เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 330 - พลัดกันรุกพลัดกันรับ

บทที่ 330 - พลัดกันรุกพลัดกันรับ

บทที่ 330 - พลัดกันรุกพลัดกันรับ


บทที่ 330 - พลัดกันรุกพลัดกันรับ

"จงใจหลอกล่อพวกเรางั้นหรือ"

เมื่อจ้าวเต๋อฟางได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักไป เขานึกไม่ถึงเลยว่าหน่วยองครักษ์จินอู๋จะใช้วิธีนี้มาดึงความสนใจของทหารม้าของเขาไป

"เจ้าแน่ใจหรือ" จ้าวเต๋อฟางเอ่ยถามกลับ

ทหารสอดแนมตอบอย่างหนักแน่น "ท่านแม่ทัพใหญ่ ไม่มีทางพลาดแน่นอนขอรับ ข้าน้อยขอเอาหัวเป็นประกัน"

จ้าวเต๋อฟางนิ่งเงียบไปพักใหญ่ จู่ๆ ก็หัวเราะออกมา "ในเมื่อตอนนี้หน่วยองครักษ์จินอู๋ตั้งใจจะดึงความสนใจของทหารม้าไป มันก็เข้าทางข้าพอดี เจ้ารีบจัดทหารสอดแนมไปสะกดรอยตามความเคลื่อนไหวของทหารม้าเหล็กองครักษ์จินอู๋ สืบหาตำแหน่งที่แน่ชัดของพวกมันให้เร็วที่สุด แล้วมารายงานข้า ข้าจะจดความดีความชอบให้เจ้า"

"ขอบพระคุณท่านแม่ทัพใหญ่ขอรับ" ทหารสอดแนมดีใจเป็นอย่างยิ่ง รีบถอยออกไปทันที

จ้าวเต๋อฟางกลับไม่ได้ดีใจกับการกระทำของหน่วยองครักษ์จินอู๋ แต่กลับตกอยู่ในความกลัดกลุ้ม

"การทำเช่นนี้ แม้จะประสบความสำเร็จในการหลอกล่อให้ทหารม้าของข้าไปไล่ตามหน่วยองครักษ์จินอู๋ แต่ความแข็งแกร่งของหน่วยองครักษ์จินอู๋ก็ยังคงน่าสะพรึงกลัวอยู่ดี ในเวลาสั้นๆ ไม่มีทางกวาดล้างพวกมันได้แน่ ที่สำคัญกว่านั้นคือ สถานการณ์การรบในหุบเขาหลงกู่ จะต้องแพร่สะพัดไปทั่วทั้งเขตเหลียวตงอย่างแน่นอน ศึกหลังจากนี้ เกรงว่าคงจะรับมือไม่ง่ายแล้วสิ"

จ้าวเต๋อฟางถอนหายใจ รู้สึกหงุดหงิดและกังวลใจเล็กน้อย

"รายงาน"

ในขณะที่จ้าวเต๋อฟางกำลังสับสนวุ่นวายใจ ก็มีทหารสอดแนมวิ่งพรวดเข้ามาอีกคน

"เกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก"

จ้าวเต๋อฟางเอ่ยถามด้วยความรำคาญใจ

ทหารสอดแนมคุกเข่าหมอบลงกับพื้น รายงานอย่างนอบน้อม "ท่านแม่ทัพใหญ่ ทหารม้าเหล็กองครักษ์จินอู๋ที่อยู่ด้านนอกหุบเขาหลงกู่ถอยทัพไปแล้ว ตอนนี้พวกเราสามารถยึดหุบเขาหลงกู่ได้แล้วขอรับ"

"จริงหรือ" จ้าวเต๋อฟางมองทหารสอดแนมอย่างคลางแคลงใจ

ทหารสอดแนมพยักหน้า "ข้าน้อยมิกล้าหลอกลวงท่านแม่ทัพใหญ่ขอรับ"

