- หน้าแรก
- หนึ่งเดียวใต้หล้า จอมเซียนผู้ใช้ชีวิตอย่างสโลว์ไลฟ์
- บทที่ 16 - โชว์เหนือขั้นสุด
บทที่ 16 - โชว์เหนือขั้นสุด
บทที่ 16 - โชว์เหนือขั้นสุด
บทที่ 16 - โชว์เหนือขั้นสุด
"วิชาสังคม เจ็ดสิบเจ็ด คะแนน"
"วิชาวิทยาศาสตร์ หนึ่งร้อยสี่สิบ คะแนน"
"วิชาพลศึกษา สี่สิบ คะแนน"
"วิชาชีววิทยา..."
"คะแนนรวม หกร้อยสามสิบเอ็ด คะแนน เป็นอันดับหนึ่งของเมือง..."
เสียงจากปลายสายถูกตัดไป แต่เหล่าหลี่ คุณนายฟาง รวมถึงเจียงอิ้งจู๋ ต่างก็นิ่งงันราวกับถูกสลักจากก้อนหิน ไม่ไหวติงแม้แต่นิดเดียว
"กรี๊ดดดดด!!!!!"
ทันใดนั้น เจียงอิ้งจู๋ก็แผดเสียงร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น เธอโผเข้ากอดคอหลี่เหยียนแล้วเขย่าจนตัวโยน
"ที่หนึ่ง! นายได้ที่หนึ่งจริงๆ ด้วย!!"
"คะแนนเต็มมันแค่หกร้อยสี่สิบนะ นายสอบยังไงให้ได้ขนาดนี้กันเนี่ย!!"
เสียงเอะอะโวยวายนี้ช่วยดึงสติของสองสามีภรรยาตระกูลหลี่ให้กลับคืนมา
"จอนหงวน (จ้วงหยวน) เลยเหรอเนี่ย ไม่นึกเลยว่าลูกชายฉันจะมีปัญญาคว้าตำแหน่งจอนหงวนกลับมาได้จริงๆ"
เหล่าหลี่พูดด้วยความภาคภูมิใจพลางตบบ่าหลี่เหยียนหนักๆ
"ลูกรัก อยากได้อะไรบอกมาเลย เดี๋ยวพ่อซื้อให้!"
"ใช่แล้วจ้ะ เย็นนี้อยากกินอะไร เดี๋ยวแม่ไปซื้อมาทำให้เองนะ" คุณนายฟางเสริมด้วยรอยยิ้มละไม
"พ่อครับ ผมไม่อยากได้อะไรหรอก แค่พ่อลองพิจารณาข้อเสนอของผมให้ดีก็พอแล้ว"
"ส่วนแม่ครับ เย็นนี้ขอแค่ไก่ผัดถั่วลิสงก็พอแล้ว"
พูดจบ หลี่เหยียนก็แกะมือของเจียงอิ้งจู๋ที่เกาะเป็นปลิงออกจากตัว ก่อนจะเหลือบมองไปที่หน้าอกของเธอ
"แม่ครับ ต้มซุปมะละกอใส่เห็ดหูหนูขาวให้เจียงอิ้งจู๋ด้วยแล้วกัน"
"ฉันไม่กิน!"
