เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 เมื่อระบบเกลื่อนเมือง

บทที่ 1 เมื่อระบบเกลื่อนเมือง

บทที่ 1 เมื่อระบบเกลื่อนเมือง


บทที่ 1 เมื่อระบบเกลื่อนเมือง

ห้องเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 อบอ้าวราวกับหม้ออัดแรงดัน

พัดลมเพดานเก่าคร่ำคร่าส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดขณะหมุนวน พัดพากองหนังสือที่ตั้งตระหง่านราวกับภูเขาบนโต๊ะเรียน

ปัง! ปัง! ปัง!

อาจารย์หยางเดินเข้ามาในห้องเรียนด้วยใบหน้าขึงขัง เสียงรองเท้าหนังคู่คุ้นเคยกระทบพื้นดังกึกกัก เขาโยนปึกกระดาษข้อสอบลงบนโต๊ะเสียงดังป้าบ

"ทุกคน ดึงสติกลับมาได้แล้ว!"

อาจารย์หยางเป็นครูประจำชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ห้อง 7 เขาสวมแว่นตากรอบทอง ใบหน้าเรียบตึงเป็นเอกลักษณ์และแทบจะไม่เคยยิ้ม

ในช่วงเวลาสำคัญของเด็กม.6 เช่นนี้ เขายิ่งเข้มงวดในทุกๆ ด้าน โรงเรียนกำหนดให้นักเรียนไปกลับมาถึงภายในเวลาเจ็ดโมงยี่สิบนาที แต่เขาบังคับให้มาถึงตั้งแต่เจ็ดโมงตรง

ครูประจำชั้นพยักหน้าให้หัวหน้าห้องแจกข้อสอบ ไม่นานกระดาษสีขาวก็ถูกส่งต่อกันไปทั่วทั้งห้อง

เซี่ยงเป่ยเฟยได้รับข้อสอบของตัวเองเช่นกัน เขาเหลือบมองคะแนนที่ปรากฏ

43 คะแนน

"ครูไม่พอใจกับผลการสอบซ้อมครั้งนี้เอามากๆ!"

"ไม่พอใจอย่างรุนแรง!"

"การสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะเริ่มขึ้นในอีกสองเดือนข้างหน้า! ดูคะแนนที่พวกเธอทำได้สิ! จุดไหนที่ย้ำแล้วย้ำอีกก็ยังทำผิด นักเรียนหลายคนคะแนนร่วงลงมา คนที่ได้คะแนนสูงสุดยังตามหลังห้องอื่นอยู่ตั้งสิบคะแนน สภาพแบบนี้พวกเธอจะสอบติดมหาวิทยาลัยได้ยังไง"

น้ำเสียงของครูประจำชั้นเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด ทุกคาบเรียนเขาจะพร่ำบ่นเรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และก่อนเริ่มสอนก็ต้องเน้นย้ำถึงความสำคัญของมันเสมอ

"การสอบเข้ามหาวิทยาลัยคือด่านสำคัญในชีวิตของพวกเธอ!"

"มันคือตัวตัดสินชะตากรรม!"

"มันสามารถเปลี่ยนอนาคตของพวกเธอได้!"

"ทหารนับหมื่นข้ามสะพานไม้แผ่นเดียว มีเพียงคนที่ข้ามผ่านไปได้เท่านั้นจึงจะมีคุณสมบัติหยัดยืนอยู่บนโลกใบนี้"

ครูประจำชั้นพูดจนน้ำลายแตกฟอง อารมณ์พุ่งพล่านราวกับอยากจะกระชากหูพวกนักเรียนที่ไม่เอาถ่านแล้วกรอกคำพูดเหล่านี้ลงไปซะเดี๋ยวนี้

"อย่างไรก็ตาม ก่อนจะถึงการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ยังมีเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่านั้นรออยู่!"

ครูประจำชั้นเปลี่ยนน้ำเสียงและประกาศก้อง "นั่นคือการปลุกระบบของพวกเธอเอง!"

ปลุกระบบ!

ทั้งห้องเกิดความฮือฮา นักเรียนหลายคนเงยหน้าขึ้นมาด้วยความคาดหวัง บางคนถึงกับเริ่มกระซิบกระซาบกัน สีหน้าแววตาเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นที่ยากจะปิดบัง

การปลุกระบบของตัวเองเป็นสิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝัน!

พวกเขารอคอยมาหลายปีก็เพื่อวันนี้!

หลังจากจบคาบนี้ พวกเขาจะได้ลงไปเข้าร่วมพิธีปลุกระบบ!

