- หน้าแรก
- สกิลโจรล้วนๆ แบบนี้ยังเรียกตำรวจอีกเหรอ
- บทที่ 5: การหายตัวไป
บทที่ 5: การหายตัวไป
บทที่ 6 ยังคงไม่หวั่นเกรง
บทที่ 6 ยังคงไม่หวั่นเกรง
เฉินหมิงก้าวออกมาเบื้องหน้า โดดเด่นท่ามกลางฝูงชน
กลางวันแสกๆ แสร้งทำตัวเป็นครอบครัวเหยื่อแล้วเล่นละครฉากใหญ่ ลูกไม้นี้เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี นี่มันมุกตื้นๆ ของพวกแก๊งค้ามนุษย์ชัดๆ ไม่ใช่หรือไง
แต่วิธีนี้มันดูจะอ่อนหัดไปสักหน่อย
"ไอ้หนุ่ม แกโผล่มาจากไหนวะ อย่ามาแส่เรื่องครอบครัวคนอื่น!"
ชายหน้าเหี้ยมขมวดคิ้วจ้องเขม็งมาที่เฉินหมิงด้วยท่าทางดุดัน นัยน์ตาสามเหลี่ยมราวกับอสรพิษกวาดตามองชายหนุ่มหัวจรดเท้าอย่างประเมิน
"เด็กสาวคนนี้ร้องห่มร้องไห้ขนาดนี้ จะรู้ได้อย่างไรว่าพวกคุณไม่ใช่แก๊งค้ามนุษย์ เรื่องนี้เราต้องทำให้กระจ่าง จริงไหมครับทุกคน"
"ใช่แล้ว สมัยนี้คนเลวมันเยอะ!"
"จริงด้วย ดูยังไงเด็กคนนี้ก็ไม่ได้แกล้งร้องไห้หรอก"
การชี้นำของเฉินหมิงทำให้ฝูงชนหันมาเข้าข้างเขาอย่างเห็นได้ชัด และพากันส่งเสียงสนับสนุนอย่างกระตือรือร้น
กลุ่มคนเหล่านั้นสบตากัน พลางคิดในใจว่าท่าไม่ดีเสียแล้ว แววตาดุดันล่อกแล่กมองซ้ายมองขวา
"แล้วมันไปหนักหัวอะไรแกวะ หลักฐานงั้นเหรอ หลักฐานบ้าบออะไร ฉันเป็นลุงแท้ๆ ของนังหนูนี่ ฉันจะทำร้ายหลานตัวเองได้ยังไง"
"แกหาว่าพวกเราเป็นแก๊งค้ามนุษย์ แกมีหลักฐานไหมล่ะ เอาหลักฐานมาดูสิวะ ไม่อย่างนั้นฉันจะฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทแกแน่"
ชายหน้าเหี้ยมสบถด่าทออย่างหยาบคาย ยังคงไม่ยอมจำนนแม้จะเผชิญกับเสียงประณามจากรอบด้าน
ท่าทีแข็งกร้าวของเขาทำให้ชาวมุงเริ่มมีสีหน้าลังเล และหันไปมองอีกฝ่ายด้วยความเคลือบแคลงใจ
"หรือว่าพวกเขาจะเป็นครอบครัวเดียวกันจริงๆ"
"นั่นน่ะสิ ดูผู้ชายคนนั้นสิ พูดจาหนักแน่นเชียว เป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นลุงของเด็กจริงๆ ก็ได้"
จังหวะนั้นเอง หญิงวัยกลางคนในกลุ่มก็รีบบีบน้ำตาปล่อยโฮออกมาทันที
"พวกเรามาจากบ้านนอกคอกนา อุตส่าห์ดั้นด้นเดินทางมาตั้งไกล พวกคุณจะมารังแกพวกเราเพียงเพราะเห็นว่าเป็นคนเมืองไม่ได้นะ"
"พ่อของนังหนูนี่นอนพะงาบๆ รอมร่ออยู่ที่บ้าน แต่นังเด็กนี่ก็ดื้อดึงไม่ยอมกลับ แทนที่จะช่วยเกลี้ยกล่อม พวกคุณกลับมาเข้าข้างเด็กหัวดื้อคนนี้เนี่ยนะ"
