- หน้าแรก
- ราชันย์อารยธรรมเหนือสรรพสิ่ง
- บทที่ 2074 : ตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ | บทที่ 2075 : ช้าลงหน่อย
บทที่ 2074 : ตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ | บทที่ 2075 : ช้าลงหน่อย
บทที่ 2074 : ตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ | บทที่ 2075 : ช้าลงหน่อย
บทที่ 2074 : ตำแหน่งทางยุทธศาสตร์
บทที่ 2074 ตำแหน่งทางยุทธศาสตร์
ก่อนหน้านี้โจวซวี่กับพวกเคยคาดการณ์ไว้ว่าพื้นที่ว่างเปล่าแห่งนี้น่าจะเป็นส่วนเดียวกับเขตโรชาและเขตเซนต์โรแลนด์ ซึ่งก็คือทะเลทรายผืนนั้น
แต่ต่อมาก็พบว่า ทะเลทรายถูกเชื่อมต่อเข้ามาแล้ว ทว่าพื้นที่รอบนอกของเทือกเขานักรบหญิงกลับยังไม่ถูกเชื่อมต่อ จนกระทั่งตอนนี้การเชื่อมต่อจึงเสร็จสมบูรณ์
หลังจากชิ้นส่วนโลกเชื่อมต่อเสร็จสิ้น กองกำลังที่ประจำการอยู่ในพื้นที่นั้นก็เริ่มสำรวจบริเวณโดยรอบทันทีตามหน้าที่
แล้วก็เป็นอย่างที่คิดจริงๆ มีพื้นที่ส่วนหนึ่งเชื่อมต่อกับทะเลทรายเข้าจริงๆ
พอเส้นทางนี้เปิดออก เลี้ยวโค้งนิดเดียวก็ไปถึงชายแดนโรชาได้แล้ว
แต่การจะเดินทางข้ามเขตทะเลทราย เส้นทางนี้ย่อมไม่ง่ายอย่างแน่นอน
ส่วนเรื่องจะใช้ทางลัดตัดเข้าป่านักรบหญิงโดยตรงนั้น เลิกคิดไปได้เลย
เพราะมีเทือกเขานักรบหญิงขวางกั้นอยู่ ต่อให้ระยะทางใกล้แค่ไหน พอโดนเทือกเขานี้กั้นไว้ มันก็กลายเป็นทางไกลไปในทันที
ในขณะเดียวกัน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะถูกแยกออกจากเขตทะเลทรายนานเกินไปหรือเปล่า พื้นที่ดินส่วนที่เพิ่งเชื่อมต่อกับทะเลทรายโดยตรงนั้น แม้แต่สภาพธรณีวิทยาก็เปลี่ยนไปแล้ว
แต่ทว่าหลังจากเชื่อมต่อเสร็จ สภาพแวดล้อมสุดขั้วของทะเลทรายก็เริ่มกัดกร่อนพื้นที่ที่เพิ่งเชื่อมเข้ามาทันที เรื่องแบบนี้จะยอมให้เกิดขึ้นได้ยังไง?
