เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1958 : การเปลี่ยนแปลงในป่าเอลฟ์ | บทที่ 1959 : ไฮดราอาละวาด

บทที่ 1958 : การเปลี่ยนแปลงในป่าเอลฟ์ | บทที่ 1959 : ไฮดราอาละวาด

บทที่ 1958 : การเปลี่ยนแปลงในป่าเอลฟ์ | บทที่ 1959 : ไฮดราอาละวาด


บทที่ 1958 : การเปลี่ยนแปลงในป่าเอลฟ์

ณ เมืองจันทร์ทมิฬ ศูนย์กลางแห่งแคว้นต้าโจว โครงการขยายไฟฟ้าได้เริ่มดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป และเมื่อไฟฟ้าแพร่หลายมากขึ้น การไฟฟ้าก็กลายเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ยุ่งที่สุดของแคว้นในทันที

ในช่วงเวลานี้เอง ฤดูกาลก็ได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเงียบงัน

ฤดูหนาวปีนี้เป็นช่วงเวลาที่แสนวุ่นวายสำหรับต้าโจว และสำหรับเหล่าเอลฟ์ที่อยู่ไกลออกไปในป่าเอลฟ์ มันก็แตกต่างไปจากทุกครั้งที่ผ่านมา

“เจ้าว่าเจ้าหนูคาร์เตอร์นั่น ไปตั้งนานแล้ว ทำไมไม่ส่งข่าวกลับมาบ้างเลย? ไม่คิดจะกลับมาเยี่ยมบ้านบ้างหรือไง?”

ในเช้าวันใหม่ที่อากาศค่อนข้างดี เอลฟ์วัยกลางคนสองคนนั่งคุยกันอยู่หน้าบ้านต้นไม้ พลางอาบแดดอุ่น

หนึ่งในนั้น เมื่อพูดถึงลูกชายของตนที่ไปทำงานในต้าโจว ก็อดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เอลฟ์วัยกลางคนอีกคนก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างประหลาดใจ

“นานแล้วเหรอ? พวกเขาเพิ่งจะออกเดินทางไปเมื่อไม่นานมานี้เองไม่ใช่หรือ?”

“...”

บทสนทนานี้ทำให้เอลฟ์ทั้งสองต่างมองหน้ากันไปมา

ในบทสนทนาอันสั้นนี้ คนที่แปลกไม่ใช่เอลฟ์คนที่ตอบ แต่เป็นพ่อของคาร์เตอร์ต่างหาก

ต้องเข้าใจว่า สำหรับเผ่าพันธุ์ที่มีอายุขัยยาวนานอย่างเอลฟ์แล้ว ตามการรับรู้เรื่องเวลาของพวกเขา สามปีหรือห้าปีก็ยังสามารถนับเป็น 'เมื่อไม่นานมานี้' ได้

คาร์เตอร์และคนอื่นๆ ออกเดินทางไปในฤดูใบไม้ผลิ และตอนนี้เพิ่งจะเข้าสู่ฤดูหนาว นับไปนับมาก็เป็นเวลาเพียงครึ่งปีกว่าเท่านั้น

ช่วงเวลาเพียงเท่านี้ สำหรับเอลฟ์แล้ว มันคือ 'เมื่อไม่กี่วันก่อน' จริงๆ

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง พ่อของคาร์เตอร์ก็ดูเหมือนจะตระหนักได้ว่าปัญหาอยู่ที่ตัวเขาเอง

ตอนที่ลูกชายยังอยู่ข้างกาย เขายังไม่รู้สึกอะไร พอลูกจากไป วันแรกๆ ก็ยังดีอยู่ แต่พอผ่านช่วงนั้นไป พ่อของคาร์เตอร์ก็พบว่าพอมีเวลาว่างเมื่อไหร่ เขาก็อดคิดถึงลูกชายไม่ได้

