- หน้าแรก
- คุณหนูใหญ่ยุคหกศูนย์ เมื่อฉันสลับวิวาห์และตามสามีทหารไปพิชิตตะวันตกเฉียงเหนือ
- ตอนที่ 15: ยืมดาบฆ่าคน
ตอนที่ 15: ยืมดาบฆ่าคน
ตอนที่ 15: ยืมดาบฆ่าคน
ตอนที่ 15: ยืมดาบฆ่าคน
ลมหายใจปกติ ดูท่าคงจะฟื้นในอีกประมาณครึ่งชั่วโมง
เหอะ! ไม่ตายก็บุญแล้ว
ซ่งอวิ๋นชูทำใจให้สงบ แล้วใช้จิตดิ่งเข้าสู่มิติทันที
ตู้ม! เธอโดดลงไปในน้ำพุวิญญาณ เพื่อฆ่าเชื้อและทำความสะอาดร่างกาย! เพราะข้อมือและข้อเท้าของเธอถูกไอ้สารเลวนั่นสัมผัสเข้าเสียแล้ว ซ่งอวิ๋นชูพบว่า รอยถลอกและรอยช้ำตามร่างกายที่เกิดจากการวิ่งหนีและดิ้นรนต่อสู้ กำลังสมานตัวและเลือนหายไปเมื่อสัมผัสกับน้ำพุวิญญาณ สิ่งนี้ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นบ้าง
ทว่า...
แม้ความเจ็บปวดทางกายจะทุเลาลง แต่เพลิงแค้นในใจกลับยิ่งโหมกระหน่ำ!
ซ่งหลิงอวี่!
แกคอยดูเถอะ!
แค้นนี้ไม่ชำระ ฉันไม่ขอเกิดเป็นคน!
แผนเดิมของซ่งอวิ๋นชูคือจะไปที่สำนักงานยุวชนเพื่อวางแผนส่งมันไปตรากตรำลำบากที่ทุ่งหญ้าโกบีอันห่างไกลในฐานะยุวชนส่งตัวไปชนบท เพราะซ่งหลิงอวี่เองก็เข้าข่ายเงื่อนไข ทั้งยังไม่แต่งงานและไม่มีงานทำ
แต่สถานการณ์เปลี่ยน แผนก็ต้องเปลี่ยน การส่งไปเป็นยุวชนมันยังเบาเกินไป!
คนอย่างมันต้องได้รับ "การดูแลเป็นพิเศษ"!
ซ่งอวิ๋นชูไม่อยู่ในมิตินานนัก หลังจากอาบน้ำเสร็จเธอก็ออกมาจากมิติแล้วมุ่งหน้าไปยังสถานีรถเมล์ที่ใกล้ที่สุด
สมองของเธอเริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว
ซ่งหลิงอวี่เป็นคุณชายตระกูลใหญ่ที่ถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจ ใจคอคับแคบ เห็นแก่ตัวถึงที่สุด เพื่อนของเขามีน้อย แต่ศัตรูน่ะ... มีเพียบแน่นอน ในแวดวงสังคมปักกิ่งที่คลื่นลมแรงเช่นนี้ ปลาใหญ่กินปลาเล็ก กุ้งหอยปูปลาตีกันนัวเนียไปหมด
ซ่งอวิ๋นชูต้องการหาศัตรูที่สามารถรับมือกับซ่งหลิงอวี่ได้
เธอค้นหาในความทรงจำเกี่ยวกับเนื้อเรื่องในนิยาย จนในที่สุดก็นึกถึงผู้ชายคนหนึ่งที่มีความแค้นฝังลึกกับซ่งหลิงอวี่
และนั่นคือเรื่องที่ละเอียดอ่อนที่สุด... เรื่องแย่งผู้หญิง
เมื่อหนึ่งปีก่อน ซ่งหลิงอวี่อาศัยฝีปากกล้าที่ชอบหลอกล่อผู้หญิง ไปแย่งตัวนางสาวชุย แฟนสาวที่คบหากับ เหอไห่เทา มานานถึงสามปีไปครอง ตั้งแต่นั้นมา ทั้งคู่ก็กลายเป็นศัตรูคู่แค้นกัน
ถ้าซ่งหลิงอวี่รักใคร่ดูแลเธอดีก็ว่าไปอย่าง แต่นี่เขากลับเห็นเป็นแค่ของเล่นแล้วก็ทอดทิ้งอย่างไม่ใยดี เขามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับนางสาวชุยจนเธอตั้งท้อง เรื่องนี้ถูกเพื่อนๆ จับได้จนเกิดข่าวลือเสียหายไปทั่ว นางสาวชุยทนแรงกดดันจากคำด่าทอของครอบครัวและสายตาเหยียดหยามจากเพื่อนบ้านไม่ไหว
ในคืนหนึ่งที่มืดมิด เธอทิ้งจดหมายลาตายไว้แล้วกระโดดน้ำฆ่าตัวตายทั้งที่ยังอุ้มท้องแก่
เหอไห่เทาเดิมทีก็เป็นคนจริงคนหนึ่งในวงการนักเลงปักกิ่งที่ใครๆ ก็ไม่อยากตอแย
ตามหลักแล้วเมื่อผู้หญิงถูกแย่ง เขาไม่มีทางปล่อยซ่งหลิงอวี่ไว้แน่
แต่เพราะเขารักนางสาวชุยมาก ต่อให้เธอปันใจไปให้คนอื่น เขาก็ยอมอดทนเพื่อให้เธอมีความสุข
เหอไห่เทาเอาแต่ดื่มเหล้าย้อมใจอยู่ทุกวันโดยไม่แตะต้องซ่งหลิงอวี่ เขาคิดว่าซ่งหลิงอวี่จะเห็นค่าของเธอ
แต่เมื่อผู้หญิงคนนั้นตาย ความโกรธแค้นที่สั่งสมมานานก็ระเบิดออก เขาไปดักซ้อมซ่งหลิงอวี่จนน่วมที่หน้าบ่อนพนัน
มีคนแจ้งตำรวจ เขาถูกจับในข้อหาทะเลาะวิวาทและก่อความไม่สงบ ถูกจำคุกไปครึ่งเดือน และเขาเพิ่งถูกปล่อยตัวออกมาเมื่อไม่กี่วันก่อนนี่เอง!
ดังนั้นซ่งอวิ๋นชูจึงมั่นใจว่า ตอนนี้ในใจของเหอไห่เทาต้องเกลียดซ่งหลิงอวี่เข้ากระดูกดำแน่นอน
เขาต้องมีใจอยากแก้แค้นอยู่แล้ว ตกลง... ยืมดาบฆ่าคน ต้องใช้คนคนนี้แหละ
ซ่งอวิ๋นชูตัดสินใจได้แล้ว เธอยังไม่กลับบ้านแต่มุ่งหน้าตรงไปที่บ้านตระกูลเหอทันที แค้นนี้ต้องชำระ ไม่ยอมให้ข้ามคืน!
ตระกูลเหอก็เป็นนายทุนใหญ่ มีหน้ามีตาในปักกิ่งไม่แพ้ตระกูลซ่ง ดังนั้นที่อยู่จึงหาได้ไม่ยาก เมื่อมาถึงหน้าบ้านตระกูลเหอ เธอไม่ได้เคาะประตูเข้าไป แต่ยอมเสียเงินหนึ่งหยวนให้คนรับใช้บ้านเหอเพื่อแลกกับเบอร์โทรศัพท์บ้าน จากนั้นเธอก็เดินไปที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะใกล้ๆ เพื่อโทรหาเหอไห่เทา
"ฮัลโหล สวัสดีค่ะคุณเหอ ฉันเป็นชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งที่เห็นความไม่ยุติธรรมแล้วอยากยื่นมือเข้าช่วย ซ่งหลิงอวี่ไอ้สารเลวนั่นมันไม่ใช่คน มันรังแกผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้ จิตใจมันช่างโสมมเหลือเกิน! ฉันรู้ว่าคุณเป็นลูกผู้ชายที่รักมั่นและหนักแน่น แต่คนดีกลับไม่ได้ดี แถมยังต้องมาติดคุกครึ่งเดือนเพราะพยายามจะผดุงความยุติธรรม พอฉันรู้ว่าคุณออกมาแล้วเมื่อไม่กี่วันก่อน ฉันดีใจจนนอนไม่หลับเลยค่ะ"
เพื่อจะบรรลุเป้าหมาย ซ่งอวิ๋นชูจึงใช้ศิลปะการพูดจาโน้มน้าวใจราวดอกพิกุลร่วง
"คุณหมายความว่ายังไง?" เหอไห่เทาขมวดคิ้วถาม
"คุณเหอคะ ถ้าคุณอยากจะแก้แค้นชำระหนี้แค้นในใจ ฉันมีวิธีดีๆ จะเสนอค่ะ"
ซ่งอวิ๋นชูแกล้งกดเสียงให้ต่ำและบีบจมูกเพื่อให้เสียงดูทุ้มและจำยาก
เหอไห่เทาถามกลับ "แผนอะไร?"
"ฉันได้ข่าวมาว่า ตระกูลซ่งกำลังเตรียมขนย้ายทรัพย์สินหนีไปฮ่องกง ที่เหลือคงไม่ต้องให้ฉันพูดต่อใช่ไหมคะ?"
ซ่งอวิ๋นชูคิดว่า "เคาะระฆังเบาๆ คนฉลาดต้องเข้าใจ" (พูดแค่นี้เขาน่าจะนึกออก)
ทว่า...
เหอไห่เทากลับถามอีกว่า "คุณพูดให้มันชัดๆ กว่านี้หน่อยดีกว่า"
เฮ้อ!
เอาล่ะ ผู้ชายคนนี้คงจะเป็นพวกสายบวกที่ไม่ถนัดใช้สมองเท่าไหร่นัก
ซ่งอวิ๋นชูจึงอธิบายอย่างละเอียด "ซ่งเฉิงเหล่ยเริ่มดำเนินการย้ายข้าวของแล้ว ปลายทางคือฮ่องกง ถ้าพวกเขาลับตาจากปักกิ่งไปได้ ทรัพย์สินเงินทองก็ลอยนวลไปด้วย ถึงตอนนั้นคุณจะทำอะไรมันก็สายเกินไปแล้ว หมัดจะหนักแค่ไหน ก็คงต่อยศัตรูที่อยู่คนละฝั่งทะเลไม่ได้หรอกมั้งคะ? แฟนคุณตายไปคนหนึ่ง แถมคุณยังต้องไปนอนกินแกลบในคุกครึ่งเดือน แต่ฝ่ายนั้นกลับกำลังจะไปเสวยสุขที่อื่น... เฮ้อ ฉันล่ะเจ็บใจแทนจริงๆ"
เธอโยนฟืนเข้ากองไฟเป็นครั้งสุดท้าย ปลายสายเงียบกริบราวกับป่าช้า
ซ่งอวิ๋นชูจินตนาการได้เลยว่า อีกฝั่งของสายโทรศัพท์ เหอไห่เทาคงกำลังเส้นเลือดปูดที่ขมับและกำหมัดแน่นขนาดไหน
"ข่าวที่คุณว่ามา... เชื่อถือได้แค่ไหน?"
น้ำเสียงของเขาเหมือนเค้นออกมาจากซอกฟัน ทุกคำแฝงไปด้วยความหนาวเหน็บที่เชือดเฉือนถึงกระดูก
ซ่งอวิ๋นชูยิ้มที่มุมปาก
"เชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่คุณเถอะค่ะ ฉันแค่บังเอิญไปได้ยินข่าวนี้มา ตระกูลซ่งน่ะน่าจะซื้อตั๋วเรือหนีไว้เรียบร้อยแล้ว ฉันแค่รู้สึกว่าคนรักมั่นอย่างคุณไม่ควรต้องมาทนทุกข์อยู่ฝ่ายเดียว เอาล่ะ ฉันพูดแค่นี้แหละ ขอให้คุณโชคดีนะคะ"
พูดจบเธอก็ชิงวางสายก่อนที่เหอไห่เทาจะทันตั้งตัว แล้วเดินออกจากตู้โทรศัพท์อย่างผ่อนคลาย
รุกฆาต!
ซ่งอวิ๋นชูใช้เพียงโทรศัพท์สายเดียว ก็สามารถฝังเมล็ดพันธุ์แห่งการแก้แค้นลงในทุ่งหญ้าที่แห้งผากพร้อมจะลุกไหม้ในใจของ เหอไห่เทาได้อย่างแม่นยำ ตอนนี้เธอแค่หวังว่าเขาจะเป็นลูกผู้ชายที่มีเลือดนักสู้จริงๆ การแย่งแฟนก็ไม่ต่างจากการแย่งภรรยา
แค้นนี้ไม่มีวันอยู่ร่วมโลก!
ถ้าเขามีสมองสักนิด เขาควรจะรู้ว่านี่คือโอกาสทองที่จะเอาคืนตระกูลซ่งให้ล่มจมทั้งตระกูล
ซ่งเฉิงเหล่ย... แกก็รับกรรมร่วมกับลูกชายแกไปแล้วกัน ทำชั่วไว้เยอะขนาดนี้ ต่อให้เทพเจ้าลงมาโปรดก็ช่วยแกไม่ได้หรอก
ซ่งอวิ๋นชู "ขุดหลุมวางระเบิด" เสร็จสรรพ ก็เดินไปขึ้นรถเมล์กลับบ้าน
ทันทีที่ก้าวเข้าบ้าน เธอก็เห็นพี่น้องคู่ปีศาจนั่งๆ นอนๆ เอกเขนกอยู่บนโซฟาห้องนั่งเล่น ฟังวิทยุละครเวทีอย่างอารมณ์ดี
ซ่งหลิงอวี่ยังดัดจริตบีบเสียงร้องตามจังหวะงิ้วอยู่เลย
หึ! เสวยสุขไปเถอะ
ซ่งอวิ๋นชูเดินตรงไปหาพวกเขา นั่งลงบนโซฟาเดี่ยว แล้วหยิบกาน้ำชาม่วงรินใส่ถ้วยก่อนจะยกซดจนหมดในรวดเดียวพลางนั่งไขว่ห้าง เช้านี้เธอออกไปนาน แถมยังผ่านศึกหนักมา เลยรู้สึกกระหายน้ำเป็นธรรมดา
ทันทีที่ซ่งหลิงอวี่เห็นซ่งอวิ๋นชูกลับมาในสภาพไร้รอยขีดข่วน เสียงร้องงิ้วในคอของเขาก็หยุดกะทันหัน
ดวงตาคู่นั้นจ้องมองเธอเขม็งเหมือนปลาตาย ในแววตามันทั้งซับซ้อน ตกตะลึง ไม่อยากจะเชื่อ และเต็มไปด้วยความสงสัย
ซ่งอวิ๋นชูจิบชาจนความหงุดหงิดลดลง ความสดชื่นกลับคืนมา เธอยักคิ้วให้เขาพร้อมรอยยิ้ม
"ซ่งหลิงอวี่ ไม่เจอกันเดี๋ยวเดียว จำฉันไม่ได้แล้วเหรอ? จ้องหน้าฉันทำไมขนาดนั้นล่ะ?"
เธอคิดในใจว่า ไอ้พเนจรขี้เห็นแก่เงินนั่นถูกเธอซ้อมจนคงลุกไม่ขึ้นไปเป็นครึ่งเดือน
ช่วงนี้มันคงไม่โผล่หน้ามาแถวบ้านตระกูลซ่งแน่ๆ
ซ่งหลิงอวี่คงยังไม่รู้ว่าแผนชั่วถูกทำลาย และคงกำลังงงเป็นไก่ตาแตกแน่ๆ ดูสิ ตาลอยจะหลุดออกมาจากเบ้าอยู่แล้ว
ซ่งหลิงอวี่ยังไม่ทันอ้าปาก ซ่งเฟยเฟยก็เลื้อยเข้ามาหาทำท่าเป็นห่วงเป็นใย
"พี่คะ เช้านี้ไปไหนมาเหรอ? ทำไมเพิ่งกลับล่ะ?"
ซ่งอวิ๋นชูรินชาอีกถ้วย "ฉันเพิ่งเคยมาเมืองใหญ่ครั้งแรก เลยไปเดินเล่นที่ถนนมาน่ะ... จริงสิเฟยเฟย วันนี้จดทะเบียนราบรื่นดีไหมจ๊ะ?"
จบตอนที่ 15