เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3: ส่งรายงานโครงงาน

บทที่ 3: ส่งรายงานโครงงาน

บทที่ 3: ส่งรายงานโครงงาน


ทันทีที่ก้าวพ้นประตูห้อง หวังฮ่าวก็เปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาทันที เสียงที่เขาได้ยินเมื่อครู่ไม่ใช่ภาพลวงตาอย่างแน่นอน

"เหรียญการสอน เพิ่มขึ้นหนึ่งเหรียญ"

ข้อความแจ้งเตือนเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนระบบ

เขาลองนึกย้อนทบทวนอย่างละเอียด เมื่อกี้เขาพ่นคำพูดออกไปเพียงไม่กี่ประโยค และดูเหมือนว่ามันจะเป็นความรู้สึกนึกคิดที่ผุดขึ้นมาในหัวของเขาอย่างกะทันหัน

"การสอนงั้นหรือ ฉันไปสอนอะไรตอนไหนกัน"

"หรือว่าจะเป็นตอนที่ฉันบอกพวกเธอไปว่ามันมีเหตุผลที่ห้องเช่าของฉันราคาแพงกว่า"

และเขาก็ตระหนักถึงประเด็นสำคัญได้

มันไม่ใช่แค่เรื่องของเหรียญการสอนที่ได้รับมาเท่านั้น ทว่าเป็นเรื่องของเนื้อหาที่เขาเพิ่งจะพูดออกไปด้วย

หลังจากที่เจ้าของร่างเดิมเดินทางมาถึงมหาวิทยาลัยซีไห่ เขาเพียงแค่ไปดูห้องเช่าผ่านนายหน้า และเซ็นสัญญาเช่าทันทีโดยไม่ได้ต่อรองราคาเลยแม้แต่น้อย

เขาไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับราคาอสังหาริมทรัพย์และค่าเช่าในละแวกนี้เลย

แล้วถ้าอย่างนั้น ทำไมเขาถึงรู้เรื่องพวกนี้ได้ล่ะ

มันไม่ได้อยู่ในความทรงจำของเขาอย่างแน่นอน

"พรสวรรค์แห่งการสอน?"

"ต้องเป็นเพราะพรสวรรค์แห่งการสอนแน่ๆ!"

พรสวรรค์แห่งการสอนสามารถสะท้อนความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ 'ความรู้' จากบุคคลอื่นกลับมาหาตัวเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ค่าเช่าห้องก็นับว่าเป็นความรู้ด้วยอย่างนั้นหรือ

ดูเหมือนว่าความสามารถของระบบนี้จะไม่ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่เรื่องของ 'วิชาการ' เท่านั้น แต่มันยังสามารถประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย

ในบางแง่มุม เนื้อหา 'ที่เกี่ยวข้องกับความรู้' อาจเรียกได้ว่าเป็นทักษะ 'การอ่านใจ' รูปแบบหนึ่ง เพียงแต่มันสามารถอ่านได้แค่ความเข้าใจที่บุคคลอื่นสร้างขึ้นอันเนื่องมาจากคำพูดของเขาเองเท่านั้น ไม่สามารถอ่านความคิดหรือไอเดียโดยตรงของอีกฝ่ายได้

หวังฮ่าวสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป เขาลงมือเก็บกวาดห้องอย่างพิถีพิถัน จากนั้นจึงทิ้งตัวลงบนโซฟาพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ

ห้องเช่าแบบสองห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่นที่เขาอาศัยอยู่ในปัจจุบันมีพื้นที่กว้างขวางกว่าร้อยตารางเมตร ถือว่ากว้างขวางเอามากๆ ทั้งยังตกแต่งอย่างหรูหราพร้อมด้วยเครื่องใช้ไฟฟ้าคุณภาพเยี่ยม การใช้ชีวิตอยู่คนเดียวในห้องนี้ถือว่าสุขสบายไม่น้อย

เมื่อเทียบกับอัตราค่าเช่าในเมืองใหญ่ระดับแนวหน้า ค่าเช่าที่สูงกว่าสองพันหยวนถือว่าถูกแสนถูก

"เมืองเล็กๆ ก็มีดีเหมือนกันนะ"

"อยู่ง่ายสบายใจดี!"