"ดี รีบถ่ายทอดคำสั่งให้ทุกทัพบุกเข้าหุบเขาหลงกู่ รวบรวมกองทหารที่แตกพ่ายของหน่วยองครักษ์จินอู๋ เตรียมตัวบุกโจมตีกองทหารรักษาการณ์ภายในหุบเขาหลงกู่"

จ้าวเต๋อฟางออกคำสั่งทันที

คำสั่งของเขาได้รับการนำไปปฏิบัติ

ทหารม้าเหล็กองครักษ์จินอู๋ที่พ่ายแพ้ถอยร่นไปก่อนหน้านี้พากันกลับมา ภายใต้คำสั่งของจ้าวเต๋อฟาง พวกเขารีบบุกเข้าไปในหุบเขาหลงกู่อย่างรวดเร็ว เพื่อเตรียมยึดพื้นที่ที่เสียไปกลับคืนมา

ภายในหุบเขาหลงกู่ จู่จ้านเต๋อก็ได้รับข่าวการบุกโจมตีของกองทัพซ่งเช่นกัน

เรื่องนี้ทำให้ใจที่ผ่อนคลายลงแล้วของเขากลับมาตึงเครียดอีกครั้ง

เขารู้ดีว่า อุบายก่อนหน้านี้ของตนล้มเหลวไม่เป็นท่า จ้าวเต๋อฟางไม่เพียงแต่ไม่หลงเชื่อ แต่ยังมั่นใจว่าตนกำลังจงใจสร้างหมอกควันลวงตา ดังนั้นหลังจากที่ตนละทิ้งการป้องกันหุบเขาหลงกู่ จ้าวเต๋อฟางจึงหันหัวม้ากลับมาทันที เตรียมจะยึดดินแดนที่เสียไปคืน หากไม่สกัดกั้นให้ทันท่วงที หน่วยองครักษ์จินอู๋ของตนจะต้องสูญเสียอย่างหนักแน่

"ท่านนายพล ตอนนี้พวกเราจะทำอย่างไรดีขอรับ" รองแม่ทัพเอ่ยถาม

"ถ่ายทอดคำสั่งลงไป ต้านทานกองทัพซ่งอย่างสุดกำลัง" จู่จ้านเต๋อกัดฟันเอ่ย

"รับบัญชา"

รองแม่ทัพรีบลงไปถ่ายทอดคำสั่งทันที

การต่อสู้ภายในหุบเขาหลงกู่ทวีความดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งสองฝ่ายต่างก็ได้รับบาดเจ็บและสูญเสีย

แต่โดยรวมแล้วกองทัพซ่งยังคงได้เปรียบอยู่

ท้ายที่สุดทหารม้าเหล็กองครักษ์จินอู๋ก็มีเพียงแค่สี่ร้อยกว่านายเท่านั้น ด้อยกว่าทหารม้าเหล็กที่จ้าวเต๋อฟางนำมาอย่างเทียบไม่ติด

การต่อสู้ครั้งใหญ่ด้านนอกหุบเขาหลงกู่ทวีความดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ การต่อสู้ภายในหุบเขาหลงกู่ก็ดุเดือดนองเลือดอย่างยิ่งเช่นกัน

ทหารม้าเหล็กองครักษ์จินอู๋ทุ่มเทสุดกำลัง ก็ทำได้เพียงแค่ถ่วงเวลาทหารม้าของศัตรูเอาไว้เท่านั้น แถมยังต้องแลกมาด้วยความสูญเสียอย่างมหาศาล

ทันใดนั้น นอกหุบเขาก็มีเสียงม้าควบดังกึกก้องจนหูแทบหนวกแว่วมา

จู่จ้านเต๋อได้ยินความเคลื่อนไหวนี้ สีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

"ท่านนายพล เป็นเสียงฝีเท้าของทหารม้าเหล็กขอรับ" รองแม่ทัพร้องตะโกนด้วยความตื่นตระหนกลนลาน