ในเมื่อสภาพดินเปลี่ยนไปแล้ว ก็อย่าให้มันกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกเลย
แนวหน้าจึงรีบสั่งการด่วนให้เรือเหาะไปรับคนจาก 'กรมพิทักษ์สิ่งแวดล้อม' ที่อยู่ใกล้เคียงมาทันที เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมของที่นี่เอาไว้
กรมพิทักษ์สิ่งแวดล้อมมีประสบการณ์โชกโชนในงานด้านนี้อยู่แล้ว มอบหมายเรื่องนี้ให้พวกเขา ก็แทบจะไม่มีปัญหาอะไร
ส่วนหน่วยสำรวจก็เร่งมือสำรวจพื้นที่ที่เหลือต่อไป
กระบวนการทั้งหมดนี้ใช้เวลาไม่นานอย่างที่คิด เพราะชิ้นส่วนโลกที่เชื่อมเข้ามานี้มีพื้นที่บนบกไม่มากนัก หน่วยสำรวจเดินหน้าไปเพียงนิดเดียว ภาพท้องทะเลกว้างใหญ่ไพศาลสุดลูกหูลูกตาก็ปรากฏแก่สายตา
ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือก็ส่งข่าวมาเช่นกัน
เมื่อนำข้อมูลจากทั้งสองฝั่งมาเทียบกัน ก็ยืนยันได้ทันทีว่าชิ้นส่วนโลกที่เชื่อมเข้ามาในครั้งนี้ คือชิ้นเดียวกัน
เพียงแต่ว่าองค์ประกอบหลักของชิ้นส่วนโลกชิ้นนี้ถูกเติมเต็มด้วยมหาสมุทร พื้นที่บนบกที่พบนั้นเป็นเพียงส่วนเล็กๆ เท่านั้น
แน่นอนว่าเมื่อเทียบกับฝั่งเผ่าสตรีนักรบ พื้นที่บนบกทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือนั้นถือว่าใหญ่กว่าพอสมควร
จากข้อมูลที่โจวซวี่ได้รับ พื้นที่ตรงนั้นน่าจะกว้างขวางพอที่จะสร้างเมืองขึ้นมาอีกสักเมืองได้อย่างสบายๆ
“อืม... งั้นก็กันพื้นที่สำหรับสร้างเมืองเอาไว้ก่อน แล้วค่อยสร้างป้อมปราการทหารเรือในเขตชายฝั่ง”
พูดมาถึงตรงนี้ เสียงของโจวซวี่ก็ชะงักไป หลังจากไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ชี้มือออกไป
“ป้อมปราการหลัก ให้ตั้งอยู่ที่เขตตะวันออกเฉียงเหนือ!”
แนวชายฝั่งนั้นยาวเหยียด จะมีจุดยุทธศาสตร์เพียงแห่งเดียวคงเป็นไปไม่ได้ แต่ก็ต้องมีการแบ่งความสำคัญหลักและรอง
ความสำคัญของชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ ย่อมเหนือกว่าอีกฝั่งหนึ่งอย่างแน่นอน
เหตุผลนั้นเรียบง่ายมาก นั่นคือหากศัตรูสามารถยกพลขึ้นบกทางชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือได้สำเร็จ พวกมันก็จะสามารถคุกคาม 'เมืองเฮยเยว่' เมืองหลวงของต้าโจวได้ในเวลาอันสั้น!
ในทางกลับกัน ทางฝั่งเทือกเขานักรบหญิง ต่อให้ศัตรูยกพลขึ้นบกได้จริง ด้านหนึ่งก็เป็นทะเลทรายแห้งแล้ง อีกด้านก็เป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน
ในการรับมือข้าศึก ไม่ว่าต้าโจวจะวางแนวป้องกันสกัดกั้นตามแนวเขา หรือซุ่มโจมตีในทะเลทราย ก็ล้วนแต่จัดการได้อยู่หมัด
แต่เขตตะวันออกเฉียงเหนือนั้นต่างออกไป พื้นที่แถบนี้ค่อนไปทางที่ราบสูง แม้จะมีระดับสูงต่ำบ้างแต่ก็ถือว่าค่อนข้างราบเรียบ
หากศัตรูรุกรานเข้ามาได้ จะบอกว่าเป็นทางสะดวกโยธินเลยก็ว่าได้
ถึงเวลานั้นเมืองเฮยเยว่อาจถูกดึงเข้าสู่ไฟสงครามได้
แน่นอนว่าถ้าฝ่ายตรงข้ามเปิดฉากโจมตีทางบก พวกเขายังสามารถใช้ชัยภูมิธรรมชาติ สกัดกั้นที่ด่านทุ่งหญ้าเพื่อชะลอการบุกของศัตรูได้ ซึ่งก็นับเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ
แต่ถ้าฝ่ายตรงข้ามโจมตีทางอากาศล่ะ?
ตามปกติแล้ว กองกำลังที่มีความสามารถเจาะทะลวงแนวป้องกันทางทะเลเข้ามาได้ ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีกองกำลังทางอากาศ
ถ้าเป็นแบบนั้น อีกฝ่ายก็สามารถเมินเฉยต่อภูมิประเทศ แล้วบินมาถล่มเมืองเฮยเยว่ได้โดยตรง...
