เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 - ทำเรื่องน่าสนใจบางอย่าง

บทที่ 28 - ทำเรื่องน่าสนใจบางอย่าง

บทที่ 28 - ทำเรื่องน่าสนใจบางอย่าง


บทที่ 28 - ทำเรื่องน่าสนใจบางอย่าง

"ค่ำคืนที่แสนสงบเงียบอีกครั้ง นั่งเอนกายบนเก้าอี้โยกรับลมเย็นคนเดียว

ผมยอมรับว่ามันช่างเงียบสงัดเหลือเกิน เหมือนกับคุณปู่ที่อยู่ชั้นล่างเลย..."

เพลงนี้ไม่ได้มีความยากอะไรมากมาย แต่การจะร้องให้ได้อารมณ์ที่ดูผ่อนคลายและสดใสนั้นจำเป็นต้องใช้ความรู้สึกเข้าช่วยเล็กน้อย

เมื่อบทเพลงดังออกมาจากปากของหลี่เหยียน ทุกคนก็ไม่ได้มีความรู้สึกเชี่ยวชาญอะไรเป็นพิเศษ แต่กลับรู้สึกว่ามันฟังดูไม่เลวเลยทีเดียว

ในไม่ช้าก็ถึงท่อนร้องของผู้หญิงของเหมยเมิ่งเชี่ยน หลี่เหยียนจึงมองไปทางเธอตามจังหวะ

เขาสังเกตดูใบหน้าของเธอภายใต้แสงไฟอย่างละเอียด เพราะปกติแล้วเขาไม่สามารถจ้องมองเธอได้อย่างเปิดเผยแบบนี้ เนื่องจากมันจะดูเสียมารยาทเกินไป

ใบหน้าของเธอเป็นรูปไข่ที่ดูหมดจด หน้าผากขาวเนียนมนรับกับคิ้วรูปใบหลิวที่เรียงตัวสวย ดวงตาที่เป็นประกายระยิบระยับราวกับสีสันของฤดูใบไม้ร่วงจดจ้องอยู่ที่หน้าจอ และเริ่มร้องออกมาว่า

"ได้ยินว่าคุณยังคงแต่งเพลงเองอยู่ แต่งไปแต่งมาดูเหมือนก็งั้น ๆ

สู้เอาเวลามาลองคิดดูสักหน่อยว่าควรจะทำหน้าตายังไงจะดีกว่าไหม..."

เสียงของเธอไม่ใช่โทนที่หวานเลี่ยนจนเกินไป หากให้หลี่เหยียนนิยาม มันออกจะดูเป็นสาวมาดมั่น เสียมากกว่า

เสียงที่ดังแว่วอยู่ข้างหูให้ความรู้สึกที่น่าดึงดูดอย่างประหลาด โดยเฉพาะเมื่อมันมาคู่กับใบหน้าอันงดงามราวกับภาพวาดนั่น

เมื่อเพลงดำเนินมาถึงท่อนฮุค ในขณะที่กำลังร้องอยู่นั้น เหมยเมิ่งเชี่ยนก็เหลือบไปเห็นหลี่เหยียนที่กำลังจ้องมองเธออยู่

เสียงของเธอพลันแหลมขึ้นเล็กน้อยเพราะคิดว่าตัวเองถูกจับได้ว่าแอบมอง เธอรีบเบือนสายตาหนีทันที แต่แล้วก็เผลอหันกลับมามองอีก แล้วก็เบือนหนีไปใหม่

เมื่อพบว่าความจริงแล้วไม่ใช่เธอที่แอบมอง แต่เป็นหลี่เหยียนต่างหากที่จ้องมองเธออยู่ตลอดเวลา...

เหมยเมิ่งเชี่ยนก็แทบจะไม่ได้ยินเสียงดนตรีประกอบอีกเลย ปากของเธอขยับร้องตามเนื้อเพลงไปโดยอัตโนมัติ ในหัวใจได้ยินเพียงเสียงเต้นของหัวใจตัวเองเท่านั้น

【เขาจ้องมองฉันทำไมกันนะ? หรือว่าเขาจะรู้ตัวตนที่แท้จริงของฉันแล้ว หรือว่าเขาแอบไปที่พิกัดในจดหมายมาแล้ว? หรือว่าเขาจะชอบ...】

เธอไม่กล้าคิดต่ออีกเลย เพียงแค่คิด สมองของเธอก็ขาวโพลนไปหมดแล้ว

ส่วนหลี่เหยียนไม่ได้คิดอะไรซับซ้อนขนาดนั้น เขาเพียงแค่รู้สึกว่าการได้มองหญิงสาวสวย ๆ มันช่างเจริญตาดีเหลือเกิน ก่อนจะรู้สึกว่าเธอดูจะมีพิรุธแปลก ๆ นะ

เขาไม่ได้รู้สึกไปเองหรอกนะว่าอีกฝ่ายจะชอบเขา เพราะพวกเราเพิ่งจะเจอกันไม่กี่ครั้งเอง

ชาติก่อนเจอกันทุกวัน เขายังไม่เคยมีความรู้สึกประหลาดแบบนี้เกิดขึ้นเลย

เมื่อเพลงจบลง เจียงอิ้งจู๋ก็ส่งเสียงรบเร้าจะร้องต่ออีกเพลง

หลี่เหยียนร้องเพลง 【ชนเผ่าที่รุ่งโรจน์ที่สุด】 คู่กับเธอ จากนั้นก็ต่อด้วยเพลง 【เหนือดวงจันทร์】 จนยัยเพื่อนสมัยเด็กถึงกับเหนื่อยหอบ

"ไอ้คนบ้า! ทำไมเลือกเพลงแบบนี้ล่ะ!"

"ก็เธอบอกเองไม่ใช่เหรอว่าอยากร้องเพลงคู่"

"ปัง!"

หลี่เหยียนไม่ได้ถือสาหาความกับเธอ เขาเดินออกจากร้านคาราโอเกะและมองดูท้องฟ้า ก่อนจะหันไปทางเหมยเมิ่งเชี่ยน

"มืดแล้ว ให้พวกเราไปส่งไหม บ้านเธออยู่ที่ไหนล่ะ?"

"ไม่เป็นไรจ้ะ เดี๋ยวฉันเรียกแท็กซี่กลับเองดีกว่า" เหมยเมิ่งเชี่ยนยิ้มตอบ

"งั้นก็ได้"

หลี่เหยียนเป็นพวกเคร่งครัดในกฎหมาย เขาไม่เคยทำอะไรที่ขัดต่อความสมัครใจของสตรีอยู่แล้ว

เขาโบกมือเรียกแท็กซี่คันหนึ่งและส่งสัญญาณให้เหมยเมิ่งเชี่ยนขึ้นไป

หลังจากถ่ายรูปทะเบียนรถไว้แล้ว ทั้งสามคนก็แยกย้ายกัน

เขาหันกลับมามองเจียงอิ้งจู๋ที่กำลังยืนกอดอกทำท่าทางฟึดฟัดอยู่ หลี่เหยียนจึงเอ่ยถามว่า

"จะกลับไปร้องต่อไหม?"

"ไม่เอาแล้ว ฉันบอกในคิวคิวไปแล้วว่าพวกเรากลับแล้ว" เจียงอิ้งจู๋ค้อนใส่เขาแวบหนึ่ง

"งั้นไปกินปิ้งย่างไหม?"

"ไป ๆ ๆ!!"

ในพริบตา เจียงอิ้งจู๋ก็เสียอาการทันที เธอโบกไม้โบกมือด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม "ฉันรู้จักร้านปิ้งย่างเปิดใหม่ร้านหนึ่งด้วยนะ!"

......

เมื่อกลับมาถึงบ้าน หลี่เหยียนจัดเก็บหนังสือที่ฝากไว้กับร้านขายของชำใต้ตึกให้เข้าที่เข้าทาง

หลังจากอาบน้ำเสร็จและกลับเข้าห้อง เขาไม่ได้คิดถึงเรื่องความเป็นไปได้ในการบำเพ็ญเซียนผ่านระบบเป็นอย่างแรก

แต่เขาเดินไปที่ปฏิทิน พลิกหน้าถัดไปแล้ววงกลมลงในวันที่ ๘ กรกฎาคม

จากนั้นก็เดินไปที่โต๊ะ เปิดโน้ตบุ๊กและง่วนอยู่พักใหญ่เพื่อตั้งเวลาเผยแพร่นิยายตอนที่เตรียมไว้ล่วงหน้า

จากนั้นเขาจึงค่อยเริ่มลองฝึกฝน

ตามคำบรรยายของระบบเกี่ยวกับตำราวิชาต่าง ๆ หลี่เหยียนเลือกวิชาที่เน้นเรื่องการฝึกลมปราณ (เลี่ยนชี่) เป็นหลัก

เขาไม่ได้หยิบหนังสือขึ้นมาดู แต่เลือกใช้ระบบฝากฝังโดยตรง

"ระบบ ฝากฝังคัมภีร์หวงถิง ฝึกฝนเป็นเวลาหนึ่งนาที"

ในวินาทีถัดมา ทุกอย่างเป็นไปตามคาด ระบบไม่ได้ควบคุมให้เขาหยิบหนังสือ แต่กลับให้นั่งสมาธิขัดสมาธิแทน

ทันใดนั้น หลี่เหยียนรู้สึกว่าในหัวสมองของเขาว่างเปล่าและปลอดโปร่งไปหมด สติสัมปชัญญะที่เคยล่องลอยไปมาในยามที่ฝากฝังครั้งก่อน ๆ ในตอนนี้กลับสงบนิ่งลงอย่างยิ่ง

