เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 699 ผนึกที่อ่อนกำลังลง (ฟรี)

บทที่ 699 ผนึกที่อ่อนกำลังลง (ฟรี)

บทที่ 699 ผนึกที่อ่อนกำลังลง (ฟรี)


“ว่าแต่ เมื่อกี้ฉันก็อยากจะถามอยู่พอดี ดาบเล่มนี้มาจากไหนหรือ” รูเวียเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“ผมไปผจญภัยกับคุณหมอแล้วได้มาน่ะครับ นี่คือดาบยาวระดับเทวทูตเชียวนะ น่าเสียดายที่ผมครอบครองมันได้แค่ช่วงสั้น ๆ เท่านั้น” แช็ดยังไม่มีเวลาเล่าเรื่องดาบเล่มนี้ให้รูเวียฟังเลย

“โอ้ ยอดเยี่ยมไปเลย” โดโรธีเอ่ยสมทบ “มิน่าล่ะ เมื่อวันจันทร์คุณถึงฝากฉันดูแลแมวให้ ที่แท้ก็เพราะเหตุนี้นี่เอง คุณกับคุณหมอไปทำอะไรมากันแน่ ถึงได้เศษซากล้ำค่าขนาดนี้มาได้”

หญิงสาวทั้งสองต่างมองแช็ดด้วยความอยากรู้อยากเห็น แช็ดปรายตามองคุณหมอ อีกฝ่ายรีบส่ายหน้าเป็นพัลวัน

“ให้คุณนักสืบเล่าเถอะครับ ผลงานหลัก ๆ เป็นของคุณนักสืบเขาน่ะ”

“อืม...” แช็ดย่อมไม่มีทางบอกความจริงว่าคุณหมอกลืนกินปีศาจเพลิงเข้าไปทั้งตัว เขาจึงทำได้เพียงปิดปากเงียบ

“นี่ก็เป็นความลับเหมือนกันครับ ความลับที่ไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่น่ะ”

เมื่อแช็ดออกปากว่ามีวิธีจัดการปัญหาบนชั้นสามแล้ว คนอื่น ๆ จึงไม่รั้งอยู่นาน หลังจากพูดคุยกันอีกสองสามประโยคก็ขอตัวกลับไป ถึงอย่างไรพวกเขาก็ถูกแช็ดลากตัวมาตั้งแต่เช้าตรู่ ส่วนใหญ่จึงยังไม่ได้ทานอาหารเช้ากันเลย

หลังจากบอกลาเพื่อน ๆ ที่โถงทางเข้า แช็ดไม่ได้หันหลังเดินขึ้นชั้นบนทันที หากแต่ยืนรออยู่ที่เดิมอีกครู่หนึ่ง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นตามคาด เป็นรูเวียที่ย้อนกลับมานั่นเอง

“วันนี้แช็ดจะยังไปมิดฮิลล์เบิร์กอีกไหม” เธอเอ่ยถามตรงประเด็น ขณะที่ทั้งสองเดินขึ้นบันไดไปคุยกันต่อที่ชั้นบน

“แน่นอนครับ”

“ที่นั่นเกิดแผ่นดินไหวอีกแล้วนะ แผ่นดินไหวครั้งก่อนทำให้วิญญาณร้ายโผล่มา แถมยังเพิ่มพลังให้พวกตัวอันตรายเหล่านั้นอีก ครั้งนี้ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง” รูเวียเอ่ยด้วยน้ำเสียงวิตกกังวล

“ปัญหามันไม่ได้มีแค่นั้นหรอกครับ”

แช็ดเชิญให้รูเวียนั่งลง ก่อนจะตวัดมือวาดรอยแยกสีดำขึ้นกลางอากาศ รูเวียรีบหลับตาลงทันที พลังของเธอยังไม่มากพอที่จะจ้องมอง ‘ความตาย’ ได้โดยตรง

ส่วนแช็ดมองผ่านรอยแยกนั้นไปยังสันทรายริมผืนน้ำอันเงียบสงบที่ถูกอาบย้อมด้วยแสงจันทร์ยมโลก บนสันทรายมีกองไฟสีทองแดงซึ่งเป็นร่องรอยของมนตราพันธนาการ จุมพิตแห่งพฤกษา เปลวไฟนั้นดูริบหรี่ลงมาก

“ผนึกที่ผมทิ้งไว้ถูกบั่นทอนลงอย่างหนักหลังจากผ่านแผ่นดินไหวมาสองครั้ง เว้นเสียแต่ว่าผมจะยอมเสี่ยงอันตรายผ่านช่องว่างระหว่างความเป็นและความตายไปผลักประตูบานนั้นอีกครั้ง ไม่อย่างนั้นหากเกิดแผ่นดินไหวครั้งที่สามขึ้นมาเมื่อไหร่ ผลของจุมพิตแห่งพฤกษาจะพังทลายลงอย่างสมบูรณ์ สถานการณ์ก็จะกลับไปเลวร้ายเหมือนตอนก่อนที่ผมจะไปถึงมิดฮิลล์เบิร์ก”

อันที่จริงแช็ดอยากจะพูดว่า ‘ก่อนที่บาทหลวงจะผนึกมันไว้’ มากกว่า ทว่าเขารับปากบาทหลวงไว้แล้วว่าจะไม่แพร่งพรายความลับนี้ ถึงแม้เวทมนตร์ ความตายที่แท้จริง จะอนุญาตให้แช็ดผ่านรอยแยกนั้นเข้าไปหลังประตูแห่งความตายได้โดยตรง

แต่หากทำเช่นนั้น เขาจะต้องผ่านกระบวนการเปลี่ยนผ่านจากโลกคนเป็นสู่โลกคนตายในทันที ร่างกายและวิญญาณของเขาไม่อาจทนรับการเปลี่ยนแปลงกะทันหันเช่นนั้นได้ เขาจึงจำเป็นต้องใช้ช่องว่างระหว่างความเป็นและความตายเป็นจุดเชื่อมต่อ

“ไม่ ๆ แช็ดจะกลับไปที่นั่นอีกไม่ได้นะ อยากตายอีกรอบหรือไง ครั้งก่อนหนีรอดมาได้ก็จริง แต่ครั้งนี้ไม่แน่หรอกนะ อย่าลืมสิว่าหลังจากแผ่นดินไหวสองครั้ง ช่องว่างระหว่างความเป็นและความตายก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่แล้วเหมือนกัน” รูเวียรีบห้ามความคิดของแช็ด

“กุญแจสำคัญในตอนนี้คือผู้ถูกเลือกลำดับที่สาม โองการกระซิบระบุไว้ชัดเจนแล้วว่า เขาหรือเธอคนนั้นจะสามารถแก้ไขปัญหาใหญ่หลวงนี้ได้”

ทว่าปัญหาคือเหรียญสี่เหรียญยังไม่พอสำหรับการทำนาย

“ผมเข้าใจแล้วครับ วันนี้ผมจะเข้าไปในคฤหาสน์บาป เพื่อชิงกษาปณ์โลหิตเหรียญนั้นมาให้ได้”

แช็ดหยิบดาบยาวบนโต๊ะน้ำชาขึ้นมา “รอต่อไปไม่ได้แล้วครับ ถึงจะไม่ใช่เพื่อความอยู่รอดของเมืองมิดฮิลล์เบิร์ก ก็ต้องทำเพื่อตัดหน้าโบสถ์และสถาบันให้ได้ เมื่อคืนอิเลน่าบอกผมว่าทางโบสถ์เริ่มลงมือแล้ว ถ้าผมรวบรวมเหรียญได้มากพอเมื่อไหร่ วิกฤตการณ์ทั้งหมดในตอนนี้ก็แทบจะคลี่คลายได้เลย”

“รอเดี๋ยวนะ ฉันจะทำนายให้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะราบรื่นไหม” รูเวียล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า หยิบเหรียญเงินที่มีองค์ประกอบลบหลู่ออกมา

นี่คือเศษซากระดับบรรณารักษ์ เหรียญเงินของนักทำนาย ที่อิเลน่าทำเรื่องเบิกมาจากโบสถ์แห่งสุริยัน ต่อให้เป็นนักเวทวงแหวนที่ไม่เคยเรียนศาสตร์การทำนายมาก่อน ก็สามารถอาศัยเหรียญนี้เพื่อเพิ่มพูนลางสังหรณ์ของตนเอง ช่วยให้จับร่องรอยของโชคชะตาได้มากขึ้นเมื่อต้องเผชิญกับทางเลือกสองทาง

สำหรับนักเวทวงแหวนที่เชี่ยวชาญการทำนาย สิ่งนี้แทบจะเรียกได้ว่าเป็น ‘เครื่องขยายพลังทำนาย’ เลยทีเดียว ถึงแม้จะมีข้อเสียตรงที่อาจชี้นำโชคชะตาไปในทางที่ผิดจนทำให้ผู้ใช้ตกลงไปในกับดักของโชคชะตาเสียเอง กระนั้นเหรียญนี้ก็ยังถือเป็นเศษซากที่มีประโยชน์อย่างยิ่งยวดสำหรับนักพยากรณ์ทุกคน

รูเวียขอเส้นผมของแช็ดมาหนึ่งเส้น มือข้างหนึ่งคลึงเส้นผมไปมา ส่วนมืออีกข้างดีดเหรียญขึ้นฟ้า นัยน์ตาสีม่วงของเธอในยามนี้ราวกับมีแสงสว่างวาบขึ้นมา เหรียญที่ถูกดีดขึ้นไปไม่ร่วงหล่นลงมาในทันที หากแต่หมุนคว้างอยู่กลางอากาศนานนับครึ่งนาทีกว่าจะตกลงมา

รูเวียหลับตาลง สูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะลืมตาขึ้น “ฉันมองไม่ออกว่าการเดินทางครั้งนี้จะมีอันตรายถึงชีวิตไหม แต่ฉันมั่นใจว่า แช็ดจะได้พบกับคนรู้จักเก่าในคฤหาสน์บาปซึ่งเป็นเศษซากระดับผู้พิทักษ์ความลับแห่งนั้น”

“คนรู้จักเก่าหรือครับ”