ในจุดนี้ เผ่าเอลฟ์ก็ไม่ต่างกัน

สิ่งที่ควรกล่าวถึงคือ เหล่าเอลฟ์ที่มีความทะเยอทะยานในการทำงาน ไม่พอใจกับชีวิตที่เป็นอยู่ และมีความอยากรู้อยากเห็นต่อโลกภายนอก ส่วนใหญ่ได้จากไปเมื่อต้นปี โดยมากเป็นเอลฟ์รุ่นเยาว์

ส่วนพวกที่ยังคงอยู่ในป่าเอลฟ์ตอนนี้ คือพวกที่พอใจกับสภาพที่เป็นอยู่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเอลฟ์รุ่นเก่า

ภายใต้เงื่อนไขนี้ เอลฟ์ที่อายุไม่น้อยแล้วอย่างพ่อของคาร์เตอร์ ยิ่งเป็นตัวอย่างคลาสสิกของคนที่ใช้ชีวิตอย่างสบายๆ มาค่อนชีวิต ต่อให้มีความปรารถนาบางอย่างมากระตุ้น ก็ยากที่จะทำให้เขาขยันขึ้นมาเป็นพิเศษได้ เวลาส่วนใหญ่จึงมักจะว่างงาน

สิ่งนี้ทำให้เขาคิดถึงลูกชายเกือบทุกวัน เดี๋ยวก็คิดว่าลูกเป็นอย่างไรบ้าง เดี๋ยวก็กังวลว่าลูกชายจะไปเจอเรื่องร้ายที่ไหนหรือเปล่า

พูดได้อย่างไม่เกินจริงเลยว่า นับจากนั้นเป็นต้นมา พ่อของคาร์เตอร์ใช้ชีวิตอยู่กับความวิตกกังวลเล็กน้อยทุกวัน

นี่จึงทำให้ช่วงเวลาที่ควรจะสั้นมากสำหรับพวกเขา กลับกลายเป็นความทรมานและยาวนาน

เมื่อตระหนักถึงปัญหานี้ สภาพทั้งตัวของพ่อของคาร์เตอร์ก็ดูหดหู่ลงอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อเห็นภาพนั้น เอลฟ์วัยกลางคนที่อยู่ข้างๆ ก็อดไม่ได้ที่จะเสนอแนะ

“อย่ากังวลไปเลยน่า มีคนในเผ่าอยู่ด้วยกันตั้งเยอะ จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นได้? ข้าว่าท่านน่ะว่างเกินไปทั้งวัน หาอะไรทำดีกว่า”

“หาอะไรทำดีกว่างั้นรึ?”

พ่อของคาร์เตอร์พึมพำกับตัวเอง

“หาอะไรทำล่ะ?”

“ก็หาเงินน่ะสิ”

พูดจบ เอลฟ์วัยกลางคนคนนั้นก็ลุกขึ้นยืน

“ได้เวลาแล้ว ข้าต้องไปทำงานแล้วล่ะ ปีนี้ยังอยากจะซื้อเสื้อหนาวตัวใหม่ให้ลูกข้าอยู่เลย”

พอพูดถึงลูกของตัวเอง เอลฟ์วัยกลางคนคนนั้นก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ 'เฮะๆ' ออกมา

เทียบกับคาร์เตอร์แล้ว ลูกของเอลฟ์วัยกลางคนผู้นี้อายุยังไม่ถึงหนึ่งร้อยปี เผ่าเอลฟ์จะบรรลุนิติภาวะเมื่ออายุสามร้อยปี ดังนั้นอายุไม่ถึงร้อยปีก็เทียบเท่ากับเด็กมนุษย์ที่อายุก่อนหกขวบ เป็นช่วงวัยที่น่ารักที่สุด

เพื่อที่จะซื้อเสื้อหนาวตัวใหม่ให้ลูกรัก คุณพ่อก็เกิดความกระตือรือร้นขึ้นมา เขาตบฝุ่นตามตัวแล้วก็รีบวิ่งไปทำงานอย่างมีความสุข

ระหว่างนั้น พ่อของคาร์เตอร์มองแผ่นหลังของเพื่อนที่กำลังจากไป ในใจก็รู้สึกพูดไม่ออก

แต่เขาก็เก็บคำพูดของอีกฝ่ายมาคิดอยู่บ้าง

“หาเงินงั้นรึ?”

