- หน้าแรก
- ทะลุมิติโลกมนุษย์สัตว์ สวามีอสรพิษระดับเก้าคลั่งรักข้าไม่ไหว
- บทที่ 6 - สวามีตกจากฟากฟ้า
บทที่ 6 - สวามีตกจากฟากฟ้า
บทที่ 6 - สวามีตกจากฟากฟ้า
บทที่ 6 - สวามีตกจากฟากฟ้า
บรรยากาศอันตึงเครียดบริเวณหน้าประตูเผ่านั้น เชียนเซี่ยไม่ได้รับรู้เลยแม้แต่น้อย
ตอนนี้เธอกำลังตั้งใจย่างปลาของตัวเองอย่างประณีต เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าสามารถโยนเกาลัดเข้าไปในกองไฟเพื่อย่างให้สุกแล้วนำมากินได้
แค่คิดอารมณ์ของเธอก็เบิกบานขึ้นมาทันที
เมื่อปลาย่างเสร็จแล้ว เชียนเซี่ยก็นั่งยองๆ อยู่บนพื้น ค่อยๆ ละเลียดกินปลาย่างอย่างใจเย็น ทว่าขณะที่กำลังกินอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังแว่วมา เสียงนั้นดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ...
เสวียนฉีไม่คาดคิดเลยจริงๆ ว่าเมื่อได้พบหน้านางอีกครั้ง นางจะตกอยู่ในสภาพที่น่าเวทนาถึงเพียงนี้
ร่างที่ผอมจนหนังหุ้มกระดูกนั่งยองๆ อยู่บนพื้น ในมือถือสัตว์หนามที่ผ่านการย่างไฟมาแล้ว นางค่อยๆ แกะเนื้อกินทีละนิดทีละหน่อย
ใครเขาจะไปกินสัตว์หนามกันเล่า!
มีเพียงมนุษย์สัตว์ที่ล่าเหยื่อไม่ได้ หรือพวกที่ไม่มีปัญญาหาอาหารกินเท่านั้นแหละที่จะกินของพรรณนี้ นั่นคือตัวเลือกอาหารที่ต่ำต้อยที่สุดในโลกมนุษย์สัตว์!
ชั่วพริบตานั้น หัวใจของเขากลับรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาเล็กน้อย
ซือซานที่เดินตามมาด้านหลังถึงกับยืนอึ้ง เขาจำได้ว่าสั่งให้คนนำเนื้อมาส่งแล้วนี่นา เหตุใดเพศเมียผู้นี้ถึงยังคงผอมโซขนาดนี้ ซ้ำยังตกต่ำถึงขั้นต้องกินสัตว์หนามเพื่อประทังความหิวอีก
"เผ่าของพวกเจ้าปฏิบัติต่อเพศเมียเช่นนี้งั้นหรือ นางยังเป็นเพศเมียที่กำลังตั้งครรภ์นะ! พวกเจ้ากลับปล่อยให้นางกินสัตว์หนาม!" เสวียนฉีโกรธจัดจริงๆ เขาปลดปล่อยแรงกดดันอันทรงพลังออกมาในพริบตา
แรงกดดันนี้ทำให้ซือซานและหานชวนที่ตามมาด้วยถึงกับขยับตัวไม่ได้ ซ้ำยังต้องค้อมตัวลง
ซือซานผู้เป็นหัวหน้าเผ่าตื่นตระหนกสุดขีด มนุษย์สัตว์ตนนี้ถึงกับเป็นมนุษย์สัตว์ระดับเก้าเชียวหรือ! นักรบระดับเจ็ดในทวีปแถบนี้ก็นับว่าเป็นยอดฝีมือชั้นแนวหน้าแล้ว ระดับเก้านี่... เขาแทบไม่อยากจะคิดเลย
วินาทีแรกที่หานชวนเห็นเชียนเซี่ย เขาก็ชะงักไปเช่นกัน
ในเผ่าจะมีเพศเมียที่ผอมแห้งถึงเพียงนี้ได้อย่างไร ช่างน่าอนาถจนต้องมากินสัตว์หนามเพื่อประทังชีวิต แถมตอนนี้นางยังตั้งครรภ์อยู่อีก
เขาคิดว่า เขาคงต้องออกตรวจตราความเรียบร้อยในเผ่าอย่างจริงจังเสียแล้ว
เป็นเพราะช่วงนี้เขามัวแต่วุ่นวายอยู่กับการเลื่อนระดับขั้น จึงไม่ได้ดูแลเผ่าให้ดี ส่งผลให้มีเพศเมียต้องตกระกำลำบากถึงเพียงนี้
ทางด้านเชียนเซี่ย เดิมทีกำลังกินปลาอยู่ดีๆ พอถูกขัดจังหวะแบบนี้ เธอจึงเงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือน เพียงแวบแรกก็ทำเอาเธอตกใจจนปลาแทบหลุดมือ โชคดีที่ยังประคองเอาไว้ได้ทัน
เมื่อเห็นท่าทางลุกลี้ลุกลนพยายามปกป้องสัตว์หนามของนาง พอมองไปที่พื้นก็เห็นผลลูกขนร่วงหล่นอยู่อีกมากมาย นางถึงกับเก็บของพวกนี้มากิน!
