เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 300 - งานเลี้ยงชุมนุม (2)

บทที่ 300 - งานเลี้ยงชุมนุม (2)

บทที่ 300 - งานเลี้ยงชุมนุม (2)


บทที่ 300 - งานเลี้ยงชุมนุม (2)

จูตี้ชี้มือไปยังห้องครัว "อยู่ในนั้นน่ะ"

เยิ่นเสี่ยวเทียนเกาหัวแกรกๆ "เกิดอะไรขึ้น? หรือว่าวันนี้เหล่าจ้าวจะลงมือเข้าครัวโชว์ฝีมือทำอาหารให้พวกคุณกิน?"

จิ๋นซีฮ่องเต้หัวเราะ "เปล่าหรอก เขากำลังสั่งสอนจ้าวโก้ว ลูกหลานของเขาอยู่ในนั้นน่ะ"

เยิ่นเสี่ยวเทียนถึงกับหลุดขำออกมาทั้งน้ำตา จ้าวควงอิ้นนี่ก็ช่างมีอารมณ์ขันเสียจริง ทุกครั้งที่โผล่หน้ามาที่นี่ เป็นต้องจัดหนักจัดเต็มซ้อมจ้าวโก้วเพื่อระบายอารมณ์อยู่เสมอ

หวังหม่างกระตุกชายเสื้อเยิ่นเสี่ยวเทียนเบาๆ แล้วกระซิบถาม "เหล่าจ้าวคือใครเหรอ? แล้วจ้าวโก้วนี่ใครอีก?"

เยิ่นเสี่ยวเทียนอธิบาย "เหล่าจ้าวก็คือซ่งไท่จู่ จ้าวควงอิ้น ชื่อนี้คุณคงเคยได้ยินใช่ไหม?"

หวังหม่างพยักหน้าช้าๆ "เหมือนจะคุ้นๆ อยู่นะ แต่ชื่อเสียงของเขาต้องไม่ดังเท่าจิ๋นซีฮ่องเต้กับถังไท่จงแน่ๆ"

เยิ่นเสี่ยวเทียนยักไหล่ สิ่งที่หวังหม่างพูดก็มีส่วนถูกอยู่เหมือนกัน

"ส่วนจ้าวโก้วก็คือฮ่องเต้ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ซ่งใต้ สถานการณ์ของเขาก็คล้ายๆ กับหลิวซิ่วในยุคของคุณนั่นแหละ"

หวังหม่างครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ชื่อนี้เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนเลยนะ แต่ตอนนี้นึกไม่ออกแฮะ"

เยิ่นเสี่ยวเทียนตบบ่าเขาเบาๆ "เดี๋ยวผมบอกชื่อคนๆ นึง คุณน่าจะนึกออกทันทีเลย เขาคนนั้นมีลูกน้องเป็นแม่ทัพใหญ่ชื่อว่า เย่ว์เฟย (งักฮุย)"

หวังหม่างนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะกระโดดตัวลอยพร้อมกับสบถลั่น "เวรเอ๊ย! ไอ้นี่เองเหรอ ฮ่องเต้ทรราชที่ส่งป้ายทองคำสิบสองป้ายไปเรียกตัวเย่ว์เฟยกลับมาน่ะ?!"

เยิ่นเสี่ยวเทียนสะดุ้งโหยงกับท่าทางของหวังหม่าง "คุณจะแหกปากทำไมเนี่ย? ตกใจหมดเลย! เอ๊ะ เหล่าหวัง ไหนคุณบอกว่าตัวเองไม่เก่งประวัติศาสตร์ไง? แล้วทำไมถึงรู้เรื่องป้ายทองคำสิบสองป้ายได้ล่ะ?"