“ไม่ใช่คนที่แช็ดเคยเจอในมิดฮิลล์เบิร์กหรอกนะ แต่เป็นคนรู้จักเก่าจากแดนไกลน่ะ”

ไม่ว่าอย่างไร การหาเหรียญใหม่มาให้ได้ก็คือเรื่องสำคัญที่สุดในตอนนี้

ยามนี้ที่บ้านไม่ปลอดภัยแล้ว หลังจากส่งรูเวียกลับไป แช็ดจึงไปรับแมวที่โบสถ์แล้วนำไปฝากให้โดโรธีช่วยดูแลแทน ด้วยวิธีนี้ เขาถึงจะสามารถเดินทางออกจากเมืองโทเบสก์ได้อย่างหมดห่วง

ตำแหน่งของคฤหาสน์บาปอยู่ใกล้กับยอดเขายิ่งกว่าหอคอยร้างกลางเขาเสียอีก ตามข้อมูลที่คุณย่าคาซานดราให้มา เศษซากระดับผู้พิทักษ์ความลับแห่งนี้มักจะไม่หยุดนิ่งอยู่ที่ใดที่หนึ่งนานเกินสามสัปดาห์

เมื่อแช็ดก้าวออกจากหอคอยร้างแล้วสัมผัสได้ว่ากษาปณ์โลหิตที่พกติดตัวมายังคงรับรู้ถึงการมีอยู่ของเหรียญประเภทเดียวกันได้ เขาก็รู้ทันทีว่าคฤหาสน์บาปยังคงอยู่บนภูเขาซีคาร์

ผลจากแผ่นดินไหวเมื่อวานทำให้แช็ดยังคงกังวลว่าจะเจอวิญญาณร้ายระหว่างทางขึ้นเขา ทว่าครั้งนี้เขาโชคดีมาก หรืออาจเป็นเพราะช่วงเช้าบนภูเขาซีคาร์ไม่มีหมอกลง การเดินทางจึงราบรื่นปลอดภัยดี

การมาเยือนของปลายฤดูใบไม้ร่วงทำให้ความเขียวขจีที่แช็ดเคยเห็นเมื่อครั้งมาเยือนที่นี่ครั้งแรกในช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วงแปรเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองไปเสียเกือบหมด ใบไม้ที่ร่วงหล่นจากกิ่งก้านไม่เพียงอาบย้อมผืนดินให้กลายเป็นสีทอง หากแต่ยังทำให้กิ่งไม้ดูแห้งโกร๋น ทิวทัศน์เช่นนี้ไม่รู้ว่าจะเป็นลางบอกเหตุถึงจุดจบของเมืองที่อยู่เบื้องล่างหรือไม่

ถึงแม้จะไม่เจอวิญญาณร้าย ทว่าระหว่างทางแช็ดกลับบังเอิญพบกับทีมนักเวทวงแหวนจากโบสถ์เทพจารีตเข้า ที่รู้ตัวตนของอีกฝ่ายก็เพราะพวกเขาเดินไปพลางใช้เทววิธีขับไล่แมลงในป่าไปพลาง ซ้ำยังสาดน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ลงบนพื้น ดูเหมือนกำลังสำรวจภูมิประเทศอยู่

ดูท่าทางพิธีกรรมขนาดใหญ่ที่มีโบสถ์ธรรมชาติเป็นแกนนำกำลังจะเริ่มขึ้นจริง ๆ เสียแล้ว

เวลาเก้าโมงยี่สิบสามนาที แช็ดที่ถือผู้พิทักษ์ราตรีก็เดินทางมาถึงบริเวณรอบนอกของคฤหาสน์บาป เขามองผ่านแมกไม้ที่ร่วงโรยจนเห็นอาคารสามชั้นที่ถูกล้อมรอบด้วยรั้วเหล็กหนามสีดำ

ทว่าสิ่งที่เหนือความคาดหมายของแช็ดก็คือ จังหวะที่เขาทอดสายตามองไปยังประตูใหญ่ของอาคาร เขากลับเห็นประตูบานนั้นปิดลงอย่างไร้สุ้มเสียงพอดิบพอดี ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมีคนโชคร้ายหลงเข้าไป หรือเป็นเพราะวิญญาณที่ถูกเศษซากกักขังไว้ในคฤหาสน์บาปกำลังทำงานอยู่กันแน่

ดาบยาวผู้พิทักษ์ราตรีที่เสียบอยู่ในฝักถูกแช็ดถือไว้ในมือ ทันทีที่เขาก้าวออกจากป่าลงเหยียบทางเดินกรวดที่เชื่อมไปยังคฤหาสน์ ดาบก็สั่นสะเทือนเบา ๆ ทว่าเมื่อแช็ดเดินผ่านประตูรั้วสีดำประดับลวดลายหนามเข้าไป ดาบเล่มนั้นกลับคืนสู่สภาพเดิม ราวกับรับรู้ได้ว่าผู้ถือครองตัดสินใจแน่วแน่แล้วที่จะเข้าใกล้สถานที่อันตรายแห่งนี้

จบบทที่ บทที่ 699 ผนึกที่อ่อนกำลังลง (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว