- หน้าแรก
- ฟุตบอล ด้วยสกิลประกบเดี่ยวเลเวลตัน ชั้นทำเมสซีและโรนัลโด้หลั่งน้ำตา
- บทที่ 221 การยอมรับขั้นสูงของกวาร์ดิโอลาต่อซูเหว่ย
บทที่ 221 การยอมรับขั้นสูงของกวาร์ดิโอลาต่อซูเหว่ย
บทที่ 221 การยอมรับขั้นสูงของกวาร์ดิโอลาต่อซูเหว่ย
บทที่ 221 การยอมรับขั้นสูงของกวาร์ดิโอลาต่อซูเหว่ย
มุลเลอร์ยังคงหัวฟัดหัวเหวี่ยงขณะก้าวขึ้นรถบัส
“พวกนักข่าวนี่มันช่างน่ารำคาญจริง ๆ!”
เลวานดอฟสกีได้ยินดังนั้นจึงเอ่ยปลอบ
“เอาน่า พวกเขาแค่ต้องการสร้างกระแส ยิ่งนายโมโห พวกเขาก็ยิ่งชอบใจ!”
มุลเลอร์สวนกลับด้วยความหงุดหงิด
“คอยดูนะ พรุ่งนี้ฉันจะทำให้นักข่าวปากมากพวกนี้หุบปากให้หมด!”
เลวานดอฟสกีถอนหายใจ แววตาจริงจังขึ้น
“ฉันเกรงว่าเกมพรุ่งนี้จะไม่ง่ายเลย พวกเขาไม่ใช่หมูให้เคี้ยว โดยเฉพาะเจ้าหนุ่มมังกรคนนั้น… หมอนั่นแข็งแกร่งจนน่ากลัว!”
เมื่อได้ยินชื่อซูเหว่ย มุลเลอร์ที่กำลังบ่นพึมพำก็เงียบลงทันที
ภาพที่ซูเหว่ยระเบิดฟอร์มถล่มทลายที่อัลลิอันซ์ อารีนาเมื่อสัปดาห์ก่อนยังคงตามหลอกหลอน
ครู่ใหญ่ มุลเลอร์จึงพึมพำ
“ไอ้หนูคนนั้นมันมีของจริง ๆ แต่ตอนนั้นเราประมาทไปหน่อย พรุ่งนี้ทุกคนต้องเอาจริง ยิงคืนให้ได้ 4 ลูกไปเลย!”
…
รถบัสบาเยิร์นเคลื่อนออกจากโรงแรม เพียงสามสี่นาทีก็มาถึงสนามริอาซอร์
การซ้อมเพื่อปรับตัวกับสนามในช่วงบ่ายก็ปิดไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าชม
กวาร์ดิโอลายังไม่ยอมให้สัมภาษณ์สื่อใด ๆ ตั้งแต่เหยียบแผ่นดินสเปน
ทว่า ยิ่งหนีก็ยิ่งหนีไม่พ้น
หลังการซ้อมจบลง ก็ถึงเวลาแถลงข่าวก่อนเกมตามกฎของยูฟ่า
กวาร์ดิโอลาจำใจต้องเผชิญหน้าสื่อมวลชน
และเพื่อไม่ให้รบกวนสมาธิผู้เล่น เขาเลือกจะไปเพียงลำพัง
ทันทีที่กวาร์ดิโอลานั่งลงในห้องแถลงข่าว แสงแฟลชวูบวาบและกองทัพเลนส์ก็พุ่งเป้ามาที่เขา
“โค้ชกวาร์ดิโอลา พรุ่งนี้บาเยิร์นจะยังเล่นหลังสามคนอีกไหม?”
คำถามแรกก็เหมือนมีดกรีดใจกวาร์ดิโอลาเข้าอย่างจัง
ใคร ๆ ก็รู้ว่าความพ่ายแพ้เละเทะที่สุดของบาเยิร์นในแชมเปียนส์ลีกเร็ว ๆ นี้ คือการโดนเรอัลมาดริดอัด 0–4 และโดนเดปอร์ติโบถล่ม 0–3
ซึ่งทั้งสองนัด บาเยิร์นใช้ระบบหลังสามคน!
ด้วยประเด็นแทคติกนี้ สื่อเยอรมันจึงรุมจวกกวาร์ดิโอลาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาอย่างไม่ลดละ!
