- หน้าแรก
- โฮสเทลลี้ลับที่ผมตายได้ก็เกิดใหม่ได้แถมหิวขึ้นด้วย
- บทที่ 110 การทดสอบ
บทที่ 110 การทดสอบ
บทที่ 110 การทดสอบ
มันเป็นกระบวนการที่น่าสนุกและเหลือเชื่อเอามากๆ
ดินและหินถูกปั้นแต่งตามใจปรารถนา ซากปรักหักพังชิ้นใหญ่ๆ ค่อยๆ ละลายและถูกผืนดินกลืนกินหายไปเหมือนช็อกโกแลตที่ตกลงไปในนมร้อน แปลงเกษตรกรรมที่อยู่ไกลออกไปถูกขีดเส้นร่างโครงเอาไว้เรียบร้อย ส่วนตรงบริเวณที่เป็นซากวัดร้างเดิมนั้น ลานกว้างที่เรียบกริบราวกับถูกเครื่องจักรไถกลบก็เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
จากนั้น ก็มีหินผุดขึ้นมาจากใจกลางลานกว้าง กลายเป็นยกพื้นที่สูงจากพื้นดินประมาณสิบกว่าเซนติเมตร
อวี๋เซิงรู้สึกว่าสายใยระหว่างเขากับหุบเขาแห่งนี้กำลังแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และการควบคุมก็ดูจะลื่นไหลตามไปด้วย เขาเริ่มรวบรวมสมาธิมากขึ้น ลองใช้รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในการตกแต่งยกพื้นนั้น และเพิ่มความแข็งแกร่งรวมถึง "ความลึก" ในการหยั่งรากลงไปในดินอย่างต่อเนื่อง
กระบวนการนี้เหมือนกับการค่อยๆ ทำความคุ้นเคยกับ "อวัยวะ" ของตัวเองยังไงยังงั้น
เขาวางแผนไว้ว่าจะใช้ "หุบเขา" แห่งนี้เป็นฐานที่มั่นแห่งหนึ่งของตัวเองมาตั้งแต่ตอนที่แน่ใจว่ามิติลี้ลับแห่งนี้ปลอดภัยแล้ว ที่นี่เขาสามารถปลูกผัก ให้ไอลีนใช้เป็น "สนามทดสอบ" ให้หูหลีวิ่งเล่นและ "บำเพ็ญเพียร" ได้ และในอนาคต ถ้ามี "โปรเจกต์" อะไรที่ไม่เหมาะจะทำข้างนอก ก็สามารถเอามาทำในหุบเขานี้ได้ทั้งหมด
แต่เขาไม่คิดเลยว่ากระบวนการ "ก่อสร้าง" จะเริ่มต้นด้วยวิธีแบบนี้
หูหลีเบิกตากว้าง ยืนมองอวี๋เซิงทำงานอย่างอยากรู้อยากเห็นพร้อมกับไอลีนทั้งสองร่าง สายตาของเธอเต็มไปด้วยความเลื่อมใส ผ่านไปพักใหญ่จู่ๆ เธอก็อุทานออกมา "ผู้มีพระคุณสามารถเป็นเซียนโยธาได้เลยนะคะเนี่ย ... "
"สรุปว่าบ้านเกิดเธอไม่ว่าทำอาชีพอะไรก็เป็นเซียนได้หมดเลยใช่ไหม" ในที่สุดไอลีนก็ทนไม่ไหว เธออยากจะบ่นเรื่องนี้มาตั้งนานแล้ว "ที่นั่นมีเซียนผัดหมี่ เซียนหมี่ตุ๋น เซียนบะหมี่เนื้อด้วยหรือเปล่ายะ"
"พวกนั้นเรียกรวมๆ ว่าเซียนทำอาหารค่ะ" หูหลีเถียงกลับหน้าตาเฉย "ถ้าแยกจดทะเบียนกันหมดก็เปลืองทรัพยากรแย่สิ สมาคมเซียนไม่อนุมัติหรอก"
ไอลีนทำหน้าทึ่ง " ... แม่เจ้าโว้ย มีเซียนทำอาหารจริงๆ ด้วย!"
