- หน้าแรก
- ส่องทะลุสมบัติพันล้าน ด้วยดวงตาเทพระดับพระเจ้า
- ตอนที่ 12 ต้าหมิงเป่าเชา
ตอนที่ 12 ต้าหมิงเป่าเชา
ตอนที่ 12 ต้าหมิงเป่าเชา
ตอนที่ 12 ต้าหมิงเป่าเชา
เจ้าอ้วนมองเขาด้วยความสงสัย "หยางจื่อ ฉันก็แค่ถูกใจแบงก์พวกนี้ นายไม่ต้องมองฉันด้วยสายตาเหมือนมองคนปัญญาอ่อนแบบนั้นก็ได้มั้ง!"
เฉินหยางพยักหน้า ก่อนจะหันไปหาเถ้าแก่เจ้าของร้านทันที
"เถ้าแก่ ต้าหมิงเป่าเชาเจ็ดใบนี้ขายยังไง?"
"ใบละสองร้อย!" เถ้าแก่ชูสองนิ้วขึ้นมา
เจ้าอ้วนทำท่าจะตกลง แต่เฉินหยางรีบดึงเขาไว้แล้วแค่นยิ้มเยาะ "สองร้อยเนี่ยนะ? สามสิบหยวนยังไม่ถึงเลย นอกจากพวกเราแล้วไม่มีใครเอาหรอก คุณเก็บไว้รอให้มันเน่าคามือไปเถอะ! เจ็ดใบสองร้อยหยวนละกัน!"
"เจ็ดใบสองร้อย?" เถ้าแก่แทบกระอักเลือด "พ่อหนุ่ม นายกดราคาโหดไปไหม! นี่ยังไม่พอค่าเช่าแผงรายวันของฉันเลยนะ!"
เฉินหยางทำเป็นไม่สนใจแล้วฮึดฮัดใส่ "งั้นคุณก็เก็บไว้เองเถอะ เตรียมเอาไปโยนทิ้งได้เลย!"
แม้ว่าใบละห้าสิบหยวนจะไม่แพง แต่การซื้อของเก่ามีธรรมเนียมที่ไหนกันล่ะที่จะไม่ต่อราคา?
"ก็ได้ๆ สองร้อยก็สองร้อย!" เถ้าแก่หน้ากระตุกเบาๆ เขารู้ดีว่าที่เฉินหยางพูดคือเรื่องจริง ต้าหมิงเป่าเชาพวกนี้ไม่มีใครเอาจริงๆ ถ้าเขาไม่ปล่อยออกไป ก็คงต้องปล่อยให้มันเน่าคามืออยู่อย่างนั้น
เจ้าอ้วนยิ้มหน้าบาน นึกไม่ถึงว่าราคาจะถูกกดลงมาได้ต่ำขนาดนี้
"เจ้าอ้วน นายระวังหน่อย! ถึงมันจะเก่าพังไปบ้าง แต่ในเมื่อชอบก็ต้องดูแลให้ดี!" เฉินหยางกลัวว่าเจ้าอ้วนจะเล่นพิเรนทร์จนทำธนบัตรเสียหาย เพราะถ้าพังไปกว่านี้เกรงว่าจะปล่อยของลำบาก
"หยางจื่อ วางใจเถอะ" เจ้าอ้วนรับคำ "แล้วนายเล็งชิ้นไหนไว้ล่ะ? เดี๋ยวฉันจ่ายให้พร้อมกันเลย!"
เฉินหยางหันกลับมา ทำเป็นมองสำรวจสิ่งของสิบกว่าชิ้นที่วางเรียงรายอยู่รอบๆ ชามขนกระต่ายอย่างไม่ใส่ใจ ขณะที่เขากำลังจะอ้าปากพูด ทันใดนั้นก็มีเสียงเย้ยหยันดังขึ้นข้างหู
"อ้าว! นี่มัน 'พ่อรูปหล่อ' ประจำห้องกับ 'เจ้าอ้วนหวัง' คู่หูตัวตลกไม่ใช่เหรอ?"
เฉินหยางและเจ้าอ้วนหันไปมอง เห็นชายหญิงวัยรุ่นคู่หนึ่งเดินตรงเข้ามาด้วยท่าทางอวดดี
ฝ่ายชายรูปร่างสูงใหญ่ สวมเสื้อเชิ้ตอาดิดาส กางเกงลำลองอาร์มานี่ ที่คอแขวนสร้อยทองเส้นโต ข้อมือขวายังสวมสร้อยข้อมือโมราอีกหนึ่งเส้น
ส่วนผู้หญิงข้างกายแต่งตัวยั่วยวนจัดจ้าน แต่งหน้าเข้มจัด สวมเสื้อผ้าที่สั้นจนไม่รู้จะสั้นยังไง ผิวขาวๆ โผล่ออกมาให้เห็นเป็นแถบๆ ท่อนบนแทบจะไม่มีอะไรปิดบัง ดูไม่ต่างจากพวกผู้หญิงขายบริการข้างนอกเลยสักนิด
เจ้าอ้วนแค่นเสียงฮึดฮัดอย่างไม่สบอารมณ์ "เกี่ยวอะไรกับแกวะ! เสิ่นเฉาหยาง แกเป็นพวกพันธุ์สุนัขหรือไง พวกฉันไปที่ไหนแกถึงได้ตามดมกลิ่นมาที่นั่น?" เขาชำเลืองมองผู้หญิงคนนั้นแล้วยิ้มกวนๆ "หานปิง เป็นไงล่ะ 'ลงอ่าง' ไปแล้วเหรอ?"
