เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 เข้าไปในภูเขาเพื่อหาผักป่า

บทที่ 32 เข้าไปในภูเขาเพื่อหาผักป่า

บทที่ 32 เข้าไปในภูเขาเพื่อหาผักป่า


บทที่ 32 เข้าไปในภูเขาเพื่อหาผักป่า

ซั่วเฟิง เก็บมีดสั้นและมองไปที่ มู่เฟิง ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจและคลั่งไคล้

อุปกรณ์ระดับทองก่อนหน้านี้เขาเคยได้ยินพ่อของเขาเคยพูดไว้แต่ไม่เคยเห็นมาก่อน เขาไม่คาดคิดว่าในตอนนี้จะมีอาวุธระดับทองแถมยังเป็นอาวุธระดับทองที่เป็นของเขาอีกด้วย

“มู่เฟิง!”  ซั่วเฟิง กำมีดแน่น

“พูดมาสิเจ้าจะเข้าไปหาอะไรในป่าด้วย อาวุธระดับทองนี้ ข้าจะลองดูว่าข้าสามารถฆ่า สัตว์ร้ายบทภูเขาได้หรือไม่”

“อย่า!”  มู่เฟิง โบกมือ “ข้าไม่ได้ให้เจ้าไปเสี่ยงชีวิต!”

“แล้วให้ทำอะไรล่ะ?”

“เมื่อครู่ข้าบอกไปแล้วว่าข้าอยากขึ้นไปบนภูเขาเพื่อหาอาหารที่กินได้หลากหลายชนิด เช่นนี้ต่อไปเผ่าของเราจะได้กินมากขึ้น ท่านพ่อของเจ้าและคนอื่นๆก็จะไม่ลำบากขนาดนั้นแล้ว!”

ซั่วเฟิง ตาเป็นประกาย “จริงหรอ?”

“แน่นอนว่าเป็นเรื่องจริง! ข้ารู้ว่าเจ้าเหมือนกับลุง หมิงกวง  เจ้าคุ้นเคยกับป่าบนภูเขามากดังนั้นข้าเลยจะขอให้เจ้านำทางข้า!”

“ได้ แล้วจะออกเดินทางเมื่อไหร่?” ซั่วเฟิง ยิ้มกว้าง

“ตอนบ่าย เจ้ากลับไปเตรียมตัวก่อนเถอะ!”

“ตกลง!”

ในตอนบ่ายดวงอาทิตย์กำลังร้อน  มู่เฟิง ยืนรอ ซั่วเฟิง  เขาสะพายตะกร้าเล็กๆที่ทำมาจากหวาย และเชือกเอ็น และพลั่วอันใหม่ที่ต้องใช้คะแนนถึง 200 คะแนน

จะบอกว่ามันเป็นพลั่วพี่แตกต่างจากตอนเอาไปขุดบ่อก็เพราะว่ามันเป็นพลั่วทหาร ด้านหนึ่งมีฟันเลื่อยอีกด้านหนึ่งคมกริบสามารถแทง ขุด และเลื่อย

ในขณะที่ซั่วเฟิง เตรียมอุปกรณ์ เชือกเอ็น หอกไม้ไผ่ มีดสั้น กระบอง และอื่นๆอีกมากมาย

ทั้งสองเดินทางไปด้วยกันสิ่งที่นำติดตัวมาแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

มู่เฟิง ต้องการหาอะไรสักอย่าง เห็นได้ชัดว่า ซั่วเฟิง เดินอย่างกับวิ่ง มันทำให้ มู่เฟิง พูดไม่ออก พยายามยิ้มและพูดว่า

“เรากำลังไปหาพืชเครื่องเทศ ไม่ใช่การล่าสัตว์!”

ซั่วเฟิง รีบอธิบาย “ในป่ามีสัตว์ร้ายมากมาย พวกเราควรที่จะเตรียมตัวป้องกันอันตรายอยู่ตลอดเวลา”

มู่เฟิง หัวเราะและกล่าวว่า “เอาล่ะพวกเราไม่ได้ไปไกลเสียหน่อย เพียงแค่ค้นหามันที่ภูเขาตะวันออก”

“เข้าใจแล้ว!” ซั่วเฟิงพยักหน้า “ข้าคุ้นเคยกับภูเขาตะวันออก!”

จากนั้นทั้งสองก็มุ่งไปยังภูเขาตะวันออก เนื่องจากเส้นทางของพวกเขาค่อนข้างกว้างดังนั้นการเดินทางจึงค่อนข้างปลอดภัย บางครั้งก็พบไก่ที่หลงฝูงมา 2-3 ตัว แต่เมื่อพวกมันเห็นชายหนุ่มทั้งสองคนมันไม่คิดจะหนีแม้แต่น้อย ดังนั้น ซั่วเฟิง จึงพยายามแทงมันด้วยหอกไม้ไผ่ พวกมันกระพือปีกวิ่งหนีไปแต่เพียงไม่นานก็วิ่งกลับมาจุดเดิม

“ความโง่เขลา”ของสัตว์ป่าในสมัยดึกดำบรรพ์สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ถึงกระนั้น ซั่วเฟิง ก็ยังจับไก่ไม่ได้ เขาจึงอดไม่ได้ที่จะระบายอารมณ์

“ทำไมเจ้าถึงสามารถจับมังกรขนดอกได้มากขนาดนั้นในขณะที่ข้าจับไม่ได้เลย!”

“ง่ายมาก!” มู่เฟิง ยิ้ม แล้วหยิบเศษปลาชิ้นนึงออกมาจากถุงหนังสัตว์ เขาหยิบใบไม้ออกมาทำชามเล็กๆและโยนเนื้อปลาลงไป ผลที่เห็นได้ชัดก็คือกลิ่นคาวของปลาดึงดูดไก่เข้ามาและจิกกินลงบนชามใบไม้ สุดท้ายมันก็ออกอาการหมุนไปรอบๆและพยายามดึงหัวออกมาจากชามใบไม้

ซั่วเฟิง ตกตะลึงทำหน้าเหมือนเห็นผี เขากลืนน้ำลายอึกหนึ่ง

“เจ้าร่ายคาถาอะไร?”

มู่เฟิง สายหัวและอธิบายให้เขาฟังอย่างอดทน  ซั่วเฟิง ฟังแล้วเข้าใจเพียงครึ่งครึ่งกลางๆแต่สายตาที่มองมายัง มู่เฟิง นั้นดูหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด

เขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า พ่อพูดกับเขาว่า “ตอนนี้ มู่เฟิง เป็นหัวหน้าเผ่า การพูดและทำอะไรจะต้องให้ความเคารพเขา เขาจะช่วยเผ่าพันธุ์และช่วยให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้น!”

“หัวหน้าเผ่า!”  ซั่วเฟิง รู้สึกหวาดกลัวและตื่นเต้นเล็กน้อย

“ตอนนี้ข้าเข้าใจแล้วว่าจับมันได้อย่างไร!”พูดจบเขาก็อดใจรอไม่ไหวที่จะก้าวเดินไปหาไก่แล้วแทงด้วยหอกไม้ไผ่จากนั้นใช้เชือกเอ็นผูกไว้กับหอกไม้ไผ่

มู่เฟิง รู้สึกจนปัญญาเขาออกมาหาผักป่าและเครื่องเทศคิดไม่ถึงว่าหาของพวกนั้นไม่เจอแต่ทาง ซั่วเฟิง กับได้ “เปิด” กับไก่ 1 ตัวแล้ว

“พวกเรามาหาสิ่งที่กินได้กันเถอะ!” มู่เฟิง เตือน

“แต่ไก่นี่ก็กินได้นะ!”  ซั่วเฟิง ยิ้ม

“มันเดินวนไปวนมารอบตัวของเราเอง ถ้าไม่เอามันไปก็เสียของเปล่า!”

“ก็ได้!” มู่เฟิงพยักหน้า

“ต่อไปหยุดล่าสัตว์ได้แล้วพวกเรากำลังมองหาพืช!”

“ตกลง!” ซั่วเฟิง พยักหน้า ก้มหน้ามองซ้ายมองขวาอย่างจริงจังในที่สุดพวกเขาก็มาถึงตีนเขาตะวันออก ในฤดูใบไม้ผลิมีพืชสีเขียวจำนวนมากเต็มภูเขา พืชและต้นไม้จำนวนมากที่ มู่เฟิง ไม่รู้จัก มีเพียงแต่สอบถามจากระบบอย่างต่อเนื่อง

ไม่นาน มู่เฟิง ก็พบผักป่าชิ้นเล็กๆ

การค้นพบผักป่านี้ทำให้ มู่เฟิง กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ

“ผักชีฝรั่ง!”

มู่เฟิง ตะโกนด้วยความประหลาดใจ ผักชีฝรั่งที่อยู่ตรงหน้าเขามีลักษณะคล้ายกับผักชีฝรั่งสมัยใหม่

ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดก็คือ ผักชีฝรั่งป่ามีขนาดเล็กกว่านิดหน่อย แต่รสชาติของมันไม่สามารถเปรียบเทียบได้กับผักชีฝรั่งที่ปลูกในโรงเรือนที่ทันสมัย

ผักชีฝรั่งถ้านำไปล้างให้สะอาดต้มน้ำหนึ่งน้ำโรยเกลือแล้วใส่กระเทียมบดรสชาติหาทานได้น้อย ถ้าเติมน้ำส้มสายชูและน้ำมันงาลงไปกลิ่นของมันจะไร้ที่สิ้นสุด!

นอกจากนี้ยังมีเกี๊ยวหมูและผักกาดหอมรสชาติไม่ต้องพูดถึง แน่นอนว่าผักชีฝรั่งสามารถตัดได้และยังต้มซุปได้รสชาติไม่เลว

มู่เฟิง มองไปที่ผักชีฝรั่งตรงหน้า เมื่อคิดถึงความอร่อยของการกินผักชีฝรั่งในชีวิตก่อนเขาอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอ

“หัวหน้าเผ่า?”  ซั่วเฟิงไม่เข้าใจ

“เจ้าเห็นหญ้าแล้วน้ำลายไหลทำไม?”

“เจ้าไม่เข้าใจ พวกเราพบผักป่าที่สามารถกินได้แล้ว!”

“ผักป่า?” ซั่วเฟิง รูปท้ายทอยแล้วพูดอย่างไม่เข้าใจ

“กินหญ้าต้นนี้นะหรอ? ข้าลองกินมันได้ไหม?”

“ได้! ในอนาคตเจ้าจะชอบมันอย่างแน่นอน!”

จบบทที่ บทที่ 32 เข้าไปในภูเขาเพื่อหาผักป่า

คัดลอกลิงก์แล้ว