- หน้าแรก
- ลิขิตฟ้าหรือจะสู้ท่านอา รักใสๆของยัยชายาตัวแสบ
- บทที่ 166 แข่งการค้ากับเซียวเฉิน!
บทที่ 166 แข่งการค้ากับเซียวเฉิน!
บทที่ 166 แข่งการค้ากับเซียวเฉิน!
“เขาว่าอย่างไรบ้าง” เสียงแหบพร่าเล็กน้อยดังมาจากหลังฉากกั้น
“องค์ชายตัวประกันผู้นั้นดูเหมือนจะสนใจในตัวพระชายา แต่การเคลื่อนไหวในตอนนี้ยังไม่แน่ชัดนักพ่ะย่ะค่ะ” ซิงเอ้อร์ค้อมตัวลงต่ำกว่าเดิม
“จับตาดูเขาไว้ให้ดี” สิ้นคำสั่งก็ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาจากหลังฉากกั้นอีก ซิงเอ้อร์ค้อมศีรษะรับคำแล้วถอยออกมา ทว่าจากฉากกั้นที่มองเห็นเพียงเงาเลือนรางนั้น เขากลับสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวบางอย่าง พร้อมกับเสียงหอบหายใจแผ่วเบาดังตามมา ทำเอาสายตาของซิงเอ้อร์ไหววูบ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป
จิ่งเยวี่ยตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้าตรู่ ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ทำให้อิ๋นเฉียวประหลาดใจอยู่นานสองนาน ปกติแล้วจิ่งเยวี่ยมักจะนอนตื่นสายเสมอ แต่วันนี้นางกลับตื่นเช้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ
“พระชายา วันนี้ท่านตั้งใจจะทำสิ่งใดหรือเพคะ” อิ๋นเฉียวประคองอ่างน้ำเดินเข้ามาในห้องพลางเอ่ยถามจิ่งเยวี่ยด้วยใบหน้างุนงง
“ไปตามซิงเอ้อร์มาให้ข้าที ข้ามีเรื่องจะปรึกษาเขา” จิ่งเยวี่ยเอ่ยกับอิ๋นเฉียวขณะหันหน้ามาแต่งกาย
“เพคะ” อิ๋นเฉียวกะพริบตาปริบๆ รับคำอย่างนอบน้อมก่อนจะหมุนตัวออกไปตามซิงเอ้อร์
“พระชายามีคำสั่งสิ่งใดหรือพ่ะย่ะค่ะ” ซิงเอ้อร์ยืนเว้นระยะห่างจากจิ่งเยวี่ย คอยสังเกตการณ์ขณะที่นางหวีผมพลางเม้มริมฝีปากเล็กน้อยแล้วค้อมกายลง
“เจ้าไปนำทองคำในห้องเล็กของข้าไปแลกเป็นตั๋วเงิน แล้วตามข้าออกไปข้างนอก” จิ่งเยวี่ยลุกขึ้นยืน นางแต่งกายในคราบของบุรุษอีกครั้ง ซิงเอ้อร์ชะงักไปเล็กน้อย พลางรู้สึกปวดขมับขึ้นมาตงิดๆ ไม่รู้ว่าคราวนี้พระชายาจะก่อเรื่องอันใดขึ้นมาอีก
“ซิงเอ้อร์ เจ้ารู้หรือไม่ว่าแถวนี้พอจะมีเหลาอาหารที่กำลังจะปิดกิจการบ้างหรือไม่” จิ่งเยวี่ยซึ่งนั่งอยู่ในรถม้าเลิกม่านขึ้นมองออกไปยังถนนภายนอกพลางเอ่ยถามด้วยดวงตาที่หรี่ลงเล็กน้อย
“ทางฝั่งถนนสายตะวันออกดูเหมือนจะมีอยู่แห่งหนึ่ง พ่อบ้านของจวนเคยเอ่ยถึงผ่านๆ ข้าน้อยจึงพอจะจำได้พ่ะย่ะค่ะ” ซิงเอ้อร์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับ
“ไปกันเถอะ ไปดูที่ถนนสายตะวันออกกัน” ดวงตาของจิ่งเยวี่ยทอประกายวูบวาบ นางสั่งให้ซิงเอ้อร์มุ่งหน้าไปยังถนนสายตะวันออกทันที เมื่อจิ่งเยวี่ยและซิงเอ้อร์มายืนอยู่เบื้องหน้าเหลาอาหารที่ใกล้จะล้มละลายแห่งนั้น ก็พบว่าบรรยากาศโดยรอบดูรกร้างเงียบเหงาเป็นอย่างยิ่ง
“พระชายา ท่านตามหาสถานที่เช่นนี้ไปเพื่อสิ่งใดกันพ่ะย่ะค่ะ” ซิงเอ้อร์ขมวดคิ้วมองจิ่งเยวี่ยด้วยความประหลาดใจพลางเอ่ยถาม
“เหตุใดน่ะหรือ ก็เพื่อเอาไว้แข่งการค้ากับเซียวเฉินอย่างไรเล่า!” จิ่งเยวี่ยแย้มยิ้มอย่างเบิกบานใจก่อนจะก้าวฉับๆ เข้าไปในเหลาอาหาร ซิงเอ้อร์ชะงักไปเล็กน้อยแต่ก็รีบเดินตามเข้าไปด้วยความงุนงง ทว่าเมื่อได้ยินจิ่งเยวี่ยเอ่ยเรียกเถ้าแก่ของร้านเพื่อเจรจาธุรกิจ ซิงเอ้อร์ก็เข้าใจทุกอย่างกระจ่างแจ้งในทันที
“ตกลงตามนี้!” จิ่งเยวี่ยกล่าวด้วยท่าทีเด็ดขาดวางอำนาจ นางโยนปึกตั๋วเงินลงบนโต๊ะพลางแย้มยิ้ม “นับแต่นี้เป็นต้นไป เหลาอาหารแห่งนี้เป็นของคุณชายอย่างข้าแล้ว”
“เฮ้อ...” เถ้าแก่เจ้าของร้านในวัยราวสามสิบปีจ้องมองตั๋วเงินบนโต๊ะด้วยแววตาหม่นหมองขมขื่น ไร้ซึ่งความยินดีใดๆ ปรากฏบนใบหน้า
“เอ้านี่ รับไปสิ” จิ่งเยวี่ยหยิบตั๋วเงินออกมาอีกใบแล้วยื่นส่งให้ชายผู้นั้น
“นี่มัน... หมายความว่าอย่างไรหรือขอรับคุณชาย” ชายผู้นั้นประหลาดใจเล็กน้อย พลางมองจิ่งเยวี่ยด้วยความสงสัย
“คุณชายอย่างข้าบริหารเหลาอาหารไม่เป็นหรอก หากเจ้ายังอาลัยอาวรณ์และไม่อยากจากไป เช่นนั้นก็อยู่บริหารร้านให้ข้าต่อดีหรือไม่ นี่คือค่าจ้างของเจ้า และจากนี้ไปเจ้าจะได้ส่วนแบ่งกำไรอีกหนึ่งในสิบของรายได้ทั้งหมดจากเหลาอาหารแห่งนี้” จิ่งเยวี่ยแย้มยิ้มบอกชายผู้นั้น ท่ามกลางสีหน้าตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อหูตนเองของเขา
“แต่ว่า... ข้าขายร้านให้ท่านไปแล้วนะขอรับ” เห็นได้ชัดว่าชายผู้นั้นยังประมวลผลเรื่องราวไม่ทัน
“ข้าก็บอกแล้วมิใช่หรือว่านั่นถือเป็นค่าจ้างล่วงหน้าสำหรับการว่าจ้างเจ้า” จิ่งเยวี่ยถอนหายใจอย่างอ่อนอกอ่อนใจพลางกล่าว “หากเจ้าไม่อยากอยู่ ข้าจะจ่ายเพิ่มให้เป็นสามเท่าแล้วเจ้าก็ไปเสียเถิด”
“ไม่ๆๆ... ขอบคุณคุณชาย ข้ายินดีจะอยู่ต่อขอรับ!” ชายผู้นั้นเอ่ยด้วยความตื่นเต้น เขารีบหยัดกายลุกขึ้นและคุกเข่าลงเบื้องหน้าจิ่งเยวี่ย ก่อนจะประกาศก้องเสียงดังฟังชัด “ผู้น้อยเสิ่นอวี้เฉิง ขอคารวะเถ้าแก่ขอรับ”