ในฐานะมนุษย์สัตว์ที่ใช้ชีวิตร่อนเร่พเนจรเพียงลำพังมาตลอด เขาไม่เคยคิดเรื่องการผูกชะตาเป็นคู่ครองหรือมีทายาทเลย ดังนั้นหลังจากเกิดเรื่องวันนั้นและเขากลับมาจากการล่าสัตว์แล้วไม่พบนาง เขาจึงไม่ได้รู้สึกนึกคิดอะไร
ทว่าบัดนี้เมื่อได้เห็นนางในสภาพนี้ เขากลับรู้สึกเสียใจว่าเหตุใดตอนนั้นถึงไม่ออกตามหานาง อย่างไรเสีย... นางก็ถือเป็นเพศเมียของเขา...
"เจ้า... เจ้ามาทำไม เออ นี่... นี่มัน..." เชียนเซี่ยเห็นเขาแล้วถึงกับพูดจาติดอ่าง เขามาทำอะไรที่นี่ ทำไมถึงรู้สึกเหมือนเขาตั้งใจมาหาเรื่องเธอเลย
เมื่อได้ยินคำพูดของนาง เสวียนฉีก็เก็บรั้งแรงกดดันกลับไป เขาสาวเท้าเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรวบตัวนางเข้ามากอดไว้แน่น
เชียนเซี่ย: หืม????
จากนั้นเขาก็วางมือทาบลงบนหน้าท้องของนาง แล้วค่อยๆ ถ่ายเทพลังงานเข้าไป
เชียนเซี่ยรู้สึกสบายตัวขึ้นมาทันที ความรู้สึกหิวโหยก็ทุเลาลงไปมาก
เสวียนฉีโยนเนื้อสัตว์ยักษ์ก้อนมหึมาออกมาจากมิติ แล้วหันไปพูดกับหัวหน้าเผ่า "จัดเตรียมถ้ำที่ดีและใหญ่ที่สุดให้ข้าที เตรียมข้าวของให้พร้อม แล้วให้หมอผีประจำเผ่าของพวกเจ้ารีบมาหาเดี๋ยวนี้เลย"
ซือซานเบิกตากว้างมองเนื้อสัตว์ก้อนมหึมานั้นด้วยความตกตะลึง นี่คือเนื้อวัวยักษ์จากป่าหมอก มันคือเนื้อสัตว์ที่อุดมไปด้วยพลังงาน
ป่าหมอกเต็มไปด้วยอันตรายนานัปการ แทบจะไม่มีมนุษย์สัตว์ตนใดกล้าบุ่มบ่ามเข้าไป ไม่เพียงแต่จะมีก๊าซพิษปกคลุมตลอดทั้งปี สัตว์ร้ายในนั้นก็ยังดุร้ายมาก เนื้อสัตว์พลังงานก้อนใหญ่ขนาดนี้ อย่างน้อยก็นำไปขายได้ถึงสามร้อยหินวิญญาณสีน้ำเงินทีเดียว
สมกับเป็นมนุษย์สัตว์ระดับเก้าจริงๆ
ซือซานไม่ได้รับเนื้อก้อนนั้นไว้ เขามีความคิดของเขาเอง
ในเมื่อตอนนี้เพศเมียผู้นี้ตั้งครรภ์แล้ว เขาย่อมต้องอยู่เคียงข้างเพศเมีย นั่นหมายความว่าเขาจะยังคงอยู่ในเผ่า
หากเผ่ามีมนุษย์สัตว์ระดับเก้าคอยคุ้มครองล่ะก็... เผ่าราชสีห์ก็จะกลายเป็นเผ่าที่แข็งแกร่งที่สุดในผืนป่าแห่งนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
"ชวนเอ๋อร์ เจ้าไปจัดการทำความสะอาดและจัดเตรียมถ้ำนะ แล้วรีบไปเชิญท่านหมอผีมาทันที"
หานชวนขานรับคำหนึ่ง ก่อนจะกลายร่างเป็นสัตว์แล้ววิ่งออกไปทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว
ซือซานหันไปพูดกับเสวียนฉีอีกครั้ง "เนื้อก้อนนี้เจ้าเก็บไว้กินเถอะ เป็นความผิดของข้าเองที่ดูแลเผ่าได้ไม่ดี จนปล่อยให้เพศเมียต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก เจ้าชื่อเชียนเซี่ยใช่ไหม ข้าต้องขอโทษเจ้าด้วย เป็นเพราะข้าดูแลไม่ทั่วถึงเอง ตั้งแต่วันนี้ไปเจ้าจงพักฟื้นบำรุงครรภ์บำรุงร่างกายอยู่ในเผ่าให้ดีเถอะ ข้าจะให้หานชวนลูกชายของข้านำของกินของใช้มาส่งให้"
เสวียนฉีแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ พลางกล่าวว่า "ใครจะไปสนของพวกนั้นของเจ้ากัน ข้าอยู่ที่นี่ เหยื่อแบบไหนที่ข้าจะจับไม่ได้บ้าง เจ้าแค่จัดการสิ่งที่ข้าสั่งให้เรียบร้อยก็พอ"
ซือซานปาดเหงื่อ ยิ้มแหยๆ พลางตอบรับ "ได้ๆๆ ข้าจะจัดการให้เรียบร้อยแน่นอน"
ตั้งแต่ต้นจนจบ เชียนเซี่ยเอาแต่ทำหน้าเหลอหลา
มนุษย์สัตว์ตนนี้มาโผล่ที่นี่ได้อย่างไร ทำไมจู่ๆ ถึงเข้ามาพุ่งกอดเธอ แล้วเอ่อ... หัวหน้าเผ่ายังต้องโค้งคำนับให้เขาอีก
เมื่อกี้ตอนที่เธอกำลังกินปลา เธอได้ยินพวกเขาพูดว่าอะไรนะ?