และในตอนนั้นเอง อวี๋เซิงก็ปูฐานรากเสร็จพอดี และบนฐานรากตรงมุมหนึ่งของยกพื้น เขาก็ได้เสกที่พักพิงขนาดเล็กที่พอจะบังลมบังฝนได้ (ถึงแม้ในหุบเขานี้จะดูเหมือนไม่มีทั้งลมและฝนก็เถอะ) เขาเดินกลับมาหาหูหลีกับไอลีนพลางถามอย่างสงสัย "พวกเธอคุยอะไรกันอยู่น่ะ"
ตุ๊กตาทั้งสองตัวชี้ไปที่แม่สาวปีศาจจิ้งจอกพร้อมกัน "ยัยจิ้งจอกทึ่มบอกว่านายสามารถเป็นเซียนเทปูนได้"
"ไม่ใช่ เซียนโยธาต่างหาก" หูหลีรีบแก้ให้ถูกต้องอย่างจริงจัง
มุมปากอวี๋เซิงกระตุกยิกๆ ทันที แต่ก็พยายามกลั้นเอาไว้ แล้วหันไปนำเสนอผลงานของตัวเอง "ดูนี่สิ ต่อไปที่นี่ก็จะเป็น 'แคมป์' แห่งที่สองของพวกเรานอกจากบ้านเลขที่ 66 ถนนอู๋ถงแล้ว ฉันมีแผนการก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่มาก กะว่าจะสร้างอาคารขนาดใหญ่ตรงซากวัดร้างนั่น เอาให้ดูเหมือนวิหารของอารยธรรมโบราณ ดูอลังการและลึกลับ ต่อไปที่นี่ก็จะเป็นศูนย์บัญชาการขององค์กร 'สถานพักแรม' ของพวกเรา ... "
"คนสามคนจะยึดเมืองทั้งเมืองเลยสินะ นายก็กล้าวางแผนซะเหลือเกิน" ไอลีนบ่นสวนกลับไปอย่างไม่เกรงใจ จากนั้นก็ชี้ไปที่กล่องสี่เหลี่ยมสีเทาๆ ทึมๆ รูปร่างเหมือนกล่องไม้ขีดไฟขนาดยักษ์ตรงริมยกพื้นด้วยความอยากรู้ "นั่นคือส้วมชั่วคราวเหรอ"
อวี๋เซิงยืนหน้าตึงอยู่พักหนึ่ง ผ่านไปครึ่งค่อนวันถึงได้ยอมอ้อมแอ้มตอบ " ... นั่นคือจุดเริ่มต้นของแผนการก่อสร้างต่างหากล่ะ เธอจะมองว่ามันเป็นวิหารรุ่นแรกก็ได้"
ไอลีน " ... "
นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ยัยเครื่องจักรนักจ้อถึงกับไม่รู้จะหาคำมาด่าต่อยังไงดี
อวี๋เซิงรีบฉวยโอกาสเปลี่ยนเรื่องคุย "ก็แค่ลองมือดูน่ะ เริ่มจากรูปทรงเรขาคณิตพื้นฐานที่สุดก่อน ... เอาล่ะ ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า มาทดสอบ 'ระยะการควบคุมวิทยุ' ของร่างกายใหม่เธอกัน"
ไอลีนถูกเบี่ยงเบนความสนใจได้ทันที ตุ๊กตาทั้งสองตัวเงยหน้ามองอวี๋เซิงพร้อมกัน "จะทดสอบยังไงล่ะ ให้ฉันวิ่งแยกกันไปสองทาง แล้วดูว่าสัญญาณจะตัดตอนไหนเหรอ"
"ขาสั้นๆ ของเธอเนี่ยนะ กว่าจะวิ่งไปถึงไหนต่อไหนต้องใช้เวลาเท่าไหร่กัน" อวี๋เซิงปรายตามองไอลีนสองที ก่อนจะรีบหิ้วคอเสื้อร่างกายที่แบกกรอบรูป (ร่างหลัก) ขึ้นมาก่อนที่เจ้าตัวจะทันได้ปรี๊ดแตก แล้วชี้ไปที่อีกร่างหนึ่ง "ร่างกายร่างนั้นไปกับหูหลี พวกเธอวิ่งตรงไปทางนั้น วิ่งไปจนสุดหุบเขาเลย ส่วนฉันจะพาร่างหลักของเธอ 'เปิดประตู' วาร์ปไปที่ 'ชายขอบเทือกเขา' ที่เราไปถึงคราวที่แล้ว ดูซิว่าจะเป็นยังไง"
ระหว่างที่พูด หูหลีก็วิ่งล่วงหน้าออกไปไกลกว่าสิบเมตรแล้วทิ้งตัวลงหมอบกับพื้น ปรากฏไอหมอกเซียนและแสงสีมงคลเรืองรอง ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางตัวมหึมาขนาดเท่ารถตู้สองคันก็โผล่ออกมาจากม่านแสงนั้น เธอส่งสายตาคาดหวังไปยังไอลีน (ร่างสำรอง) บนพื้น "ไอลีน! มาสิ มาวิ่งด้วยกัน!"