สินค้าจากแคว้นต้าโจวนั้น ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด

แม้แต่พ่อของคาร์เตอร์เองก็ยอมรับในข้อนี้ อย่างน้อยเตาถ่านที่คาร์เตอร์ซื้อกลับมาคราวก่อน เขาก็ใช้มันอย่างมีความสุข ยิ่งอากาศหนาวเท่าไหร่ มันก็ยิ่งมีประโยชน์มากเท่านั้น

ก่อนหน้านี้ ขอแค่มีเงินซื้อถ่านรังผึ้ง และนานๆ ครั้งได้ไปตลาดการค้าเพื่อปรับปรุงอาหารการกิน เขาก็พอใจแล้ว ใช้ชีวิตอย่างสบายๆ ไปวันๆ

‘แต่ตอนนี้ คำพูดของเพื่อนบ้านก็ทำให้หัวใจของพ่อคาร์เตอร์เริ่มสั่นคลอน’

[หรือว่า... เราจะทำงานเพิ่มอีกสักหน่อยดี?]

และเรื่องราวทำนองนี้ ก็กำลังเกิดขึ้นในที่ต่างๆ ทั่วป่าเอลฟ์

ในยามที่เหล่าเอลฟ์รุ่นเยาว์ที่เปี่ยมด้วยพลังและเอาแต่สร้างความวุ่นวายทั้งวันได้ออกไปทำงานต่างถิ่นกันหมด ป่าเอลฟ์ก็เงียบสงบลงอย่างแท้จริง

แต่เมื่อความเงียบสงบดำเนินไปนานเข้า เอลฟ์รุ่นเก่าจำนวนไม่น้อยก็เริ่มรู้สึกว้าเหว่

เหล่าเอลฟ์รุ่นใหญ่ที่เริ่มตระหนักว่าพอว่างแล้วจะรู้สึกกระวนกระวายใจ ก็เริ่มหาอะไรทำกันเองโดยไม่รู้ตัว

แล้วในไม่ช้าก็ค้นพบว่า การหาอะไรทำมันดีจริงๆ

เวลาที่พวกเขายุ่งอยู่กับงาน ก็จะไม่มัวแต่คิดถึงเจ้าลูกชายตัวแสบที่บ้าน

แถมยังหาเงินได้มากขึ้น สามารถไปซื้อของดีๆ ที่ตลาดการค้าได้ไม่น้อย อาหารการกินก็ดีขึ้น เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว

จะว่าไป...มันก็ไม่เลวเลยแฮะ

แม้ช่วงแรกจะยังไม่ค่อยชิน แต่พอปรับตัวได้สักพัก พ่อของคาร์เตอร์ก็พบว่าชีวิตแบบนี้มันดีไม่หยอกเลย

เมื่อได้กินอิ่มทุกวัน ประกอบกับข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันที่ค่อยๆ ทยอยซื้อเพิ่มเข้ามา ชีวิตก็ยิ่งสะดวกสบายมากขึ้น

ส่วนเรื่องงานที่ต้องออกแรง การได้ขยับเขยื้อนร่างกายบ้างก็ถือเป็นเรื่องจำเป็น

เมื่อครู่นี้เอง พ่อของคาร์เตอร์ฉวยโอกาสช่วงพักกลางวันไปซดบะหมี่ที่ตลาดการค้า แล้วก็ซื้อถุงมือทำงานแบบหนาพิเศษสำหรับกันหนาวให้ตัวเองอีกหนึ่งคู่

พอมีถุงมือคู่นี้ เขาก็รู้สึกว่าต่อให้หลังจากนี้อากาศจะหนาวแค่ไหน เขาก็สามารถโหมงานตัดไม้ โหมงานหาเงินได้อย่างเต็มที่!

