- หน้าแรก
- หนึ่งเดียวใต้หล้า จอมเซียนผู้ใช้ชีวิตอย่างสโลว์ไลฟ์
- บทที่ 43 - ขอยืมมือเธอหน่อย
บทที่ 43 - ขอยืมมือเธอหน่อย
บทที่ 43 - ขอยืมมือเธอหน่อย
บทที่ 43 - ขอยืมมือเธอหน่อย
"รู้สึกยังไงบ้าง?"
"เร็วมาก!"
"ครั้งแรกก็เป็นแบบนี้แหละครับ"
หลี่เหยียนพยักหน้า พลางเหลือบมองเวลา สี่โมงเย็นแล้ว ถือโอกาสซื้อกับข้าวไปทำมื้อเย็นเลยดีกว่า
"ที่รุ่นพี่สอน พวกเธอตามทันใช่ไหม?"
"แน่นอนสิ ฉันดูบื้อขนาดนั้นเลยเหรอ?"
หลี่เหยียนไม่สนใจเธอ หันไปมองเหมยเมิ่งเชี่ยนแทน
"ฉันก็พอไหวค่ะ รุ่นพี่ตั้งใจสอนจริงๆ"
เมื่อเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับตัวเอง เหมยเมิ่งเชี่ยนย่อมไม่พูดปด
"งั้นพรุ่งนี้มาใหม่นะ"
.......
ห้องสมุด
ฮัวจวินซู่กำลังอธิบายเรื่องฟังก์ชัน หลี่เหยียนนอนราบอยู่บนโต๊ะพลางเล่นโทรศัพท์
เมื่อกี้ บรรณาธิการเพิ่งส่งข้อความมาหาเขา
ชิงโจว: เข้าชั้นหนังสือแล้วยังลงแค่วันละสี่พันตัวอักษรอีกเหรอ?
ชิงโจว: รีบลงให้กระฉูดหน่อยสิ ตอนต่อไปล่ะ
ซื่อจิ่ว: ?
ซื่อจิ่ว: คุณก็อ่านด้วยเหรอ
ซื่อจิ่ว: ผมเป็นนักเรียนครับ ไม่มีเวลา
ชิงโจว: ตอแหล! ฉันเห็นบัตรประชาชนนายแล้ว จบมัธยมสามแล้วจะไม่มีเวลาได้ไง
ซื่อจิ่ว: ยุ่งกับการออกเดทอยู่น่ะครับ
หลี่เหยียนพิมพ์ข้อความบรรทัดหนึ่งส่งไป ทันใดนั้นเขาก็จับมือของเจียงอิ้งจู๋มาถือไว้ แล้วกดถ่ายรูปหนึ่งแชะ
"ขอยืมใช้หน่อยนะ เรียบร้อยละ"
เจียงอิ้งจู๋มอบคำอวยพรอันแสนอบอุ่นกลับมาทันที พร้อมกับชูนิ้วกลางเลียนแบบดัชนีคุมสวรรค์มหาทารุณ "ไอ้บ้า!"
หลี่เหยียนก้มหน้าส่งรูปภาพ
ซื่อจิ่ว: 【รูปภาพ】
ชิงโจว: รูปท่านสมุหนายกหัวเราะว่า 'เป็นไปไม่ได้'
ชิงโจว: นั่นอวี่โหรวสื่อหรืออาสือลิ่วล่ะ?
ซื่อจิ่ว: ?
ซื่อจิ่ว: คุณเริ่มเพี้ยนแล้วนะเนี่ย
ไม่ได้รับการตอบกลับ หลี่เหยียนจึงหายตัวไปเงียบๆ
เขาเข้าไปดูข้อมูลนิยายเล่มใหม่ที่หลังบ้าน ถึงเพิ่งพบว่ามันขึ้นอันดับตั๋วรายเดือนและอันดับหนังสือใหม่ขายดีไปแล้ว ในเมื่อว่างอยู่ ลองปั่นสักหน่อยก็น่าจะดี
คิดได้ดังนั้น หลี่เหยียนเปิดซอฟต์แวร์เขียนนิยายขึ้นมา
ด้วยแรงหนุนจากจิตสัมผัส เรื่องราวบางอย่างในชาติก่อนที่เคยลืมไปเกือบหมดแล้ว กลับแจ่มชัดขึ้นมาอีกครั้ง
นิยายเล่มนี้ถึงแม้เขาจะจำไม่ได้ทุกบรรทัดทุกตัวอักษร แต่พล็อตหลักและพล็อตย่อยของแต่ละตอนน่ะเขามีครบ!