ไอลีนนึกย้อนไปถึงประสบการณ์ตอนที่เกาะยัยจิ้งจอกซูเปอร์โซนิกติดจรวดบูสเตอร์ตัวนี้พุ่งข้ามหุบเขาเมื่อคราวก่อนได้ทันที ใบหน้าเล็กๆ หดยู่เข้าหากัน "เปลี่ยนแผนไม่ได้เหรอ ... "
อวี๋เซิงรีบยื่นร่างที่แบกภาพสีน้ำมันในอ้อมแขนส่งให้ทันที "งั้นสลับกัน ร่างนี้ไปกับหูหลี ส่วนร่างนั้นมากับฉัน"
ตุ๊กตาทั้งสองตัวชะงักไปชั่วขณะ วินาทีต่อมาก็ตั้งสติได้ รีบพูดประสานเสียงพร้อมกับถลึงตาใส่อวี๋เซิง "นั่นแม่งก็ฉันทั้งคู่ไม่ใช่เหรอฟะ!"
ระหว่างที่พูด ไอลีนที่อยู่บนพื้นก็เดินโซเซเข้าหาหูหลี ปากก็บ่นขมุบขมิบไปด้วย "ช่างเถอะ เอาร่างนี้ไปกับยัยจิ้งจอกทึ่มนี่แหละ อย่างน้อยประสาทสัมผัสของร่างนี้ก็ค่อนข้างทื่อ น่าจะเวียนหัวน้อยกว่า"
หูหลีทาบหางเส้นหนึ่งลงบนพื้น เฝ้ามองไอลีนตะเกียกตะกายปีนตามหางขึ้นมาบนหลังของตัวเอง แล้วหันไปเตือน "นั่งข้างหลังหน่อยนะ เกาะขนให้แน่นๆ ล่ะ เดี๋ยวตอนเร่งความเร็วจะร่วงเอา"
ไอลีนรีบคว้ากระจุกขนฟูๆ บนหลังหูหลีไว้แน่นพลางต่อรอง "เดี๋ยวเธอช่วยวิ่งช้าลงหน่อยนะ อย่าเล่นบินพรวดพราดเหมือนคราวก่อนล่ะ ... "
หูหลีพยักหน้ารัวๆ โดยไม่รอให้ตุ๊กตาพูดจบ "อื้อๆ วางใจได้เลย อัตราเร่งของฉันเนียนกริบอยู่แล้ว!"
เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ได้ฟังสิ่งที่ไอลีนพูดเลย ในหัวมีแต่ความสุขที่กำลังจะได้วิ่งเล่นปลดปล่อยพลัง หางพวงใหญ่ส่ายไปมาอยู่ด้านหลัง ปัดเป่าฝุ่นทรายจนปลิวว่อน ...
