เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13  โทษข้าที่ซ่อนเร้นไม่ได้

บทที่ 13  โทษข้าที่ซ่อนเร้นไม่ได้

บทที่ 13  โทษข้าที่ซ่อนเร้นไม่ได้


บทที่ 13  โทษข้าที่ซ่อนเร้นไม่ได้

“เจ้าต้องการที่จะเรียนรู้เรื่องนี้ด้วยหรือ?” มู่เฟิง ถาม

“ใช่!”  ฉางหนิง หน้าแดง ดวงตาของนางเป็นประกายรู้สึกว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่สูญเปล่า ในเผ่าเล็กๆที่ดูไม่ใหญ่นักกับเจอเรื่องที่ทำให้นางตกใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ตกปลาด้วยการใช้ไม้ไผ่,อาวุธที่ทรงพลัง,กำแพงหนามแหลม.. สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่นางไม่เคยเห็นในเผ่าอื่นมาก่อนรวมถึงเผ่าวิหคเขียวของนางเช่นกัน!

แม้ว่านางจะไม่เคยเห็นสิ่งเหล่านี้ แต่นางสามารถรับรู้ได้ถึงผลกระทบที่มันจะส่งผลกระทบต่อเผ่าเมื่อมีการใช้กันอย่างแพร่หลาย

มู่เฟิง รู้ในใจว่า ฉางหนิง ได้รับรู้ถึงความพิเศษของสิ่งเหล่านี้เขาพยักหน้าและกล่าวว่า “ได้ แต่มังกรดินที่เจ้าพูดถึงก่อนหน้านี้ และขนสัตว์ที่จะส่งมาให้กับพวกเราหวังว่าคงไม่ลืม!”

“ไม่มีปัญหา!”  ฉางหนิง พยักหน้าดวงตากลมโตขนตายาวขยับเน้นดวงตาของนางทำให้แสดงออกถึงความจริงใจและดูน่ารักไปอีกแบบ น่ารักจน มู่เฟิง รู้สึก “ฉันคงต้องยอมแล้วแหละ!”

“ได้!”  มู่เฟิง หันไปมองหลี่หู “หลี่หู จัดการเรื่องนี้แทนข้าที”

“มู่เฟิง!”  หลี่หูตวาดเสียงต่ำและมองไปที่ ฉางหนิง อย่างประหม่า  มู่เฟิง รู้สึกขบขันและกดส่ายหัวไม่ได้ “ถ้าพวกเขาต้องการลงมือกับพวกเราพวกเขาคงจัดการเราตั้งแต่พบกันแล้ว วางใจเถอะ!”

“อุกะอุกะ!” หลี่หูหมุนตัวแล้วจากไป

“ทำไมพวกเขาถึงเรียกเจ้าว่า มู่เฟิง?” ดวงตาดำขลับของ ฉางหนิง เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น “ทำไมพวกเขาไม่เรียกเจ้าว่าหัวหน้าเผ่า”

“มันก็แค่ชื่อเรียกเท่านั้น!” มู่เฟิงส่ายหัว แล้วหันไปมอง ฉางหนิง

“เช่นนั้นเจ้าอยากเรียกอะไร!”

“เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะ!”  ฉางหนิง ขมวดคิ้วเล็กน้อยชี้ไปที่กำแพงหนาม

“เผ่าของข้ามีคนอยู่มากมาย สถานที่อยู่อาศัยต้องการได้รับการป้องกันแบบนี้!”

“ได้!”  มู่เฟิง พยักหน้า

“สิ่งนี้เรียกว่ากำแพง แบ่งออกเป็น 3 ชั้น!” พูดไป มู่เฟิง ก็ส่งสัญญาณให้ ฉางหนิง เดินเข้ามาดู จากภายในสู่ภายนอกเป็นกำแพงหินรั้วไม้และต้นหนาม

“ถ้าเผ่าของเจ้าต้องการสร้างกำแพง ก็ทำรั้วไม้ให้เรียบร้อยก่อนโดยการฝังลึกลงไปในดิน!”  มู่เฟิง วาดรูปประกอบเล็กน้อย

“จากนั้นเจ้าสามารถใช้ก้อนหินวางเรียงซ้อนกันหลังต้นไม้ที่ฝังลงไป ก้อนหินพยายามเลือกก้อนที่เรียบที่สุด ถ้าไม่มีอาจจะต้องวางซ้อนกันให้หนาขึ้นอีกหน่อย สุดท้ายก็ปลูกต้นหนามไว้ด้านนอก!”

มู่เฟิง อธิบายไปราวกับศาสตราจารย์ที่กำลังอภิปรายอยู่ในห้อง เขาเน้นรายละเอียดทั้งหมด แต่นักเรียนคนนี้ค่อนข้างพิเศษเพราะนางคือ “มาโด้” ของเผ่าวิหคเขียว

มู่เฟิง สื่อสารกับระบบและได้รับการยืนยันว่า “มาโด้”คล้ายกลับ “องค์หญิง” ในชีวิตก่อนของเขา

“แต่ต้นหนามจะงอกตรงนี้ได้อย่างไร!” ฉางหนิง ขมวดคิ้วสีหน้าไม่เข้าใจ

“ไม่เป็นไร ยิ่งมันหนาและยาวเท่าไหร่ มันยิ่งเหนียวและสามารถปกป้องเผ่าจากภายนอกได้มากขึ้นเท่านั้น”

“กำแพงหินหนากว่านี้หน่อยได้หรือไม่” ฉางหนิง ถามอีกครั้ง

“แน่นอน!”  มู่เฟิง พยักหน้า “กำแพงแบบนี้ยิ่งสูงยิ่งดี ยิ่งหนาก็ยิ่งดี! นอกจากนี้เจ้ายังสามารถปิดกั้นช่องว่างระหว่างหินด้วยน้ำและดินโคลนเพื่อให้มันแข็งแกร่งขึ้น!”