ยิ่งเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป หากพูดถึงเรื่องเทคโนโลยี ถ้ากองเรือศัตรูรุกเข้ามาถึงชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ เครื่องบินทิ้งระเบิดของศัตรูอาจบินขึ้นจากทะเลและคุกคามเมืองเฮยเยว่ได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องยกพลขึ้นบกด้วยซ้ำ
แม้ว่าโจวซวี่จะคิดการณ์ไกลไปหน่อย แต่มันก็เป็นปัญหาที่ต้องระวังจริงๆ
พอคิดมาถึงตรงนี้ โจวซวี่ถึงกับมีความคิดแวบเข้ามาว่าควรย้ายเมืองหลวงดีหรือไม่
แต่เขาก็แค่คิดเล่นๆ เพราะเมื่อมองในภาพรวมของต้าโจวแล้ว ทำเลที่ตั้งของเมืองเฮยเยว่นั้นดีเยี่ยมหาที่เปรียบไม่ได้ ครอบครองจุดยุทธศาสตร์ใจกลาง และเชื่อมต่อกับหลายภูมิภาค
ต่อให้จะเป็นการเตรียมการล่วงหน้า แต่มันก็ต้องมีขอบเขต เขาคงไม่สามารถย้ายเมืองหลวงเพียงเพราะเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น และยังไม่มีแม้แต่เค้าลางได้หรอกใช่ไหม?
แบบนั้นต้นทุนมันจะสูงเกินไป ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องย้ายเมืองหลวง เขาเองก็ยังคิดไม่ออกในทันทีว่าจะย้ายไปที่ไหนดีกว่านี้
แต่ถ้าลองมองเรื่องนี้ในอีกมุมหนึ่ง ท่าเรือฝั่งนี้อาจกลายเป็นท่าเรือที่มีกำลังป้องกันแข็งแกร่งที่สุดของต้าโจวก็เป็นได้
เหตุผลไม่มีอะไรอื่น ก็เพราะโจวซวี่ผู้เป็นกำลังรบที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่ใกล้ๆ นั่นเอง
นี่แทบจะเรียกว่าเป็นระยะที่เรียกปุ๊บมาปั๊บได้เลย
ถ้าหากว่า... ในสถานการณ์ที่มีโจวซวี่คอยสนับสนุน แต่ชายแดนฝั่งนี้ยังถูกข้าศึกตีแตกได้
ถึงตอนนั้น ต้าโจวก็คงไม่ต่างอะไรกับสิ้นชาติแล้ว
ไม่ว่าจะยังไง การสร้างท่าเรือ ป้อมปราการ และเรือรบ ชุดสามประสานนี้ต้องรีบจัดการให้เรียบร้อย
พอมีน่านน้ำปรากฏขึ้น เรื่องการต่อเรือและวางแนวป้องกันก็เป็นเรื่องเร่งด่วนที่รอไม่ได้
มิฉะนั้น ในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้ หากจู่ๆ มีศัตรูโผล่มาจากทางทะเล กองทัพบกของพวกเขาจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบอย่างมาก
“แจ้งรัฐมนตรีกระทรวงการคลังให้จัดสรรงบประมาณออกมา ถ้าเงินคงคลังไม่พอ ก็ให้เจียดมาจากโครงการอื่นก่อน”
จากความว่างเปล่าจนกระทั่งสร้างเรือลาดตระเวนออกมาได้ ต่อให้เร็วแค่ไหน ก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามถึงห้าปี
และหากคิดจะตั้งกองเรือขึ้นมาสักกอง ระยะเวลาที่ต้องใช้ย่อมยาวนานยิ่งกว่านั้น นี่ขนาดยังอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ทางต้าโจวระดมทรัพยากรมาสนับสนุนทางนี้อย่างเต็มที่แล้วนะ
หากปราศจากการทุ่มเททรัพยากรลงมาแล้วล่ะก็ เรื่องนี้คงยากที่จะจัดการให้สำเร็จได้
