- หน้าแรก
- คุณหนูใหญ่ยุคหกศูนย์ เมื่อฉันสลับวิวาห์และตามสามีทหารไปพิชิตตะวันตกเฉียงเหนือ
- ตอนที่ 1: ทะลุมิติก่อนวันสลับคู่หมั้น
ตอนที่ 1: ทะลุมิติก่อนวันสลับคู่หมั้น
ตอนที่ 1: ทะลุมิติก่อนวันสลับคู่หมั้น
ตอนที่ 1: ทะลุมิติก่อนวันสลับคู่หมั้น
ต้นฤดูใบไม้ผลิ ปี 1965 ณ บ้านพักตากอากาศสไตล์ตะวันตกของตระกูลซ่ง ในเมืองหลวง
"นี่คือหนังสือโอนสัญญาหมั้นหมาย ขอแค่ยัยเด็กเหลือขอนี่ประทับลายนิ้วมือลงไป แกก็ได้แต่งงานกับเยี่ยนไห่ชวนแล้ว"
"ถ้าพ่อรู้ว่าเราทำแบบนี้ เขาจะโกรธไหมคะ?"
"ไม่หรอก พ่อเขารักแกที่สุด อย่างมากก็แค่ดุด่าไม่กี่คำ แม่ให้ป้าหวังแอบใส่ยาลงในน้ำแล้ว อาศัยช่วงที่มันหมดสติรีบจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จซะ เดี๋ยวแม่จะลงไปดูต้นทิศข้างล่างเอง"
ซ่งอวิ๋นชู ถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงวางแผนร้ายที่ดังมาจากนอกห้องอย่างไม่คิดจะปิดบัง ประตูห้องเปิดออก
ซ่งอวิ๋นชูไม่มีเวลาให้คิดมาก เธอรีบหลับตาลงเพื่อรอดูสถานการณ์ เธอรู้สึกว่ามีใครบางคนคว้านิ้วชี้ของเธอไว้ แล้วกดมันลงไปในตลับเหล็กที่นุ่มและเหนียวเหนอะหนะอย่างแรง ซ่งอวิ๋นชูสะบัดมือตบสวนกลับไปทันที!
เพียะ! เสียงฝ่ามือกระทบเนื้อดังสนั่น
ซ่งอวิ๋นชูลืมตาขึ้น เห็นเด็กสาวหน้าตาสะสวยในชุดกระโปรงเข้ารูปสีชมพูติดกระดุมสองแถว สวมถุงน่องสีขาว ยืนอยู่ตรงหน้า อีกฝ่ายเอามือกุมแก้ม อีกมือถือหนังสือสัญญาและตลับชาดไว้ พลางถามด้วยความโกรธจัด
"นังบ้านนอก ทำไมแกถึงตื่นขึ้นมาได้ล่ะ?!"
ซ่งอวิ๋นชูทำเป็นไม่ได้ยิน เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ เห็นโต๊ะเครื่องแป้งไม้โบราณ กระจกเงาสไตล์ตะวันตกทำจาก ไม้หวงฮวาหลี และโซฟาสไตล์ยุโรปสีขาว
หืม?
นี่มันสไตล์ยุคสาธารณรัฐจีนชัดๆ เลยไม่ใช่เหรอ?
เมื่อกี้เธอยังอยู่ในห้องผ่าตัดเพื่อช่วยชีวิตคนไข้อยู่เลย ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้?