หวังฮ่าวรู้สึกผ่อนคลายอย่างยิ่ง เขาเริ่มลงมือประเมินและสรุปข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับตัวเขาเองอย่างละเอียดทันที

อันดับแรกคือสถานะทางการเงินของเขา

เงินตรา คือสิ่งสำคัญยิ่งยวด! สำคัญมากๆ! โคตรจะสำคัญ!

เขาตรวจสอบยอดเงินคงเหลือในบัญชีธนาคาร ซึ่งตัวเลขก็ตรงกับความทรงจำในหัวของเขา มีเงินเหลืออยู่สามหมื่นสามพันกว่าหยวน ถือว่ามีเงินเก็บอยู่เล็กน้อย ไม่ถึงกับต้องอดมื้อกินมื้อในช่วงสิ้นเดือน

สัญญาจ้างชั่วคราวระยะเวลาหนึ่งปีที่เซ็นกับมหาวิทยาลัยซีไห่ไม่ได้ให้เงินเดือนที่สูงลิ่ว แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังมีสถานะเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย เมื่อรวมสวัสดิการระดับหลังปริญญาเอกและเงินอุดหนุนต่างๆ เข้าด้วยกัน รายได้ต่อเดือนของเขาก็ตกอยู่ที่ราวๆ หนึ่งหมื่นหยวน

เงินเดือนก้อนนี้เพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตอย่างปกติสุข

ทว่าในฐานะดอกเตอร์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำและเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยในวัยยี่สิบต้นๆ การมีเงินเดือนและทรัพย์สินเพียงแค่นี้ดูจะน่ารันทดไปเสียหน่อย

ลำดับถัดมาคือการสรุปองค์ความรู้

หากจะกล่าวให้เจาะจงลงไปก็คือ โปรเจกต์วิจัยที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ซึ่งเจ้าของร่างเดิมทิ้งไว้ และบทความวิชาการอันทรงเกียรติที่เขาเคยตีพิมพ์

เจ้าของร่างคนเดิมเป็นบัณฑิตที่เปี่ยมพรสวรรค์อย่างแท้จริง ระหว่างที่ศึกษาในระดับปริญญาเอก เขาได้ตีพิมพ์บทความทางคณิตศาสตร์และคอมพิวเตอร์ไปถึงห้าฉบับ และบทความวิจัยด้านวัสดุศาสตร์อีกหนึ่งฉบับ

ในจำนวนนั้น มีสองฉบับที่ได้รับการยกย่องและทรงอิทธิพล ซึ่งทั้งคู่ล้วนเป็นบทความวิชาการด้านคณิตศาสตร์ระดับมืออาชีพ ฉบับหนึ่งว่าด้วยการประยุกต์ใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์ของสมการเชิงอนุพันธ์ย่อย และอีกฉบับหนึ่งมุ่งเน้นไปที่การศึกษาการแก้สมการเชิงอนุพันธ์เฉพาะกลุ่ม

บทความวิชาการที่ทรงอิทธิพลที่สุดทั้งสองฉบับล้วนเกี่ยวข้องกับ 'สมการเชิงอนุพันธ์' เจ้าของร่างเดิมมีการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับสมการเชิงอนุพันธ์อย่างลึกซึ้งแตกฉานอย่างแท้จริง ซึ่งนั่นอธิบายได้ว่าเหตุใดมหาวิทยาลัยซีไห่จึงยังคงยอมอ้าแขนรับเขาเข้ามาเป็นอาจารย์ชั่วคราว แม้ว่าเขาจะถูกขับไล่ออกจากมหาวิทยาลัยตงกังพร้อมกับรอยด่างพร้อยในประวัติการทำวิจัยก็ตาม

