เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 6 ความใจกว้างของเซียวชิงเสวียน

ตอนที่ 6 ความใจกว้างของเซียวชิงเสวียน

ตอนที่ 6 ความใจกว้างของเซียวชิงเสวียน


ตอนที่ 6 ความใจกว้างของเซียวชิงเสวียน

ขณะที่เฉินหยางและเซียวชิงเสวียนกำลังเดินออกไปข้างนอก เสียงของเจ้าซิงเหอก็ดังมาจากด้านหลัง "พ่อหนุ่มน้อย!"

เฉินหยางหันกลับไปมอง เห็นเจ้าซิงเหอรีบวิ่งเหยาะๆ ตามมาจนทัน

ใบหน้าของเจ้าซิงเหอเต็มไปด้วยรอยยิ้ม "พ่อหนุ่มน้อย จะให้ผมเรียกคุณว่าอะไรดี?"

"ผมชื่อเฉินหยางครับ!"

"ที่แท้ก็คือน้องชายเฉินหยางนี่เอง! ผมแก่กว่าคุณไม่กี่ปี งั้นขอถือวิสาสะเรียกคุณว่าน้องชายแล้วกันนะ ส่วนคุณก็เรียกผมว่าพี่ชายเจ้าก็พอ!"

"เมื่อกี้คุณคงได้ยินคนอื่นพูดแล้ว ผมดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ประจำเมืองนี้เอง! แม้น้องชายเฉินหยางจะอายุยังน้อย แต่ทักษะการพิสูจน์โบราณวัตถุนี้ ต่อให้เทียบกับพวกผู้เชี่ยวชาญอาวุโสก็ไม่เป็นรองเลย น้องชายเฉินหยาง สนใจมาทำงานที่พิพิธภัณฑ์ของเราไหม?"

เจ้าซิงเหอมองเฉินหยางด้วยสายตาคาดหวัง

เฉินหยางเผยรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้า เมื่อไม่กี่วันก่อนเขาเพิ่งจะไปสมัครงานที่พิพิธภัณฑ์เมืองมาแท้ๆ แต่เจ้าหน้าที่รับสมัครเห็นว่าเขาไม่มีเส้นสายแม้แต่ประวัติย่อก็ยังไม่ยอมดู และปฏิเสธเขาในทันที

ทว่าตอนนี้เขามีทักษะเนตรทิพย์ที่ฝืนลิขิตสวรรค์แล้ว เขาไม่แยแสที่จะไปทำงานโบราณคดีหรือคอยพิสูจน์ของให้คนอื่นอีกต่อไป ขอเพียงเขาใช้ "นิ้วทองคำ" นี้ให้ดี ชีวิตของเขาจะต้องรุ่งโรจน์อย่างแน่นอน

"ขอบคุณในความหวังดีของผู้อำนวยการเจ้าครับ แต่ตอนนี้ผมยังไม่มีความคิดที่จะทำอย่างนั้นครับ!"

แววตาผิดหวังวาบขึ้นบนใบหน้าของเจ้าซิงเหอเพียงครู่เดียว ก่อนจะยิ้มตอบ "ไม่เป็นไร! วันหน้าถ้ามีโอกาส เราค่อยมาแลกเปลี่ยนความรู้กัน!"

เขารู้ดีว่าคนหนุ่มที่มีความสามารถระดับนี้ย่อมมีอนาคตที่ประเมินค่าไม่ได้ เขาจึงพยายามผูกมิตรไว้อย่างเต็มที่

เมื่อเห็นท่าทางที่นอบน้อมของอีกฝ่าย เฉินหยางก็ยินดีที่จะคบหากับผู้อาวุโสเช่นนี้

"หากพี่ชายเจ้าไม่รังเกียจ ผมก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ!"

ทั้งสองคุยเล่นกันอีกไม่กี่ประโยคและแลกเปลี่ยนช่องทางการติดต่อกันไว้ ก่อนที่เจ้าซิงเหอจะขอตัวลาไป

"ฉันเพิ่งจะรู้นะเนี่ย ว่าคุณชื่อเฉินหยาง!" เซียวชิงเสวียนเอียงคอจ้องมองเฉินหยางตาไม่กะพริบ ดวงตาคู่สวยราวกับสายน้ำในฤดูใบไม้ร่วงคู่นั้นส่องประกายระยิบระยับ

ใบหน้าของเธอผลิบานด้วยรอยยิ้มอันหวานหยดย้อย ราวกับมวลบุปผาที่กำลังเบ่งบาน

"มาเถอะ ทำความรู้จักกันใหม่อีกครั้ง ฉันชื่อเซียวชิงเสวียนค่ะ!" พูดจบ เซียวชิงเสวียนก็ยื่นมือขวาที่ขาวเนียนดุจหยกออกมา

เฉินหยางรู้สึกขำอยู่ในใจ แต่ก็ยังยื่นมือไปจับกับเธอ

"คุณหนูเซียว แหวนหัวแม่มือหยกของคุณครับ!"

เขาเตรียมจะยื่นแหวนปันจื่อของเฉียนหลงคืนให้เซียวชิงเสวียน

เซียวชิงเสวียนจ้องมองเขาเขม็งแล้วรีบดันแหวนกลับไป

"ให้คุณแล้วไง!"

"จะทำแบบนั้นได้ยังไงครับ?" เฉินหยางอึ้งไป แม้ตอนนี้เงินในตัวเขาแทบจะหมดเกลี้ยงและแหวนวงนี้ก็มีราคาสูงลิ่ว แต่เขาก็ไม่ใช่คนหน้ามืดตามัวเพราะเห็นแก่เงิน

"นี่คือของของคุณ ผมจะรับไว้ได้ยังไง?" เขาพยายามจะคืนแหวนให้เธออีกครั้ง

เซียวชิงเสวียนบ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับพลางยิ้มอย่างงดงาม "ฉันบอกว่าให้ก็คือให้ค่ะ! ถ้าไม่ใช่เพราะคุณ ฉันไม่มีทางได้สมบัติสองชิ้นนี้มาแน่ๆ และตอนนี้ฉันก็ได้ซองจดหมายราชวงศ์ชิงที่มีมูลค่ามหาศาลมาแล้ว ถือว่ากำไรมหาศาลแล้วล่ะ!"

"ถ้าเป็นเมื่อก่อน ฉันคงโดนหลอกไปแล้ว วันนี้ทั้งหมดนี้เป็นความดีความชอบของคุณนะ! ถือว่าเป็นของขวัญขอบคุณจากฉันแล้วกัน!"

"แต่ว่า ของขวัญขอบคุณชิ้นนี้มันล้ำค่าเกินไป! ผมไม่กล้ารับไว้หรอกครับ" เฉินหยางขมวดคิ้วและยังคงปฏิเสธ

ทันใดนั้นเซียวชิงเสวียนก็ขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าสวยถอดสีลง "อะไรกัน? คุณดูถูกฉันเหรอ? หรือคิดว่าของขวัญชิ้นนี้มันกระจอกเกินไป? งั้นให้ฉันเอาซองจดหมายนั่น..."

เฉินหยางรีบขัดขึ้น "ผมจะคิดแบบนั้นได้ยังไงล่ะครับ? แต่ของขวัญชิ้นนี้มันล้ำค่าเกินไปจริงๆ..."

"ในเมื่อไม่ได้คิดแบบนั้น ก็รับไว้ซะ!"

ใบหน้าของเซียวชิงเสวียนกลับมาประดับด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง

เฉินหยางจนปัญญา จำต้องรับไว้ ในใจแอบอุทานด้วยความตกตะลึง สมกับที่เป็นลูกผู้ดีมีตระกูล ของราคาแปดแสนกว่าหยวน นึกจะยกให้ก็ยกให้เลยโดยไม่แม้แต่จะขมวดคิ้วสักนิด

ในขณะที่คนธรรมดา เงินแปดแสนนี้ต้องใช้เวลาทำงานถึงเจ็ดแปดปีกว่าจะหามาได้

เขานึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้กะทันหัน

"จริงด้วยครับ คุณหนูเซียว..."

"เลิกเรียกฉันว่าคุณหนูเซียวเถอะ ฟังแล้วจั๊กจี้หูจะตาย!" เซียวชิงเสวียนโบกมือขัด "เรียกฉันว่าชิงเสวียนก็พอ! ฉันแก่กว่าคุณไม่กี่ปี หรือจะเรียกว่าพี่สาวก็ได้นะ!"

เซียวชิงเสวียนเผยรอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์ออกมาเล็กน้อย

เฉินหยางชะงักไป เรียกพี่สาวเหรอ? เรียกพี่ชิงเสวียนแล้วกัน

"พี่ชิงเสวียน นี่คือเงินสามหมื่นหยวนที่คุณให้พวกเรามา ป้าเหลียงคนนั้นไม่ยอมรับไว้ เธอฝากผมมาคืนให้คุณครับ! อีกอย่างผมก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไร จะรับเงินค่าทำขวัญจากคุณได้ยังไง?"

เขาหยิบเงินสามปึกออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เตรียมจะคืนให้เซียวชิงเสวียน

"เมื่อกี้แขนคุณถูกขีดข่วนชัดๆ จะบอกว่าไม่เจ็บได้ยังไง? เอาเงินนี่ไปซื้อของบำรุงเถอะ! ฉันยังรู้สึกว่าให้คุณน้อยไปด้วยซ้ำ!"

เซียวชิงเสวียนยืนกรานไม่รับคืน

เฉินหยางพยายามโน้มน้าวอยู่นาน แต่เซียวชิงเสวียนก็ยังยืนคำเดิม

เฉินหยางรู้ดีว่า ขนาดของราคาเจ็ดแปดแสนเธอยังยกให้เขาได้หน้าตาเฉย เงินสามหมื่นนี้เธอยิ่งไม่เห็นอยู่ในสายตาแน่ๆ เขาจึงไม่ดึงดันต่อ

"เฉินหยาง เพื่อเป็นการขอบคุณที่คุณช่วยหาของล้ำค่าชิ้นนี้ให้ฉัน มื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง!"

มาถึงขั้นนี้แล้ว เฉินหยางก็ไม่กล้าปฏิเสธอีก เขาพยักหน้า "งั้นผมไม่เกรงใจแล้วนะครับ!"

จากนั้นทั้งสองก็เดินมาที่ริมถนน เซียวชิงเสวียนยืนห่างออกมาไม่กี่เมตรแล้วกดรีโมทรถคาเยนน์เสียง "ติ๊ง ติ๊ง" ดังขึ้นพร้อมไฟรถที่กะพริบรับ

เซียวชิงเสวียนเข้าไปนั่งที่เบาะคนขับ เฉินหยางอ้อมไปนั่งเบาะข้างคนขับ กลิ่นหอมจางๆ ลอยมาแตะจมูกไม่ขาดสาย

เขาคาดเข็มขัดนิรภัย พลางมองการตกแต่งภายในที่หรูหราและปุ่มกดละลานตาบนคอนโซลกลาง ในใจรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้นั่งรถหรูระดับท็อปแบบนี้

เซียวชิงเสวียนสตาร์ทเครื่องยนต์ รถปอร์เช่ คาเยนน์ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากถนนสายโบราณ

เมื่อเข้าสู่ถนนสายหลัก เซียวชิงเสวียนก็เหยียบคันเร่ง คาเยนน์ทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ

สิบกว่านาทีต่อมา เธอชะลอความเร็วแล้วค่อยๆ เลี้ยวเข้าไปจอดใต้ตึกสูงเสียดฟ้าข้างทาง

พนักงานต้อนรับสองคนรีบกุลีกุจอมาเปิดประตูรถให้ เซียวชิงเสวียนโยนกุญแจให้พนักงานคนหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจ

เฉินหยางลงจากรถ เงยหน้ามองโรงแรมแล้วก็ต้องชะงัก "โรงแรมเย่เจวี๋ย!"

โรงแรมเย่เจวี๋ยมีความสูงหลายสิบชั้น ตกแต่งอย่างโอ่อ่าอลังการ

โรงแรมเย่เจวี๋ยเป็นโรงแรมระดับห้าดาวในเมืองปินไห่ เป็นแหล่งรวมตัวของเหล่ามหาเศรษฐีและผู้มีอำนาจจากทุกสารทิศ

"เฉินหยาง ไปกันเถอะ!"

เซียวชิงเสวียนยิ้มอย่างงดงาม

เธอก้าวเดินนำไปก่อนโดยมีเฉินหยางเดินตามหลัง

ทันทีที่เหยียบขึ้นบันได พนักงานต้อนรับสาวสวยสองคนก็รีบเปิดประตูเดินออกมาต้อนรับ

ในโถงทางเดิน ผู้จัดการโถงวัยสามสิบกว่าปีในชุดเครื่องแบบสีแดง ดูภูมิฐานและสง่างาม รีบเดินกึ่งวิ่งเข้ามาต้อนรับ เธอพร้อมกับพนักงานต้อนรับอีกยี่สิบคนที่ยืนเรียงรายอยู่สองข้างทาง ต่างก้มศีรห์ทำความเคารพอย่างนอบน้อม

"คุณหนูใหญ่!"

"สวัสดีค่ะท่าน!"

เฉินหยางอึ้งไป พลางหันไปมองเซียวชิงเสวียน โรงแรมนี้เป็นของบ้านเธอเหรอเนี่ย?

เซียวชิงเสวียนเพียงพยักหน้าเบาๆ "พี่หลี่ ห้องนพเก้าชั้นหนึ่ง (เทียนจื้ออี้ฮ้าว) ชื่อห้อง 'โบตั๋นหอมอบอวล' (หมู่ตานเทียนเซียง) นะ"

พี่หลี่พยักหน้ารับคำอย่างนอบน้อม "ค่ะ!"

เฉินหยางเหลือบไปเห็นป้ายชื่อที่หน้าอกของเธอเขียนว่า "หลี่หลิน"

เซียวชิงเสวียนพาเฉินหยางเดินไปที่ลิฟต์พนักงานสาวสวยสี่คนเตรียมจะเดินตามมา แต่เซียวชิงเสวียนโบกมือห้ามไว้

เซียวชิงเสวียนและเฉินหยางเข้าไปในลิฟต์ พนักงานหญิงคนหนึ่งกดลิฟต์ให้ไปหยุดที่ชั้น 38

ทั้งสองเดินมาหยุดที่หน้าห้องวีไอพี ประตูสลักลวดลายดอกโบตั๋นบานสะพรั่ง เหนือประตูมีอักษรสี่ตัวเขียนไว้ว่า "หมู่ตานเทียนเซียง" (โบตั๋นหอมอบอวล)


จบตอนที่ 6

จบบทที่ ตอนที่ 6 ความใจกว้างของเซียวชิงเสวียน

คัดลอกลิงก์แล้ว