ซ่งอวิ๋นชูมองดูคราบชาดสีแดงบนนิ้วชี้ หัวใจของเธอพลันดิ่งวูบแย่แล้ว!! หรือว่าเธอจะทะลุมิติเข้ามาในนิยาย? ช่วงนี้เธอกำลังอ่านนิยายแนวยุค 60 เรื่อง "ความรักและความแค้นของสองคุณหนูตระกูลนายทุน" อยู่พอดี เพราะนางเอกชื่อเดียวกับเธอ เธอจึงจำเนื้อหาได้แม่น เจ้าของร่างเดิมคือลูกสาวของ ซ่งเฉิงเหล่ย นายทุนใหญ่ในเมืองหลวง กับ เว่ยหลันจือ ตอนอายุ 5 ขวบ พ่อแม่หย่าร้างกัน หนึ่งเดือนหลังจากนั้น ซ่งเฉิงเหล่ยก็จัดงานแต่งงานใหญ่โตรับ หูหลี่ฮวา ที่หอบลูกติดสองคนเข้ามาอยู่ในบ้าน พร้อมส่งเจ้าของร่างเดิมไปอยู่กับปู่ย่าที่บ้านนอก
เจ้าของร่างเดิมไม่เคยได้รับความรักจากพ่อและแม่เลย แต่ยังดีที่มีคุณปู่ที่คอยห่วงใย ท่านใช้บุญคุณที่มีต่อกันหมั้นหมายเธอไว้กับลูกชายของบิ๊กบอสในเทียนจินตั้งแตเด็ก คู่หมั้นคนนั้นคือ เยี่ยนไห่ชวน ซึ่งหลังแต่งงานในปีที่สองพวกเขาก็ได้ลูกแฝดชายหญิง หลังจากนั้นหน้าที่การงานของสามีก็รุ่งโรจน์ราวกับติดจรวด เพียงปีที่สามเขาก็ได้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงงานเหล็กของรัฐ เป็นตัวอย่างของคนหนุ่มที่ประสบความสำเร็จ
ลูกๆ ของพวกเขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยชิงหัวและปักกิ่งได้สำเร็จ ทำให้เจ้าของร่างเดิมกลายเป็นที่อิจฉาของบรรดาเหล่าคุณหญิงคุณนายในเมืองหลวง...
"เหอะ! ตื่นแล้วยังไง?"
ความคิดของซ่งอวิ๋นชูถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเยาะเย้ยที่แหลมคม
"สภาพบ้านนอกซอมซ่อแบบแกเนี่ยนะ คิดจะแต่งเข้าตระกูลเยี่ยนของบิ๊กบอสเมืองหลวง? แค่ล้างเท้าให้เยี่ยนไห่ชวนยังไม่คู่ควรเลย! นี่คือหนังสือสละสิทธิ์การหมั้น รีบเซ็นชื่อประทับตราซะดีๆ อย่าหาเรื่องใส่ตัวเลย!"
กระดาษสีขาวที่มีตัวอักษรสีดำปรากฏขึ้นตรงหน้าซ่งอวิ๋นชูเธอรับมันมา ตัวอักษรพิมพ์สีดำสี่คำที่ว่า "หนังสือโอนสิทธิ์การหมั้น" ดูเย็นชาและบาดตาเป็นอย่างยิ่ง! อ๋อ!! เข้าใจแล้ว ที่แท้ผู้หญิงคนนี้ก็คือ ซ่งเฟยเฟย ตัวประกอบหญิงที่แสนร้ายกาจในนิยายสินะ หนึ่งในลูกติดที่หูหลี่ฮวา ภรรยาคนที่สองของซ่งเฉิงเหล่ยพ่วงมาด้วย
ในนิยายเดิม เธอแต่งงานกับ ลู่หยุนเช่อ ชายหนุ่มที่พ่อแม่เลือกให้ ซึ่งมีปูมหลังขาวสะอาด อายุเพียง 26 ปีก็เป็นถึงผู้พันกองพลในเมืองหลวง อนาคตรุ่งโรจน์ไม่มีที่สิ้นสุด แต่ไม่รู้ว่าทำไม? ในคืนวันแต่งงาน ซ่งเฟยเฟยที่สวยสะพรั่งกลับไม่ได้แตะต้องแม้แต่เส้นขนของลู่หยุนเช่อ พอรุ่งเช้า ลู่หยุนเช่อก็ยื่นเรื่องขอย้ายไปประจำการที่ตะวันตกเฉียงเหนือทันที ต่อให้เอาวัวร้อยตัวมาลากก็หยุดเขาไว้ไม่ได้ ซ่งเฟยเฟยต้องเฝ้าห้องหออย่างโดดเดี่ยวทุกคืน แต่เธอไม่ยอมแพ้ ด้วยนิสัยคุณหนูที่ถูกตามใจมาตั้งแต่เด็ก เธอจะทนรับความอัปยศแบบนี้ได้อย่างไร?
