที่ซันโชคุอิน สุมิเรโกะสังเกตเห็นชุดนักเรียนของเขาซึ่งเธอก็รู้สึกคุ้นตาเช่นกัน เธอจึงยิ้มและพูดว่า
"ฉันก็เรียนที่โรงเรียนมัธยมปลายโซบุเหมือนกันค่ะ"
"หืม ไม่มีทางน่า โรงเรียนมัธยมปลายโซบุอยู่ตั้งไกลจากที่นี่ คุณแน่ใจนะว่าเรื่องที่เราสองคนเรียนที่เดียวกันมันจะเป็นความบังเอิญขนาดนี้น่ะ"
"แน่ใจสิคะ และมันก็เป็นความบังเอิญจริงๆ ด้วย"
เด็กสาวมองเขาอย่างจริงจัง แถมยังขยิบตาให้เขาอย่างหยอกล้อเพื่อแสดงความจริงใจ
น่าเสียดายที่แว่นตาหนาเตอะของเธอสะท้อนแสงแดด หลินซีไม่เพียงแต่จะมองไม่เห็นความจริงใจในดวงตากลมโตของเธอเท่านั้น แต่เขายังแสบตาเพราะแสงสะท้อนจากแว่นตาของเธออีกด้วย
"เอาเถอะ บังเอิญเกินไปจริงๆ นั่นแหละ"
"ซากุระโซวอยู่ข้างหน้านี้แล้ว คุณพักอยู่บ้านหลังไหนแถวนี้ล่ะ"
"ทางซ้ายของซากุระโซว ห่างออกไปไม่กี่ร้อยเมตรค่ะ"
… … …
หลังจากไปส่งซันโชคุอิน สุมิเรโกะที่บ้านแล้ว หลินซีก็กลับมาที่ซากุระโซวเช่นกัน
ทันทีที่เดินเข้าประตูมา เขาก็เห็นคันดะ โซราตะกำลังอุ้มกล่องใบหนึ่งอย่างลับๆ ล่อๆ
"คันดะ นายทำอะไรอยู่น่ะ ทำตัวลับๆ ล่อๆ เชียว"
"อ๊ะ!"
เด็กหนุ่มสะดุ้งตกใจกับเสียงเรียกกะทันหันของเขา
เมื่อเห็นว่าเป็นเขา เขาก็พูดอย่างไม่ค่อยพอใจทันที "อ้อ นายนี่เอง หลินซี ทำเอาฉันตกใจหมดเลย"
"ความจริงแล้วฉันไม่ได้ทำอะไรเลยนะ ฉันก็แค่… บังเอิญไปเจอเหมียวน้อยถูกทิ้งเข้าอีกแล้วน่ะ"
หลินซีถึงกับอึ้ง
ตอนนั้นเองที่เขาสังเกตเห็นลูกแมวสองสามตัวในกล่องกระดาษที่อีกฝ่ายอุ้มอยู่
เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ พลางยกมือขึ้นนวดขมับ
"คันดะ นายเคยบอกไม่ใช่เหรอว่าอยากหาบ้านที่เหมาะสมให้แมวจรจัดพวกนี้ให้เร็วที่สุดแล้วจะได้กลับไปอยู่หอพักของโรงเรียนน่ะ"
"ถ้าขืนนายยังเป็นแบบนี้ต่อไป จำนวนแมวที่เก็บมาได้ก็จะเยอะกว่าจำนวนที่หาบ้านให้ได้เสมอ ซากุระโซวของเราคงต้องเปลี่ยนชื่อเป็นหอพักแมวแล้วล่ะ"
พวงแก้มของคันดะ โซราตะแดงระเรื่อจากการถูกล้อเลียน และเขาก็เถียงกลับอย่างดื้อดึง
"แล้วจะให้ฉันทำยังไงได้ล่ะ ฉันทนเพิกเฉยต่อชีวิตเล็กๆ ที่ไร้เดียงสาพวกนี้ไม่ได้หรอกนะ ไม่รู้จริงๆ ว่าใครใจจืดใจดำเอาลูกแมวมาทิ้งไว้ริมถนนได้ลงคอ"
หลินซียิ้มและส่ายหน้า พร้อมกับเสนอแง่มุมใหม่