"เป็นไปได้อย่างไร" จู่จ้านเต๋อเผยสีหน้าเหลือเชื่อออกมา

เขาเข้าใจหลักการนี้ดี แต่กองทัพซ่งก็ไม่ใช่พวกโง่เขลา จะปล่อยให้ทหารม้าบุกเข้ามาลึกในแดนศัตรูอย่างง่ายดายได้อย่างไร

ต่อให้เป็นพวกโง่เขลา ก็ควรรู้ว่าการทำเช่นนี้มันอันตรายอย่างยิ่งสำหรับกองทัพซ่ง

"ถอยร่นไปด้านหลัง ยืดขยายแนวรบในหุบเขาออกไป ทำให้ทหารม้าของพวกมันไม่มีทางหนีรอด" จู่จ้านเต๋อออกคำสั่ง

"รับบัญชา"

ทหารหน่วยองครักษ์จินอู๋รีบถอยร่นไปด้านหลัง ยืดขยายแนวรบในหุบเขาทันที

ในขณะเดียวกัน จ้าวเต๋อฟางและคนอื่นๆ ที่อยู่ด้านนอกหุบเขาหลงกู่ก็ได้ยินเสียงดังกึกก้องและเสียงม้าร้องแว่วมาจากนอกหุบเขาเช่นกัน

เขามีสีหน้าเคร่งเครียด เอ่ยขึ้นว่า "ถ่ายทอดคำสั่งลงไป จับตาดูรอบๆ หุบเขาอย่างเข้มงวด มีความเคลื่อนไหวใดๆ แม้เพียงเล็กน้อยก็ต้องมารายงาน"

"รับบัญชา"

เพียงไม่นาน ทหารสอดแนมก็ส่งข่าวกลับมา

จ้าวเต๋อฟางสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย เอ่ยขึ้นว่า "พูดเช่นนี้ก็หมายความว่า ทหารม้าของหน่วยองครักษ์จินอู๋มาดักซุ่มอยู่ที่นี่ตั้งนานแล้ว คิดจะโอบล้อมทหารม้าเหล็กของพวกเราอย่างนั้นสิ"

"ท่านแม่ทัพใหญ่ พวกเราจะทำอย่างไรดีขอรับ" รองขุนพลที่อยู่ด้านข้างเอ่ยถามด้วยสีหน้าตึงเครียด

จ้าวเต๋อฟางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ "ไม่ต้องลนลาน ทหารม้าของพวกเรามีมากกว่าพวกมัน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าธนูของพวกเราก็แข็งแกร่งกว่าด้วย ขอเพียงแค่ระมัดระวังตัวให้ดี อย่าปล่อยให้ทหารม้าศัตรูเข้ามาใกล้ได้ ก็ไม่ต้องกลัวอะไรเลย"

จ้าวหยวนจวินเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ "ข้าน้อยคิดว่า ทางที่ดีที่สุดคือให้ทหารสอดแนมคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของทหารม้าศัตรูต่อไป พวกเราแค่ต้องรู้รูปแบบการเดินทัพคร่าวๆ ก็พอ อย่าผลีผลามบุกโจมตี"

"อืม"

จ้าวเต๋อฟางพยักหน้า จากนั้นก็รีบถ่ายทอดคำสั่งลงไป ให้ทหารสอดแนมคอยสืบข่าวความเคลื่อนไหวของศัตรูต่อไป

ครึ่งชั่วยามต่อมา ในที่สุดทหารสอดแนมก็กลับมารายงานข่าว "เรียนท่านแม่ทัพใหญ่ ทหารม้าศัตรูที่อยู่นอกหุบเขาหลงกู่อยู่ห่างจากพวกเราประมาณสี่ลี้ เตรียมพร้อมจะบุกเข้ามาทุกเมื่อขอรับ"

"สืบข่าวความเคลื่อนไหวของศัตรูต่อไป" จ้าวเต๋อฟางเอ่ยขึ้น

"รับบัญชา"