เธอก่อเรื่องวุ่นวายในตระกูลลู่สารพัด บังคับให้พ่อแม่สามีย้ายเขากลับมาเมืองหลวงเพื่อยุติชีวิตที่แยกกันอยู่
ทว่าไม่นานหลังจากนั้นก็มีข่าวร้ายแจ้งมา ลู่หยุนเช่อเสียชีวิตอย่างสมเกียรติในขณะปฏิบัติหน้าที่...ซ่งเฟยเฟยถึงกับอึ้งไปทันที
ด้วยวัยเพียง 21 ปี เธอต้องใช้ชีวิตอย่างขมขื่นในฐานะภรรยาม่ายของวีรบุรุษ แม้จะยังสาวและสวยแต่ก็ไม่กล้าแต่งงานใหม่
จนกระทั่งอายุ 32 ปี เธอได้แต่งงานกับนักธุรกิจฮ่องกงวัย 60 กว่าปี ตอนแรกนึกว่าผู้ชายอายุมากจะรู้จักถนอมคน ที่ไหนได้กลับเป็นพวกวิตถาร เธอถูกทรมานทุกคืน...
สุดท้ายซ่งเฟยเฟยทนไม่ไหว ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลง แต่ปัญหาก็คือ...
ซ่งอวิ๋นชูขมวดคิ้วเล็กน้อย ในนิยาย ซ่งเฟยเฟยชัดเจนว่าต้องแต่งงานกับลู่หยุนเช่อ ทายาททหารรุ่นที่สาม แล้วตอนนี้ทำไมถึงอยากจะแต่งกับเยี่ยนไห่ชวนให้ได้ล่ะ? ทันใดนั้นเธอก็ใจหายวาบ เมื่อนึกถึงความเป็นไปได้หนึ่ง
พระเจ้าช่วย!
หรือว่าซ่งเฟยเฟยคนนี้จะกลับชาติมาเกิดใหม่?
เธอไม่อยากเดินตามรอยเดิมที่ต้องแต่งงานกับลู่หยุนเช่อ เธอรู้ล่วงหน้าว่าเยี่ยนไห่ชวน สามีของร่างเดิม จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ครอบครัวมีความสุข และมีอนาคตที่สดใส เธอก็เลยร่วมมือกับครอบครัว วางแผนพาเจ้าของร่างเดิมกลับมาบ้าน เพื่อบีบบังคับให้ไปแต่งงานกับลู่หยุนเช่อแทน เพื่อจะได้เป็นม่ายแทนเธอ?! สลับชะตาชีวิต! บัดซบเอ๊ย!
ยัยผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนดีจริงๆ ด้วย!
ชาติที่แล้วก็เลวทราม ชาตินี้ยังจะยิ่งกว่าเดิมอีก!
ซ่งอวิ๋นชูลุกพรวดขึ้นมา แล้วฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าสวยๆ นั่นอีกครั้งอย่างแรง!
เพียะ!
แรงตบที่แฝงไปด้วยความโกรธแค้นทำให้ตลับชาดในมือซ่งเฟยเฟยร่วงกระเด็น
เคร้ง! มันคว่ำลงบนพื้นไม้
ซ่งเฟยเฟยกุมแก้มที่ร้อนผ่าว มองซ่งอวิ๋นชูที่ในความทรงจำคือคนหัวอ่อนและขี้ขลาดอย่างไม่เชื่อสายตา พลางหวีดร้องออกมา!
"แกกล้าตบฉันเหรอ?!"
ถ้าจะบอกว่าตบแรกคือเรื่องบังเอิญ ตบที่สองนี้ตั้งใจชัดๆ! ซ่งเฟยเฟยเคยยอมเสียเปรียบที่ไหนล่ะ? เธอสาวเท้าเข้าไปข้างหนึ่ง เงื้อมือจะตบสวนกลับไป ทว่าซ่งอวิ๋นชูออกมือไวปานสายฟ้า ทั้งซ้ายและขวา ตบสวนรัวๆ ไปอีกสามฉาดใหญ่
คนจริงไม่พูดเยอะ!
ซ่งเฟยเฟยโดนตบจนมึนตึ้บ ร้องไม่ออกสักแอะ ในหัวมีแต่เสียงวิ้งๆ ใบหน้าบวมเป่งจนเห็นได้ชัด ดูเหมือนก้นลิงที่ทั้งแดงทั้งน่าเกลียด พอตบเสร็จ ซ่งอวิ๋นชูก็กระโดดขึ้นไปยืนบนเตียง มองลงมาด้วยสายตาเหยียดหยาม
"นังคนชั้นต่ำ แกกล้าขังฉันไว้ แถมไม่ให้ฉันกินข้าว กองทัพต้องเดินด้วยท้องนะ! ยังจะมีหน้ามาเถียงอีกเหรอ? ที่โดนตบเนี่ยก็เพราะแกหาเรื่องเอง!"