ต่างวิจารณ์ว่ากวาร์ดิโอลาไม่ให้เกียรติเรอัลมาดริดและเดปอร์ติโบ และหลงคิดว่าแดนกลางกับแนวรับของบาเยิร์นแข็งแกร่งเกินจริง
ในความเป็นจริง บาเยิร์นชุดนี้ยังไม่มีศักยภาพพอจะเล่นระบบกองหลังสามคนได้
เมื่อกวาร์ดิโอลาได้ยินคำถาม เขาก็รู้ทันทีว่านักข่าวคนนี้ต้องมาจากเยอรมนีแน่
เขาขมวดคิ้ว ตอบด้วยเสียงแหบพร่า
“เราจะเล่นแผนไหน ขึ้นอยู่กับคู่แข่งและสถานการณ์ กองหลังสามคนก็มีข้อดี กองหลังสี่คนก็มีจุดเด่น!”
“สำหรับเกมพรุ่งนี้ ผมและทีมงานวางแผนใหม่แล้ว เราจะเรียนรู้จากบทเรียนความพ่ายแพ้ และปรับเปลี่ยนบางอย่าง”
กวาร์ดิโอลาย่อมไม่ยอมรับว่าความผิดพลาดของตนทำให้บาเยิร์นพังทลาย
แต่จากคำตอบ ทุกคนก็พอเดาได้ว่าพรุ่งนี้บาเยิร์นคงไม่ใช้ระบบหลังสามคนแน่
จังหวะนั้น นักข่าวอีกคนถามแทรก
“ตอนนี้บาเยิร์นตามหลังอยู่ 0–3 คุณคิดว่าโอกาสเข้ารอบของบาเยิร์นพรุ่งนี้มีมากแค่ไหน?”
อีกหนึ่งคำถามแทงใจดำ
กวาร์ดิโอลายักไหล่
“เราไม่คิดเรื่องเข้ารอบแล้ว เราแค่หวังจะเล่นเกมให้สนุกเพื่อแฟนบอล!”
“ช่วยพูดถึงซูหน่อยได้ไหมครับ เทียบกับเมสซีตอนหนุ่ม ใครมีพรสวรรค์มากกว่ากัน?”
ในที่สุดก็มีคำถามที่ไม่ทำให้เจ็บปวด กวาร์ดิโอลาตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด
“ตำแหน่งการเล่นต่างกัน เทียบกันยาก แต่ถ้าต้องเทียบ ทั้งคู่ต่างเป็นเจ้าของรางวัลโกลเดนบอย เป็นนักเตะพรสวรรค์สูงทั้งคู่ พวกเขายอดเยี่ยมพอกัน!”
แม้กวาร์ดิโอลาจะยกย่องซูเหว่ยอย่างสูง แต่นักข่าวยังไม่พอใจ พยายามเปลี่ยนมุมถามจี้จุดเดิม
“ถ้าเลือกได้คนเดียวมาอยู่ในทีม คุณจะเลือกใคร?”
กวาร์ดิโอลาจ้องตานักข่าวคนนั้น แววตาเป็นประกาย
“ซู!”
ก่อนจะเสริมว่า
“เพราะบาร์ซาไม่มีวันขายเมสซี!”
แฟนบอลเดปอร์ติโบที่ได้เห็นบทสัมภาษณ์ต่างเดือดดาล
“พูดบ้าอะไร! ถ้าคิดว่าซูเก่งกว่าก็พูดมาตรง ๆ สิ บาร์ซาไม่ขายเมสซี แล้วคิดว่าเราจะขายซูหรือไง!”
อีกด้านหนึ่ง
ขณะที่บาเยิร์นกำลังปรับตัวกับสนามริอาซอร์ ซูเหว่ยและเพื่อนร่วมทีมก็กำลังซ้อมอยู่ที่ฐานทัพ
หลังวอร์มอัปและทานมื้อค่ำ ซูเหว่ยไถมือถือเล่นสักพัก ก่อนเปิดทีวี
คืนนี้ ศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ อีกสองคู่จะลงเตะกันก่อน
นัดแรก เรอัลมาดริดเปิดบ้านถล่มโวล์ฟสบวร์ก 4–0
คืนนี้แม้จะไปเยือน แต่ก็น่าจะลอยลำเข้ารอบรองฯ สบาย ๆ
ส่วนอีกคู่ บาร์ซาบุกไปเชือดเชลซี แชมป์พรีเมียร์ลีกถึงถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์ 1–0
ได้กลับมาเล่นในบ้านถือว่าได้เปรียบ แต่ก็ยังวางใจไม่ได้
ซูเหว่ยที่ว่างอยู่พอดี จึงตัดสินใจดูสองคู่นี้ โดยเฉพาะคู่บิ๊กแมตช์ระหว่างบาร์ซากับเชลซี
ราวสองทุ่ม เกมระหว่างบาร์ซากับเชลซีเริ่มคิกออฟที่กัมนอว์!
