- หน้าแรก
- คุณหนูใหญ่ยุคหกศูนย์ เมื่อฉันสลับวิวาห์และตามสามีทหารไปพิชิตตะวันตกเฉียงเหนือ
- ตอนที่ 6: เงื่อนไขสามประการในการสลับคู่หมั้น
ตอนที่ 6: เงื่อนไขสามประการในการสลับคู่หมั้น
ตอนที่ 6: เงื่อนไขสามประการในการสลับคู่หมั้น
ตอนที่ 6: เงื่อนไขสามประการในการสลับคู่หมั้น
เนื่องจากซ่งเฉิงเหล่ยไม่อยู่ตรงนั้น หูหลี่ฮวาจึงไม่ต้องสวมหน้ากากแม่เลี้ยงใจดีอีกต่อไป เธอใช้เสียงแหลมสูงและสีหน้าบูดบึ้งแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมาอย่างไม่ปิดบัง
หืม?
ความคิดของซ่งอวิ๋นชูถูกขัดจังหวะ แววตาที่เคยสงบนิ่งเริ่มไหวระริก เธอหันไปสบตาที่เต็มไปด้วยความจิกกัดของอีกฝ่าย
"หนูนึกว่าผ่านไป 15 ปี คุณน้าจะเรียนรู้เรื่องกิริยามารยาทและการเป็นกุลสตรีขึ้นมาบ้าง ที่ไหนได้... ก็แค่ปั้นหน้าหลอกพ่อไปวันๆ ในที่สุดก็หางโผล่จนได้นะคะ เก็บหางจิ้งจอกไม่ไหวแล้วเหรอ?"
หูหลี่ฮวาฝืนยิ้มออกมา
"อวิ๋นชู ที่น้าสั่งสอนก็เพราะหวังดีนะลูก ถ้าแกถูกจับไปเข้าค่ายปรับทัศนคติเข้าจริงๆ ถึงตอนนั้นจะแก้ตัวอะไรมันก็สายไปแล้ว"
ซ่งอวิ๋นชูยกยิ้มมุมปาก
"คุณน้าคะ เลิกเอาคำว่าหวังดีมาอ้างให้หนูรู้สึกสะอิดสะเอียนเถอะค่ะ แบบนี้เขาเรียกว่าคุณหนูเอาแต่ใจเหรอ? ลูกสาวคุณเรียกหนูว่านังบ้านนอกคำก็บ้านนอกสองคำ แต่คุณบอกว่านังบ้านนอกคนนี้มีนิสัยคุณหนูเอาแต่ใจ? พูดเองยังย้อนแย้งเองเลยนะคะ น้าไปเตี๊ยมคำพูดกับซ่งเฟยเฟยให้ตรงกันก่อนดีกว่า เดี๋ยวคนอื่นเขาจะหัวเราะจนฟันร่วงเอา"
ไหนๆ ก็ว่างอยู่แล้ว ต่อปากต่อคำแก้เซ็งหน่อยจะเป็นไรไป
หูหลี่ฮวาเถียงกลับ
"มันย้อนแย้งตรงไหน? เมื่อกี้แกยังย้ำกับหวังต้าฮวาอยู่เลยว่าแกคือคุณหนูใหญ่ตระกูลซ่ง อีกอย่างเฟยเฟย ลูกน้าเขาได้รับการอบรมมาอย่างดี ไม่มีทางเรียกแกแบบนั้นหรอก"
แม้เธอจะเริ่มมีอายุแล้ว แต่ฝีปากยังคงกล้าแกร่ง ริมฝีปากบางขยับขึ้นลงรัวๆ เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูก
"อบรมมาอย่างดี?"
