เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 221 การยอมรับขั้นสูงของกวาร์ดิโอลาต่อซูเหว่ย

บทที่ 221 การยอมรับขั้นสูงของกวาร์ดิโอลาต่อซูเหว่ย

บทที่ 221 การยอมรับขั้นสูงของกวาร์ดิโอลาต่อซูเหว่ย


บทที่ 221 การยอมรับขั้นสูงของกวาร์ดิโอลาต่อซูเหว่ย

มุลเลอร์ยังคงหัวฟัดหัวเหวี่ยงขณะก้าวขึ้นรถบัส

“พวกนักข่าวนี่มันช่างน่ารำคาญจริง ๆ!”

เลวานดอฟสกีได้ยินดังนั้นจึงเอ่ยปลอบ

“เอาน่า พวกเขาแค่ต้องการสร้างกระแส ยิ่งนายโมโห พวกเขาก็ยิ่งชอบใจ!”

มุลเลอร์สวนกลับด้วยความหงุดหงิด

“คอยดูนะ พรุ่งนี้ฉันจะทำให้นักข่าวปากมากพวกนี้หุบปากให้หมด!”

เลวานดอฟสกีถอนหายใจ แววตาจริงจังขึ้น

“ฉันเกรงว่าเกมพรุ่งนี้จะไม่ง่ายเลย พวกเขาไม่ใช่หมูให้เคี้ยว โดยเฉพาะเจ้าหนุ่มมังกรคนนั้น… หมอนั่นแข็งแกร่งจนน่ากลัว!”

เมื่อได้ยินชื่อซูเหว่ย มุลเลอร์ที่กำลังบ่นพึมพำก็เงียบลงทันที

ภาพที่ซูเหว่ยระเบิดฟอร์มถล่มทลายที่อัลลิอันซ์ อารีนาเมื่อสัปดาห์ก่อนยังคงตามหลอกหลอน

ครู่ใหญ่ มุลเลอร์จึงพึมพำ

“ไอ้หนูคนนั้นมันมีของจริง ๆ แต่ตอนนั้นเราประมาทไปหน่อย พรุ่งนี้ทุกคนต้องเอาจริง ยิงคืนให้ได้ 4 ลูกไปเลย!”

รถบัสบาเยิร์นเคลื่อนออกจากโรงแรม เพียงสามสี่นาทีก็มาถึงสนามริอาซอร์

การซ้อมเพื่อปรับตัวกับสนามในช่วงบ่ายก็ปิดไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าชม

กวาร์ดิโอลายังไม่ยอมให้สัมภาษณ์สื่อใด ๆ ตั้งแต่เหยียบแผ่นดินสเปน

ทว่า ยิ่งหนีก็ยิ่งหนีไม่พ้น

หลังการซ้อมจบลง ก็ถึงเวลาแถลงข่าวก่อนเกมตามกฎของยูฟ่า

กวาร์ดิโอลาจำใจต้องเผชิญหน้าสื่อมวลชน

และเพื่อไม่ให้รบกวนสมาธิผู้เล่น เขาเลือกจะไปเพียงลำพัง

ทันทีที่กวาร์ดิโอลานั่งลงในห้องแถลงข่าว แสงแฟลชวูบวาบและกองทัพเลนส์ก็พุ่งเป้ามาที่เขา

“โค้ชกวาร์ดิโอลา พรุ่งนี้บาเยิร์นจะยังเล่นหลังสามคนอีกไหม?”

คำถามแรกก็เหมือนมีดกรีดใจกวาร์ดิโอลาเข้าอย่างจัง

ใคร ๆ ก็รู้ว่าความพ่ายแพ้เละเทะที่สุดของบาเยิร์นในแชมเปียนส์ลีกเร็ว ๆ นี้ คือการโดนเรอัลมาดริดอัด 0–4 และโดนเดปอร์ติโบถล่ม 0–3

ซึ่งทั้งสองนัด บาเยิร์นใช้ระบบหลังสามคน!

ด้วยประเด็นแทคติกนี้ สื่อเยอรมันจึงรุมจวกกวาร์ดิโอลาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาอย่างไม่ลดละ!

ต่างวิจารณ์ว่ากวาร์ดิโอลาไม่ให้เกียรติเรอัลมาดริดและเดปอร์ติโบ และหลงคิดว่าแดนกลางกับแนวรับของบาเยิร์นแข็งแกร่งเกินจริง

ในความเป็นจริง บาเยิร์นชุดนี้ยังไม่มีศักยภาพพอจะเล่นระบบกองหลังสามคนได้

เมื่อกวาร์ดิโอลาได้ยินคำถาม เขาก็รู้ทันทีว่านักข่าวคนนี้ต้องมาจากเยอรมนีแน่

เขาขมวดคิ้ว ตอบด้วยเสียงแหบพร่า

“เราจะเล่นแผนไหน ขึ้นอยู่กับคู่แข่งและสถานการณ์ กองหลังสามคนก็มีข้อดี กองหลังสี่คนก็มีจุดเด่น!”

“สำหรับเกมพรุ่งนี้ ผมและทีมงานวางแผนใหม่แล้ว เราจะเรียนรู้จากบทเรียนความพ่ายแพ้ และปรับเปลี่ยนบางอย่าง”

กวาร์ดิโอลาย่อมไม่ยอมรับว่าความผิดพลาดของตนทำให้บาเยิร์นพังทลาย

แต่จากคำตอบ ทุกคนก็พอเดาได้ว่าพรุ่งนี้บาเยิร์นคงไม่ใช้ระบบหลังสามคนแน่

จังหวะนั้น นักข่าวอีกคนถามแทรก

“ตอนนี้บาเยิร์นตามหลังอยู่ 0–3 คุณคิดว่าโอกาสเข้ารอบของบาเยิร์นพรุ่งนี้มีมากแค่ไหน?”

อีกหนึ่งคำถามแทงใจดำ

กวาร์ดิโอลายักไหล่

“เราไม่คิดเรื่องเข้ารอบแล้ว เราแค่หวังจะเล่นเกมให้สนุกเพื่อแฟนบอล!”

“ช่วยพูดถึงซูหน่อยได้ไหมครับ เทียบกับเมสซีตอนหนุ่ม ใครมีพรสวรรค์มากกว่ากัน?”

ในที่สุดก็มีคำถามที่ไม่ทำให้เจ็บปวด กวาร์ดิโอลาตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด

“ตำแหน่งการเล่นต่างกัน เทียบกันยาก แต่ถ้าต้องเทียบ ทั้งคู่ต่างเป็นเจ้าของรางวัลโกลเดนบอย เป็นนักเตะพรสวรรค์สูงทั้งคู่ พวกเขายอดเยี่ยมพอกัน!”

แม้กวาร์ดิโอลาจะยกย่องซูเหว่ยอย่างสูง แต่นักข่าวยังไม่พอใจ พยายามเปลี่ยนมุมถามจี้จุดเดิม

“ถ้าเลือกได้คนเดียวมาอยู่ในทีม คุณจะเลือกใคร?”

กวาร์ดิโอลาจ้องตานักข่าวคนนั้น แววตาเป็นประกาย

“ซู!”

ก่อนจะเสริมว่า

“เพราะบาร์ซาไม่มีวันขายเมสซี!”

แฟนบอลเดปอร์ติโบที่ได้เห็นบทสัมภาษณ์ต่างเดือดดาล

“พูดบ้าอะไร! ถ้าคิดว่าซูเก่งกว่าก็พูดมาตรง ๆ สิ บาร์ซาไม่ขายเมสซี แล้วคิดว่าเราจะขายซูหรือไง!”

อีกด้านหนึ่ง

ขณะที่บาเยิร์นกำลังปรับตัวกับสนามริอาซอร์ ซูเหว่ยและเพื่อนร่วมทีมก็กำลังซ้อมอยู่ที่ฐานทัพ

หลังวอร์มอัปและทานมื้อค่ำ ซูเหว่ยไถมือถือเล่นสักพัก ก่อนเปิดทีวี

คืนนี้ ศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ อีกสองคู่จะลงเตะกันก่อน

นัดแรก เรอัลมาดริดเปิดบ้านถล่มโวล์ฟสบวร์ก 4–0

คืนนี้แม้จะไปเยือน แต่ก็น่าจะลอยลำเข้ารอบรองฯ สบาย ๆ

ส่วนอีกคู่ บาร์ซาบุกไปเชือดเชลซี แชมป์พรีเมียร์ลีกถึงถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์ 1–0

ได้กลับมาเล่นในบ้านถือว่าได้เปรียบ แต่ก็ยังวางใจไม่ได้

ซูเหว่ยที่ว่างอยู่พอดี จึงตัดสินใจดูสองคู่นี้ โดยเฉพาะคู่บิ๊กแมตช์ระหว่างบาร์ซากับเชลซี

ราวสองทุ่ม เกมระหว่างบาร์ซากับเชลซีเริ่มคิกออฟที่กัมนอว์!