"นี่ เป็นไปได้ไหมว่าแมวที่นายเคยหาบ้านให้ไป ดันกลับมาตั้งท้องอีก แล้วพวกมันก็คิดว่านายเป็นทาสแมวที่แสนดี"
"แม่แมวพวกนั้นก็เลยจงใจคาบกล่องกระดาษ เอาลูกๆ ใส่ลงไป แล้วตั้งใจเอามาวางไว้บนเส้นทางที่นายใช้ประจำ… เพื่อรอนายมาเก็บลูกของพวกมันไปเลี้ยงน่ะ"
หน้าของคันดะ โซราตะซีดเผือดลงทันที
"จะเป็นไปได้ยังไง แมวมันจะฉลาดขนาดนั้นเลยเหรอ"
"แมวมันฉลาดขนาดนั้นจริงๆ นะ นี่แสดงว่านายคงโด่งดังมากในวงการสื่อสารของพวกแมว"
"ยังไงก็เถอะ ถ้าพวกมันมีลูก มันก็จะเอามาส่งให้นายเลี้ยงเองนั่นแหละ"
คันดะ โซราตะเริ่มกระวนกระวายใจขึ้นมาทันที
"ได้ยังไงกันล่ะ ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ฉันก็คงไม่มีวันหาบ้านให้แมวหรือเก็บแมวมาเลี้ยงได้หมดสักที แล้วเมื่อไหร่ฉันจะได้ออกไปจากซากุระโซวล่ะเนี่ย!"
เหตุผลหลักที่คันดะ โซราตะอยากออกไปจากซากุระโซวก็คือความธรรมดาสามัญของตัวเขาเอง
มิตากะ จิน คามิอิกุสะ มิซากิ และอาคาซากะ ริวโนะสุเกะ ล้วนแต่เป็นอัจฉริยะ นั่นคือเหตุผลที่พวกเขาอาศัยอยู่ที่ซากุระโซว
ซากุระโซวยังเป็นที่รู้จักกันในนามแหล่งรวมคนประหลาดอีกด้วย
คันดะ โซราตะมักจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ด้วยเรื่องนี้เสมอ
เมื่อเห็นคันดะ โซราตะมีสีหน้ากลุ้มใจ หลินซีก็โบกมืออย่างไม่ใส่ใจนัก
"นั่นมันก็แล้วแต่นายนะ ไม่เอาน้องแมวไปส่งร้านขายสัตว์เลี้ยง นายก็เปิดร้านขายสัตว์เลี้ยงซะเองเลยสิ"
"ยังไงก็เถอะ ฉันไม่ได้ห้ามเรื่องที่นายเก็บแมวมาเลี้ยงหรอกนะ แต่นายต้องรักษาความสะอาดด้วย ห้ามให้มีขนแมวเข้ามาในห้องมากเกินไป เพราะนั่นจะยิ่งเพิ่มภาระให้ซายุ"
ตอนนี้โอกิวาระ ซายุเป็นผู้ช่วยผู้จัดการที่เขาจ้างมา
เธอถูกเรียกว่าเป็นผู้ช่วยผู้จัดการ
แต่ในความเป็นจริงแล้ว เธอก็แค่ทำงานบ้านเท่านั้น
คันดะ โซราตะรีบพยักหน้ารับคำ
"เข้าใจแล้ว ฉันจะคอยดูพวกแมวไม่ให้วิ่งเพ่นพ่านปล่อยขนแมวเรี่ยราดแน่นอน"
หลินซีพยักหน้าด้วยความพึงพอใจและเดินตรงไปยังห้องของเขา
เขาไม่ได้คัดค้านเรื่องที่ซากุระโซวจะมีแมวสักสองสามตัว
ท้ายที่สุดแล้ว คุณหนูยูกิโนะชิตะแห่งตระกูลยูกิโนะชิตะในโรงเรียนมัธยมปลายโซบุก็เป็นทาสแมวที่หลงรักแมวทุกตัว
การเลี้ยงแมวที่ซากุระโซวอาจจะกลายเป็นโอกาสให้เขาได้ทำความรู้จักกับคุณหนูยูกิโนะชิตะก็ได้
… … …