"ใครบอกว่าต้องอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ถึงจะรู้เรื่องพวกนี้ล่ะ? ผมน่ะโตมากับการฟังปู่เล่าวรรณกรรมเย่ว์เฟยเชียวนะ เรื่องราววีรกรรมของท่านแม่ทัพเย่ว์เฟยน่ะ ผมท่องจำได้ขึ้นใจเลยแหละ" หวังหม่างมองเยิ่นเสี่ยวเทียนด้วยสายตาเหมือนมองคนบ้า

เยิ่นเสี่ยวเทียนพยักหน้าอย่างเข้าใจทะลุปรุโปร่ง

"ไม่ได้การล่ะ ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น! แม่ทัพเย่ว์เฟยผู้ซื่อสัตย์จงรักภักดีขนาดนั้น แทนที่จะได้พลีชีพในสนามรบ กลับต้องมาตายเพราะน้ำมือของฉินฮุ่ยกับไอ้ฮ่องเต้ทรราชนี่! ห้องครัวอยู่ทางไหนเนี่ย? ผมต้องไปซ้อมมันสักตั้งให้หายแค้น!" หวังหม่างถลกแขนเสื้อขึ้นด้วยความโกรธแค้น พร้อมกับพูดกับเยิ่นเสี่ยวเทียนอย่างเดือดดาล

เยิ่นเสี่ยวเทียนพูดอย่างอ่อนใจ "เหล่าหวัง สภาพคุณตอนนี้กระดูกกระเดี้ยวก็กรอบแกรบหมดแล้ว อย่าไปฝืนสังขารเลยน่า ปล่อยให้เหล่าจ้าวเขาซัดคนเดียวก็พอแล้ว ถ้าคุณอยากสะใจ ก็ไปยืนดูเฉยๆ ก็ได้"

เยิ่นเสี่ยวเทียนพูดยังไม่ทันขาดคำ หวังหม่างก็วิ่งสับตีนแตกตรงดิ่งไปยังห้องครัวเสียแล้ว

"เหล่าหวังนี่จริงๆ เลย อารมณ์ร้อนยังกับประทัด จุดปุ๊บติดปั๊บ" เยิ่นเสี่ยวเทียนส่ายหน้าอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาแล้วรินชาให้ตัวเองหนึ่งถ้วย

"จิ๋นซีฮ่องเต้ พี่สี่ พี่ซื่อหมิน กองทัพของพวกท่านถอนทัพกลับไปหมดหรือยังครับ?" เยิ่นเสี่ยวเทียนนึกขึ้นได้จึงหันไปถามทั้งสามคน

จิ๋นซีฮ่องเต้ชี้ไปที่หลี่ซื่อหมิน "เจิ้นกับเจ้าหนูซื่อหมินถอนทัพกลับไปหมดแล้วล่ะ แต่ดูเหมือนจูตี้จะยังจัดการไม่เสร็จนะ"

เยิ่นเสี่ยวเทียนหันไปมองจูตี้ด้วยความสงสัย

จูตี้โบกมืออธิบาย "เจิ้นทิ้งกองทหารไว้ให้เสด็จพ่อสองแสนนายน่ะสิ เอาไว้ป้องกันพวกนวี่เจินแล้วก็คุมพวกขุนนางในราชสำนักด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะจูโหยวเจี่ยนไม่มีปัญญาเลี้ยงดูทหารจำนวนมากขนาดนั้น เจิ้นก็อยากจะทิ้งทหารทั้งหมดไว้คุ้มครองเสด็จพ่อด้วยซ้ำ"

เยิ่นเสี่ยวเทียนพยักหน้ารับ "พี่สี่ช่างกตัญญูจริงๆ ว่าแต่ ทำไมวันนี้ไม่เห็นจูโหยวเจี่ยนมาด้วยล่ะครับ?"

จูตี้ตอบ "จูโหยวเจี่ยนยังต้องอยู่ที่นู่น คอยช่วยเสด็จพ่อจัดการเรื่องวุ่นวายในราชสำนักน่ะสิ ถึงเสด็จพ่อจะทำงานเด็ดขาดรวดเร็วแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีคนที่รู้ตื้นลึกหนาบางของพวกขุนนางคอยช่วย มันก็คงทำงานลำบากน่าดู"

เมื่อได้รับคำตอบที่คลายข้อสงสัย เยิ่นเสี่ยวเทียนก็หันไปถามโจโฉ "เหล่าเฉา ทางฝั่งคุณเป็นยังไงบ้าง? ยึดดินแดนกังตั๋งได้หรือยัง?"