ความรู้สึกนี้มันเหมือนกับว่าเขาเพิ่งได้ไอเทมพิเศษชิ้นใหม่มาอย่างไรอย่างนั้น ทำให้เขาแทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะได้ลอง 'อานุภาพ' ของอุปกรณ์ชิ้นนี้

ด้วยความคิดเช่นนี้ พ่อของคาร์เตอร์จึงสวมถุงมือพลางฮัมเพลงที่ไม่รู้จักในลำคอ เดินลิ่วไปยังโรงตัดไม้ด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง

ทว่าในขณะที่เขากำลังจะ 'สำแดงเดช' อยู่นั้นเอง ทันใดนั้นก็มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวฟ้าถล่มดังมาจากที่ไกลๆ ทำให้เหล่าเอลฟ์จำนวนมากที่กำลังทำงานอยู่ในโรงตัดไม้ต้องพากันหยุดชะงัก

“เกิดอะไรขึ้น?”

“มีเรื่องอะไรกัน?”

ในขณะเดียวกัน เสียงคำรามแหลมสูงที่แฝงไปด้วยเสียงขู่ฟ่อพลันทำลายความสงบสุขของป่าเอลฟ์ลงโดยสิ้นเชิง อสูรกายตนหนึ่งที่ทั่วทั้งร่างเป็นสีดำทมิฬและมีหัวงูอันน่าสยดสยองเก้าหัวได้ปรากฏตัวขึ้นที่อีกฟากหนึ่งของป่าเอลฟ์

ทหารยามเอลฟ์ไม้ที่ซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆ เผยสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด ก่อนจะตะโกนใส่ต้นไม้ใหญ่ข้างกาย...

“สถานการณ์ฉุกเฉิน! รีบทูลฝ่าบาทเร็วเข้า! พวกดาร์กเอลฟ์... พวกดาร์กเอลฟ์บุกกลับมาแล้ว!!”

บทที่ 1959 : ไฮดราอาละวาด

ณ ป่ารอบนอกอีกฟากหนึ่งของป่าเอลฟ์ ไฮดรากำลังอาละวาดอย่างหนัก

มันอ้าปากกว้างน่าสยดสยอง พ่นไอพิษสีม่วงออกมาจากปากของมันอย่างต่อเนื่อง ไอพิษนั้นกัดกร่อนทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวอย่างรวดเร็ว

ต้นไม้และพืชพรรณในบริเวณนั้นเน่าเปื่อยอย่างรวดเร็วในชั่วพริบตาที่สัมผัสกับไอพิษสีม่วงนั้น

ในเวลาไม่นาน อันตรายก็คืบคลานไปถึงทหารยามเอลฟ์ไม้ที่กำลังส่งสัญญาณอยู่

ไม่มีเวลาให้คิดมาก ทหารยามเอลฟ์ไม้ผู้นั้นก็เริ่มร่ายคาถา ในชั่วพริบตาก็แปลงร่างเป็นหมาป่าสีเทาแล้ววิ่งลึกเข้าไปในป่า ที่แท้เขาก็คือเอลฟ์ดรูอิด!

“โฮ่….”

เสียงหอนของหมาป่าถูกใช้เป็นสัญญาณเตือนภัย เหล่าเอลฟ์ตลอดเส้นทางต่างเข้าสู่สภาวะเตรียมพร้อมรบทันที

ในขณะเดียวกัน การบุกรุกของไฮดราก็ส่งเสียงดังสนั่นหวั่นไหวจนแม้แต่ไลท์ที่อยู่ในปราสาทราชาเอลฟ์ก็ได้ยิน

เพียงแต่ว่าในตอนนั้นเขายังไม่รู้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น

เมื่อเห็นเอลฟ์ไม้รีบร้อนวิ่งเข้ามาต่อหน้า เขาจึงรีบถามขึ้นว่า…

“เกิดอะไรขึ้น?”

“มีข่าวฉุกเฉินจากป่ารอบนอก ดาร์กเอลฟ์บุกกลับมาแล้ว!”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น แววตาของไลท์ก็เคร่งขรึมลง ในดวงตาสีไพลินของเขาฉายแววซับซ้อนอย่างบอกไม่ถูก

“นำประชาชนทั่วไปไปหลบภัย”

ไม่มีเวลาให้คิดมาก หลังจากออกคำสั่งแล้ว ไลท์ก็เรียกกวางตัวผู้ของเขาออกมา หยิบดาบคู่ใจ แล้วกระโจนลงจากระเบียงปราสาทราชาเอลฟ์มุ่งหน้าไปยังป่ารอบนอกทันที

ในขณะเดียวกัน ที่ป่ารอบนอก ชาวเอลฟ์จำนวนมากที่ทำงานอยู่ใกล้ๆ ต่างก็รีบหนีลึกเข้าไปในป่าตามเสียงสัญญาณเตือนภัย

กองกำลังที่รับผิดชอบการป้องกันรอบนอกเข้าประจำที่แล้ว แต่ไอพิษสีม่วงที่ไฮดราพ่นออกมาไม่หยุดนั้นน่ากลัวเกินไป ความสามารถในการกัดกร่อนอันรุนแรงของมันทำให้เหล่าทหารเอลฟ์ไม่สามารถเข้าใกล้ได้เลย ทำให้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบอย่างสิ้นเชิง

ชั่วขณะหนึ่ง พวกเขาทำได้เพียงปล่อยให้ไฮดราทำตามใจชอบ จนกระทั่งเสียงเหยี่ยวร้องดังก้องมาจากฟากฟ้า

หน่วยอัศวินอินทรียักษ์ของเอลฟ์ไม้มาถึงแล้ว!

ไฮดราที่มีขนาดราวกับภูเขาลูกเล็กนั้นโดดเด่นเกินไป เหล่าอัศวินอินทรียักษ์ที่มาถึงสนามรบต่างบินวนอยู่เบื้องบน พร้อมกับง้างคันธนูยิงไปยังไฮดราที่กำลังอาละวาดอย่างรวดเร็ว เพื่อพยายามยับยั้งลมหายใจพิษของมัน และสร้างโอกาสให้กองกำลังอื่นเข้าโจมตี

ทว่าเกล็ดของไฮดรานั้นแข็งแกร่งทนทานราวกับเหล็กกล้า คมดาบและคมหอกก็มิอาจระคาย ด้วยพลังของลูกธนูจากอัศวินอินทรียักษ์นั้นมีจำกัด เมื่อตกลงบนร่างของไฮดราจึงไม่สามารถสร้างความเสียหายใดๆ ได้เลย และถูกดีดออกไปในทันที

ในขณะนั้นเอง วงเวทสีเขียวขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้น ท่ามกลางพลังเวทที่พลุ่งพล่าน เถาวัลย์จำนวนมากก็ผุดออกมาจากพื้นดินอย่างรวดเร็ว แล้วพันรอบร่างงูขนาดมหึมาของไฮดราในพริบตา

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เหล่าจอมเวทเอลฟ์ไม้ที่อยู่ใกล้กับบริเวณรอบนอกที่สุดได้มาถึงแล้ว

เช่นเดียวกับฝั่งต้าโจว พวกเขาทุกคนต่างก็เป็นเอลฟ์ไม้ กลยุทธ์และรูปแบบการต่อสู้ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษจึงไม่แตกต่างกันมากนัก