เวลาล่วงเลยไป การต่อสู้ภายในหุบเขาหลงกู่ก็ยังคงไม่จบสิ้น

แต่จำนวนทหารม้าเหล็กองครักษ์จินอู๋กลับลดลงอย่างรวดเร็ว เหลือไม่ถึงสามร้อยนาย บาดเจ็บล้มตายไปกว่าเจ็ดส่วน

ด้านนอกหุบเขาหลงกู่ จำนวนทหารม้าเหล็กของจ้าวเต๋อฟางก็มีไม่มากนัก บาดเจ็บล้มตายไปประมาณหกร้อยกว่านาย เสียชีวิตไปสามร้อยกว่านาย ผู้บาดเจ็บยิ่งมีจำนวนมาก

ทั้งสองฝ่ายต่างกำลังรักษาความสมดุลของสนามรบอย่างยากลำบาก ไม่มีใครทำอะไรใครได้

"ท่านนายพล กองหนุนของกองทัพซ่งใกล้จะมาถึงแล้ว ทหารม้าของพวกเราต้านทานไม่ไหวแล้ว ต้องถอยทัพขอรับ" รองแม่ทัพรีบบอกกับจู่จ้านเต๋อ

จู่จ้านเต๋อขมวดคิ้ว "ถอยไม่ได้"

เขามองดูทหารม้าเหล็กของกองทัพซ่งที่อยู่นอกหุบเขา กัดฟันกรอดเอ่ยขึ้น "ข้าไม่ยินยอม ทหารม้าของข้าถูกพวกมันเข่นฆ่าจนหมดสิ้น หากถอยทัพ ก็จะหมดหวังที่จะพลิกสถานการณ์โดยสิ้นเชิง ดังนั้นข้าจะไม่มีทางถอยทัพเด็ดขาด"

"แต่ว่า กองทัพศัตรูใกล้จะบุกเข้ามาแล้วนะขอรับ หากไม่ถอยทัพ พวกเราจะต้องตายกันหมดอยู่ที่นี่แน่ๆ"

"ไปเชิญปรมาจารย์หลงซู่กับฟัวโส่วมา" จู่จ้านเต๋อกัดฟันเอ่ย

เขาไม่เต็มใจจะถอยทัพ นอกเสียจากว่าเขาจะตายอยู่ที่นี่

มิฉะนั้น ต่อให้ทหารม้าไม่กี่ร้อยนายที่เหลืออยู่ในมือของเขาต้องตายในสนามรบ เขาก็จะไม่มีทางถอยทัพเด็ดขาด

"แต่ว่า..." รองแม่ทัพลังเลใจ

"ไม่มีแต่ทั้งนั้น ทำตามที่ข้าสั่ง ไปซะ" จู่จ้านเต๋อแผดเสียงคำรามต่ำ

"รับบัญชา"

รองแม่ทัพเห็นแววตาของจู่จ้านเต๋อส่องประกายความบ้าคลั่ง ก็รู้ว่าห้ามปรามไปก็ไร้ประโยชน์ ทำได้เพียงรับคำ แล้วรีบเดินจากไป

ไม่นาน ปรมาจารย์หลงซู่และฟัวโส่วก็มาถึง เมื่อพวกเขาได้ยินคำเรียกของจู่จ้านเต๋อก็รีบมาทันที

"คารวะฟัวโส่ว ท่านปรมาจารย์" จู่จ้านเต๋อประสานมือคารวะ

"อมิตาภพุทธะ"

ปรมาจารย์หลงซู่ประนมมือ พยักหน้ารับเล็กน้อย

ส่วนฟัวโส่วยิ้มบางๆ มองดูจู่จ้านเต๋อ เอ่ยขึ้นว่า "ท่านนายพลอย่าเพิ่งร้อนใจไป สถานการณ์การรบในหุบเขาหลงกู่พวกเรารู้กระจ่างแจ้งดี สำหรับกองทัพซ่ง พวกเรามีวิธีรับมืออยู่แล้ว"