รอยยิ้มของซ่งอวิ๋นชูกว้างขึ้น
"คุณน้าคะ น้าเข้าใจคำว่าอบรมสั่งสอนผิดไปหรือเปล่า? 'ขื่อบนไม่ตรง ขื่อล่างก็เบี้ยว' ขนาดคุณน้ายังแถเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องมาเป็นเหตุผลได้ แล้วเฟยเฟยจะไปมีเหตุผลได้ยังไง? พูดออกไปใครเขาจะเชื่อ? น้าเลิกแสดงละครต่อหน้าหนูเถอะค่ะ เรื่องที่น้าคุยกับเฟยเฟยที่หน้าห้องหนูเมื่อเช้า หนูได้ยินหมดแล้วล่ะค่ะ แผนที่จะให้ป้าหวังแอบวางยาในน้ำ พอหนูหมดสติ ก็จะให้เฟยเฟยถือหนังสือสละสิทธิ์การหมั้นเข้ามาปั๊มลายนิ้วมือหนู"
"เพื่อสร้างเรื่องเท็จว่าหนูเต็มใจสลับคู่หมั้น เฟยเฟยจะได้แต่งกับเยี่ยนไห่ชวนอย่างราบรื่น คุณน้าควรจะดีใจนะคะที่ตอนนั้นหนูมัวแต่หิวข้าว ไม่อย่างนั้น ต่อให้น้าทายาหยุนหนานไป๋เหยาให้เฟยเฟยจนหมดกระปุก มันก็คงช่วยอะไรไม่ได้หรอกค่ะ"
ซ่งอวิ๋นชูคือหมอผ่าตัดที่จับมีดมานับครั้งไม่ถ้วน บางเคสที่รักษายากเธอต้องยืนติดต่อกันถึง 6 ชั่วโมง เพื่อให้มือที่ถือมีดผ่าตัดมั่นคงดั่งหินผา ไม่สั่นไหวในวินาทีวิกฤต เธอจึงหมั่นฝึกฝนกล้ามเนื้อข้อมือเป็นพิเศษ พละกำลังที่มือของเธอจึงไม่ธรรมดา
นี่คือเหตุผลว่าทำไมหลังจากซ่งเฟยเฟยถูกตบ ใบหน้าถึงได้บวมปูดขึ้นมาทันตาเห็น
ซ่งเฟยเฟยที่กำลังนั่งทายาเงียบๆ แต่ในหัวกำลังคิดแผนชั่วร่วมกับแม่เพื่อแก้แค้นซ่งอวิ๋นชู ถึงกับชะงักและหันไปมองหน้า หูหลี่ฮวาด้วยความตกตะลึง มันเป็นไปได้ยังไง? หูหลี่ฮวาซึ่งมีประสบการณ์ชีวิตมากกว่าลูกสาวกว่า 20 ปี มีปฏิกิริยาตอบโต้รวดเร็วกว่า เธอรีบส่ายหน้าปฏิเสธทันที
"อวิ๋นชู แกต้องหูฝาดไปแน่ๆ น้าไม่เคยพูดแบบนั้น เมื่อเช้าน้าอยู่ข้างล่างตลอด เฟยเฟย ลูกก็แค่เอาขนมกุ้ยฮวาขึ้นไปให้พี่เขาไม่ใช่เหรอ?"
ซ่งเฟยเฟยรีบรับลูก "ใช่ค่ะพี่ หนูแค่เอาขนมไปให้ด้วยความหวังดี แต่พี่กลับเห็นเป็นเครื่องในลา (หวังดีประสงค์ร้าย) ต่อไปฉันจะไม่ยุ่งกับพี่แล้ว ปล่อยให้หิวตายไปเลย!"
เพราะเธอเจ็บปาก เวลาพูดเลยดูติดขัด ลิ้นคับปากไปหน่อย
ซ่งอวิ๋นชูยกยิ้ม "สมควรแล้วที่โดนตบ ปากไม่มีความจริงสักคำ ใครทำอะไรฟ้าดินย่อมเห็น คอยดูไปก็แล้วกัน"
ในเวลานั้นเอง สองพ่อลูกตระกูลซ่งก็เดินตามกันลงมาจากบันได ซ่งเฉิงเหล่ยในมือถือกล่องสีแดงใบหนึ่งมาด้วย
ดวงตาของซ่งอวิ๋นชูเป็นประกาย นี่คงจะเป็นจี้หยกปลาหยินหยางนั่นแน่ๆ เขาไปเอาคืนมาให้เธอแล้ว ถูกต้อง
สิ่งที่อยู่ในมือซ่งเฉิงเหล่ยคือจี้หยกที่ซ่งอวิ๋นชูต้องการจริงๆ
...