หานปิงโกรธจัด แต่เธอยังไม่ทันพูด เสิ่นเฉาหยางก็เดือดดาลขึ้นมาทันที "ไอ้อ้วน แกพูดว่าอะไรนะ?"
เจ้าอ้วนเบะปาก "ผู้หญิงแบบนี้ยังสู้พวกผู้หญิงตามหมู่บ้านจัดสรรไม่ได้เลย อุตส่าห์เป็นนักศึกษา ดันไปแย่งข้าวพวกนั้นกิน!"
"แก... แก..." เจ้าอ้วนปากคอเราะร้ายเกินไป หานปิงได้แต่ตะกุกตะกัก พูดไม่ออกแม้แต่ประโยคเดียว
เสิ่นเฉาหยางโกรธจนตัวสั่น อยากจะเข้าไปต่อยสักหมัด แต่พอนึกถึงตอนอยู่ที่โรงเรียนที่เขาเคยโดนเจ้าอ้วนอัดซะน่วม เขาก็แอบขยาดอยู่ในใจ
ถึงเจ้าอ้วนจะดูตุ้ยนุ้ย แต่เคลื่อนไหวคล่องแคล่วมาก คนทั่วไปไม่ใช่คู่มือของเขาแน่นอน
เสิ่นเฉาหยางพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ "ถือซะว่าโดนหมาสองตัวกัด! คุณชายอย่างฉันไม่ถือสาพวกแกหรอก!"
หานปิงรีบเอาแขนขวาโอบแขนเขาไว้ แทบจะเบียดร่างเข้าไปในอกเขา เธอชายตาเขม่นเฉินหยางด้วยความดูแคลนแล้วพูดเสียงดัดจริต "นั่นสิคะเฉาหยาง จะไปเสียเวลาลับฝีปากกับพวกนี้ทำไม ไม่คุ้มหรอก!"
"เฉินหยาง นายมันก็เหมาะจะอยู่กับไอ้อ้วนแค่นั้นแหละ!"
หานปิงเคยเป็นถึงดาวเด่นในห้อง ตอนเรียนเธอเคยตามจีบเฉินหยาง แต่ถูกเขาปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย เธอเลยผูกใจเจ็บตั้งแต่นั้นมา และไม่นานนักเธอก็เสร็จเสิ่นเฉาหยาง
ตอนอยู่โรงเรียนเธอก็หาเรื่องกลั่นแกล้งและเยาะเย้ยเฉินหยางไม่หยุดหย่อน นึกไม่ถึงว่าเรียนจบแล้วยังจะมาเจอกันอีก
เฉินหยางยิ้มเบาๆ ขี้เกียจจะต่อความยาวสาวความยืดด้วย
เจ้าอ้วนสวนกลับทันที "อยู่กับฉันแล้วมันทำไม? คนอย่างเธออยากจะอยู่กับผม ผมยังไม่เอาเลย ไม่คู่ควรว่ะ!"
เสิ่นเฉาหยางแค่นยิ้มเย็น "เฉินหยาง หางานได้ยังล่ะ? หรือจะมาทำที่บริษัทบ้านฉันไหม? เห็นแก่ที่เป็นเพื่อนร่วมห้อง เดี๋ยวจะให้เงินเดือนสักห้าพัน!"
หานปิงรีบเสริมทันที "ใช่ๆ เฉินหยาง มาเป็นคนขับรถให้พวกเราสิ ไม่ทิ้งนายหรอก!" มุมปากของเธอประดับด้วยรอยยิ้มเยาะ
เฉินหยางทำหน้าเย็นชา ส่วนเจ้าอ้วนพ่นลมหายใจ "ไปเล่นที่อื่นไป๊! อย่างพวกแกมีปัญญาจ้างหยางจื่อเหรอ?"
ทันใดนั้น สายตาของเสิ่นเฉาหยางก็เหลือบไปเห็นชามขนกระต่ายที่วางอยู่บนพื้น เขาเอื้อมมือไปประคองมันขึ้นมาดู "เถ้าแก่ ชามดำใบนี้ขายยังไง?"
หัวใจเฉินหยางหล่นวูบ เมื่อครู่เขามัวแต่สังเกตอยู่นานแต่ยังไม่ได้ถามราคา ตามกฎของคนมาหลัง ใครหยิบก่อนมีสิทธิ์ก่อน
เฉินหยางพยายามสงบสติอารมณ์ ทำสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด เพื่อไม่ให้เถ้าแก่และเสิ่นเฉาหยางจับสังเกตได้
"สองพัน!" เถ้าแก่ยิ้มหน้าบาน
"สองพัน? ซื้อชามข้าวแมวเนี่ยนะ? แกเห็นฉันเป็นคนปัญญาอ่อนหรือไง?" เสิ่นเฉาหยางพูดอย่างหงุดหงิด "นี่มันของเก่าสมัยไหน?"
"น่าจะเป็นสมัยซ่ง ไม่ก็สมัยหยวนล่ะครับ เป็นของเก่าแน่นอน! ของแท้ราคาจริง!"
เมื่อครึ่งเดือนก่อน เขาเพิ่งรับซื้อมาจากเกษตรกรคนหนึ่งในราคาแค่หนึ่งร้อยหยวน แต่ตอนนี้ถ้าเขาขายออกไปได้ ก็จะฟันกำไรถึงยี่สิบเท่า
เฉินหยางได้ยินดังนั้น ก็ลอบสังเกตเถ้าแก่เงียบๆ และรู้ทันทีว่าเถ้าแก่คนนี้ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับชามเตาเจี้ยนเลยแม้แต่นิดเดียว
"สมัยซ่ง สมัยหยวน?" เสิ่นเฉาหยางถือชามไว้ในมือขวา แสร้งทำเป็นดู "ดูยังไงก็ขยะชัดๆ ยังจะเอาตั้งสองพัน! ห้าร้อยยังไม่ถึงเลย!"
"ฉันน่ะมีเงินนะ แต่ไม่ได้มีไว้ใช้ทิ้งขว้างแบบนี้!"
เขาวางชามขนกระต่ายลงบนพื้นตามเดิม แล้วชูมือขวาขึ้น เขย่าสร้อยข้อมือโมราให้เห็นชัดๆ พลางพูดหน้าตาเฉย "ดูนี่ สร้อยข้อมือโมราหนานหงของฉัน ซื้อมาจากเสฉวนตะวันตก ราคาห้าล้าน!"
"ถ้าชามใบนี้เป็นของเก่าจริงๆ ห้าล้าน สิบล้านฉันก็จ่ายได้ไม่มีปัญหา! แต่กับของปลอมเนี่ย ฉันไม่อยากเอาชื่อไปทิ้ง!" เขาเชิดหน้าสูง ท่าทางโอหังสุดๆ
เฉินหยางเหลือบมองสร้อยข้อมือโมราในมือเขาแล้วแค่นยิ้มในใจ
หานปิงเองก็เหมือนแม่ไก่จองหอง เชิดหน้าพูดว่า "พวกคุณเอาของปลอมแบบนี้มาขาย ชัดเจนว่าดูถูกพวกเรา!"
เถ้าแก่เจ้าของร้านแอบเบะปาก ในใจก่นด่าว่าไอ้โง่
เจ้าอ้วนสอดขึ้นมา "เถ้าแก่ คุณเรียกราคาถูกไปแล้ว! ถ้าคุณบอกแต่แรกว่าสองล้านหรือยี่สิบล้าน คุณชายท่านนี้คงซื้อไปโดยไม่กระพริบตาแล้วล่ะ ฮ่าๆ!"
เสิ่นเฉาหยางและหานปิงหน้าแดงเล็กน้อย แต่ไม่มีท่าทีเขินอาย กลับยังคงยืดอกเชิดหน้าทำตัวยิ่งใหญ่เหมือนเดิม
"เอ๊ะ นั่นอะไรน่ะ?" เจ้าอ้วนจู่ๆ ก็เงยหน้าขึ้น เห็นแผงข้างๆ มีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมแกะสลักจากปะการังสูงประมาณสิบเซนติเมตรตั้งอยู่
รูปปั้นทั้งองค์เป็นสีแดงเข้ม ผิวสัมผัสดูเรียบเนียนละเอียดละออ ดึงดูดสายตาอย่างมาก
เจ้าของแผงเป็นชายหนุ่มผอมแห้งอายุประมาณยี่สิบปี บนแผงของเขามีของแค่สามชิ้น นอกจากรูปปั้นปะการังนี้แล้ว ยังมีกำไลโมราอีกวงหนึ่ง และขวดนัตถุ์ที่แตกชำรุดอีกหนึ่งใบ
"ทับทิมเหรอ?" ยังไม่ทันที่ใครจะตอบ เจ้าอ้วนก็ถามเองตอบเองไปเรียบร้อย
เฉินหยางตอบ "มันคือปะการัง"
เสิ่นเฉาหยางและหานปิงรีบปรี่เข้าไปที่แผงนั้นทันที
เสิ่นเฉาหยางจ้องมองรูปปั้นปะการังตาไม่กะพริบ ส่วนหานปิงยิ่งกว่านั้น เธอจ้องกำไลโมราจนตาเป็นประกายวาววับ
จบตอนที่ 12