“โคลน น้ำ ยิ่งแข็งแกร่ง…” ฉางหนิง ก้มหน้าพึมพำกับตัวเองดวงตาเป็นประกาย ขนตายาวเหมือนตะขอที่ดึงดูดใจ

“ข้าเข้าใจแล้ว!” ฉางหนิง เงยหน้า เผยรอยยิ้มสดใส ปรากฏลักยิ้มที่แก้มของนาง

“เฮ้อ!”  มู่เฟิง อุทานในใจ “ถ้าสาวน้อยคนนี้อยู่ในยุคปัจจุบันเธอจะต้องเป็นสาวสวยระดับหายนะอย่างแน่นอน!”

“ถ้าอย่างนั้นรบกวนท่านสอนข้าถึงวิธีการป้องกันหอกไม้ไผ่!”ฉางหนิง มองตา มู่เฟิง ปริบๆราวกับลืมฐานะของตัวเองที่สูงส่ง

“นี่…” มู่เฟิง เกาหัว “ของสิ่งนั้นยังไม่มี แต่สามารถทำขึ้นมาตอนนี้ได้!”

“ทำตอนนี้?”ดวงตาของ ฉางหนิง เป็นประกาย กระโดดโลดเต้นเหมือนกวางน้อย

“เยี่ยมไปเลย ให้ข้าดูอยู่ข้างๆจะได้ไหม?”

“ได้สิ!”  มู่เฟิง พยักหน้า  จากนั้นไปพบหลี่หูและให้เตรียมอุปกรณ์ เป็นหญ้าแห้ง ที่เตรียมไว้และท่อนไม้เรียวยาวกับเส้นเอ็นของเผ่าที่ใช้มัดหนังสัตว์

เมื่อเห็นสิ่งของที่ไม่เกี่ยวข้องกันเหล่านี้วางอยู่  ฉางหนิง ตกตะลึงและไม่รู้ว่า มู่เฟิง จะทำอะไร  มู่เฟิง มองไปที่หลี่หูและกล่าวว่า “พวกเจ้าเองก็ดูตัวอย่างเช่นกัน ต่อไปเผ่าของเราต้องการของพวกนี้!”

“อุกะอุกะ” หลี่หูตอบอย่างตรงไปตรงมาและยืนนิ่ง

มู่เฟิง หยิบหญ้ามุงจากที่ยาวเกือบ 1 เมตรขึ้นมา วางหัววางเท้าให้เท่ากันจับมัดจนแน่น จากนั้นใช้เส้นเอ็นของสัตว์อสูรมัดให้แน่นทุกระยะ มัดเป็นกำมือแล้ววางลงกับพื้น จากนั้นเขาก็ทำแบบเดิมอีก 20 ชิ้น  กระบวนการทุกอย่างที่มู่เฟิง ทำหลี่หูและ ฉางหนิง ต่างยืนมองอยู่ด้านข้างไม่กล่าววาจาสักคำ

จากนั้น มู่เฟิง ก็วางหญ้าเป็น 2 ชั้น ชั้นบนใช้ไม้วางไว้อีกชั้นหนึ่งแล้วใช้เส้นเอ็นมัดเหมือนเดิม

หลังจากมัดท่อนไม้รวมกับมัดหญ้าก็กลายเป็นโล่หญ้าสูง 1 เมตร

หลังจากนั้น มู่เฟิง ก็ใช้เส้นเอ็นหลายเส้นมาผูกด้านข้างของท่อนไม้เพื่อไว้สำหรับใช้มือสอดเข้าไปพอดี

“สำเร็จแล้ว!”   มู่เฟิง ถอนหายใจ แต่ ฉางหนิง และหลี่หูยังคงสงสัย

“สิ่งนี้มีประโยชน์อย่างไร?”

“ง่ายมากข้าจะแสดงให้ดู!”  มู่เฟิง ส่งโล่หญ้าให้กับ หลี่หู

“เจ้ายกมันขึ้นเหนือศีรษะ ป้องกันศีรษะเอาไว้แบบนี้…”

“อุกะอุกะ!” แม้ว่าหลี่หูจะรู้สึกแปลกใจแต่เขาก็ยังคงพยักหน้าและทำตาม   มู่เฟิงยกหอกไม้ขึ้นมาจากด้านข้างและถอยหลังไป 2ก้าวก่อนที่จะโยนใส่โล่หญ้าที่เขาทำขึ้น

“ปึก” หอกไม้ปักลงตรงโล่หญ้า หลี่หูรู้สึกสะเทือนแขนทั้งสองข้างหลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“เป็นอย่างไรบ้าง ตอนนี้เจ้ารู้วิธีการป้องกันหอกไม้ไผ่แล้ว!”  มู่เฟิง หันไปมอง ฉางหนิง

“นี่…”  ฉางหนิง ตกตะลึงใบหน้างดงามแดงระเรื่ออีกครั้งเห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะความตื่นเต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งดวงตาที่สดใสของนางเปล่งประกายเหมือนน้ำในฤดูใบไม้ผลิ  นางมองไปที่ มู่เฟิง ราวกับว่ามองเห็นสมบัติล้ำข้า!แม้แต่ มู่เฟิง ยังรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว

จบบทที่ บทที่ 13  โทษข้าที่ซ่อนเร้นไม่ได้

คัดลอกลิงก์แล้ว