เหล่าจอมเวทเอลฟ์ไม้ฝั่งนี้ก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน เมื่อได้รับการสนับสนุนจากพลังเวทอย่างเต็มที่ เถาวัลย์ก็เติบโตด้วยความเร็วราวกับปาฏิหาริย์ ในชั่วพริบตาก็ปกคลุมร่างของไฮดราไปแล้วกว่าครึ่ง

เมื่อไฮดรารู้สึกตัวว่าถูกเถาวัลย์พันธนาการ มันก็ดิ้นรนตามสัญชาตญาณ เพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อย เถาวัลย์จำนวนมากก็ขาดสะบั้นลงในทันที

ก็สมควรอยู่ เมื่อดูจากขนาดมหึมาของมันแล้ว พลังของอสูรกายตัวนี้ย่อมไม่ธรรมดา แค่เพียงมันสะบัดหางเบาๆ ก็ถือเป็นการโจมตีที่ทำลายล้างสำหรับกองกำลังทั่วไปแล้ว

แต่ดูเหมือนว่าเหล่าจอมเวทเอลฟ์ไม้ยังไม่คิดที่จะยอมแพ้ พวกเขายังคงส่งพลังเวทออกไปอย่างต่อเนื่อง

ในระหว่างนั้น คาถา ‘ดูดซับพลังงาน’ ก็ถูกใช้ออกมาด้วยเช่นกัน เรียกได้ว่าเป็นการโจมตีสองทางพร้อมกัน

ทว่าไฮดราตัวนี้ก็ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตธรรมดาเช่นกัน มันมีสติปัญญาสูงและตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว หัวทั้งเก้าของมันเริ่มพ่นไอพิษใส่รอบตัวอย่างบ้าคลั่ง

ในชั่วพริบตา ร่างมหึมาของไฮดราก็อาบไปด้วยไอพิษสีม่วงจนท่วม

ไฮดราไม่กลัวไอพิษที่ตัวเองพ่นออกมา

แต่เถาวัลย์ที่พันรอบตัวมันกลับโชคร้าย มันกำลังถูกไอพิษกัดกร่อนอย่างรวดเร็วจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

เถาวัลย์ที่ถูกกัดกร่อนอย่างต่อเนื่องนั้นอ่อนแอลงอย่างมาก ไฮดราเพียงแค่ดิ้นเบาๆ เถาวัลย์ส่วนใหญ่ก็ขาดสะบั้นลง

เมื่อมาถึงจุดนี้ ไฮดราก็ได้กลายเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตกในสายตาของเหล่าจอมเวทเอลฟ์ไม้ไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม อาจกล่าวได้ว่านี่เป็นเพราะพลังของเหล่าจอมเวทเอลฟ์ไม้เองยังไม่แข็งแกร่งพอ

หากมีพลังมากพอ ด้วยการส่งพลังเวทออกไปอย่างบ้าคลั่ง ทำให้ความเร็วในการเติบโตของเถาวัลย์แซงหน้าความเร็วในการกัดกร่อนของไอพิษในชั่วพริบตา แล้วสูบพลังงานภายในร่างของไฮดราจนหมดสิ้น ในทางทฤษฎีแล้วก็สามารถทำได้เช่นกัน

แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ในฐานะกองกำลังที่มาถึงสนามรบเป็นกลุ่มแรก เหล่าจอมเวทเอลฟ์ไม้ก็ได้ถ่วงเวลาการเคลื่อนไหวของไฮดราได้ในระดับหนึ่ง และซื้อเวลาให้กองกำลังที่ตามมาได้เดินทางมาถึง

ในไม่ช้า ลมกระโชกแรงก็พัดมาจากด้านหลัง

ไอพิษที่ก่อนหน้านี้ทำให้เหล่าจอมเวทเอลฟ์ไม้และอัศวินอินทรียักษ์จนปัญญา ก็ถูกลมกระโชกแรงนี้พัดหายไปจนหมดสิ้นในทันที!

หลังจากลมแรงพัดผ่านไป โดยอาศัยต้นไม้ในป่าเอลฟ์เป็นที่กำบัง ห่าธนูที่ประกอบด้วยลูกธนูพิเศษก็พุ่งออกมาจากส่วนลึกของป่าเอลฟ์

ในวินาทีที่ลูกธนูพุ่งเข้าใส่ไฮดรา ก็มีเสียงระเบิดดัง ‘ตู้ม’ ขึ้น ลูกธนูที่พุ่งเข้ามานั้นระเบิดออกทันที พลังทำลายล้างของมันคาดว่าไม่ด้อยไปกว่าระเบิดมือหนึ่งลูก

เห็นได้ชัดว่าพลังของลูกธนูเหล่านี้เทียบไม่ได้กับลูกธนูที่เหล่าอัศวินอินทรียักษ์ยิงออกไปก่อนหน้านี้

นี่คือลูกธนูเวทมนตร์ของเอลฟ์ที่หน่วยรบพิเศษของไฮเอลฟ์อย่าง ‘พลธนูเทวะเอลฟ์’ เท่านั้นที่เชี่ยวชาญ!

อย่างเช่น ‘ลูกธนูติดตาม’ ที่เหล่าอัศวินเอลฟ์และอัศวินอินทรียักษ์เคยใช้ จริงๆ แล้วก็เป็นลูกธนูเวทมนตร์ของเอลฟ์ชนิดหนึ่งเช่นกัน เพียงแต่ว่า ‘ลูกธนูติดตาม’ เป็นเพียงทักษะระดับเริ่มต้นที่ค่อนข้างทั่วไป และหลายหน่วยรบก็สามารถใช้ได้

ส่วนลูกธนูเวทมนตร์ของเอลฟ์ระดับสูงอื่นๆ นั้น จำเป็นต้องผ่านการฝึกฝนที่สอดคล้องกัน และต้องได้รับระดับชั้น ‘พลธนูเทวะเอลฟ์’ เสียก่อนจึงจะสามารถใช้ได้

พลธนูเทวะเอลฟ์ระดมยิงห่าธนูออกมาหนึ่งชุด ลูกธนูระเบิดหลายร้อยดอกพุ่งออกไปพร้อมกัน แม้แต่ไฮดราที่มีขนาดราวกับภูเขาลูกเล็กก็ยังถูกระเบิดต่อเนื่องที่หนาแน่นกลืนกินเข้าไปในทันที

ทว่าการจะสังหารมันเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่เรื่องง่าย

“โฮกกก!”

ขณะที่ทนรับแรงกระแทกจากการระเบิดอย่างต่อเนื่อง ในตอนนี้ไฮดราที่โกรธจัดอย่างเห็นได้ชัดก็พ่นไอพิษเข้าใส่ป่าอีกครั้ง

แต่วินาทีก่อนหน้า ก๊าซพิษเพิ่งจะถูกพ่นออกจากปากงูทั้งเก้าของมัน ทว่าวินาทีต่อมา สายลมรุนแรงพลันพัดโหมกระหน่ำออกจากป่ามาอีกครั้ง

เห็นได้ชัดว่าหลังจากที่ไม่ทันตั้งตัวในตอนแรก บัดนี้พวกเอลฟ์ก็รู้วิธีรับมือแล้ว

พวกเขาไม่จำเป็นต้องใช้เวทมนตร์สายลมที่รุนแรงเป็นพิเศษด้วยซ้ำ เพราะท้ายที่สุดแล้วก๊าซพิษก็เป็นเพียงก๊าซ เมื่ออยู่ต่อหน้าลมแรงจึงไม่อาจต้านทานได้เลย ขอเพียงใช้วิธีที่ถูกต้อง ก็สามารถกำจัดมันได้อย่างง่ายดาย

จบบทที่ บทที่ 1958 : การเปลี่ยนแปลงในป่าเอลฟ์ | บทที่ 1959 : ไฮดราอาละวาด

คัดลอกลิงก์แล้ว