เพศเมียที่กำลังตั้งครรภ์?
เชียนเซี่ยก้มลงมองหน้าท้องของตัวเองขวับ
อะไรนะ?! ตั้งครรภ์??!
เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย "เจ้า... เมื่อกี้เจ้าพูดว่าอะไรนะ? ข้า... ข้าท้องงั้นหรือ??!"
เมื่อสัมผัสได้ว่าร่างกายของนางกำลังสั่นเทา เขาก็กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีกนิด แล้วตอบว่า "อืม... ลูกของข้าเอง ท้องสามฟอง"
เชียนเซี่ยถึงกับเหลือกตาขึ้นบนแล้วสลบเหมือดไปทันที ก่อนจะหมดสติไป ในหัวของเธอมีเพียงประโยคเดียว: จบสิ้นกัน...
เมื่อเชียนเซี่ยฟื้นขึ้นมา เธอก็ถูกชายหนุ่มอุ้มไว้ในอ้อมกอด ตรงหน้ามีเพศเมียชราผู้หนึ่งกำลังจับชีพจรให้เธออยู่
หมอผีรู้สึกตกตะลึงเล็กน้อย
เมื่อมองดูเพศเมียที่ผอมแห้งอย่างที่สุดตรงหน้า นางก็ยังคงรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง
เพราะเพศเมียคนนี้กลับมีพลังในการสืบพันธุ์ที่มหาศาลมาก!
นางผอมแห้งถึงเพียงนี้ แต่ภายในร่างกายกลับกำลังก่อกำเนิดชีวิตถึงสามชีวิต
นางคือหมอผี ย่อมล่วงรู้แล้วว่ามนุษย์สัตว์ระดับสูงตรงหน้านี้คือเผ่าอสรพิษกษัตริย์เสวียน
นางเคยได้ยินมาว่าเผ่าอสรพิษกษัตริย์เสวียนนั้นให้กำเนิดทายาทได้ยากลำบากเพียงใด
โดยปกติแล้วครรภ์หนึ่งจะมีไข่เพียงหนึ่งฟอง ทว่าเพศเมียตัวน้อยคนนี้กลับมีถึงสามฟองในครรภ์เดียว ซ้ำยังเปี่ยมล้นไปด้วยพลังชีวิตที่แข็งแกร่งทุกดวง
หมอผีส่งยิ้มอย่างอ่อนโยน มองเธอแล้วเอ่ยว่า "เจ้าหล่อเลี้ยงลูกๆ ของเจ้าได้ดีมาก พวกเขาแข็งแรงดีทีเดียว ข้าจะจัดยาให้เจ้าสักหน่อย ให้เจ้าดื่มติดต่อกันสี่วัน มันจะดีต่อตัวเจ้าและลูกน้อยในครรภ์นะ"
เชียนเซี่ยรู้สึกหดหู่เล็กน้อย เธอก็ว่าอยู่ว่าทำไมตัวเองถึงหิวเร็วนัก กินไปตั้งเยอะก็ยังไม่เห็นจะอ้วนขึ้น ที่แท้ก็ถูกก้อนเนื้อในท้องแย่งกินไปจนหมดนี่เอง
"ขอบคุณท่านยาย" เชียนเซี่ยเอ่ย
วินาทีต่อมา ท่านยายหมอผีก็ฉีกยิ้มกว้างให้พวกเขาทั้งสอง "จะประทับตราไหมล่ะ ข้าสามารถประทับตราให้พวกเจ้าได้นะ"
"ประทับตราคืออะไรหรือ?"
"ก็ประทับ..."
เชียนเซี่ย: ????
สุดท้ายแล้ว เชียนเซี่ยก็ถูกประทับตราไปแบบงงๆ หลังจากการประทับตรา บริเวณหน้าอกของเธอก็ปรากฏรอยประทับรูปงูขึ้น ส่วนบนหน้าอกของมนุษย์สัตว์ผู้นั้นกลับมีตราประทับรูปร่างกระต่ายเพิ่มขึ้นมา
หืม? เธอเป็นกระต่ายงั้นหรือ?!
ท่านยายหมอผีมองดูตราประทับสัตว์บนร่างของทั้งสองคน รอยยิ้มบนใบหน้าของนางก็ยิ่งกว้างขึ้นกว่าเดิม
(จบแล้ว)