"พวกคุณกำลังให้ท้ายคนผิดชัดๆ"
"อย่าเพิ่งไปไหนนะ พวกคุณทุกคนห้ามไปไหนเด็ดขาด ถ้าวันข้างหน้าหลานฉันเสียผู้เสียคนขึ้นมา ฉันจะเอาเรื่องพวกคุณให้หมดทุกคนเลยคอยดู"
พูดจบ หญิงคนนั้นก็ร้องห่มร้องไห้พลางยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายคลิปฝูงชนรอบข้าง พลิกสถานการณ์กลับมาเป็นฝ่ายคุมเกมได้อย่างชะงัด
ชาวบ้านในเหตุการณ์เริ่มมีท่าทีกระสับกระส่ายและพยายามเบือนหน้าหนี ท้ายที่สุดแล้ว ก็ไม่มีใครอยากหาเหาใส่หัวหรือเอาตัวเข้าไปพัวพันกับเรื่องวุ่นวายแบบนี้
เฉินหมิงได้แต่ทอดถอนใจ
จิตสำนึกเรื่องการต่อต้านการค้ามนุษย์ของผู้คนบนโลกใบนี้ช่างย่ำแย่เสียเหลือเกิน ตามหลักตรรกะแล้ว เรื่องแบบนี้จัดการได้ง่ายนิดเดียว เพียงแค่ให้ทั้งสองฝ่ายหยิบบัตรประชาชนออกมาเทียบกัน ความจริงก็กระจ่างแล้ว
แต่ดูเหมือนว่าชาวบ้านแถวนี้จะไม่มีไหวพริบในเรื่องนี้เอาเสียเลย
เฉินหมิงลูบจมูกตัวเองเบาๆ
อันที่จริง หากเขาเปิดเผยฐานะ เรื่องนี้คงคลี่คลายด้วยวิธีที่ง่ายดายที่สุด ทว่าเขาเพิ่งเริ่มงานวันนี้เป็นวันแรก แถมยังไม่ได้บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่เลยด้วยซ้ำ
"งั้นขอดูบัตรประชาชนของพวกคุณหน่อยได้ไหม แบบนี้น่าจะชัดเจนที่สุดนะ"
เฉินหมิงเสนอขึ้นอีกครั้ง
ร่องรอยความตื่นตระหนกฉายชัดขึ้นบนใบหน้าของกลุ่มค้ามนุษย์ คำพูดของเฉินหมิงแทงใจดำพวกมันเข้าอย่างจัง
"ไม่เว้ย ตกลงว่าแกโผล่มาจากไหนกันแน่ จะมาแส่หาเรื่องอะไรเนี่ย ถ้าพี่เขยฉันต้องตายก่อนจะได้เห็นหน้าลูกสาว แกจะรับผิดชอบไหวไหมฮะ"
ชายหน้าเหี้ยมเริ่มออกอาการฉุนเฉียว มันถลกแขนเสื้อขึ้นพร้อมจะพุ่งเข้าใส่
"ใช่แล้วพี่ อย่าไปเสียเวลาต่อล้อต่อเถียงกับมันเลย พี่เขยยังรออยู่นะ ขืนชักช้าเดี๋ยวจะตกรถเอา"
หญิงวัยกลางคนล่อกแล่กสายตาพลางเอ่ยเร่งเร้าอยู่ด้านข้าง เห็นได้ชัดว่าหล่อนกลัวความล่าช้าจะนำมาซึ่งปัญหาแทรกซ้อน
พวกมันมีกันทั้งหมดสี่คน เป็นชายสามและหญิงหนึ่ง จากนั้นพวกมันก็ออกแรงฉุดกระชากเด็กสาวให้เดินไปที่รถตู้ซึ่งจอดอยู่ไม่ไกล
แม้ผู้คนรอบข้างจะซุบซิบนินทากัน แต่กลับไม่มีใครแสดงทีท่าว่าจะยื่นมือเข้าห้ามปรามเลยสักคน
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ!"