ลมหายใจของเขาเกือบจะไร้สุ้มเสียง แต่กลับดำเนินไปตามกฎเกณฑ์ที่แสนพิเศษ

ทีละนิด... เขารู้สึกเหมือนได้เห็นหมู่ดาวทั่วทั้งจักรวาล แสงดาวที่หมุนวนไปมา ก่อเกิดเป็นกลิ่นอายพลังพิเศษขึ้นมาระหว่างความว่างเปล่า

ในขณะที่พลังสายนั้นกำลังโคจรไปตามแสงดาวทั่วร่าง เสียงแจ้งเตือนที่เย็นชาของระบบก็ดังขึ้น

การฝากฝังจบลงแล้ว หลี่เหยียนลืมตาขึ้นด้วยความงุนงง ราวกับเพิ่งจะตื่นจากความฝันครั้งใหญ่

เขาชูมือขึ้นกำหมัดเบา ๆ แล้วเดินไปส่องกระจกเงาบานใหญ่

ก็ไม่เห็นจะรู้สึกอะไรเป็นพิเศษเลยแฮะ

หลี่เหยียนลองนั่งสมาธิฝึกฝนด้วยตัวเอง แต่เขากลับไม่สามารถเข้าสู่สภาวะที่ทั้งร่างกายและจิตใจสงบเงียบแบบนั้นได้เลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการสัมผัสถึงพลังสายนั้นเลยสักนิด

เขาจึงเลือกใช้ระบบฝากฝังอีกครั้ง โดยตั้งเวลาไว้สิบนาที

ในวินาทีถัดมา หลี่เหยียนก็สัมผัสได้ถึงมัน

สิบนาทีผ่านไป เมื่อเขาลืมตาขึ้น เขารู้สึกเหมือนจะมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น แต่ก็เหมือนจะไม่มี...

เขาชูมือขึ้นมา บนฝ่ามือค่อย ๆ ปรากฏกลุ่มควันสีขาวเบาบางออกมาสายหนึ่ง จากนั้นมันก็สลายหายไปในพริบตา

"มันเป็นเรื่องจริงงั้นเหรอเนี่ย!"

ดวงตาของหลี่เหยียนฉายแววแน่วแน่ เขารู้สึกเหมือนเพิ่งจะได้ค้นพบโลกใบใหม่

เขาไม่ลังเลเลยสักนิดที่จะเลือกฝากฝังเป็นเวลาแปดชั่วโมงรวด

เมื่อเวลาผ่านไปหนึ่งคืนจนถึงเช้า หลี่เหยียนลืมตาขึ้นพร้อมกับความสงสัยที่ฉายชัดในแววตา

เขาฝึกฝนมาตลอดทั้งคืน แต่กลับไม่รู้สึกหิวเลยสักนิด!

แล้วพลังที่ระบบใช้ในการฝึกฝนนั้นมาจากไหนกันแน่ หรือว่าโลกใบนี้จะมีพลังปราณ (หลิงชี่) อยู่จริง ๆ?

ในจังหวะนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนที่ชัดเจนก็ดังขึ้น

【การอัปเกรดระบบเสร็จสิ้นแล้ว รายละเอียดต่าง ๆ โปรดตรวจสอบด้วยตัวเอง】

หลี่เหยียนชะงักความคิดที่จะฝึกฝนต่อทันที และหันไปมองที่หน้าจอของระบบ

พื้นที่หลักสำหรับการฝากฝังยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก เพียงแต่มีคำว่า "อัจฉริยะ" เพิ่มเข้ามาในส่วนของการฝากฝังเท่านั้น

จากนั้นที่มุมซ้ายบนก็มีข้อมูลแถวหนึ่งเพิ่มขึ้นมา

ค่าพลังปราณ : ต่ำมาก

ตัวอักษรแถวนี้ช่วยคลายความสงสัยของหลี่เหยียนได้เป็นอย่างดี

"ระบบ โลกใบนี้มีผู้บำเพ็ญเซียนคนอื่นอีกไหม?"

หลี่เหยียนถามออกไปลอย ๆ ใครจะไปคิดว่าระบบจะตอบกลับมาจริง ๆ

"กำลังดำเนินการตรวจสอบ... ตรวจสอบเสร็จสิ้น ผู้ที่ก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งเซียนอย่างเป็นทางการ มีเพียงโฮสต์คนเดียวเท่านั้น"

หลี่เหยียน : ?

"ถ้างั้นแกไม่รู้หรือไงว่าแกมาผิดโลกแล้วน่ะ?"

"..."

"ตอบฉันมาสิ!"

ระบบเงียบกริบ ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้มีสติปัญญาที่ลึกซึ้งอะไรขนาดนั้น

หลี่เหยียนกลอกตาใส่ทีหนึ่ง ก่อนจะดูการเปลี่ยนแปลงของหน้าจอต่อ

ที่แถบด้านข้างมีหัวข้อภารกิจเพิ่มขึ้นมา เมื่อคลิกเปิดออกก็พบว่ามีภารกิจใหม่มาแล้ว—

【เพิ่งเข้าสู่สำนักเซียน ควรจะขยันหมั่นเพียรเพื่อความก้าวหน้า โปรดพยายามเข้าสู่ห้องเรียนต้นกล้าเซียน รางวัล : ยารวมปราณ ๕ เม็ด】

หลี่เหยียนมองดูแล้วก็อึ้งไป ระบบนี้ดูจะเปลี่ยนไปเยอะเลยนะเนี่ย

ถึงขั้นให้รางวัลเป็นของจริง ๆ แบบนี้ คงไม่ใช่ให้เขาไปขโมยมาจากไหนหรอกนะ

แต่โลกใบนี้มีความเหนือธรรมชาติดัวยงั้นเหรอ? แล้วจะมีของพวกนี้ให้เขาไปขโมยมาได้ยังไง?

หลี่เหยียนไม่เข้าใจ และถามระบบไปก็ไม่มีคำตอบ

เรื่องอะไรที่คิดไม่ออก เขาก็จะเลิกคิดไปในไม่ช้า อย่างมากในอนาคตก็แค่หาเวลาไปเดินเล่นตามภูเขาที่มีชื่อเสียงโด่งดังต่าง ๆ ดูสักหน่อย

หลังจากดูการอัปเดตระบบเสร็จ หลี่เหยียนก็ร่ายรำมวยไท่เก๊กอยู่กับที่สองสามรอบ ก่อนจะเริ่มฝึกฝนต่อ

วิชานี้ค่อนข้างพิเศษ วิชาอื่น ๆ จะมีความรู้หลั่งไหลเข้ามาในหัวของเขา

แต่วิชานี้เวลาฝึก หลี่เหยียนกลับไม่รู้อะไรเลย

เหมือนกับคนละเมอยังไงอย่างงั้น!

แถมยังไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมอะไรเลยด้วย

เวลาผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ หลี่เหยียนเป็นเหมือนเด็กที่ได้ของเล่นชิ้นใหม่ เขาจดจ่ออยู่กับการฝึกฝนอย่างสนุกสนานจนลืมวันลืมคืน

แน่นอนว่าเขาไม่ได้เอาแต่ฝึกคัมภีร์หวงถิงเพียงอย่างเดียว

การเรียนรู้เรื่องทฤษฎีดนตรีที่วางแผนไว้ก็ไม่ได้ทิ้งไป และนิยายเรื่องใหม่ก็มีการอัปเดตอย่างสม่ำเสมอ

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป ปลายนิ้วของหลี่เหยียนรวบรวมกลุ่มก๊าซสีขาวที่ดูเบาบางอย่างยิ่ง แล้วทิ่มลงไปบนเก้าอี้

ในพริบตา เก้าอี้ไม้เนื้อแข็งก็ถูกทิ่มจนทะลุเป็นรูโหว่

หลี่เหยียนมองดูด้วยความทึ่งและรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย แต่มันก็ยังไม่มากพอ

เพราะการกระทำแบบนี้มันดูไม่ค่อยเหมือน "เซียน" เท่าไหร่นัก

มันดูจะผิดเพี้ยนไปจากภาพลักษณ์ของเซียนที่เขาจินตนาการไว้อยู่บ้าง

และในตอนนั้นเอง เขาก็ได้ตระหนักว่า ทักษะหรือวิชาต่าง ๆ ที่ระบบเก็บรวบรวมไว้นั้นดูจะไม่ค่อยเกี่ยวกับความเป้นเซียนเท่าไหร่เลย

ต่อให้เขามีพลังปราณ นอกจากจะแรงเยอะขึ้นจนเหมาะจะไปรับจ้างแบกหามแล้ว...

มันดูไม่ต่างจากคนธรรมดาเลยสักนิด?

แม้แต่จะจุดไฟยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ!

เหมือนกับเป็นพวกเซียนจอมปลอมงั้นแหละ!?

ดังนั้น วันนี้หลี่เหยียนจึงตั้งใจจะลองทำอย่างอื่นดูบ้าง อย่างเช่นการฝึกจิตสัมผัส (เสินสื่อ)

ถ้ามีจิตสัมผัสแล้วล่ะก็ คงจะทำเรื่องน่าสนใจบางอย่างได้ใช่ไหมนะ?

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 28 - ทำเรื่องน่าสนใจบางอย่าง

คัดลอกลิงก์แล้ว