ทันทีที่ได้รับคำสั่ง ซ่งจินอวี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังผู้รู้ซึ้งถึงลำดับความสำคัญ ก็ไม่รอช้า รีบดำเนินการจัดสรรงบประมาณให้กับโครงการที่เกี่ยวข้องทันทีโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
โครงการก่อสร้างในพื้นที่หนึ่งๆ นั้นเกี่ยวโยงกับหน่วยงานมากมายเหลือเกิน
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่ง และเพื่อเร่งความเร็วในการก่อสร้างระยะต่อไป การวางรางรถไฟย่อมเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้อย่างแน่นอน
ยิ่งเมื่อพิจารณาว่าในเขตพื้นที่นี้มีเส้นทางรถไฟสายสำคัญอยู่หลายสาย เพื่อเป็นหลักประกันด้านการขนส่งในย่านนี้ การดำเนินการรอบนี้ คาดว่าคงต้องเพิ่มขบวนรถไฟเข้าไปอีกสักขบวน
โจวซวี่เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงกรมการรถไฟเข้ามาหารือเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว
และผลลัพธ์ก็เป็นไปตามคาด
ทางฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งโรงกลั่นน้ำมันและโรงงานต่างๆ ในเมืองไอน้ำต่างต้องการกำลังการขนส่งจำนวนมหาศาล และหลังจากเปิดเส้นทางเชื่อมระหว่างเขตหลัวชากับเขตเซนต์โรแลนด์แล้ว การขนส่งก็ยิ่งตึงตัวหนักเข้าไปอีก
กำลังการขนส่งที่มีอยู่อย่างจำกัด เดิมทีก็ถูกใช้งานจนตึงมือแทบแย่ ตอนนี้ยังมีโครงการเร่งด่วนที่ต้องการการสนับสนุนด้านการขนส่งเพิ่มเข้ามาอีก หากไม่เพิ่มจำนวนรถไฟ ระบบการขนส่งในพื้นที่แถบนี้คงถึงคราวเป็นอัมพาต หมุนเวียนไม่ทันแน่ๆ
เมื่อตระหนักได้ดังนั้น โจวซวี่ก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด สั่งให้ปูรางรถไฟแยกออกมาอีกหนึ่งเส้น พร้อมทั้งเพิ่มขบวนรถไฟเข้าไปอีกหนึ่งขบวนทันที
คำสั่งเหล่านี้เมื่อไปถึงหูของซ่งจินอวี้ รัฐมนตรีคลัง ก็มีความหมายสรุปได้เพียงสองคำสั้นๆ... ผลาญเงิน!
สถานะการคลังของต้าโจวเพิ่งจะเริ่มคล่องตัวได้ไม่กี่ปีมานี้เอง คราวนี้ได้เรื่องเลย เงินก้นถุงเล็กๆ น้อยๆ ที่อุตส่าห์ค่อยๆ เก็บหอมรอมริบมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขายังไม่ทันจะได้กอดให้หายหนาวด้วยซ้ำ เดี๋ยวก็ต้องเททุ่มลงไปจนหมดเกลี้ยงแล้ว
(จบตอน)
บทที่ 2075 : ช้าลงหน่อย
บทที่ 2075 ช้าลง
ชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ใกล้กับพื้นที่ใจกลางของต้าโจว จึงจำเป็นต้องเน้นการพัฒนาและเสริมกำลังป้องกันเป็นพิเศษ
ส่วนชายฝั่งอีกด้านที่ติดกับถิ่นฐานของเผ่าสตรีนักรบ แม้ด้านหนึ่งจะเป็นเทือกเขาและอีกด้านเป็นทะเลทราย ซึ่งลำพังแค่สภาพภูมิประเทศตามธรรมชาตินี้ก็เพียงพอจะทำให้ผู้บุกรุกต้องกระอักเลือดแล้ว
แต่ถึงกระนั้น พวกเขาก็ไม่อาจปล่อยปละละเลยได้ การวางกำลังป้องกันพื้นฐานที่ควรทำก็ยังต้องทำอยู่ดี