ในด้านความเข้าใจและการวิจัยเกี่ยวกับสมการเชิงอนุพันธ์ ความรู้ความสามารถของเจ้าของร่างเดิมได้ก้าวขึ้นสู่ระดับแนวหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ภายในความทรงจำแห่งองค์ความรู้ของหวังฮ่าวเอง ก็อัดแน่นไปด้วยความเข้าใจ งานวิจัย และแนวความคิดที่เกี่ยวข้องกับสมการเชิงอนุพันธ์อยู่มากมายมหาศาล

เจ้าของร่างเดิมมุ่งหวังที่จะขยายขอบเขตสาขาการวิจัยของตน โดยการผสานสมการเชิงอนุพันธ์ย่อยเข้ากับศาสตร์แขนงอื่นๆ อย่างเช่น ทอพอโลยี การสร้างแบบจำลองข้อมูล มาตรวิทยา หรือแม้กระทั่งทฤษฎีสตริง การขยายพิกัดมิติ และอื่นๆ อีกมากมาย

สาเหตุหลักเป็นเพราะการวิจัยวิเคราะห์สมการเชิงอนุพันธ์ย่อยแบบบริสุทธิ์นั้นมีข้อจำกัดในตัวมันเอง

สมการเชิงอนุพันธ์ย่อยเป็นสาขาวิชาทางคณิตศาสตร์ที่มีการประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวาง งานวิจัยในหลายสาขาล้วนอาศัยสมการเชิงอนุพันธ์ย่อยเป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ ทว่าการวิจัยเชิงวิเคราะห์ของสมการเชิงอนุพันธ์ย่อยนั้นถูกจัดให้อยู่ในหมวดหมู่ของการวิจัยคณิตศาสตร์ขั้นพื้นฐาน ซึ่งยากเย็นแสนเข็ญนักที่จะสร้างผลงานอันเป็นที่ประจักษ์

"ต้องเป็นสมการเชิงอนุพันธ์ย่อยนี่แหละ!"

"เปิดระบบ!"

หวังฮ่าวพิจารณาอย่างถ้วนถี่ ก่อนจะรีบเปิด 'โหมดภารกิจ' ของระบบขึ้นมาทันที

อันดับแรก เขาจำเป็นต้องสร้างภารกิจเสียก่อน

เพียงแค่กำหนดความคิด ภารกิจก็ถูกสร้างขึ้นในพริบตา—

[ภารกิจที่หนึ่ง]

[ชื่อโครงการวิจัย: ระเบียบวิธีหาผลเฉลยทั่วไปสำหรับสมการเชิงอนุพันธ์ย่อยเฉพาะทาง (ระดับความยาก: บี)]

[การเผาผลาญเหรียญการสอนสามารถเพิ่มโอกาสในการได้รับค่าแรงบันดาลใจที่เกี่ยวข้องภายในระยะเวลาที่กำหนด]

[ค่าแรงบันดาลใจ: ศูนย์]

[เมื่อค่าแรงบันดาลใจสะสมครบหนึ่งร้อยแต้ม สามารถใช้สิทธิ์ได้หนึ่งครั้งเพื่อรับแรงบันดาลใจที่เกี่ยวข้อง รวมถึงความเชื่อมโยงขององค์ความรู้ต่างๆ สำหรับการวิจัยและพัฒนา]

[เมื่อสิ้นสุดภารกิจ จะได้รับเหรียญการสอนเป็นรางวัล]

เป็นอย่างที่คิดจริงๆ!

การรับแรงบันดาลใจโดยมีภารกิจคอยเกื้อหนุน!