เธอถือโอกาสระบายโทสะในใจออกมา แน่นอนว่าซ่งอวิ๋นชูรู้ดีว่าการสลับตัวเจ้าสาวคือแผนการชั่วร้ายของคนในตระกูลซ่ง! ซ่งเฟยเฟยก็แค่เบี้ยล่วงหน้าที่ถูกส่งมาข่มขวัญเธอเป็นคนแรก!
"ฉันไม่ได้ขังนะ! พ่อต่างหากที่เป็นคนขังแก! แกขโมยสร้อยเพชรของแม่ พ่อก็เลยขังแกไว้ให้งดอาหารเพื่อสำนึกผิด!"
ซ่งเฟยเฟยกุมแก้มที่บวมเป่ง ดวงตาพ่นไฟด้วยความโกรธ แต่ก็ไม่กล้าบุ่มบ่ามเข้าไป ทำไมผู้หญิงที่ขี้ขลาดและไร้ความสามารถคนนี้ถึงได้มือหนักขนาดนี้? แถมอีกฝ่ายยังยืนบนที่สูง เธอเอื้อมไม่ถึง
ซ่งอวิ๋นชูเท้าสะเอว "แกพูดผิดแล้ว หูหลี่ฮวาคือแม่ของแก ไม่ใช่แม่ของฉัน แม่ของฉันรออยู่ที่วัดเพื่อสวดส่งวิญญาณพวกแกต่างหาก!" สายตาเย็นชาบ่งบอกถึงความดูแคลน คอยดูเถอะ พวกแกไม่มีใครตายดีแน่!
ซ่งเฟยเฟยเบิกตาโพลง ตะโกนอาฆาต "ไม่ว่าจะเป็นแม่ใคร! การที่แกทำร้ายคนอื่นมันก็ผิด รีบคุกเข่าขอโทษฉันซะ! ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวแกได้เห็นดีแน่!" เธอข่มขู่ด้วยเสียงแผดสูง ผมดัดลอนยุ่งเหยิงประกอบกับใบหน้าที่บิดเบี้ยวดูน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก
"ขอโทษกะผีแกสิ ยังจะให้คุกเข่าอีก? ฝันไปเถอะ"
ซ่งอวิ๋นชูฉีกหนังสือสัญญาในมือออกเป็นสองท่อนแล้วโยนลงพื้น พลางพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"อะไรก็แบ่งกันได้ แต่สามีน่ะแบ่งให้คนอื่นไม่ได้ แกจ้องจะงาบคู่หมั้นของฉันก็สมควรโดนตบแล้ว ถ้ายังไม่เลิกวุ่นวายฉันจะถีบแกด้วย! ใส่ร้ายว่าฉันขโมยสร้อยเพชรของแม่แกงั้นเหรอ? ช่างหน้าหนาจริงๆ! หูหลี่ฮวาแต่งเข้าบ้านตระกูลซ่งมาตัวเปล่าไม่มีสินเดิมสักแดงเดียว ต่อให้มีเครื่องประดับ มันก็ซื้อด้วยเงินของตระกูลซ่ง ถึงฉันจะโตมาในบ้านปู่ แต่ฉันคือคุณหนูใหญ่ของตระกูลซ่งอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทรัพย์สินของตระกูลซ่งต้องเป็นของฉัน อย่าว่าแต่ฉันไม่ได้เอาเลย ต่อให้เอาไป มันก็ไม่ใช่การขโมย! ซ่งเฟยเฟย แกมันก็แค่ลูกติด ไม่มีสิทธิ์มาชี้นิ้วสั่งฉัน! ในตอนที่ฉันยังอารมณ์ดีอยู่ รีบไสหัวออกไปซะ"
เธอไล่ตะเพิด ทันใดนั้น มีเสียงผู้ชายดังมาจากนอกประตู "พวกแกพี่น้องทะเลาะอะไรกันอยู่ในห้อง?"
จบตอนที่ 1