ภายใต้เงื่อนไขนี้ เมื่อเทียบกับชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือที่จะมีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในเร็วๆ นี้ การก่อสร้างบริเวณชายฝั่งด้านถิ่นนักรบหญิงกลับยุ่งยากกว่ามาก
ทางบกต้องข้ามเขาลงห้วย ทางรถไฟก็ตัดไปไม่ถึง ส่วนทางน้ำก็ยังไม่มีเรือรบ จึงยังเปิดเส้นทางเดินเรือไม่ได้
ดังนั้นหากต้องการก่อสร้างในพื้นที่เล็กๆ ตรงนั้น กำลังคนและวัสดุอุปกรณ์จึงต้องขนส่งผ่านเรือเหาะของพวกก๊อบลินทางอากาศเท่านั้น
ซึ่งทำให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการจัดกำลังคนไปประจำการที่นั่น ซึ่งก็นับเป็นค่าใช้จ่ายก้อนโตที่ไม่อาจมองข้าม
การเปิดพื้นที่ใหม่ทั้งสองแห่งนี้ ทำให้สถานการณ์การคลังของต้าโจวในระยะนี้ตึงตัวขึ้นมาทันที
เงินเก็บที่สั่งสมมาในช่วงหลายปีก่อน แม้จะยังพอประคับประคองไปได้สักระยะ แต่คนเราหากไม่มองการณ์ไกล ย่อมต้องเผชิญกับปัญหาเฉพาะหน้าในไม่ช้า
ไม่ว่าจะเป็นการบริหารประเทศ หรือการตั้งแผงขายของข้างทาง หัวใจสำคัญอยู่ที่การสร้างกำไรบนพื้นฐานของความสมดุลระหว่างรายรับและรายจ่าย เพื่อให้กิจการดำเนินต่อไปได้อย่างยาวนาน
ก่อนหน้านี้ ต้าโจวทำจุดนี้ได้สำเร็จอย่างแน่นอน
แต่ทว่าตอนนี้ สถานการณ์กลับตาลปัตรไปแล้ว
ด้วยโครงการใหม่ๆ ที่เริ่มดำเนินการ ต้าโจวเริ่มต้องควัก 'เงินเก็บ' ออกมาใช้ ทุนรอนที่สะสมมาหลายปีเริ่มถูกทุ่มลงไป
นี่หมายความว่าอะไร? หมายความว่าความสมดุลระหว่างรายรับรายจ่ายได้ถูกทำลายลงแล้ว ณ ขณะนี้
หากสถานการณ์นี้ไม่ได้รับการแก้ไข เงินในท้องพระคลังของต้าโจวก็มีแต่จะยิ่งใช้ยิ่งน้อยลง
แต่ว่ากันตามตรง เรื่องนี้จัดการยากจริงๆ
ในระยะนี้ที่ภายในประเทศค่อนข้างสงบ รายได้ทางการคลังของประเทศในแต่ละปีจึงนิ่งตามไปด้วย ยากที่จะเห็นการเติบโตหรือลดลงอย่างก้าวกระโดด
เมื่อเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ หากต้องการเพิ่มรายได้เข้าคลัง วิธีที่ง่ายและหยาบที่สุดก็คือการขึ้นภาษี แต่โจวซวี่ไม่มีความคิดที่จะทำเช่นนั้นอย่างแน่นอน
ภาษีส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเป็นอยู่ของประชาชน หากชาวบ้านอยู่ไม่ดี ก็จะเป็นการฝังรากปัญหาให้แก่ประเทศชาติ
ในมุมมองของโจวซวี่ นี่คือหนทางสุดท้ายเมื่อจนตรอกและไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ
แน่นอน เขาสามารถเลือกออกพันธบัตรรัฐบาลได้ แต่เขาก็ต้องมีเงินมาใช้คืนด้วย
ถึงเวลาออกพันธบัตรไปแล้ว ถ้าหาเงินมาคืนไม่ได้ ปัญหาก็จะยิ่งลุกลามใหญ่โตกว่าเดิม
สาเหตุที่ต้าโจวเกิดภาวะการเงินตึงตัวในตอนนี้ ไม่ใช่เพราะพวกเขายากจน แต่เป็นเพราะพวกเขาใช้เงินมือเติบเกินไปต่างหาก
นิสัยของโจวซวี่คือ พอมีเงินในมือเมื่อไหร่ ก็มักจะอยากพัฒนาอะไรสักอย่าง
ช่วยไม่ได้ อาณาเขตของต้าโจวกว้างใหญ่ไพศาลเกินไป ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับการพัฒนา เขาจะไม่ร้อนใจได้อย่างไร?