"ตอนนี้ฉันเป็นใหญ่ ทุกอย่างต้องฟังฉัน ต่อไปตาเธอเช็กคะแนนแล้ว"
"เชอะ เช็กก็เช็กสิ"
ผลคะแนนของเจียงอิ้งจู๋ออกมาที่ สี่ร้อยยี่สิบแปด คะแนน จากความทรงจำในชาติก่อนของหลี่เหยียน คะแนนระดับนี้ถือว่าเกินเกณฑ์ขั้นต่ำของโรงเรียนมัธยมปลายทั่วไปมาพอสมควร
สำหรับคะแนนนี้ หลี่เหยียนไม่ได้ประหลาดใจอะไร ในเมื่อเขามีระบบอยู่แล้ว การจะสอบให้ได้คะแนนสูงย่อมไม่ใช่เรื่องยาก
เมื่อความตื่นเต้นช่วงคะแนนออกผ่านพ้นไป คุณนายฟางก็ออกไปซื้อกับข้าว ส่วนเหล่าหลี่ก็เดินกลับเข้าห้องไปโทรศัพท์เพื่อโม้กับเพื่อนฝูงทันที
หลี่เหยียนขี้เกียจจะฟัง เขากำลังจะถามเพื่อนสาวสมัยเด็กว่าจะเลือกเรียนที่ไหน แต่แล้วมือถือก็ส่งเสียงเตือนไม่หยุด
ปกติเขาจะตั้งค่าปิดการแจ้งเตือนในคิวคิว ไว้เสมอ จะมีเสียงดังก็ต่อเมื่อถูกกล่าวถึง (@) หรือมีข้อความส่วนตัวเท่านั้น
เมื่อเปิดแอปพลิเคชันขึ้นมา เขาก็พบตัวการทันที
ในกลุ่มห้องที่ปกติจะคุยกันเรื่องคะแนนสอบ มีเพื่อนบางคนที่เรียนเก่งเริ่มเอาคะแนนมาอวดกัน
ดูเหมือนจะมีคนบังเอิญเอ่ยถึงชื่อของหลี่เหยียนขึ้นมา เจียงอิ้งจู๋จึงไม่รอช้า รีบส่งข้อความเข้าไปทันที
เจียงอิ้งจู๋: "แค่ ห้าร้อยเก้าสิบ เองเหรอ นึกว่าจะเป็นที่หนึ่งของเมืองซะอีก"
เจียงเหยียน: "พูดอย่างกับว่าเธอได้ที่หนึ่งงั้นแหละ ถ้าไม่มีโควต้านักกีฬา ลำพังคะแนนแค่นี้เธอคงสอบไม่ติดมัธยมปลายด้วยซ้ำมั้ง"
เจียงเหยียนถอนข้อความออกหนึ่งข้อความ
เจียงเหยียน: "งั้นเธอก็บอกมาสิ ว่าเธอได้เท่าไหร่ เป็นที่หนึ่งของเมืองเหรอ? (ส่งรูปยิ้มเยาะ)"
เจียงอิ้งจู๋: "ฉันไม่ใช่หรอก แต่หลี่เหยียนใช่นะ"
เจียงอิ้งจู๋: 【ส่งรูปภาพ】
หลี่เหยียนชำเลืองมองรูปนั้น มันคือหน้าจอตรวจสอบคะแนนจากเว็บไซต์ทางการของกรมการสอบ ซึ่งแสดงคะแนนของเขาอย่างชัดเจน
ทั้งกลุ่มแทบจะระเบิดทันที เพื่อนที่เคยแฝงตัวเงียบๆ ต่างพากันโผล่ออกมา
"สุดยอด!"
"เก่งชะมัด!"
"ลอกมาหรือเปล่า? มีเบื้องหลังแน่ๆ ต้องมีนอกมีในชัวร์..."
"เจียงเหยียน เธอนี่มันสมองนิ่มจริงๆ นะ ลองไปลอกวิชาคณิตศาสตร์ วิชาวิทยาศาสตร์ แล้วก็ภาษาอังกฤษให้ได้คะแนนเต็มดูบ้างสิ"
จากนั้นก็ตามมาด้วยคำชมที่เกินจริงอีกเป็นพรวน พร้อมกับมีการกล่าวถึง (@) หลี่เหยียนรัวๆ
หลี่เหยียนไม่มีความคิดจะออกไปปรากฏตัว เขาเมินข้อความแสดงความยินดีของหวังเจิ้นอวี่เพื่อนสนิท แล้วโยนโทรศัพท์ไปทับขาของเจียงอิ้งจู๋ที่กำลังหัวเราะคิกคักอยู่ข้างๆ
"ทำอะไรของนายเนี่ย!"
"พรุ่งนี้ต้องกลับไปโรงเรียนเพื่อกรอกใบสมัครเลือกโรงเรียน เธอจะเลือกที่ไหน?"
"ฉันยังไงก็ได้นะ ที่ไหนก็ได้ทั้งนั้นแหละ" เจียงอิ้งจู๋กลอกตาไปมา ก่อนจะเลิกใช้สมองคิดต่อ
"ฉันจะสมัครตามนายนั่นแหละ อือ เอาตามนี้ จะได้ไม่ต้องเปลืองสมองคิด"
"โอ้โฮ~~ เธออยากจะ 'กอด' (สมัคร) ตามฉันงั้นเหรอ?"