จู่จ้านเต๋อจ้องมองฟัวโส่วด้วยสายตาลุกวาว "ฟัวโส่วมีแผนการดีๆ งั้นหรือ"

"ฮ่าฮ่าฮ่า ในเมื่อท่านกับข้าเป็นสหายกัน ข้าย่อมต้องช่วยเหลือท่านอยู่แล้ว"

ฟัวโส่วหัวเราะเอ่ย "ตอนนี้พวกเราแค่ต้องรักษาปากทางเข้าหุบเขาเอาไว้ก็พอ เรื่องอื่นมอบให้ท่านจัดการ"

จู่จ้านเต๋อเผยสีหน้าลังเล

เพราะเขากังวลว่าฟัวโส่วและหลงซู่จะฉวยโอกาสลอบโจมตี ทำให้ทหารม้าเหล็กของตนต้องตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก

แต่เขาก็หมดหนทางแล้วจริงๆ ทำได้เพียงเลือกที่จะเชื่อใจหลงซู่และฟัวโส่ว

"ตกลง"

จู่จ้านเต๋อกัดฟันรับปาก

สถานการณ์ภายในหุบเขาหลงกู่ถูกส่งไปถึงจ้าวเต๋อฟางอย่างรวดเร็ว

หลังจากจ้าวเต๋อฟางได้รับข่าว สีหน้าก็อึมครึมลง เอ่ยขึ้นว่า "ดูเหมือนทหารม้าภายในหุบเขาหลงกู่จะเป็นกำลังหลักของหน่วยองครักษ์จินอู๋จริงๆ มิฉะนั้นหลงซู่คงไม่กล้าเสี่ยงอันตรายแน่"

"แล้วท่านแม่ทัพใหญ่ หลังจากนี้พวกเราจะทำอย่างไรดีขอรับ" รองแม่ทัพเอ่ยถาม

"สั่งการให้ทหารม้าเหล็กทัพหน้าชะลอความเร็วลง เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกทหารม้าศัตรูซุ่มโจมตี" จ้าวเต๋อฟางกล่าว

"รับบัญชา" รองแม่ทัพรีบลงไปถ่ายทอดคำสั่งทันที

"ถ่ายทอดคำสั่งลงไป ให้ทหารม้าเหล็กทัพหน้าหยุดการโจมตีไว้ชั่วคราว" จ้าวเต๋อฟางออกคำสั่งอีกครั้ง

ไม่นาน ทหารม้าเหล็กทัพหน้าก็หยุดการโจมตี และพักผ่อนอยู่กับที่

คำสั่งของจ้าวเต๋อฟางถูกส่งไปยังค่ายทหารม้าแต่ละค่ายอย่างรวดเร็ว ทหารม้าทั้งหมดปฏิบัติตามคำสั่งทันที เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการรบของทหารม้า

"รายงานท่านนายพล กองทัพศัตรูหยุดการโจมตีแล้วขอรับ" ทหารสอดแนมรายงานด้วยความดีใจ

"หยุดการโจมตีหรือ"

รองแม่ทัพเลิกคิ้วเล็กน้อย จากนั้นก็ส่ายหน้า "เกรงว่านี่คงเป็นเพียงภาพลวงตาที่กองทัพซ่งจงใจสร้างขึ้น จุดประสงค์ที่แท้จริงคือเพื่อหลอกล่อให้กองทัพของพวกเราแบ่งกำลังพล จะหลงกลไม่ได้เด็ดขาด"

"แต่ว่า หากไม่ส่งทหารม้าไปสกัดกั้น ก็ไม่มีทางต้านทานทหารม้าของศัตรูได้เลยนะขอรับ" ทหารสอดแนมมีสีหน้าร้อนรน

"ถ่ายทอดคำสั่ง ให้ทหารม้าทั้งหมดตั้งแถวมุ่งหน้าไปยังปากทางเข้าหุบเขาหลงกู่"

"รับบัญชา"

ครึ่งชั่วยามต่อมา ทหารม้าของจ้าวเต๋อฟางก็มาถึงปากทางเข้าหุบเขา และจัดวางกำลังทหารม้าไว้ที่ทางออกของหุบเขาหลงกู่ เพื่อปิดกั้นหุบเขาเอาไว้

แม้ทหารม้าเหล็กเหล่านี้จะเพิ่งจัดตั้งขึ้นมาใหม่ แต่ก็ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี และประสานงานกันได้อย่างรู้ใจ

จำนวนทหารม้าที่จัดวางไว้บริเวณปากทางเข้าหุบเขาหลงกู่มีไม่มากนัก มีเพียงแปดร้อยนาย

แต่พวกเขากลับสามารถสร้างการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ หรือแม้กระทั่งการตอบโต้กลับได้

ทางทิศเหนือของหุบเขาหลงกู่

จ้าวเต๋อฟางยืนอยู่บนเนินเขาบริเวณปากทางเข้าหุบเขาหลงกู่ ทอดสายตามองออกไปไกล

ตรงข้ามกับเขา ปรมาจารย์หลงซู่ ฟัวโส่ว และคนอื่นๆ ก็กำลังสังเกตการณ์สถานการณ์บริเวณปากทางเข้าหุบเขาหลงกู่เช่นกัน

หลงซู่เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ "ท่านนายพล ดูเหมือนกองทัพศัตรูจะจงใจกระจายกำลังปิดล้อมทหารม้าของพวกเราไว้ข้างใน แถมยังส่งทหารม้าเกราะหนักมาปิดกั้นเส้นทางหลบหนีของพวกเราเอาไว้อีก หากพวกเราไม่สามารถไปช่วยเหลือทหารม้าเหล็กทัพหน้าได้ทันเวลา เกรงว่าทหารม้าเหล็กทัพหน้าคงจะต้านทานไม่ไหวแน่"

ฟัวโส่วก็กล่าวว่า "การคาดการณ์ก่อนหน้านี้ของพวกเราไม่ผิด ทหารม้าของราชสำนักซ่งเป็นทหารชั้นยอดจริงๆ พลังการต่อสู้แข็งแกร่งมาก"

จู่จ้านเต๋อแค่นเสียงเย็นชา "ต่อให้เก่งกาจแล้วอย่างไร ทหารม้าเหล็กทู่ฟานของข้าไม่เคยหวาดกลัวศัตรูหน้าไหนทั้งนั้น"

"นั่นก็เป็นเพราะทหารม้าเหล็กใต้บังคับบัญชาของท่านนายพลมีพลังการต่อสู้ที่น่าทึ่ง ความสามารถในการรบแบบตัวต่อตัวแข็งแกร่งมาก หากเปลี่ยนเป็นทหารม้าธรรมดา ย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของทหารม้าเหล็กแคว้นซ่งแน่นอน" หลงซู่กล่าว

"ส่งทหารม้าเหล็กห้าร้อยนายเข้าไปในหุบเขาหลงกู่ก่อน เพื่อถ่วงความเร็วในการโจมตีของกองทัพศัตรู" จู่จ้านเต๋อตะโกนสั่งด้วยความรำคาญใจ

ไม่นาน ทหารม้าเหล็กห้าร้อยนายก็ทะลักออกมาจากปากทางเข้าหุบเขาหลงกู่ พุ่งทะยานเข้าไปในหุบเขาหลงกู่อย่างรวดเร็ว

พวกเขาคือคนที่จู่จ้านเต๋อจงใจทิ้งไว้เพื่อดึงดูดความสนใจของกองทัพซ่ง

เพราะขอเพียงแค่พวกกเขาถูกพัวพันเอาไว้ ทหารม้าเหล็กของกองทัพซ่งที่อยู่ด้านหลังจะต้องไล่ตามมาฆ่าฟันอย่างแน่นอน

ถึงเวลานั้น พวกเขาก็จะสามารถอาศัยภูมิประเทศที่คับแคบของหุบเขาหลงกู่ ค่อยๆ บั่นทอนพละกำลังของทหารม้ากองทัพซ่งลงได้

รอจนกระทั่งทหารม้ากองทัพซ่งสูญเสียความสามารถในการรบ ต่อให้พวกกเขาไม่ต้องลงมือ ทหารม้าเหล่านี้ท้ายที่สุดก็จะกลายเป็นลูกแกะที่รอการเชือดอยู่ดี

"ครืน"

ภายในหุบเขาหลงกู่ ทหารม้าทั้งสองกองทัพปะทะกันในหุบเขาหลงกู่ ระเบิดเสียงดังกึกก้องจนหูแทบหนวก

ทหารม้าทั้งสองกองทัพห้ำหั่นกันอยู่ในหุบเขาหลงกู่ เลือดสาดกระเซ็น เสียงร้องโหยหวนดังระงม

บริเวณปากทางเข้าหุบเขาหลงกู่ หลงซู่ ฟัวโส่ว และจู่จ้านเต๋อทั้งสามคนมองดูทหารม้าทั้งสองกองทัพที่กำลังห้ำหั่นกัน มุมปากก็ปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยันขึ้นมา

ปรมาจารย์หลงซู่เอ่ยเสียงเรียบ "ท่านนายพลจู่จ้านเต๋อ พลังการต่อสู้ของทหารม้าใต้บังคับบัญชาของท่านแข็งแกร่งจริงๆ น่าเสียดาย..."

คำพูดยังไม่ทันขาดคำ ภายในหุบเขาหลงกู่ก็มีเสียง "ปัง" ดังกึกก้องแว่วมาอย่างกะทันหัน

ตามมาด้วยเสียงร้องโหยหวนที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม

"แย่แล้ว"

สีหน้าของจู่จ้านเต๋อเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน หันขวับไปมองที่ปากทางเข้าหุบเขาหลงกู่ ตะโกนด้วยความโกรธ "ไอ้สารเลวบัดซบ ถึงกับกล้าหลอกข้า"

เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมทหารม้าภายในหุบเขาหลงกู่ถึงหยุดการโจมตีอย่างกะทันหัน แถมยังถอยร่นทิ้งระยะห่าง และจัดกระบวนทัพตั้งรับ

มันเป็นการใช้ประโยชน์จากสภาพภูมิประเทศที่คับแคบของหุบเขาหลงกู่ ใช้ข้อได้เปรียบของทหารม้าในการดึงความสนใจอย่างชัดเจน

สภาพภูมิประเทศที่คับแคบของหุบเขาหลงกู่เป็นตัวกำหนดว่า แม้แต่ทหารม้าที่อยู่ด้านนอกหุบเขาหลงกู่หากต้องการบุกเข้าไปข้างใน ก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างมหาศาล

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงทหารม้าของกองทัพซ่ง ที่ความเร็วและความคล่องตัวของทหารม้านั้นด้อยกว่าทหารราบมากนักในพื้นที่แบบนี้

ทหารม้าของกองทัพซ่งสามารถอาศัยความเร็วและความคล่องตัวที่ยืดหยุ่น หลบการพุ่งทะลวงของทหารม้าได้อย่างง่ายดาย แล้วบุกโจมตีทหารม้าของศัตรูจากทางด้านข้าง

นี่คือประโยชน์อันยอดเยี่ยมของหุบเขาหลงกู่

"ถอย"

บริเวณปากทางเข้าหุบเขาหลงกู่ ปรมาจารย์หลงซู่เห็นท่าทางโกรธเป็นฟืนเป็นไฟของจู่จ้านเต๋อก็ไม่ได้แปลกใจเลยแม้แต่น้อย เอ่ยเสียงเรียบ "สภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ของหุบเขาหลงกู่ เพียงพอที่จะจำกัดทหารม้าของกองทัพศัตรูเอาไว้ได้ ตอนนี้ทหารม้าของศัตรูถูกแบ่งแยกออกจากกันแล้ว ไม่สามารถรวมกำลังกันต่อสู้ได้ ท่านนายพลน่าจะลองส่งทหารม้าอ้อมไปทางด้านหลังของศัตรู แล้วบุกโจมตีกองทหารเสบียงของพวกมันดูสิ"