หากเปรียบเทียบเป็นเครื่องจักร เครื่องจักรเครื่องนี้ก็เดินเครื่องเต็มกำลังมาโดยตลอด
ต้องรู้ไว้ว่า โดยปกติแล้วแม้แต่ราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่ หากต้องการจะเคลื่อนไหวทำอะไรใหญ่โต อย่างน้อยต้องใช้เวลาสั่งสมบารมีและทุนรอนชั่วคนหนึ่ง หรืออาจต้องหลายชั่วคนด้วยซ้ำ
กลับมาดูที่ต้าโจว เพียงร้อยกว่าปีสั้นๆ โจวซวี่พาต้าโจวพัฒนาก้าวกระโดดจากยุคหินมาจนถึงขั้นนี้ แถมระหว่างทางยังทำสงครามมาไม่น้อย
ประสิทธิภาพระดับนี้ไม่ใช่แค่สูงธรรมดา แต่ถ้าจะบอกว่าเร็วปานติดปีกบินก็ยังถือว่าถ่อมตัวไปเลย
แต่ในความเป็นจริง การพัฒนาตามปกติของอารยธรรมหนึ่งไม่ควรจะเร็วขนาดนั้น
ที่โจวซวี่เป็นแบบนี้เพราะเขาผ่านการชุบตัวจากโลกสมัยใหม่มา ในจิตใต้สำนึกของเขาจึงมีเป้าหมายอ้างอิงอยู่ นั่นคือประเทศในยุคปัจจุบัน
เขาแบกต้าโจวไว้บนบ่า ผลาญเงินอย่างบ้าคลั่ง เพื่อพุ่งชนเป้าหมายนั้นด้วยความเร็วสูงสุด
ต้าโจวพัฒนามาแล้วร้อยกว่าปี เขาก็ผลาญเงินมาตลอดร้อยกว่าปี รักษาระดับความเร็วแบบวิ่งร้อยเมตรมาตลอด ไม่เคยผ่อนฝีเท้าลงอย่างแท้จริงเลย
จนกระทั่งตอนนี้ เมื่อหันกลับมาดู เขาพบว่าต่อให้อยากจะพุ่งต่อ ก็พุ่งไม่ไหวแล้ว
ประสิทธิภาพการขับเคลื่อนของประเทศนี้มาถึงขีดจำกัดแล้ว ขืนฝืนต่อไป จะต้องเกิดปัญหาแน่
การพัฒนาอารยธรรมคือการวิ่งมาราธอน ไม่ใช่วิ่งร้อยเมตร
ความจริงที่อยู่ตรงหน้า เรียกร้องให้เขาต้องผ่อนฝีเท้าลง
อันที่จริง นี่ต่างหากคือเรื่องปกติ! ประสิทธิภาพก่อนหน้านี้ต่างหากที่ไม่ปกติ!
เป็นเพราะต้าโจวรักษาระดับประสิทธิภาพสูงลิ่วมาตั้งแต่ก่อตั้งประเทศ ประชาชนชาวต้าโจวเลยเกิดภาพลวงตาว่านั่นคือประสิทธิภาพในระดับปกติ
ซ่งจินอวี้ ผู้รั้งตำแหน่งเจ้ากระทรวงการคลังมาอย่างยาวนาน อาจจะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเรื่องความช้าเร็วของประสิทธิภาพอยู่บ้าง แต่เขาเข้าใจแจ่มแจ้งว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร
“ฝ่าบาท ถึงขั้นนี้แล้ว การจะเพิ่มรายได้เข้าคลังมหาศาลนั้นยาก แต่หากต้องการหลีกเลี่ยงสภาวะรายรับไม่พอกับรายจ่ายที่อาจเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า จริงๆ แล้วทำได้ง่ายมากพะยะค่ะ”
“เราเพียงแค่ลดงบประมาณการลงทุน ลดประสิทธิภาพความเร็วของโครงการก่อสร้างและพัฒนาต่างๆ แล้วยืดระยะเวลาโครงการออกไปก็พอ”
“โครงการหนึ่ง เดิมทีอัดฉีดงบและคนเต็มที่ เสร็จภายในหนึ่งปี ก็เปลี่ยนเป็นลดงบและคนลงครึ่งหนึ่ง ให้เสร็จภายในสองปีก็ไม่เสียหาย”