ฝั่งบาร์ซา เอ็นริเกยังคงยึดระบบเก่ง 4-3-3

กองหน้า: เมสซี, ซัวเรซ, เนย์มาร์

กองกลาง: บุสเกตส์, ราคิติช, อินิเอสตา

กองหลัง: อัลบา, มาสเคราโน, ปิเก, อัลเวส

ผู้รักษาประตู: บราโว

ฝั่งเชลซี กุส ฮิดดิงก์ จัดทัพ 4-2-3-1

กองหน้า: คอสต้า

ตัวรุก: อาซาร์, ออสการ์, วิลเลียน

กลางรับคู่: มิเกล, ฟาเบรกาส

กองหลัง: อัซปิลิกวยตา, เทอร์รี, ซูมา, อิวาโนวิช

ผู้รักษาประตู: กูร์ตัวส์

ดูจากหน้าเสื่อ บาร์ซาเหนือกว่าชัดเจน แต่เชลซีก็ไม่ใช่หมู

คอสต้า, อาซาร์, ฟาเบรกาส, เทอร์รี, กูร์ตัวส์… ล้วนเป็นยอดแข้งทั้งนั้น!

แม้จะตามหลัง 0–1 จากนัดแรก แต่กุส ฮิดดิงก์วางหมากมาอย่างชาญฉลาด

การรับมือเกมรุกมหาประลัยของบาร์ซาในถิ่นกัมนอว์ แทคติกของฮิดดิงก์คือรับให้เหนียวแน่น แล้วรอสวนกลับ!

นักเตะเชลซีก็ตอบสนองแทคติกโค้ชได้ยอดเยี่ยม

เริ่มครึ่งแรก เชลซีถอยลงไปรับลึก ปล่อยพื้นที่แดนกลางให้บาร์ซาครอง

แรก ๆ แฟนบาร์ซาก็ดูมีความสุข

เห็นนักเตะตัวเองต่อบอลกันเพลิน บอลแทบจะป้วนเปี้ยนอยู่ในแดนเชลซี ได้เสพสมฟุตบอลสไตล์ติกี-ตากาเต็มอิ่ม!

แต่พอดูไปสักพัก แฟนบาร์ซาเริ่มรู้สึกทะแม่ง ๆ

บาร์ซาครองบอลเบ็ดเสร็จ แต่โอกาสจบสกอร์กลับน้อยนิด

แนวรับสามชั้นของเชลซีรัดกุมมาก ระยะห่างระหว่างผู้เล่นกระชับแน่น

ทำให้เกมต่อบอลตามช่องของบาร์ซา พอเข้าสู่พื้นที่สุดท้ายก็ชะงักงัน

ตลอด 45 นาทีแรก นอกจากเนย์มาร์กับเมสซีที่ใช้ความสามารถเฉพาะตัวแหวกฝ่าวงล้อมเข้าไปสร้างโอกาสหวาดเสียวได้สามสี่ครั้ง เกมรุกที่เหลือของบาร์ซาก็แทบทำอะไรไม่ได้!

หนำซ้ำ คืนนี้กูร์ตัวส์ นายทวารร่างโย่งวัย 24 ปี เจ้าของความสูง 199 เซนติเมตร ยังโชว์ฟอร์มเทพ!

เขาเซฟลูกยาก ๆ ได้หลายครั้งในครึ่งแรก ไม่ว่าจะเป็นลูกกระชากลากเลื้อยของเนย์มาร์ ลูกตัดเข้าในมายิง หรือลูกยิงไกลจากหน้ากรอบของเมสซี รวมถึงลูกสูตร ‘เมสซีคอริดอร์’ ก็ถูกกูร์ตัวส์ปฏิเสธหมดสิ้น!

จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมจึงเสมอกัน 0–0!

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 221 การยอมรับขั้นสูงของกวาร์ดิโอลาต่อซูเหว่ย

คัดลอกลิงก์แล้ว