โจโฉยิ้มกริ่ม "นอกจากพวกพรรคพวกของซุนกวนบางส่วนที่ยังคงดื้อด้านหัวชนฝา ดินแดนส่วนใหญ่ของกังตั๋งก็ตกอยู่ในกำมือของเปิ่นเซี่ยงเรียบร้อยแล้ว"

"แล้วซุนกวนล่ะ? จับตัวได้ไหม?"

โจโฉส่ายหน้า "มันหนีรอดไปได้ ไม่ใช่แค่มันคนเดียวนะ แต่รวมถึงพวกตระกูลใหญ่ในกังตั๋งอย่างโจวยวี๋ (จิวยี่) ก็พากันอพยพหนีตายลงใต้ ไปพึ่งใบบุญของซื่อเซี่ย (ซือเซียบ) ที่เจียวโจวกันหมด"

เยิ่นเสี่ยวเทียนรีบเตือน "ปล่อยให้พวกมันหนีไปแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาดนะครับ! ขืนปล่อยให้เวลาผ่านไปจนพวกมันตั้งหลักได้ล่ะก็ จะต้องกลายเป็นหอกข้างแคร่ของท่านในอนาคตแน่ๆ"

โจโฉพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง "เรื่องนั้นเปิ่นเซี่ยงตระหนักดี เปิ่นเซี่ยงได้ส่งเฉาเหริน เฉาหง จางเหลียว สวีหวง และแม่ทัพคนอื่นๆ ไปประชิดชายแดนเจียวโจวแล้ว หากซื่อเซี่ยไม่ยอมส่งตัวซุนกวนมาให้แต่โดยดี เปิ่นเซี่ยงก็จะอาศัยจังหวะนี้กรีธาทัพบุกยึดเจียวโจวซะเลย!"

เยิ่นเสี่ยวเทียนยกนิ้วโป้งให้โจโฉ ดูท่าทางเรื่องนี้เขาคงไม่ต้องเป็นห่วงแล้วล่ะ

เมื่อมองย้อนกลับไปดูชีวิตของโจโฉ นอกจากตอนที่เขาใจอ่อนไม่ยอมฆ่าเล่าปี่แล้ว ในช่วงเวลาอื่นๆ โจโฉก็มักจะแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลและเด็ดขาดเสมอ

"ขอโทษทีนะครับที่ปล่อยให้ทุกคนรอนาน เดี๋ยวคืนนี้ผมจะทำกับข้าวเพิ่มอีกสองสามอย่าง เพื่อเป็นการไถ่โทษให้ทุกคนก็แล้วกันนะครับ ทุกคนคุยกันไปก่อนนะ เดี๋ยวอาหารก็เสร็จแล้วครับ" เยิ่นเสี่ยวเทียนเห็นว่าหมดเรื่องคุยแล้ว จึงลุกขึ้นยืน ดื่มชาอึกหนึ่ง แล้วหันไปพูดกับทุกคน

จูตี้โบกมือไล่ "รีบไปเถอะน้องเทียน สองสามวันมานี้เจิ้นกินแต่อาหารทหารของจูโหยวเจี่ยนจนผอมลงไปตั้งเยอะแล้ว อย่าลืมทำกับข้าวที่มีเนื้อเยอะๆ หน่อยนะ เจิ้นจะได้บำรุงซะหน่อย"

"กินเข้าไปเถอะครับ ระวังจะอ้วนลงพุงเหมือนเกาจื้อเข้าสักวัน" เยิ่นเสี่ยวเทียนลุกขึ้นเดินออกไป พลางตบพุงของจูตี้เบาๆ เป็นการหยอกล้อ