ย้อนกลับไปในห้องทำงานชั้นสองเมื่อครู่
ซ่งเฉิงเหล่ยยืนกอดอกพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
"หลิงอวี่ ถ้าแกไม่อยากให้เฟยเฟยต้องไปลำบากที่ชนบท ก็รีบคืนจี้หยกให้อวิ๋นชูซะ ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาเอาแต่ใจ"
มันคือน้ำเสียงของคำสั่งมากกว่าการปรึกษา ซ่งหลิงอวี่แบมือออก
"พ่อครับ ผมไม่ได้เอาหยกของนังเด็กนั่นไปจริงๆ นะ ยัยนั่นแค่หาเรื่องกวนประสาท หาข้ออ้างจะไม่สลับคู่หมั้นมากกว่า พ่อไปเชื่อคำพูดมันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?"
เขาทำท่าทางเหมือนถูกใส่ร้ายจนน่าสงสาร ซ่งเฉิงเหล่ยขมวดคิ้วแน่น
"แกนึกว่าฉันเชื่ออวิ๋นชูงั้นเหรอ? ที่ผ่านมาฉันรู้เห็นเป็นใจให้พวกแกมาตลอดต่างหาก!"
"อวิ๋นชูเด็กคนนี้พื้นฐานจิตใจดีและซื่อสัตย์มาแต่ไหนแต่ไร มีแต่แกกับเฟยเฟยนี่แหละที่ชอบรังแกน้อง ถ้าไม่เห็นแก่ความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับแม่แก ฉันคงฟาดแกไปนานแล้ว!"
ในที่สุดวันนี้เขาก็ยอมพูดความจริงออกมา
หืม?
ที่แท้พ่อก็รู้มาตลอด ซ่งหลิงอวี่ทำหน้าเจื่อนพลางอธิบาย
"พ่อครับ...ผมไม่ได้รังแกยัยนั่นนะ เป็นเฟยเฟยต่างหากที่ชอบมาร้องไห้ฟูมฟายกับผม บอกว่าอวิ๋นชูรังแกเธอที่เป็นคนนอก ดูถูกด่าทอเธอ ผมทนเห็นน้องสาวแท้ๆ โดนรังแกไม่ได้ก็เลยต้องช่วย เฟยเฟยคือน้องสาวผม ผมเป็นพี่ชายจะนิ่งดูดายได้ยังไง"
"พอเถอะ"
ซ่งเฉิงเหล่ยโบกมือ "เลิกพูดเรื่องเดิมๆ ได้แล้ว อะไรที่ผ่านไปก็ให้มันผ่านไป ในเมื่อแกหวังดีกับเฟยเฟย ก็รีบเอาหยกนั่นออกมาคืนอวิ๋นชูซะ ขอแค่เฟยเฟยได้แต่งกับเยี่ยนไห่ชวนโดยเร็วที่สุด เราสามคนพ่อแม่ลูกจะได้ย้ายไปฮ่องกงได้อย่างสบายใจ เวลาเหลือไม่มากแล้วนะ"
เขามีแผนการของเขาอยู่ ซ่งหลิงอวี่มีสีหน้าลำบากใจ
"พ่อครับ ผมรู้ว่าเรื่องของน้องมันรีบด่วน แต่ผมเสียดายจี้หยกนั่นจัง มันให้ความรู้สึกเหมือนมี จิตวิญญาณบางอย่าง..."
ซ่งเฉิงเหล่ยชะงัก "จิตวิญญาณอะไรของแก?"