หวังฮ่าวศึกษาข้อมูลเหล่านี้อย่างละเอียดอยู่พักใหญ่ และพอจะจับใจความได้ว่า ภารกิจการวิจัยที่สร้างขึ้นมานั้นมีสิ่งที่เรียกว่า 'ค่าแรงบันดาลใจ' อยู่ โดยการ 'รับแรงบันดาลใจ ความรู้ และความเข้าใจที่เกี่ยวโยงกับการวิจัยและพัฒนา' จะสามารถเพิ่มพูนค่าแรงบันดาลใจนี้ได้

องค์ความรู้และไอเดียต่างๆ ล้วนสถิตอยู่ในหัวของเขาอยู่แล้ว

'ค่าแรงบันดาลใจ' เป็นฟังก์ชันที่ผูกติดมากับภารกิจ ซึ่งสามารถจัดการและรวบรวมข้อมูลที่ได้รับมาซึ่งเกี่ยวข้องกับการวิจัยและพัฒนาอย่างเป็นระบบ

"หากองค์ความรู้ที่เกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาสามารถถูกจัดการอย่างเป็นระบบได้โดยตรงล่ะก็..."

"ถ้าอย่างนั้นทิศทางการวิจัยก็ถูกกำหนดเป็นที่เรียบร้อย!"

"ยิ่งไปกว่านั้น การแสวงหาความรู้ก็มีตั้งมากมายหลายวิธี ทั้งการอ่านหนังสือ? การเข้าฟังบรรยาย? หรือสิ่งที่สำคัญที่สุด..."

"การสอนหน้าชั้นเรียน!"

พรสวรรค์แห่งการสอนสามารถสะท้อนความเข้าใจในองค์ความรู้ของผู้อื่นกลับมาได้ การบรรยายหน้าชั้นเรียนนั้นต้องเผชิญหน้ากับผู้คนจำนวนมาก และเหล่านักศึกษาก็มักจะมีไอเดียแปลกใหม่อยู่เสมอ ซึ่งนั่นอาจนำมาซึ่ง 'แรงบันดาลใจ' อันมหาศาลมิใช่หรือ

หวังฮ่าวรู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันตาเห็น เขาแทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะก้าวเข้าไปในห้องเรียน

น่าเสียดายที่คลาสเรียนแรกของเขาจะเริ่มในวันจันทร์

เขาจึงทำได้เพียงเปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมา แล้วเริ่มจรดปลายนิ้วร่างเอกสารเสนอโครงงานเรื่อง 'ระเบียบวิธีหาผลเฉลยทั่วไปสำหรับสมการเชิงอนุพันธ์ย่อยเฉพาะทาง' อย่างใจเย็น

ในขณะเดียวกัน เขาก็อดไม่ได้ที่จะขบคิดถึงอุปสรรคปัญหาที่เจ้าของร่างเดิมพานพบระหว่างการทำวิจัย

ความทรงจำต่างๆ ล้วนหลั่งไหลเข้ามาอย่างครบถ้วน

เจ้าของร่างเดิมมีทิศทางการวิจัยอยู่แล้วและก็มีความคืบหน้าอยู่บ้าง แต่การวิจัยกลับต้องชะงักงันเนื่องจากยังมีปัญหาหลายประการที่ยังไม่ได้รับการคลี่คลาย

สองปัญหาในนั้นอาจเกิดจากสิ่งที่เรียกว่า 'ผลเฉลยเชิงซ้อน'

"ทว่าผลเฉลยเชิงซ้อนไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิด ตราบใดที่สามารถค้นพบอัลกอริทึมที่เป็นเอกภาพได้ อย่างแย่ที่สุดก็แค่สร้างโปรแกรมอัลกอริทึมขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหานี้ด้วยวิธีทางคอมพิวเตอร์"

"ดูเหมือนว่าเจ้าของร่างเดิมจะเป็นอัจฉริยะก็จริง ทว่ากระบวนการคิดวิเคราะห์ในด้านการทำวิจัยของเขายังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง"

... ...