"วันนี้พวกแกห้ามพาเด็กคนนี้ไปไหนทั้งนั้น!"
เฉินหมิงตวาดเสียงกร้าว
"อ้อ ไอ้เด็กเวร แกกล้าแส่เรื่องครอบครัวคนอื่นงั้นสิ!"
"วันนี้ฉันจะอัดแกให้เลือดกลบปากเลยคอยดู!"
ชายหน้าเหี้ยมคำรามพลางถลกแขนเสื้อสาวเท้ากร่างเข้าไปหาเฉินหมิง
"พ่อหนุ่ม ปล่อยไปเถอะๆ มันเป็นเรื่องครอบครัวของเขา อย่าเอาตัวไปเจ็บตัวเปล่าๆ เลย"
"ใช่แล้ว ช่างมันเถอะ ถอยคนละก้าวดีกว่า"
"อย่ามีเรื่องกันเลย!"
ชาวบ้านใจดีบางคนเอ่ยปากห้ามปราม แต่คนส่วนใหญ่กลับพากันถอยกรูดหนีออกห่างราวกับเห็นตัวกาลกิณี
เมื่อเห็นเฉินหมิงยืนนิ่งไม่ไหวติง ชายร่างบึกบึนก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง ปล่อยหมัดพุ่งเข้าใส่หน้าเฉินหมิงทันที
"นี่สำหรับไอ้เด็กรนหาที่อย่างแก!"
ผู้คนโดยรอบพากันสูดลมหายใจเฮือก ภายใต้กำปั้นอันใหญ่โตนั้น เฉินหมิงดูราวกับมดปลวกตัวเล็กจ้อยที่ไร้ทางสู้
ทว่าเฉินหมิงกลับยื่นมือออกไป ไม่เพียงแต่จะรับหมัดของอีกฝ่ายไว้ได้อย่างง่ายดาย แต่ยังออกแรงบิดข้อมือนั้นจนชายร่างบึกบึนแผดเสียงร้องลั่น
"โอ๊ย เจ็บๆๆ โว้ย!"
ชาวมุงต่างเบิกตากว้าง สูดปากด้วยความตกตะลึง พลางมองเฉินหมิงอย่างเหลือเชื่อ
พ่อหนุ่มคนนี้มีฝีมือไม่เบาทีเดียว
เฉินหมิงลูบจมูกตัวเอง สมรรถภาพทางกายของร่างนี้ถือว่ายอดเยี่ยมมาก ถึงแม้จะอาศัยเส้นสายเข้ามาทำงาน แต่ปกติแล้วคงถูกเคี่ยวเข็ญอย่างหนักหน่วงมาไม่น้อย คงจะเพราะอยากเจริญรอยตามผู้เป็นพ่อซึ่งเป็นบุคคลระดับตำนานคนนั้น
ภายใต้รูปร่างที่ดูบอบบางเมื่อสวมเสื้อผ้า กลับซุกซ่อนไปด้วยมัดกล้ามเนื้ออันสมบูรณ์แบบ
พละกำลังอันมหาศาลนี้ไม่อาจดูแคลนได้เลย
"เอาล่ะ ในเมื่อพวกแกลงไม้ลงมือกันแล้ว วันนี้ก็อย่าหวังว่าจะรอดไปได้สักคน"
เฉินหมิงสอยหมัดอัปเปอร์คัตเข้าปลายคาง ชายร่างยักษ์ร้องโหยหวน กุมคางตัวเองพลางร้องโอดโอยไม่หยุด
พรรคพวกอีกสามคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลถึงกับยืนอึ้ง
ไอ้เด็กนี่มันร้ายกาจขนาดนี้เชียว กินยาบ้ามาหรือไงเนี่ย
"เจ้าสาม เจ้าสี่ มัวยืนบื้ออะไรอยู่ล่ะ รีบเข้าไปจัดการมันสิวะ!"