จากนั้นเธอก็หมุนตัว วิ่งเหยาะๆ ไปตามทิศทางที่อวี๋เซิงชี้เมื่อครู่ แล้วเริ่มเร่งความเร็ว
ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องของไอลีนที่ลอยห่างออกไปอย่างรวดเร็ว มหาปีศาจจิ้งจอกพุ่งทะยานออกไปพร้อมกับเสียงคำรามกึกก้อง ...
ด้านหลังหางของหูหลีมีเปลวเพลิงจิ้งจอกพ่นออกมาจนเกิดเป็นวงแหวนมัค (ช็อกไดมอนด์) เลยทีเดียว
"พอกินอิ่มแล้วนี่มันต่างกันจริงๆ แฮะ"
เมื่อมองดูภาพหูหลีพุ่งทะยานผ่านก้นหุบเขาไปอย่างรวดเร็วจากระยะไกล และได้ยินเสียงระเบิดกึกก้องที่ดังมาอย่างต่อเนื่อง อวี๋เซิงก็อดไม่ได้ที่จะรำพึงออกมา
จากนั้นเขาก็ได้ยินไอลีนบนไหล่บ่นเสียงดังลั่น "ฉันไม่น่าไปเชื่อยัยนั่นเลยว่าจะวิ่งช้าลง! ฉันรู้สึกเหมือนร่างจะแหลกเป็นเสี่ยงๆ แล้วเนี่ย!"
"ไม่เป็นไรน่า ถ้าแหลกเดี๋ยวฉันปั้นติดให้ใหม่" อวี๋เซิงฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะดึงเปิดประตูมิติเพื่อไปยังอีกฟากหนึ่งของหุบเขา "ไปกันเถอะ เราไปรออีกฝั่งนึงก่อน"
จิ้งจอกซูเปอร์โซนิกติดจรวดบูสเตอร์วิ่งได้เร็วมาก แต่ก็ยังเร็วสู้ประตูวาร์ปของอวี๋เซิงไม่ได้
ตอนที่อวี๋เซิงแบกไอลีนไปถึงชายแดนเทือกเขา หูหลีกับไอลีนอีกร่างก็ยังอยู่ระหว่างทาง
เมื่อมองลงมาจากยอดเขา จะเห็นเงาสีเงินขาวพวยพุ่งพัดผ่านหุบเขาราวกับพายุ เปลวเพลิงจิ้งจอกสีฟ้าอมน้ำเงินพ่นตัวออกมากลายเป็นไอพ่นยาวเหยียด ผลักดันให้มหาปีศาจจิ้งจอกพุ่งตรงไปยังเทือกเขาที่เป็นเขตแดนอีกฝั่ง แรงขับดันอันมหาศาลทำให้เกิดฝุ่นควันและหินปลิวว่อนตลอดทาง เป็นภาพที่ดูอลังการงานสร้างมาก
" ... ฉันชักจะสงสัยแล้วสิว่าเธอสามารถใช้แรงขับจากหางพวกนี้บินขึ้นฟ้าได้จริงๆ หรือเปล่า" อวี๋เซิงลูบคางพึมพำกับตัวเอง "ไม่ใช่แค่ลอยเรียดพื้นนะ ฉันหมายถึงบินขึ้นไปบนฟ้าสูงๆ จริงๆ น่ะ"
ครู่ต่อมา ไอลีนก็ยื่นหน้ามาแนบหูเขาแล้วตะโกนลั่น "ยัยจิ้งจอกทึ่มบอกว่า! เธอทำได้จริงๆ!"
อวี๋เซิงรีบจับตุ๊กตาบนไหล่ออกห่างทันที "อย่ามาตะโกนใส่หูฉัน ฉันได้ยินแล้ว!"
ไอลีนโดนอวี๋เซิงหิ้วสายสะพายกรอบรูปแกว่งต่องแต่งอยู่กลางอากาศ "อ้อ โทษที พอดีร่างฝั่งนู้นมันเสียงดังมากน่ะ ฉันเลยปรับตัวไม่ทันนิดหน่อย"
"เป็นไงบ้าง ตอนนี้รู้สึกว่าสัญญาณเชื่อมต่อกับอีกร่างเริ่มขาดหายไปบ้างหรือเปล่า"
"เหมือนจะยังนะ" ไอลีนยังคงแกว่งตัวไปมาอยู่กลางอากาศ เอามือข้างหนึ่งจับคางพยายามรับรู้ความรู้สึกอย่างตั้งใจ "แถมอย่าว่าแต่สัญญาณขาดเลย ความรู้สึกอ่อนลงยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ"
ระหว่างที่พูด อวี๋เซิงก็เห็นว่าเปลวเพลิงจรวดอันสว่างวาบที่อยู่ไกลออกไปได้พุ่งขึ้นมาถึงกลางภูเขาแล้ว และกำลังมุ่งหน้าเข้าใกล้แนวเขาเขตแดนสุดหุบเขาอย่างรวดเร็ว
"ตอนนี้สัญญาณยังเชื่อมต่อกันแน่นปึ้ก ไม่มีความหน่วงระหว่างทั้งสองร่างเลย" ไอลีนชิงตอบก่อนที่อวี๋เซิงจะทันได้ถาม "แล้วก็ไม่ลดทอนลงด้วย"
"แม้แต่การลดทอนก็ไม่รู้สึกเลยงั้นเหรอ ... " อวี๋เซิงขมวดคิ้ว พึมพำขณะครุ่นคิด "นั่นก็หมายความว่า ต่อให้การเชื่อมต่อระหว่างสองร่างจะมีระยะจำกัด ระยะทางนั้นก็คงจะไกลจนน่าเหลือเชื่อ ... "
"มิติลี้ลับทั้งหมดนี้ถ้านับรวมแนวเขาข้างๆ ไปด้วยก็ถือว่ากว้างมากเลยนะ" ไอลีนพูดพลางม้วนตัวเกาะแขนอวี๋เซิงอย่างคล่องแคล่ว ใช้ทั้งมือและเท้าปีนขึ้นไปเกาะบนท่อนแขนเขา แล้วชะโงกหน้ามองไปไกลๆ "เอาล่ะ ตอนนี้หูหลีไปถึงยอดเขาฝั่งนู้นแล้ว เธอถามว่าจะเอายังไงต่อ"
อวี๋เซิงใช้ความคิด ผ่านไปครู่หนึ่งถึงทำลายความเงียบ "ตอนนี้เราแน่ใจได้แค่ว่าในมิติเดียวกัน ระยะ 'การสื่อสาร' ของสองร่างนั้นไกลพอ แต่ยังไม่รู้ว่าถ้าอยู่คนละมิติกันผลจะเป็นยังไง"
ไอลีนทำหน้าสงสัยเต็มที่ "อ๋า สรุปก็คือ ... ?"
อวี๋เซิงเอื้อมมือไปดึงประตูบานหนึ่งเปิดออก
ภายนอกประตูคือป่าทึบนิรนามแห่งหนึ่ง
มันเป็นหนึ่งในสถานที่ที่เขาค้นพบจากการทดสอบเปิดประตูนับครั้งไม่ถ้วนก่อนหน้านี้
ดูธรรมดาสามัญ และเขาก็มีพิกัดธรรมดาสามัญแบบนี้ "ตุน" เอาไว้เยอะมาก
"อยากจะลองทดสอบให้สุดขีดกว่านี้ไหมล่ะ" อวี๋เซิงมองตุ๊กตาที่เกาะอยู่บนแขนตัวเอง "มาดูกันว่าร่างกายสองร่างของเธอจะแยกห่างจากกันได้ไกลที่สุดแค่ไหน"
" ... ฝั่งนู้นปลอดภัยไหม"
"เคยเข้าไปดูแวบหนึ่งแล้ว นอกจากจุดรับสัญญาณเน็ตก็ไม่มีอันตรายอะไร"
ไอลีนมีท่าทีลังเลอย่างเห็นได้ชัด
แต่หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็กัดฟันพยักหน้า "ตกลง"
[จบแล้ว]