- หน้าแรก
- ลิขิตฟ้าหรือจะสู้ท่านอา รักใสๆของยัยชายาตัวแสบ
- บทที่ 201 อักษรตัวโตสามคำ 'โหย่วเฉียนไหล'!
บทที่ 201 อักษรตัวโตสามคำ 'โหย่วเฉียนไหล'!
บทที่ 201 อักษรตัวโตสามคำ 'โหย่วเฉียนไหล'!
"ข้าไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าตอนเด็กๆ ท่านจะซุกซนถึงเพียงนี้ การได้มารับฟังเรื่องราวสนุกๆ ของท่านอ๋องเก้าผู้เลื่องชื่อแห่งแคว้นตงชิงของเรา การเข้าวังมาครานี้นับว่าคุ้มค่าแล้วจริงๆ"
"..." เซียวเฉินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมาเช่นกัน เขายกมือขึ้นรวบตัวจิ่งเยวี่ยเข้าสู่อ้อมกอด แววตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นอ่อนโยนขณะเอ่ยปาก "ขอบใจนะ จิ่งเยวี่ย"
"เอ่อ... ไม่ต้องขอบใจข้าหรอก..." จิ่งเยวี่ยถูกสวมกอดอย่างกะทันหันจนตั้งตัวไม่ติด พวงแก้มของนางแดงระเรื่อและเอ่ยตะกุกตะกัก หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกตื่นตระหนกและทำตัวไม่ถูกเล็กน้อย
"เมื่อใดที่เหลาอาหารของเจ้าเปิดกิจการ ข้าต้องเป็นลูกค้าคนแรกนะ" เซียวเฉินค่อยๆ คลายอ้อมกอดจากจิ่งเยวี่ยและกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มบางเบา
"ไม่มีปัญหา!" จิ่งเยวี่ยโบกมืออย่างใจกว้างและฉีกยิ้มกว้าง "กินให้อิ่มหนำสำราญไปเลย! ของในเหลาอาหารที่ข้าเปิด ข้ารับรองว่าท่านไม่เคยลิ้มลองที่ไหนมาก่อนแน่!"
"โอ้ เป็นเช่นนั้นหรือ" เซียวเฉินหรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า "เช่นนั้นข้าคงต้องลิ้มรสให้ดีเสียแล้ว"
ต้นเดือนเก้า เหลาอาหารของจิ่งเยวี่ยก็เปิดกิจการสมดั่งใจปรารถนา จิ่งเยวี่ยตั้งชื่อเหลาอาหารของนางด้วยชื่อที่แสนจะธรรมดาสามัญอย่างที่สุด และเพราะการตัดสินใจเลือกชื่อนี้เอง นางจึงถูกเซียวเฉินตำหนิอยู่นาน ทว่าไม่ว่าเขาจะว่ากล่าวอย่างไร นางก็ยืนกรานที่จะไม่เปลี่ยนชื่อเด็ดขาด
ทว่าสำหรับจิ่งเยวี่ยที่เขียนหนังสือไม่เป็นนั้น การจะตวัดพู่กันเขียนป้ายชื่อร้านย่อมเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย
ดังนั้น ป้ายชื่อเหลาอาหารจึงเป็นฝีมือการเขียนด้วยตัวของเซียวเฉินเอง
จิ่งเยวี่ยนำอักษรนั้นไปสั่งแกะสลักทำป้ายร้านด้วยความตื่นเต้นดีใจ
ป้ายอักษรสีทองอร่ามถูกแขวนไว้สูงตระหง่านอยู่หน้าเหลาอาหาร บนแผ่นป้ายสลักตัวอักษรขนาดใหญ่ที่ตวัดปลายพู่กันอย่างพลิ้วไหวสามคำว่า เหลาอาหารโหย่วเฉียนไหล!
แม้จะยังไม่ถึงวันเปิดกิจการ แต่ใบปลิวโฆษณาก็ถูกนำไปแปะไว้ทั่วทุกระแหง ข่าวคราวของเหลาอาหารอันลึกลับแห่งนี้แพร่สะพัดไปทั่วทุกตรอกซอกซอย เดิมทีการเปิดเหลาอาหารใหม่ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอันใด ทว่าเพียงชั่วข้ามคืนกลับมีโฆษณาติดอยู่ทุกหนทุกแห่ง จนยากที่ผู้คนจะไม่รับรู้
โดยเฉพาะเนื้อความในกระดาษแผ่นหนึ่งที่ระบุไว้ว่า ในช่วงสามวันแรกของการเปิดกิจการ อาหารและเครื่องดื่มทุกอย่างกินดื่มฟรี!
เมื่อมองดูภาพวาดอาหารบนแผ่นกระดาษ ล้วนเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่เคยพบเห็นหรือได้ยินมาก่อน ซ้ำชื่อเรียกขานยังพิลึกพิลั่นยิ่งนัก
ความสนใจของทุกคนถูกดึงดูดในทันที พวกเขาต่างเฝ้ารอคอยให้เหลาอาหารแห่งนี้เปิดกิจการด้วยหวังว่าจะได้กินของฟรี ในวันแรกที่เหลาอาหารของจิ่งเยวี่ยกำหนดเปิดกิจการ บริเวณหน้าประตูร้านจึงคลาคล่ำไปด้วยผู้คนจนล้นทะลัก
"เหตุใดถึงยังไม่เปิดอีกเล่า" เหล่าชาวบ้านร้านตลาดต่างมารวมตัวกันอยู่หน้าเหลาอาหาร การเปิดกิจการของเหลาอาหารแห่งนี้เรียกได้ว่าดึงดูดความสนใจของผู้คนทั้งถนนสายตะวันออกเลยทีเดียว
"เฮ้ย... เปิดแล้ว เปิดแล้ว" เมื่อมองดูบานประตูที่เคยปิดสนิทค่อยๆ เปิดออก นัยน์ตาของทุกคนก็สว่างวาบขึ้นมาทันที พวกเขาต่างชะเง้อคอพยายามมองเข้าไปด้านใน ทว่าความสนใจกลับถูกดึงดูดด้วยกลุ่มสตรีที่แต่งกายด้วยชุดแบบเดียวกันเดินเรียงรายออกมา
สตรีที่เดินตามหลังเสิ่นอวี้เฉิงออกมาล้วนสวมใส่อาภรณ์ผ้าไหมสีทองรัดรูปที่ตัดเย็บมาเป็นรูปแบบเดียวกัน ดูสง่างามและแช่มช้อย เรือนผมของพวกนางถูกเกล้าขึ้นอย่างประณีต เครื่องแต่งกายเช่นนี้เป็นสิ่งที่ผู้คนไม่เคยพบเห็นมาก่อน มันขับเน้นเรือนร่างอันโค้งเว้าของสตรีให้โดดเด่นสะดุดตายิ่งนัก
"ขอขอบคุณทุกท่านที่มาให้การสนับสนุน วันนี้เป็นวันแรกที่ร้านเล็กๆ ของเราเปิดกิจการ ทุกท่านที่เข้ามาในเหลาอาหารจะได้รับประทานอาหารและเครื่องดื่มฟรี ขอให้ทุกท่านสำราญใจกันให้เต็มที่!" ทันทีที่เสิ่นอวี้เฉิงกล่าวจบ ฝูงชนที่อยู่เบื้องล่างบันไดก็ส่งเสียงโห่ร้องยินดีตอบรับทันที
"เปิดป้ายร้านได้!" เสิ่นอวี้เฉิงสะบัดมือ ผ้าสีแดงที่คลุมป้ายร้านอยู่ก็ถูกดึงลงมา เผยให้เห็นชื่ออันยิ่งใหญ่ของเหลาอาหาร
ป้ายอักษรสีทองอร่ามที่สลักตัวอักษรขนาดใหญ่สามตัว แขวนตระหง่านอยู่เหนือเหลาอาหาร
"เหลาอาหารโหย่วเฉียนไหล!"
"ฮ่าๆๆๆ..."
"ช่างเป็นชื่อที่ยอดเยี่ยมเสียนี่กระไร!" เสียงเซ็งแซ่ดังขึ้นจากเบื้องล่าง