วันจันทร์

เขามีคลาสเรียนในเวลาสิบโมงเช้า

หวังฮ่าวเดินทางมาถึงมหาวิทยาลัยแต่เช้าตรู่ และมุ่งหน้าไปยังแผนกวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยซึ่งตั้งอยู่ในอาคารฝ่ายวิชาการ

เขามาที่นี่เพื่อยื่นรายงานเสนอโครงงานของตน

ที่แผนกวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัย หลี่หมิง ผู้รับผิดชอบดูแลการยื่นเสนอโครงงาน ไม่ได้อยู่ในสำนักงาน

หวังฮ่าวเอ่ยถามเจ้าหน้าที่และได้ความว่าหลี่หมิงกำลังอยู่ในห้องประชุมบนชั้นสอง

เขาเดินขึ้นบันไดไป ตั้งใจจะไปชะเง้อดูที่หน้าประตูห้องประชุม และพบว่าบานประตูห้องประชุมกำลังเปิดอ้าอยู่

ผู้คนนับสิบชีวิตเดินเรียงรายกรูกันออกมาอย่างเร่งรีบ

บุคคลที่เดินอยู่ตรงกลางกลุ่มคือหญิงสาวผู้หนึ่ง ดูจากรูปโฉมแล้วน่าจะอยู่ในวัยยี่สิบต้นๆ เธอสวมชุดสูททำงานที่ตัดเย็บอย่างประณีต เผยให้เห็นเรือนร่างที่ได้สัดส่วนสมบูรณ์แบบ ผมสั้นประบ่าทิ้งตัวปกคลุมลำคอระหง ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดตามองไปรอบๆ อย่างไม่หยุดนิ่ง สีหน้าของเธอเคร่งขรึม แผ่ซ่านกลิ่นอายอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

เธอกำลังสนทนากับศาสตราจารย์อาวุโสที่เดินขนาบข้าง

หวังฮ่าวจ้องมองเธออยู่สองสามครั้ง และดูเหมือนหญิงสาวจะรู้ตัว เธอจึงปรายตามองมาทางเขาเช่นกัน

ทั้งสองประสานสายตากันอยู่หลายวินาที

"สายตาเฉียบคมเยือกเย็น ท่าทางก็ดูเย็นชา มาดนางพญาแบบนี้ต้องเป็นผู้หญิงเก่งแน่ๆ"

หวังฮ่าวลอบประเมินหญิงสาวในใจอย่างเงียบๆ เขาส่งยิ้มบางๆ และพยักหน้าให้เธอเล็กน้อย

วินาทีนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงเรียกเบาๆ "หวังฮ่าว?"

เป็นเสียงของผู้อำนวยการหลี่หมิงนั่นเอง

หลี่หมิงรู้จักหวังฮ่าวเป็นอย่างดี เพราะหวังฮ่าวเคยผ่านการสัมภาษณ์กับเขาตอนที่เข้ามารายงานตัวที่มหาวิทยาลัย

ในบรรดาคณะกรรมการสอบสัมภาษณ์ทั้งห้าท่าน หลี่หมิงคือหนึ่งในนั้น

หวังฮ่าวหันไปมองหลี่หมิงพลางกล่าวว่า "ผู้อำนวยการหลี่ ผมมายื่นเอกสารเสนอโครงการครับ"

จังหวะนั้นเอง หญิงสาวที่เดินอยู่ท่ามกลางวงล้อมก็เดินโฉบผ่านตัวเขาไป และเหลียวมองหวังฮ่าวอีกครั้ง

หวังฮ่าวพยักหน้าและส่งยิ้มให้เธอ

"ตามผมมาสิ!"

หลี่หมิงและหวังฮ่าวเดินตามหลังฝูงชนไป และก้าวเข้าไปในสำนักงานบนชั้นสองพร้อมกัน

... ...

"ผู้จัดการซู!"

"ห้องปฏิบัติการอยู่ด้านหน้านี้เองครับ" ศาสตราจารย์เซี่ยกั๋วปินกล่าว พลางชี้นิ้วไปยังอาคารเตี้ยๆ เบื้องหน้าขณะที่ก้าวเดิน

ซูอิงเสวี่ยเงยหน้าขึ้นมอง จากนั้นจึงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาอย่างครุ่นคิด "ศาสตราจารย์เซี่ย ชายหนุ่มที่เราเจอที่ชั้นสองของอาคารฝ่ายวิชาการเมื่อสักครู่นี้ เขาไม่น่าจะใช่นักศึกษานะคะ ฉันได้ยินเขาบอกว่ามายื่นรายงานโครงการด้วย"

"อ้อ นั่นหวังฮ่าวครับ!"

"น่าเสียดายจริงๆ..."

เซี่ยกั๋วปินเดินพลางทอดถอนใจ "เขาเป็นถึงดอกเตอร์จากมหาวิทยาลัยตงกังในวัยเพียงยี่สิบต้นๆ นับเป็นอัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่หาตัวจับยาก ทว่าเขากลับยังอ่อนด้อยประสบการณ์นัก เขาทำพลาดในการวิเคราะห์ข้อมูลการทดลองสำหรับโปรเจกต์หนึ่ง ส่งผลให้เกิดความสูญเสียมูลค่ากว่าสิบล้านหยวน"

"เรื่องนี้เพิ่งจะเป็นข่าวใหญ่ไปเมื่อสองวันก่อนนี่เอง"

"ผมได้ยินมาว่าเขาเซ็นสัญญาจ้างหนึ่งปีกับทางมหาวิทยาลัย ซึ่งแปลว่ามหาวิทยาลัยซีไห่ของเรากำลังขาดแคลนอาจารย์ผู้สอนอยู่พอดี ไม่อย่างนั้นมันคงเป็นเรื่องยากมากที่เขาจะหางานทำในแวดวงอุดมศึกษาได้อีก"

ซูอิงเสวี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามต่อ "เขารับหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลการทดลองอย่างนั้นหรือคะ เขาเป็นดอกเตอร์สาขาคณิตศาสตร์หรือเปล่า"

"ใช่ครับ เขาเป็นคนที่เก่งกาจมากทีเดียว"

เซี่ยกั๋วปินใช้คำว่า 'เก่งกาจมาก' เพื่อนิยามตัวเขา ทว่าบนใบหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความเสียดาย

อาจารย์มหาวิทยาลัยต่างหวาดกลัวการมีรอยด่างพร้อยในประวัติกันทั้งนั้น

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชีวิตส่วนตัวหรืองานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เมื่อใดก็ตามที่ถูกแปดเปื้อน มันก็ยากที่จะสร้างชื่อเสียงและยืนหยัดในเส้นทางสายนี้ต่อไปได้

ซูอิงเสวี่ยพยักหน้ารับเบาๆ พลางจมดิ่งลงสู่ห้วงความคิด

... ...

ณ สำนักงานแผนกวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัย

หลี่หมิงกำลังตรวจสอบรายงานโครงการอย่างละเอียดถี่ถ้วน

เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสดงความคิดเห็นออกมา "โครงการนี้หินเอาเรื่องเลยนะ!"

เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการอีกสองคนที่อยู่ใกล้ๆ ก็ร่วมผสมโรงด้วย "โครงการวิจัยคณิตศาสตร์พื้นฐานมันยากเกินไปครับ ผมว่างานวิจัยประยุกต์น่าจะสร้างผลงานได้ง่ายกว่า"

"มหาวิทยาลัยของเราไม่ได้ผลิตผลงานวิจัยโครงการคณิตศาสตร์พื้นฐานมาหลายปีแล้วนะครับ!"

"มีเพียงอาจารย์หลี่เท่านั้นแหละที่เคยสร้างผลงานไว้ แต่นั่นมันก็หลายปีดีดักมาแล้ว"

"สำหรับคณิตศาสตร์ สาขาประยุกต์ยังไงก็ดูมีอนาคตกว่า"

พวกเขากำลังถกเถียงกันถึงปัญหาการวิจัยในสายงานคณิตศาสตร์

มันเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญที่จะสร้างผลงานอันเป็นประจักษ์ในสาขาการวิจัยพื้นฐานของคณิตศาสตร์แขนงต่างๆ ผลลัพธ์ทุกชิ้นที่ได้ออกมา อาจกล่าวได้ว่าเป็นผลงานระดับ 'เวิลด์คลาส' ทั้งสิ้น

ความสำเร็จทางคณิตศาสตร์ส่วนใหญ่ล้วนกระจุกตัวอยู่ในสาขาคณิตศาสตร์คอมพิวเตอร์และคณิตศาสตร์ประยุกต์

หลี่หมิงพลิกดูรายงานโครงการต่อไป เขาเงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อ "ตัวโครงการน่ะไม่มีปัญหาอะไรหรอก"

"โครงการที่ออกทุนเองย่อมผ่านการอนุมัติอยู่แล้ว ทว่าหวังฮ่าว ผมยังคงต้องขอเตือนคุณสักหน่อย"

เขากล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง "เรื่องของคุณที่เป็นข่าวครึกโครมนั่น..."

เขาหยุดชะงักและเงยหน้าขึ้นมองหวังฮ่าว เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มตั้งใจฟังอยู่ เขาจึงพูดต่อ "พูดตามตรง มันน่าเสียดายมากๆ แต่ทางมหาวิทยาลัยก็มีเหตุผลที่ต้องพิจารณา และสามารถให้สัญญาจ้างคุณได้เพียงหนึ่งปีเท่านั้น"

"หากคุณต้องการต่อสัญญา ทางที่ดีที่สุดคือคุณต้องสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ภายในระยะเวลาหนึ่งปี และต้องเป็นผลงานที่ทรงเกียรติเป็นที่ยอมรับด้วย"

"โดยส่วนตัวแล้ว ผมหวังว่าคุณจะได้อยู่ต่อนะ"

หลี่หมิงแสดงจุดยืนของเขาอย่างชัดเจน

คนอื่นๆ ก็รีบสมทบ "ใช่แล้วล่ะหวังฮ่าว คุณยังหนุ่มยังแน่น การทำพลาดสักครั้งก็เป็นเรื่องธรรมดา"

"ถึงตอนนี้มันจะเป็นแค่สัญญาจ้างหนึ่งปี แต่ตราบใดที่คุณมีผลงานภายในหนึ่งปีนี้ ทางมหาวิทยาลัยก็ยินดีที่จะต่อสัญญาให้อย่างแน่นอน..."

หวังฮ่าวรับฟังและพยักหน้า สีหน้าของเขาผ่อนคลายลง "ขอบคุณครับ ผมตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะทำโครงการนี้"

"การวิเคราะห์สมการเชิงอนุพันธ์ย่อยเป็นสาขาที่ผมคุ้นเคยและเชี่ยวชาญที่สุด ยิ่งไปกว่านั้น ผมมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าจะสามารถทำวิจัยชิ้นนี้จนสำเร็จลุล่วงได้อย่างแน่นอน"

หลี่หมิงเบิกตากว้างมองหวังฮ่าวด้วยความประหลาดใจ

มั่นใจเต็มเปี่ยมงั้นหรือ?

นั่นมันการวิเคราะห์สมการเชิงอนุพันธ์ย่อย ซึ่งเป็นงานวิจัยพื้นฐานของสาขาคณิตศาสตร์เลยนะ!

แม้แต่นักคณิตศาสตร์ระดับโลกก็คงไม่กล้าเอ่ยปากหรอกว่าพวกเขาจะสามารถสร้างผลงานจากงานวิจัยทำนองนี้ได้อย่างแน่นอน ใช่ไหมล่ะ?

"มั่นใจเต็มเปี่ยม... ก็ได้"

หลี่หมิงหาเหตุผลที่จะปฏิเสธไม่พบ เขาจึงพยักหน้าและกล่าวว่า "ในเมื่อคุณยืนกรานเช่นนั้น ผมก็จะลงข้อมูลให้ก็แล้วกัน คุณน่าจะตรวจสอบสถานะได้ในวันพรุ่งนี้"

จบบทที่ บทที่ 3: ส่งรายงานโครงงาน

คัดลอกลิงก์แล้ว