เพียงแต่หลี่เหยียนมักจะเขียนออกนอกพล็อตไปบ้าง โดยใส่ความรู้สึกจริงๆ และการระบายความในใจเรื่องการบำเพ็ญเซียนของเขาลงไป
เพราะกระแสตอบรับค่อนข้างดี บางครั้งเขาหยิบยกประโยคจากคัมภีร์ลัทธิเต๋ามาใส่สองสามประโยค จนมีคนเชื่อจริงๆ ว่าเขาเป็นนักพรตมาปฏิบัติธรรม
ในอีกด้านหนึ่ง เขาเพิ่มบทบาทให้อวี่โหรวสื่อและอาสือลิ่วที่ออกมาตอนแรกๆ มากขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ทั้งที่ไม่มีฉากล่อแหลมเลยสักนิด แต่กลับมีกลุ่มคนบอกว่าเขาเป็นพวกโลลิคอน
มันคือการใส่ร้ายป้ายสีกันชัดๆ! ขนาดบรรณาธิการยังรู้เรื่องนี้เลย ช่างน่าสลดใจนัก ในโลกนี้เหลือเขาเป็นผู้อ่านที่เฉลียวฉลาดเพียงคนเดียวแล้วหรือไงกันนะ?
วันนี้ถึงเวลาที่ต้องปูพื้นเรื่องภารกิจของรุ่นพี่ไป๋แล้ว
หลี่เหยียนพลิกดูสต็อกตอนที่เขียนไว้ เขาจะเริ่มเขียนฉากการเปิดตัวของรุ่นพี่ไป๋ เพื่อให้เหล่าแฟนคลับอวี่และแฟนคลับอาลิ่วรู้ซึ้งว่า แฟนคลับรุ่นพี่ไป๋ต่างหากคือตัวจริง!
สมรรถภาพร่างกายที่ยอดเยี่ยมหลังจากการขัดเกลากายาก็แสดงผลออกมาในตอนนี้ นิ้วมือจิ้มลงบนหน้าจอจนเห็นเป็นภาพติดตา เพียงแค่คิดได้มือก็พิมพ์ออกมาทันที
หนึ่งชั่วโมงปั่นได้หนึ่งหมื่นตัวอักษรไม่ใช่ปัญหาเลย!
หลี่เหยียนกำลังปั่นอย่างเมามัน จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่ารอบข้างเงียบสงัดลง
เขาชะงักไปพลางเงยหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณ สามสาวที่อยู่ตรงข้ามหายไปแล้ว
มีกลิ่นหอมเย็นราวกับหิมะลอยมาปะทะจมูก และในความหอมเย็นนั้นยังผสมผสานไปด้วยกลิ่นนมหอมอ่อนๆ
เขาหันขวับไปทันที ก็เห็นฮัวจวินซู่ยืนอยู่ข้างกาย เธอก้มตัวลงเล็กน้อย คอเสื้อทิ้งตัวลงตามแรงโน้มถ่วง เสื้อยืดสีดำดูรัดรูปจนเห็นส่วนโค้งเว้าที่น่าทึ่ง
เขาเงยหน้าขึ้น สบเข้ากับดวงตาที่เย็นชาและสงบนิ่งของฮัวจวินซู่พอดี
แสงไฟสีขาวตกกระทบลงบนสันจมูกโด่งและหน้าผากของเธอ ยิ่งเสริมให้เส้นสายบนใบหน้าที่เย็นชาดูคมชัดยิ่งขึ้น นัยน์ตาที่ก้มมองลงมาเล็กน้อยจ้องมองหลี่เหยียนราวกับกำลังมองดูกองขยะ
หลี่เหยียน: "เอ่อ..."
"คุณกำลังเขียนนิยาย" ขณะที่หลี่เหยียนกำลังพิจารณาคำพูด ฮัวจวินซู่ก็เป็นฝ่ายเปิดปากก่อน ดวงตาจ้องเขม็งไปที่เขา ไม่สิ... จ้องไปที่หน้าจอโทรศัพท์ของเขาต่างหาก
"กลุ่มแชทผู้บำเพ็ญเซียน"
"รุ่นพี่ พี่ก็อ่านด้วยเหรอครับ?"
หลี่เหยียนรีบถามขึ้น พลางพยักหน้า เขานึกขึ้นได้ว่าในชาติก่อนเธอชอบอ่านนิยายมาก ไม่นึกเลยว่าตอนนี้จะเริ่มติดนิยายเสียแล้ว
ชื่อนิยายของเขาดูปกติ และเนื้อหาก็ไม่มีอะไรที่ดูอุจาดตา เขาจึงไม่ได้รู้สึกอับอายขายหน้าอะไร
"อืม คุณยังมีสต็อกตอนอยู่นี่" ฮัวจวินซู่พยักหน้าพลางมองดูโทรศัพท์ของเขา
ช่วงนี้เธอไม่มีหนังสือให้อ่าน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เธออุตส่าห์หามาได้แทบตายกว่าจะเจอเรื่องที่พออ่านได้
น่าเสียดายที่ผู้เขียนลงตอนน้อยเกินไปทุกที นึกไม่ถึงเลยว่าหลี่เหยียนจะเป็นคนเขียน
"เอิ่ม... รุ่นพี่ครับ ถ้าจะให้ลงตอนเพิ่มต้องเปย์นะครับ"
หลี่เหยียนพูดหยอกล้อไป แต่กลับเห็นฮัวจวินซู่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบเงินออกมาจากกระเป๋าหนึ่งร้อยยี่สิบสามหยวนแล้วยื่นมาให้ทั้งหมด
"มีแค่นี้ค่ะ"
เงินในโทรศัพท์ของเธอเก็บไว้ในกองทุนเพื่อหวังจะได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นวันละนิดวันละหน่อย การใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเธอจึงใช้เงินสดเป็นหลัก
นอกจากนี้...
"เฮ้ๆๆ ผมล้อเล่นครับ! ล้อเล่นนน!!"
ทำไมตอนเด็กถึงได้จริงจังยิ่งกว่าตอนโตขนาดนี้กันนะ หลี่เหยียนรีบผลักเงินคืนไปอย่างระแวดระวัง
เขาเงยหน้าขึ้น เห็นรุ่นพี่หยิบโทรศัพท์ออกมา เปิดแอปสีแดงบางอย่างราวกับกำลังครุ่นคิด
"รุ่นพี่ครับ พี่อย่าทำอะไรวู่วามนะ เดี๋ยวผมลงตอนเพิ่มให้เอง! ถือว่าเป็นการขอบคุณที่พี่ช่วยติวให้พวกเธอแล้วกันครับ จริงด้วย แล้วพวกเธอหายไปไหนกันหมดครับ?"
"ไปเข้าห้องน้ำ" ฮัวจวินซู่เก็บโทรศัพท์ พลางมองเขาแล้วพูดอย่างจริงจังว่า "ฉันรับเงินมาแล้ว"
"เงินนั่นผมไม่ได้เป็นคนจ่ายครับ เอาเป็นว่าตามนี้แหละ รุ่นพี่ไม่อยากอ่านตอนต่อไปเหรอครับ?"
ได้ยินดังนั้น ฮัวจวินซู่ชะงักไปครู่หนึ่ง ลังเลอยู่พักใหญ่ก่อนจะพยักหน้า
"ขอบคุณ"
เวลาพูดขอบคุณน่ะ ไม่ควรจะเลิกกระโปรงขึ้นให้เห็นกางเกงในเหรอ?
หลี่เหยียนคิดอยู่หนึ่งวินาที เพื่อไม่ให้ถูกมองว่าเป็นขยะ เขาจึงไม่พูดประโยคนั้นออกมา
ภายใต้สายตาที่เฝ้าดูของรุ่นพี่ เขาลงนิยายไปรวดเดียวห้าตอน เป็นการลงแบบกระฉูดหนึ่งหมื่นตัวอักษรทันที
เมื่อเห็นดังนั้น ฮัวจวินซู่ก็เดินกลับไปที่นั่งเงียบๆ เจียงอิ้งจู๋และเหมยเมิ่งเชี่ยนกลับมาพอดี ได้เวลาเริ่มเรียนต่อแล้ว
หลี่เหยียนหาวออกมาคำหนึ่ง เขาปั่นนิยายต่อไม่ไหวจริงๆ
หลังจากชื่นชมภาพสามสาวที่กำลังตั้งใจเรียนจนพวกเธอเริ่มเสียสมาธิแล้ว เขาก็ละสายตาหันมาไถโทรศัพท์แทน
ลองไปดูความเห็นของนักอ่านหน่อยดีกว่า วันนี้ลงเยอะขนาดนี้ คงไม่มีใครมาด่าว่าเขา 'สั้น' แล้วล่ะมั้ง?
【ผู้เขียนไปโดนตัวไหนมาครับเนี่ย】
【(รูปภาพ) สงสัยจะอกหักล่ะมั้ง ฮ่าๆ】
【สั้น สั้นเกินไป】
มีเครื่องหมายคำถามปรากฏขึ้นบนหัวของหลี่เหยียนหลายอัน เขาเริ่มเข้าไปวิพากษ์วิจารณ์ทีละคน
จนกระทั่งมาเห็นคนที่บอกว่าเขาอกหัก จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่ารูปแคปหน้าจอนั้นมันช่างคุ้นตาเหลือเกิน
นี่มันกลุ่มนักอ่านของเขานี่นา แล้วนั่นก็รูปที่เขาส่งให้ชิงโจวไม่ใช่เหรอ
พอดูชื่อเล่น ก็คือพวกที่เคยลือว่าเขาเป็นโลลิคอนหนักที่สุดสองสามคนนั้นเอง
ดี ดีมาก บรรณาธิการคือนักแอนตี้อันดับหนึ่งของฉันสินะ
หลี่เหยียนเซ็งจัด เตรียมจะกระตุ้นพวกไร้สาระพวกนี้สักหน่อย
"รุ่นพี่ครับ ขอยืมมือพี่ใช้หน่อย"
พูดจบ หลี่เหยียนก็เข้าไปกุมมือของฮัวจวินซู่ ฮัวจวินซู่ชะงักไปครู่หนึ่งแต่ไม่ได้ปฏิเสธ
จากนั้นหลี่เหยียนก็กุมมือเธอถ่ายรูปหนึ่งแชะ แล้วโพสต์ลงในช่องความเห็นพร้อมแคปชันว่า:
ไม่ได้เลิกครับ แค่เปลี่ยนคนใหม่ 【รูปภาพ】
โพสต์เสร็จเขาก็ไม่สนใจอะไรต่อ หันไปไถดูวิดีโอสาวๆ เต้นสักพักดีกว่า พี่สาวพวกนี้นี่แหละที่อบอุ่น ส่วนพวกนักอ่านมีแต่จะว่าเขาว่าสั้น
ตลอดครึ่งเดือนต่อมา ในตอนกลางวันหลี่เหยียนจะตามสองสาวไปติวหนังสือ ตอนกลางคืนก็บำเพ็ญเพียร พร้อมทั้งวิจัยวิธีที่วิชาเบญจสายฟ้าเปลี่ยนพลังปราณให้กลายเป็นสายฟ้าไปด้วย
บางครั้งเขาก็ไถวิดีโอสั้น คอยเอาใจใส่บรรดาสาวๆ ในโลกอินเทอร์เน็ตของเขาบ้าง
ขณะที่เขานอนอยู่บนเตียง นิ้วเลื่อนผ่านหน้าจอ ทันใดนั้นทำนองเพลงหนึ่งก็ลอยออกมา
"หนี่อ้ายหว่อ หว่ออ้ายหนี่..."
หลี่เหยียนชะงัก นิ้วหยุดกึก พลางมองดูสาวน้อยที่กำลังร้องเพลงคนนี้ ฉากหลังคือร้านของเหล่าหลี่นั่นเอง
พอร้องจบเธอก็เริ่มรีวิว เปิดหัวมาก็ 'ทุกคนคะ'
หืม?
ยอดไลก์ทะลุหลักพันไปแล้ว!
ข้อมูลถือว่าใช้ได้เลย เขาลองพลิกดูคอมเมนต์ ส่วนใหญ่ถามว่าเรื่องจริงเหรอ หรือไม่ก็รีวิวหลังจากไปมาแล้ว
ซึ่งก็ถือว่าดีหมด
หลี่เหยียนกดค้างที่วิดีโอ คลิกที่โต่วเจีย แล้วทุ่มเงินค่าลิขสิทธิ์นิยายหนึ่งหมื่นหยวนที่เพิ่งได้มาวันนี้ลงไป
ระบุตำแหน่งเป้าหมายไปที่เมืองเจียงเฉิง เรียบร้อย!
ทำเต็มที่แล้ว ที่เหลือก็อยู่ที่โชคชะตา
ร้านของเหล่าหลี่จะดังเปรี้ยงไหม แผนการของเขาจะสำเร็จไหม ก็ต้องรอดูที่ดวงแล้วล่ะ
แต่ต่อให้ไม่ดังระเบิด แค่ดังพอประมาณก็น่าจะพอให้เหล่าหลี่วางมือจากงานตรงหน้าแล้วหันมาจ้างคนได้แล้ว
แค่เด็กทำงานพาร์ตไทม์ช่วงปิดเทอมคนเดียวจะไปพออะไร
พอเขาเข้าใจว่าการจ้างวัวควายสองตัวมาลากเกวียน แล้วตัวเองนั่งเฉยๆ ก็หาเงินได้ เขาก็จะเริ่มลังเลที่จะทำตัวเองให้เหนื่อยอีกต่อไปเองนั่นแหละ
เขาปิดแอปวิดีโอสั้น แล้วเปิดเว็บไซต์พีขึ้นมา ดูวิดีโอที่เขาอัปโหลดไปเมื่อเดือนก่อน
ยอดวิวทะลุห้าแสนไปแล้ว แต่อัตราการเพิ่มเริ่มช้าลง
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงตั้งใจจะอัดเพลงเพิ่มอีกสักเพลง
(จบแล้ว)