“ถ้ายังไม่ไหวก็แก้เป็นสามปี สี่ปี! ด้วยวิธีนี้ ปัญหาการเงินย่อมทุเลาลงได้”
“ในทำนองเดียวกัน สมมติว่ารายได้เข้าคลังของต้าโจวปีละห้าสิบล้านเหรียญเงิน เราก็จำกัดงบลงทุนพัฒนาไว้ที่สี่สิบห้าล้านเหรียญเงิน ส่วนอีกห้าล้านก็เก็บเข้าคลัง สะสมสักไม่กี่ปี ท้องพระคลังก็จะกลับมาอู้ฟู่เอง”
สัจธรรมสูงสุดคืนสู่สามัญ เรื่องราวมากมายพูดไปแล้วก็เป็นเรื่องง่ายๆ
เรื่องมาถึงขั้นนี้ โจวซวี่ไม่มีช่องทางให้ปฏิเสธ
“งั้นก็ชะลอโครงการอื่นลง ให้ความสำคัญกับการจัดตั้งกองเรือลาดตระเวนในน่านน้ำตะวันออกเฉียงเหนือเป็นอันดับแรก”
ซ่งจินอวี้เห็นได้ชัดว่าอยากทำแบบนี้มานานแล้ว เมื่อได้รับคำสั่งจากโจวซวี่ เขาก็ไม่รีรออีกต่อไป เงื้อดาบยักษ์ที่ชื่อว่า 'ตัดงบประมาณ' ขึ้นมา แล้วฟันฉับๆ ลงไปอย่างไม่ยั้งมือ
ปฏิบัติการหั่นงบเริ่มไล่ตั้งแต่คอสเวย์เบย์ไปจนถึงจิมซาจุ่ย ทำเอาเหล่ากลุ่มโครงการต่างๆ ที่ได้รับแจ้งข่าวพากันร้องโอดโอยระงมไปทั่วในชั่วพริบตา
หัวหน้าโครงการจำนวนไม่น้อยถึงกับหิ้วเชือกแขวนคอ เตรียมจะบุกมาทวงถามคำอธิบายจากซ่งจินอวี้
แต่ถึงอย่างไรพวกเขาก็ไม่ใช่ซ่งจินอวี้ การกระทำจึงไม่ได้สุดโต่งขนาดนั้น แถมฝีมือการผูกคอตายก็ไม่ได้เชี่ยวชาญเท่าไหร่ พอมาถึงที่แล้วได้ยินว่ามีการขยายระยะเวลาโครงการให้...
โครงการที่เดิมกำหนดให้เสร็จภายในหนึ่งปี ตอนนี้ขยายเวลาเป็นสองปีแล้วงั้นหรือ?
พอลองคำนวณดูในหัว... อืม! ทันถมเถ!
เมื่อเป็นเช่นนั้น อารมณ์ของแต่ละคนจึงค่อยๆ ผ่อนคลายลงไปเอง
คนกลุ่มนี้จัดว่าเป็นพวกโครงการก่อสร้าง ซึ่งรับมือได้ค่อนข้างง่าย โดยปกติแล้วขอแค่มีเวลาเพียงพอให้งานเสร็จสิ้นไปได้ด้วยดี พวกเขาก็ไม่ได้ติดใจอะไร
เพราะสำหรับพวกเขาแล้ว ก่อนที่จะเกษียณอายุ จะทำโครงการหนึ่งปีหรือสองปีมันก็คือการทำงานเหมือนกัน โดยเนื้อแท้แล้วไม่ได้มีอะไรแตกต่าง
ที่รับมือยากหน่อยก็คือพวกกลุ่มโครงการวิจัย โดยเฉพาะโครงการยักษ์ใหญ่ทั้งหลายที่ผลาญงบประมาณรวดเร็วอย่างกับเผาทิ้ง
บางครั้งหากเงินทุนไปไม่ถึง ให้เวลาเพิ่มไปก็ไร้ความหมาย ถ้าขาดงบวิจัย โครงการก็ขับเคลื่อนต่อไปไม่ได้
เพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ หลังจากตรวจสอบความถูกต้องแล้ว ซ่งจินอวี้ก็จะอนุมัติงบประมาณเพิ่มให้ตามความเหมาะสม
ถึงแม้งบก้อนนี้จะยังน้อยกว่ายอดเดิม แต่ในเมื่อยังได้เงินมาบ้าง ก็ถือว่าช่วยระงับเหตุให้สงบลงได้ทั้งสองฝ่าย
(จบบท)