ครูประจำชั้นแค่นเสียงเย็นชาและกล่าวต่อ "มีเพียงระบบที่ยอดเยี่ยมเท่านั้นจึงจะได้รับคะแนนพิเศษและความสนใจจากมหาวิทยาลัยชั้นนำในการสอบเข้า! ระบบที่พวกเธอปลุกขึ้นมาจะสูงส่งหรือต่ำต้อย ดีหรือแย่ นั่นแหละที่จะเป็นตัวกำหนดอนาคตของพวกเธอ!"

เซี่ยงเป่ยเฟยซึ่งนั่งอยู่แถวหลังสุดค้อมตัวลงเล็กน้อยและเริ่มควงปากกาอีกครั้ง

"โลกใบนี้มันบ้าไปแล้วจริงๆ"

เซี่ยงเป่ยเฟยพึมพำ

เมื่อสัปดาห์ก่อน เขานั่งอยู่ในห้องเรียน นั่งมองพัดลมเพดานเหนือหัวที่กำลังส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเพราะน็อตหลวม

ตอนนั้นเขายังนึกสงสัยอยู่เลยว่าถ้าพัดลมเพดานที่กำลังหมุนติ้วตกลงมาจะเป็นอย่างไร

มันจะตัดฉับเดียวเลือดสาดกระจาย หัวหลุดกระเด็น หรือเป็นอย่างอื่น

แล้วพัดลมเพดานก็ตกลงมาจริงๆ

มันร่วงลงมากลางหัวเขาพอดี

พอตื่นขึ้นมา เขาก็พบว่าตัวเองได้ทะลุมิติมาแล้ว

เขาทะลุมิติมาอยู่ในโลกที่แปลกประหลาดมาก

โลกใบนี้มีหลายสิ่งที่เหมือนกับโลกเดิมราวกับโลกคู่ขนาน มีระบบการศึกษาและโครงสร้างทางสังคมที่คล้ายคลึงกัน ที่ซึ่งทุกคนในวัยเรียนต้องดิ้นรนเพื่อการสอบเข้ามหาวิทยาลัย

ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือ โลกใบนี้ไม่ได้จืดชืดและน่าเบื่ออีกต่อไป เพราะทุกคนมีสูตรโกงเป็นของตัวเอง

ดินแดนแห่งนี้อุดมไปด้วยพลังวิญญาณ ทุกคนสามารถมีสูตรโกงเป็นระบบพิเศษ และใช้ระบบอันหลากหลายนี้ดูดซับพลังวิญญาณจากภายนอกเพื่อช่วยให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น!

และเมื่อถึงช่วงมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทุกคนจะต้องเข้าร่วมพิธีปลุกพลังพิเศษเพื่อปลุกระบบของตัวเอง!

ระบบที่แต่ละคนครอบครองจะเป็นตัวกำหนดทิศทางชีวิตของคนคนนั้น

ระบบวิชาการสามารถทำให้พวกเขากลายเป็นบุคคลสำคัญในแวดวงวิชาการ!

ระบบธุรกิจสามารถทำให้พวกเขาขาดทุนเป็นพันล้านได้โดยไม่กะพริบตา!

ระบบนักชิมสามารถทำให้พวกเขากลายเป็นผู้นำในวงการร้านอาหาร!

ระบบสำนักสามารถทำให้พวกเขาก่อตั้งสำนักและกลายเป็นจ้าวผู้ครองแคว้นได้!

บนโลกใบนี้ ระบบไม่ใช่สิ่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกต่อไป เพราะใครๆ ก็มีมัน

สิ่งที่ทุกคนต้องทำก็คือ พยายามอย่างหนัก อุตสาหะทำภารกิจของระบบที่ตนปลุกขึ้นมาให้สำเร็จ และถากถางอนาคตอันสดใสด้วยมือของตัวเอง!

ระบบ... ในโลกใบนี้ กลายเป็นของโหลเกลื่อนเมืองไปเสียแล้ว!

ครูประจำชั้นยังคงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปลุกระบบและเทคนิคที่จำเป็นต้องใช้

ส่วนเซี่ยงเป่ยเฟยก็เอาแต่จ้องมองข้อสอบที่เพิ่งได้รับมาและจมอยู่กับความคิดของตัวเอง

ข้อสอบระบุไว้ว่า:

—การสอบรับตรงเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาทั่วไปแห่งสหพันธ์จิ่วโจว ประจำปี 3030 (ข้อสอบซ้อม)

แบบทดสอบความสามารถบูรณาการสรรพวิชา (ชุด A)

โลกใบนี้ไม่มีแนวคิดเรื่อง 'ประเทศ' มีเพียงสหพันธ์จิ่วโจว ดังนั้นข้อสอบจึงกลายเป็นการสอบส่วนกลางของสหพันธ์จิ่วโจว

ส่วนคำว่า "สรรพวิชา" ก็คล้ายกับการสอบรวบยอดวิชาวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์บนโลก แต่ที่นี่ถูกเรียกว่า "บูรณาการสรรพวิชา"

วิชาบูรณาการเป็นวิชาที่ว่าด้วยความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับระบบต่างๆ บนโลกใบนี้ เพื่อช่วยให้ทุกคนเข้าใจโลกแห่งระบบได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเป็นความรู้ที่ทุกคนจำเป็นต้องแตกฉานในช่วงวัยเรียน

อย่างเช่นข้อสอบปรนัยข้อแรก:

—จนถึงปัจจุบัน มนุษยชาติสามารถปลุกระบบได้ทั้งหมดหกระดับ ระดับศักยภาพของระบบที่สูงเป็นอันดับสามเมื่อเรียงจากมากไปน้อยคือระดับใด?

ก. ระดับ R

ข. ระดับ S

ค. ระดับ SR

ง. ระดับ SSR

เซี่ยงเป่ยเฟยเลือกข้อ ข. สำหรับคำถามนี้ แต่คำตอบนั้นผิด

คำตอบที่ถูกต้องคือข้อ ค.

นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทุกคนจะได้รับการปลุกระบบของตัวเอง แต่ศักยภาพของระบบที่ปลุกได้จะแตกต่างกันออกไป ยิ่งระบบทรงพลังมากเท่าไหร่ รางวัลที่ได้รับจากการทำภารกิจสำเร็จก็จะยิ่งมากมายมหาศาลเท่านั้น

ดังนั้น ระดับของระบบจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

ตอนที่เซี่ยงเป่ยเฟยทะลุมิติมา เขาเห็นคำถามนี้และยังไม่เข้าใจการแบ่งระดับระบบของโลกนี้ เขาจึงสุ่มเลือกระดับ S ไปส่งๆ

ในความเป็นจริง ระดับพรสวรรค์ของระบบที่ปลุกได้ เมื่อเรียงจากต่ำไปสูงคือ 【ระดับ N, ระดับ R, ระดับ S, ระดับ SR, ระดับ SSR, ระดับ UR】

"เซี่ยงเป่ยเฟย ยืนขึ้น!"

ครูประจำชั้นสังเกตเห็นเซี่ยงเป่ยเฟยเหม่อลอยจึงตวาดลั่น

เซี่ยงเป่ยเฟยดึงความสนใจกลับมาจากข้อสอบแล้วลุกขึ้นยืนอย่างเสียไม่ได้

"เซี่ยงเป่ยเฟย บอกฉันมาสิว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเธอ! สอบตกตลอดจนดึงมีนของห้องให้ต่ำลงมันก็แย่พออยู่แล้ว แต่นี่เธอยังตอบส่งเดชทั้งที่ตัวเองไม่รู้คำตอบอีก! เอ้า บอกทุกคนสิว่าเธอเขียนตอบอะไรลงไปในข้อสอบอัตนัยข้อที่สาม!"

ครูประจำชั้นจ้องมองเซี่ยงเป่ยเฟยด้วยความโกรธเกรี้ยว ราวกับอยากจะฉีกเขาเป็นชิ้นๆ แล้วกลืนลงท้อง

เซี่ยงเป่ยเฟยก้มดูข้อสอบอัตนัยข้อที่สาม:

【เป็นที่ทราบกันดีว่า ระบบที่ปลุกขึ้นมานั้นจะไม่มีใครมองเห็นได้นอกจากตัวผู้ครอบครอง ดังนั้น เมื่อเราปลุกระบบขึ้นมาแล้ว เราต้องรู้จักเก็บเป็นความลับและไม่เปิดเผยระบบของตนให้ใครรู้

คำถามคือ!

จะเกิดผลกระทบอย่างไรหากผู้อื่นล่วงรู้ว่าระบบของคุณคืออะไร? จงยกตัวอย่างประกอบ】

เซี่ยงเป่ยเฟยเหลือบมองคำตอบของตัวเอง:

【หากผู้อื่นล่วงรู้ว่าระบบของฉันคืออะไร ผลที่ตามมาจะร้ายแรงมาก เพราะถ้าเป็นแบบนั้น ฉันก็... อวดเบ่งไม่ได้น่ะสิ】

ข้อสอบอัตนัยข้อนี้มีคะแนนหกคะแนน และเซี่ยงเป่ยเฟยได้ศูนย์

จบบทที่ บทที่ 1 เมื่อระบบเกลื่อนเมือง

คัดลอกลิงก์แล้ว