ฝั่งบาร์ซา เอ็นริเกยังคงยึดระบบเก่ง 4-3-3
กองหน้า: เมสซี, ซัวเรซ, เนย์มาร์
กองกลาง: บุสเกตส์, ราคิติช, อินิเอสตา
กองหลัง: อัลบา, มาสเคราโน, ปิเก, อัลเวส
ผู้รักษาประตู: บราโว
ฝั่งเชลซี กุส ฮิดดิงก์ จัดทัพ 4-2-3-1
กองหน้า: คอสต้า
ตัวรุก: อาซาร์, ออสการ์, วิลเลียน
กลางรับคู่: มิเกล, ฟาเบรกาส
กองหลัง: อัซปิลิกวยตา, เทอร์รี, ซูมา, อิวาโนวิช
ผู้รักษาประตู: กูร์ตัวส์
ดูจากหน้าเสื่อ บาร์ซาเหนือกว่าชัดเจน แต่เชลซีก็ไม่ใช่หมู
คอสต้า, อาซาร์, ฟาเบรกาส, เทอร์รี, กูร์ตัวส์… ล้วนเป็นยอดแข้งทั้งนั้น!
แม้จะตามหลัง 0–1 จากนัดแรก แต่กุส ฮิดดิงก์วางหมากมาอย่างชาญฉลาด
การรับมือเกมรุกมหาประลัยของบาร์ซาในถิ่นกัมนอว์ แทคติกของฮิดดิงก์คือรับให้เหนียวแน่น แล้วรอสวนกลับ!
นักเตะเชลซีก็ตอบสนองแทคติกโค้ชได้ยอดเยี่ยม
เริ่มครึ่งแรก เชลซีถอยลงไปรับลึก ปล่อยพื้นที่แดนกลางให้บาร์ซาครอง
แรก ๆ แฟนบาร์ซาก็ดูมีความสุข
เห็นนักเตะตัวเองต่อบอลกันเพลิน บอลแทบจะป้วนเปี้ยนอยู่ในแดนเชลซี ได้เสพสมฟุตบอลสไตล์ติกี-ตากาเต็มอิ่ม!
แต่พอดูไปสักพัก แฟนบาร์ซาเริ่มรู้สึกทะแม่ง ๆ
บาร์ซาครองบอลเบ็ดเสร็จ แต่โอกาสจบสกอร์กลับน้อยนิด
แนวรับสามชั้นของเชลซีรัดกุมมาก ระยะห่างระหว่างผู้เล่นกระชับแน่น
ทำให้เกมต่อบอลตามช่องของบาร์ซา พอเข้าสู่พื้นที่สุดท้ายก็ชะงักงัน
ตลอด 45 นาทีแรก นอกจากเนย์มาร์กับเมสซีที่ใช้ความสามารถเฉพาะตัวแหวกฝ่าวงล้อมเข้าไปสร้างโอกาสหวาดเสียวได้สามสี่ครั้ง เกมรุกที่เหลือของบาร์ซาก็แทบทำอะไรไม่ได้!
หนำซ้ำ คืนนี้กูร์ตัวส์ นายทวารร่างโย่งวัย 24 ปี เจ้าของความสูง 199 เซนติเมตร ยังโชว์ฟอร์มเทพ!
เขาเซฟลูกยาก ๆ ได้หลายครั้งในครึ่งแรก ไม่ว่าจะเป็นลูกกระชากลากเลื้อยของเนย์มาร์ ลูกตัดเข้าในมายิง หรือลูกยิงไกลจากหน้ากรอบของเมสซี รวมถึงลูกสูตร ‘เมสซีคอริดอร์’ ก็ถูกกูร์ตัวส์ปฏิเสธหมดสิ้น!
จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมจึงเสมอกัน 0–0!
…
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═