หญิงวัยกลางคนร้องตะโกนสั่ง
ชายฉกรรจ์ทั้งสองได้สติก็พุ่งทะยานเข้าใส่แบบไม่คิดชีวิต ทว่าพวกมันหรือจะใช่คู่ต่อกรของเฉินหมิงที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน
เพียงไม่กี่กระบวนท่า วิชาศิลปะป้องกันตัวที่เฉียบขาดและแม่นยำก็ส่งพวกมันลงไปนอนกองกับพื้นอย่างง่ายดาย
ชั่วอึดใจเดียว ชายฉกรรจ์หลายคนก็นอนหมอบกระแตอยู่บนพื้น ลุกไม่ขึ้นอีกเลย
หญิงวัยกลางคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลเห็นภาพนั้นถึงกับอ้าปากค้าง สมองขาวโพลน
วันนี้พวกมันดันมาเจอของแข็งเข้าให้แล้ว หมอนี่มันลงมือได้เหี้ยมเกรียมจริงๆ
จังหวะนั้นเอง มีพลเมืองดีในกลุ่มฝูงชนแอบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ
ทว่า สายหนึ่งโทรแจ้งสน.เป่ยไห่ ส่วนอีกสายกลับโทรแจ้งสน.หนานไห่
ในขณะเดียวกัน
สถานีตำรวจหนานไห่กำลังวุ่นวายหัวหมุนอยู่กับคดีเด็กหญิงหายตัวไป
"คุณบอกว่ามีการตะลุมบอนกันที่ตรอกเสี่ยวหูท่งงั้นเหรอ สี่รุมหนึ่งเลยเนี่ยนะ"
"รับทราบครับ เราจะรีบไปเดี๋ยวนี้"
เสี่ยวเจิงวางสายโทรศัพท์ คว้าเสื้อคลุมมาใส่เตรียมตัวพุ่งออกไปทันที
"เฮ้ยๆ จะรีบไปไหนน่ะ!"
เจียงเสวี่ยหลงรีบตะโกนเรียกเสี่ยวเจิงไว้
เสี่ยวเจิงชะงักพลางขมวดคิ้ว
"ยิ่งยุ่งก็ยิ่งมีเรื่องวุ่นวายแฮะ เสี่ยวโม่ เธอตามเสี่ยวเจิงไปดูหน่อย จัดการเสร็จแล้วก็รีบกลับมาล่ะ"
"รับทราบค่ะ สารวัตร!"
ที่โต๊ะทำงานไม่ไกลออกไป ตำรวจหญิงในเครื่องแบบรัดกุมผู้มีเรือนผมซอยสั้นดูทะมัดทะแมง ใบหน้าจิ้มลิ้ม และผิวพรรณขาวผ่อง ลุกพรวดขึ้นยืนรับคำสั่ง
เธอคือเสี่ยวโม่ ตำรวจน้องใหม่ที่เพิ่งย้ายมาประจำการที่สถานีตำรวจหนานไห่ ทว่าผลงานของเธอกลับโดดเด่นเข้าตา เพราะมีส่วนสำคัญในการไขคดียากๆ หลายคดีในช่วงที่ผ่านมา
เจียงเสวี่ยหลงจึงให้ความสำคัญกับเธอเป็นอย่างมาก
"เยี่ยมไปเลย ได้หมวดเสี่ยวมาช่วยแบบนี้ คดีต้องปิดลงอย่างสวยงามแน่ ไปกันเถอะ!"
นัยน์ตาของเสี่ยวเจิงเป็นประกายขึ้นมาทันที
เหตุผลนั้นง่ายนิดเดียว
เสี่ยวโมนั้นสวยสะดุดตา จนตำรวจหนุ่มหลายนายในสถานีต่างแอบหลงรักเธอเข้าเต็มเปา
"เลิกพูดมากได้แล้ว รีบไปเถอะ"
เสี่ยวโม่เป็นคนกระฉับกระเฉง เธอเดินนำหน้าออกไปก่อน โดยไม่คิดจะต่อล้อต่อเถียงกับเขาให้มากความ
เสี่ยวเจิงเดาะลิ้นเบาๆ ก่อนจะรีบวิ่งตามเธอออกไป
ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งของเจียงเฟิงก็นำทีมรุดหน้าไปยังสถานที่เกิดเหตุด้วยใบหน้าเคร่งเครียดเช่นกัน