"มันเป็นความรู้สึกน่ะครับ" ซ่งหลิงอวี่เองก็อธิบายออกมาเป็นคำพูดที่ชัดเจนไม่ได้
ซ่งเฉิงเหล่ยถลึงตาใส่ "ทำตัวเหมือนผู้หญิงไปได้ ความรู้สึกบ้าบออะไรของแก รีบเอามานี่ ในห้องใต้ดินมีหยกราคาแพงตั้งเยอะแยะ แกอยากได้ชิ้นไหนก็ไปหยิบเอาเอง"
ซ่งหลิงอวี่ตาโตด้วยความสนใจ "พ่อพูดจริงนะครับ? ให้ผมเลือกได้ตามใจชอบเลยเหรอ?"
ซ่งเฉิงเหล่ยพยักหน้า "อืม จริง"
"ตกลงครับ ลูกผู้ชายพูดแล้วไม่คืนคำ พ่อห้ามเปลี่ยนใจนะ เดี๋ยวผมไปเอามาให้ครับ"
ซ่งหลิงอวี่ออกจากห้องทำงานกลับไปที่ห้องนอนของตัวเอง เปิดตู้เซฟแล้วหยิบกล่องใบหนึ่งออกมา
ซ่งเฉิงเหล่ยเดินมาหยุดข้างหลังแล้วถาม "หลิงอวี่ ชิ้นนี้ใช่ไหม?"
ซ่งหลิงอวี่หันกลับมา
"ครับพ่อ... แต่ผมชอบหยกชิ้นนี้จริงๆ นะ หรือว่าพ่อลองไปหาหยกชิ้นอื่นในห้องใต้ดินให้อวิ๋นชูแทน..."
เขายังคงอาลัยอาวรณ์ไม่อยากคืน
"เอามานี่เถอะน่า"
ซ่งเฉิงเหล่ยแย่งกล่องไปทันที
"ก็แค่หยกก้อนเดียว มีอะไรดีนักหนา? หยกในห้องใต้ดินชิ้นไหนๆ ก็มูลค่าสูงกว่าชิ้นนี้ทั้งนั้น อย่ามัวแต่มะงุมมะงาหรา ต่อจากนี้ฉันยังมีเรื่องต้องจัดการอีกเยอะ"
...
ซ่งเฉิงเหล่ยเดินมาที่ห้องนั่งเล่น นั่งลงตรงข้ามซ่งอวิ๋นชู เปิดกล่องให้เธอหันไปดู
"อวิ๋นชู จี้หยกที่แกพูดถึงคือชิ้นนี้ใช่ไหม?"
มันค่อนข้างไกล เธอจึงมองเห็นไม่ชัดนัก
"หนูขอดูหน่อยค่ะ"
ซ่งอวิ๋นชูเพิ่งจะยื่นมือออกไป... ยังไม่ทันได้แตะ
ซ่งเฉิงเหล่ยก็หดกล่องกลับไปทันที "อวิ๋นชู ฉันขอพูดไว้ก่อนนะ แกต้องรักษาคำพูด ห้ามกลับคำเด็ดขาด"
ในหัวของซ่งอวิ๋นชูผุดคำว่า "จิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์" ขึ้นมาทันที เธอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ในเมื่อพ่อพูดขนาดนี้ งั้นเรามาคุยกันอย่างเป็นทางการเถอะค่ะ สิ่งที่หนูโอนให้คือสัญญาหมั้นหมาย สิ่งที่หนูสละออกไปคือความสุขตลอดชีวิตของหนู จะทำลวกๆ ไม่ได้เด็ดขาด จี้หยกนี้เป็นเพียงแค่เงื่อนไขหนึ่งเท่านั้น ยังมีอีกสองเงื่อนไข ถ้าพ่อตกลงทั้งหมด หนูถึงจะยอมเซ็นใบสละสิทธิ์"
ซ่งอวิ๋นชูตั้งใจจะขูดรีดมูลค่าจากการสลับคู่หมั้นครั้งนี้ให้ถึงที่สุด เธอจะไม่ยอมเสียเปรียบเป็นอันขาด!
จบตอนที่ 6