"ได้"

จู่จ้านเต๋อตาเป็นประกาย รีบสั่งการทันที "ถ่ายทอดคำสั่งของข้า ให้ทหารม้าปีกซ้ายและปีกขวาฝั่งละห้าร้อยนาย หันหลังกลับเดี๋ยวนี้ อ้อมไปทางด้านข้างของศัตรู แล้วบุกโจมตีเสบียงอาหารของศัตรู"

หลังจากถ่ายทอดคำสั่งออกไป ทหารม้านับพันนายจากทั้งสองฝั่งของจู่จ้านเต๋อก็แยกตัวออกจากกองทัพ อ้อมไปทางด้านข้างของศัตรู เตรียมจะบุกโจมตีคลังเสบียงของศัตรู

ทว่าทหารม้าเหล่านี้เพิ่งจะแยกตัวออกจากกองทัพไปได้ไม่นาน ยังไม่ทันได้เข้าไปในหุบเขาหลงกู่ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าม้าดังมาจากส่วนลึกของหุบเขาหลงกู่

จู่จ้านเต๋อขมวดคิ้ว "หรือว่ากองทัพศัตรูจะรู้แผนการของพวกเราแล้ว จึงตั้งใจจะมาสกัดกั้นกองทัพของพวกเรา"

"ไม่น่าจะใช่มั้ง" ปรมาจารย์หลงซู่กล่าว

จู่จ้านเต๋อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วกล่าวว่า "ไป ไปดูกัน"

ความกว้างของหุบเขาหลงกู่อยู่ที่ประมาณหกเจ็ดเมตร ส่วนความยาวนั้นเกินสี่ลี้

กองทัพทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน ใช้เวลาเพียงไม่กี่อึดใจก็สามารถเข้าปะทะกันได้แล้ว

ดังนั้น ไม่ว่ากองทัพซ่งจะรู้ตัวถึงแผนการของทหารม้าฝ่ายตนหรือไม่ก็ไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือ พวกเขาตามกลับไปไม่ทันแล้ว

และก็เป็นไปตามคาด เพียงไม่นานก็มีลูกธนูหนาแน่นยิงพุ่งเข้ามา ปกคลุมพื้นที่บริเวณปากทางเข้าหุบเขาหลงกู่เอาไว้โดยตรง

หน้าไม้เหล่านี้มีระยะยิงอยู่ในช่วงหกเจ็ดสิบเมตร

"อ๊าก"

ทหารม้าที่อยู่นอกหุบเขาหลงกู่ต้องรับเคราะห์ไปในทันที ล้มกลิ้งลงไปร้องโหยหวนอยู่บนพื้น

การยิงด้วยหน้าไม้แบบนี้ ต่อให้สวมชุดเกราะก็ไม่อาจรอดพ้นจากเคราะห์กรรมไปได้

หลายคนถูกยิงเข้าที่หน้าอก สิ้นใจตายคาที่

"บัดซบ วิชาธนูของกองทัพซ่งทำไมถึงได้เก่งกาจขนาดนี้"

มองดูห่าฝนลูกธนูเหล่านี้ จู่จ้านเต๋อก็อดไม่ได้ที่จะสบถด่า

ปรมาจารย์หลงซู่มีสีหน้าเคร่งเครียด พึมพำเสียงแผ่ว "ดูเหมือนว่ากองทัพซ่งพวกนี้จะไม่ธรรมดาแล้วล่ะ อานุภาพของหน้าไม้พวกนี้รุนแรงเกินไป ต่อให้เป็นพวกเรา หากต้องการหลบเลี่ยงก็คงต้องสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงไปไม่น้อยเลยทีเดียว"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 330 - พลัดกันรุกพลัดกันรับ

คัดลอกลิงก์แล้ว