"ไอ้เด็กคนนี้! วอนโดนซะแล้ว!" จูตี้แกล้งทำท่าจะง้างมือตี แต่เยิ่นเสี่ยวเทียนก็หัวเราะร่วนแล้ววิ่งหนีไปเสียแล้ว

————————————————————————————————————————————

"ตีได้สวย! ตบหน้ามันอีกฝั่งด้วยสิ เอ้อ! แบบนี้สิถึงจะดูสมมาตรหน่อย"

ยังไม่ทันที่เยิ่นเสี่ยวเทียนจะเดินเข้าไปในห้องครัว เขาก็ได้ยินเสียงหวังหม่างตะโกนเชียร์อย่างเมามันส์

เขาไม่รอช้า รีบสาวเท้าเดินเข้าไปในครัวทันที

ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือ จ้าวควงอิ้นที่ถอดเสื้อท่อนบนออกกำลังลงไม้ลงมือกับจ้าวโก้วที่หน้าตาบูดเบี้ยวบวมเป่งราวกับหัวหมู โดยมีหวังหม่างยืนดูดายางเชียร์อยู่ข้างๆ

"เหล่าจ้าว มาซ้อมมวยอีกแล้วเหรอ? พักก่อนเถอะ เดี๋ยวถึงเวลาต้องกินข้าวแล้ว" เยิ่นเสี่ยวเทียนเอ่ยทักทายจ้าวควงอิ้น

"ช่วยด้วย! ช่วยเจิ้นพูดกับท่านไท่จู่หน่อยเถอะ ขืนโดนตีอีกมีหวังเจิ้นได้ตายจริงๆ แน่!"

จ้าวโก้วที่นอนร้องโอดโอยอยู่บนพื้น ทันทีที่เห็นเยิ่นเสี่ยวเทียนเดินเข้ามา ก็เหมือนเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เขารีบคลานเข้าไปกอดขาเยิ่นเสี่ยวเทียนไว้แน่นพลางร้องไห้คร่ำครวญไม่หยุด

เยิ่นเสี่ยวเทียนผลักจ้าวโก้วออกอย่างไม่ไยดี "แหม่ ร้องซะเสียงดังฟังชัดขนาดนี้ แสดงว่ายังมีแรงเหลือเฟือนี่นา เหล่าจ้าว ช่วงนี้ฝีมือตกไปหรือเปล่าเนี่ย? โดนซ้อมมาตั้งนานแล้ว เขายังมีแรงแหกปากร้องได้ขนาดนี้เลยนะ"

จ้าวควงอิ้นสะบัดเหงื่อออกจากหมัด "ข้าก็แค่กลัวว่าจะเผลอตีมันตายเข้าจริงๆ เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่เอาน่ะสิ อีกอย่าง ไอ้เด็กนี่มันก็อึดทายาดจริงๆ ข้าซ้อมมันมาตั้งหลายวันแล้ว พอมันลุกขึ้นมาได้ก็ทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย แปลกประหลาดแท้ๆ"

เยิ่นเสี่ยวเทียนหัวเราะ "บางทีเขาอาจจะมีพรสวรรค์ด้านความอึดก็ได้ ใครจะไปรู้ล่ะ คุณหยุดพักก่อนเถอะ เดี๋ยวผมต้องเตรียมทำกับข้าวแล้ว คุณพาจ้าวโก้วออกไปข้างนอกก่อนเถอะ เหล่าหวัง คุณอยู่ช่วยผมเป็นลูกมือหั่นผักหน่อยก็แล้วกัน"

หวังหม่างพยักหน้ารับ "ได้เลยพี่ ผมเคยเป็นลูกมือหั่นผักในร้านอาหารมาพักนึงเรื่องแค่นี้สบายมาก"

จ้าวควงอิ้นเห็นทั้งสองคนเตรียมจะทำอาหาร จึงรีบสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย หิ้วปีกจ้าวโก้ว แล้วเดินออกจากห้องครัวไป

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 300 - งานเลี้ยงชุมนุม (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว