- หน้าแรก
- การกลังชาติมาเกิดของสุดยอดผู้เยียวยา
- บทที่20:ตลาดประมูล
บทที่20:ตลาดประมูล
บทที่20:ตลาดประมูล
บทที่20:ตลาดประมูล
หลังจากจัดระเบียบสภาพจิตใจของตัวเองใหม่และเลิกกดดันตัวเองกับสิ่งที่จับต้องไม่ได้
อารมณ์ของสวีเฟิงก็กลับมาสงบนิ่งอย่างรวดเร็วแม้กระบวนการสังเคราะห์ยาจะยังล้มเหลวต่อเนื่อง
แต่สีหน้าของเขากลับแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ อีกเลย
ตลอดช่วงเวลานั้น
สวีเฟิงยังคงอดทน และดำเนินกระบวนการสังเคราะห์ต่อไปอย่างเงียบๆ
จนกระทั่งสมุนไพรทั้งหมดถูกใช้จนหมดสิ้น
ท้ายที่สุด
สวีเฟิงสามารถสังเคราะห์โพชั่นสำเร็จได้ทั้งหมด 48 ขวด
รวมถึง โพชั่นด้อยคุณภาพอีก94ขวด
ส่วนจำนวนครั้งที่ล้มเหลวนั้น…
เขาไม่แม้แต่จะเสียเวลานับมันด้วยซ้ำ
เพราะทุกครั้งที่ล้มเหลว
เขาก็เพียงเริ่มใหม่ทันทีโดยไม่คิดมาก โพชั่นทั้ง 48 ขวดนั้นถือเป็น ของล้ำค่าอย่างแท้จริง
เพราะมีการใส่บุปผาธุลีไฟลงไปด้วย
ทำให้ระยะเวลาของฤทธิ์โพชั่นยาวนานมากกว่าเดิม
ส่วนโพชั่นด้อยคุณภาพทั้ง 94 ขวดนั้น
คือผลงานที่สวีเฟิงลดต้นทุนลงโดยจงใจ
เขาเลือกไม่ใส่บุปผาธุลีไฟลงไป
ทำให้ระยะเวลาของฤทธิ์ยาสั้นลงอย่างชัดเจน
แต่ถึงอย่างนั้น
ในสายตาของสวีเฟิง โพชั่นพวกนี้กลับถือว่าสมบูรณ์แบบมาก
ท้ายที่สุดแล้ว
ยิ่งระยะเวลาของโพชั่นสั้นเท่าไร
ผู้เล่นก็ยิ่งต้องซื้อเพิ่มมากขึ้น เพื่อใช้ต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลา…
ไม่ว่าจะเป็นการผจญภัย ลงดันเจี้ยน
หรือทำอะไรก็ตามที่จำเป็นต้องใช้โพชั่นต้านทานไฟ
‘อา…’
‘แค่คิดก็เหมือนได้กลิ่นเงินโปรยลงมาจากฟ้าแล้ว’สวีเฟิงเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ชั่วร้ายออกมา
แม้วิธีการของเขาจะดูดำมืดไปสักหน่อยแต่นี่ก็คือ “ความจริงของโลก”
ต่อให้เป็นโลกความจริงเอง
ผู้คนก็ยังชอบลดต้นทุนการผลิต พร้อมขึ้นราคาสินค้าเพื่อกอบโกยกำไรอยู่ดี
มันเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก
ดังนั้น เขาไม่ควรถูกตำหนิจากเรื่องนี้เลย
ตรงกันข้าม
เขาควรได้รับคำชื่นชมเสียด้วยซ้ำในฐานะคนแรกที่ตบหน้าผู้เล่นด้วย ความจริงว่า
ไม่ว่าจะโลกจริงหรือโลกเกมสุดท้ายพวกเขาก็ยังหนีการถูกรีดไถไม่พ้นอยู่ดี
“อาา~ ฉันนี่ช่างเป็นนักบุญจริงๆ”
“สงสัยต้องเลิกใจกว้างขนาดนี้สักทีแล้ว”
สวีเฟิงกล่าวอย่างอารมณ์ดี โดยไม่มีความละอายแม้แต่น้อย
“ช่างเถอะ…”
“ได้เวลาไปดูตลาดประมูลแล้ว”
“ฉันเสียเวลาไปกับการสังเคราะห์ยามากเกินไปจริงๆ”
“หวังว่าฉันจะได้สกิลฟังก์ชันอัตโนมัติมาใช้เร็วๆ นี้นะ”
เวลาผ่านไปไม่นาน
สวีเฟิงก็เก็บโพชั่นทั้งหมดที่เพิ่งสังเคราะห์เสร็จเข้าไปในช่องเก็บของ
จากนั้นจึงจัดการทำความสะอาดโต๊ะเล็กน้อยก่อนเดินตรงไปยังทางลับภายในห้อง
ทางลับแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมา
เพื่อให้ผู้ที่อยู่ชั้นบนสามารถออกจากพื้นที่ได้โดยไม่ถูกผู้คนในล็อบบี้รบกวนหรือพบเห็น
ท้ายที่สุดแล้ว
ศาลากลางเมืองถือเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่สุดของเหล่าผู้มีอำนาจและผู้ทรงอิทธิพล
ดังนั้น การมีเส้นทางลับแบบนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
แน่นอนว่า
ข้อมูลเกี่ยวกับทางลับนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะรู้ได้มีเพียงคนส่วนน้อยเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ล่วงรู้
และแม้สวีเฟิงจะยังไม่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า เขาจะไม่รู้เรื่องนี้อยู่ก่อนแล้ว
ดังนั้น
โดยที่ไม่ทำให้แซนดี้ รวมถึงกลุ่มผู้เล่นที่กำลังเฝ้าอยู่ตรงล็อบบี้รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย
สวีเฟิงก็ออกจากศาลากลางเมืองไปเรียบร้อยแล้วส่วนผู้เล่นพวกนั้นก็ยังคงปักหลักรออย่างอดทน
เชื่อว่าผู้เล่นปริศนายังคงอยู่ชั้นบน
หรือไม่ก็ออกจากเกมไปชั่วคราวเท่านั้น
‘งั้นก็ปล่อยให้พวกเขาจมอยู่กับภาพลวงตาต่อไปแล้วกัน’
สวีเฟิงเหลือบมองเหล่าลูกแกะหลงทางในล็อบบี้อย่างอารมณ์ดี
ก่อนเดินทอดน่องไปตามถนนในเมืองอย่างสงบ
ไม่นาน เขาก็หาม้านั่งตัวหนึ่งเจอและนั่งลง
เงื่อนไขในการปลดล็อกตลาดประมูลนั้นไม่ได้ยุ่งยากอะไรนัก
ผู้เล่นเพียงต้องมีเลเวลถึง 2
และจ่ายเหรียญตามจำนวนที่กำหนดตามเลเวลของตัวเองกล่าวคือ
ยิ่งเลเวลสูง ค่าปลดล็อกก็จะยิ่งแพงขึ้นตามไปด้วย
เพราะเหตุนี้เองผู้เล่นส่วนใหญ่จึงเลือกปลดล็อกฟังก์ชันนี้ทันทีที่ถึงเลเวล 2
ส่วนเหตุผลที่สวีเฟิงออกมาด้านนอกแทนที่จะอยู่ในห้องต่อ…
ก็เพราะเขาไม่ชอบความรู้สึกเหมือนถูกขังอยู่ในห้องแคบๆ
แต่ความจริงแล้ว
สาเหตุหลักก็คือ ทุกครั้งที่เขาอยู่ในห้องนั้น
มันจะทำให้เขานึกถึงจำนวนครั้งที่ล้มเหลว รวมถึงสมุนไพรล้ำค่าที่สูญเสียไปอย่างต่อเนื่อง
แม้ตอนนี้เขาจะไม่หัวร้อนแล้วก็ตาม
แต่ในใจก็ยังเจ็บปวดอยู่ดี
ความรู้สึกนั้น…
ไม่ต่างอะไรจากการเห็นเงินของตัวเองถูกเทลงทะเลไปต่อหน้าต่อตา
และไม่มีวันได้มันกลับคืนมาอีกเลย
เมื่อเปิดหน้าต่างตลาดประมูลที่ยังคงเป็นสีเทาอยู่
สวีเฟิงก็รีบค้นหาปุ่มชำระเงินทันที
ระบบ:ท่านแน่ใจหรือไม่ว่าต้องการจ่าย 10 เหรียญทองแดงเพื่อปลดล็อกตลาดประมูล?
สำหรับสวีเฟิงในตอนนี้
10 เหรียญทองแดงอาจไม่ใช่จำนวนเงินที่มากนัก
แต่สำหรับผู้เล่นส่วนใหญ่แล้ว มันถือเป็นเงินก้อนใหญ่พอสมควร
และนั่นเองก็คือจุดประสงค์ของตลาดประมูล
สถานที่แห่งนี้… ไม่เคยถูกสร้างมาเพื่อผู้เล่นธรรมดาทั่วไป
มีเพียงผู้เล่นที่สามารถหาเงินก้อนโตได้อย่างรวดเร็วเท่านั้น
ถึงจะมีคุณสมบัติเข้ามาใช้งานที่นี่ได้
สวีเฟิงจ่าย 10 เหรียญทองแดงลงไปโดยไม่แม้แต่จะกะพริบตา ไม่นานหลังจากนั้น
หน้าต่างตลาดประมูลที่ถูกปลดล็อกอย่างสมบูรณ์ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
แม้รายการสินค้าที่กำลังเปิดประมูลอยู่ตอนนี้จะยังมีไม่มากนัก
แต่สวีเฟิงก็ยังอดแปลกใจไม่ได้เมื่อพบว่ามีผู้เล่นออนไลน์อยู่ในตลาดประมูลมากกว่าที่คิดเอาไว้มาก
จำนวนผู้เล่นออนไลน์: 2,358 คน
รายการประมูลปัจจุบัน:
[ดาบเหล็ก] (เลเวล 2)
ผู้ขาย:อัศวินมังกร69
ราคาเริ่มประมูล: 10 เหรียญทองแดง
ราคาซื้อทันที: 30 เหรียญทองแดง
เวลาคงเหลือ: 12 ชั่วโมง
[ชุดคลุมเวทมนตร์] (เลเวล 3)
ผู้ขาย:จอมเวทเร้นลับZ
ราคาเริ่มประมูล: 8 เหรียญทองแดง
ราคาซื้อทันที: 25 เหรียญทองแดง
เวลาคงเหลือ: 8 ชั่วโมง
[ธนูล่าสังหาร] (เลเวล 2)
ผู้ขาย:นักธนูเงา
ราคาเริ่มประมูล: 15 เหรียญทองแดง
ราคาซื้อทันที: 2 เหรียญเงิน
เวลาคงเหลือ: 10 ชั่วโมง
[เกราะเหล็กเต็มแผ่น] (เลเวล 3)
ผู้ขาย:ผู้ใช้นิรนาม
ราคาเริ่มประมูล: 20 เหรียญทองแดง
ราคาซื้อทันที: 3 เหรียญเงิน
เวลาคงเหลือ: 6 ชั่วโมง
‘ของที่ถูกนำมาประมูลส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์เลเวล 2…’
‘แถมยังเริ่มมีของเลเวล 3 โผล่มาแล้วด้วย’
‘พวกนี้ปั่นเลเวลกันหนักจริง ๆ สินะ’สวีเฟิงคิดในใจ พลางกวาดตามองรายการประมูลตรงหน้าอย่างเงียบ ๆ
สวีเฟิงอดรู้สึกขบขันไม่ได้โดยเฉพาะเมื่อเห็นชื่อผู้ใช้สุดแปลกของบางคน
รวมถึงผู้เล่นบางรายที่เลือกปิดบังตัวตนด้วยการใช้นิรนามเหมือนเขา
การที่ผู้เล่นเหล่านี้สามารถขึ้นมาถึงระดับนี้ได้ ทั้งที่ยังไม่มีข้อมูลเชิงลึกหรือความรู้ล่วงหน้าใดๆ
ก็ถือว่าเป็น ความสำเร็จอย่างหนึ่งแล้ว
มันหมายความว่า พวกเขานำหน้าผู้เล่นส่วนใหญ่ไปไกลพอสมควร
และสามารถเรียกตัวเองว่าเป็น “แรงก์เกอร์” ได้แล้วในตอนนี้
แน่นอนว่า…
ถ้านำมาเทียบกับเขา
พวกนั้นก็ไม่ต่างอะไรจากตัวตลกที่กำลังวิ่งวุ่นอยู่บนเวทีเท่านั้น
“อุปกรณ์พวกนี้ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งได้ก็จริง…”
“แต่มันก็มีขีดจำกัด”
“แถมยังใช้ได้แค่คนเดียวอีกต่างหาก”
“แล้วมันจะไปเทียบกับโพชั่นที่ทุกคนสามารถใช้ร่วมกันได้ยังไง?”
สวีเฟิงหัวเราะในลำคออย่างเจ้าเล่ห์
พร้อมเตรียมใช้สต๊อก โพชั่นด้อยคุณภาพของตัวเอง
กอบโกยกำไรก้อนใหญ่เข้าสู่กระเป๋าอย่างเต็มที่