หลี่เหยียนแกล้งทำเสียงหยอกล้อ ลากเสียงยาว "อะไรกัน ในที่สุดเธอก็เริ่มมองเห็นความหล่อเหลาของพี่ชายคนนี้แล้วเหรอ"
"ไปตายซะไป!"
เจียงอิ้งจู๋อึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจมุกนั้น เธออายจนกลายเป็นความโกรธ รีบถอดรองเท้าแตะออกแล้วยกเท้าขาวๆ ของเธอขึ้นมาหมายจะเหยียบหน้าเขา
หลี่เหยียนปัดเท้าขาวนวลนั้นออกไปอย่างรวดเร็ว
"เอาล่ะๆ พอแล้ว มาคุยเรื่องงานเป็นการทางกันหน่อย ฉันจะเลือก มัธยมหก"
เจียงอิ้งจู๋เอาขาวางพาดบนเข่าของเขา พลางออกแรงกดไว้อย่างไม่ยอมแพ้
ทว่าจู่ๆ เธอก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายบางอย่างจาก "เขตหวงห้าม" ของอีกฝ่าย จึงรีบชักขาคืนทันที
"งั้นก็ มัธยมหก แล้วกัน" เธอยกมือขึ้นจัดหน้าม้าให้เข้าที่
"ง่วงจัง ฉันกลับไปนอนกลางวันก่อนนะ"
ท่าทางสบายๆ ราวกับไม่ใส่ใจสิ่งใดแบบนี้ ทำให้หลี่เหยียนนึกถึงชาติก่อนขึ้นมา
ตอนนั้นก็เป็นช่วงกรอกใบสมัครเหมือนกัน เธอเป็นฝ่ายเสนอเองว่าจะเข้าเรียนที่มัธยมหก
โรงเรียนนี้เป็นเพียงโรงเรียนมัธยมปลายทั่วไปที่สอบเข้าได้ค่อนข้างง่าย
หลี่เหยียนยอมรับว่าตัวเองยังเป็นพวกชอบอวดเก่ง การที่เขาเลือกโรงเรียนเดิมในชาติก่อน ก็เพื่อที่จะได้โชว์เหนือต่อหน้าคนที่คุ้นเคยนี่แหละ
แต่อย่างไรก็ตาม เขาคาดว่าเดี๋ยวพวกโรงเรียนมัธยมปลายชื่อดังทั้งหลายคงจะแห่กันมาแย่งตัวเขาแน่
จะเรียนที่ไหนก็ไม่สำคัญหรอก ดูว่าใครจะให้ข้อเสนอดีกว่ากันแล้วกัน!
สำหรับเจียงอิ้งจู๋นั้น หลี่เหยียนไม่ได้กังวลเลย เพื่อนสาวสมัยเด็กคนนี้แค่มีปัญหาเรื่องครอบครัวจนส่งผลกระทบต่อการเรียนเท่านั้น
ความจริงก็คือ พอมัธยมปลายเธอเริ่มตั้งใจเรียน ในชาติก่อนเธอก็สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำในโครงการ 985 ได้สำเร็จ
เมื่อเพื่อนสาวขี้อายหนีกลับบ้านไปแล้ว หลี่เหยียนก็เดินกลับห้องของตัวเอง ระหว่างทางที่ผ่านหน้าห้องของเหล่าหลี่ เขาก็แว่วเสียงคุยโทรศัพท์ดังออกมา
"...ใช่ครับคุณหวัง เจ้าลูกชายผมมันสอบได้ที่หนึ่งของเมืองแบบงงๆ เลยเนี่ย เห็นว่าอยากไปเรียนที่เมืองเจียงเฉิงน่ะครับ ต่อให้ผมจะลำบากแค่ไหนก็ต้องยอมเพื่ออนาคตลูก ผมคงทำงานที่บริษัทต่อไม่ได้แล้วล่ะครับ"
หลี่เหยียน: "?"
ให้ตายเถอะ แอบโชว์เหนือแถมยังถือโอกาสลาออกแบบเท่ๆ อีก
เหล่าหลี่ พ่อนี่มันร้ายจริงๆ!
หลี่เหยียนแหงนหน้ามองฝาผนังข้างหน้า พลางคิดในใจว่าผนังนี่ก็ดูแปลกดีนะ
ข้างในห้อง หลังจากเหล่าหลี่คุยกับคุณหวังเสร็จ ก็มีสายซ้อนเข้ามาอีก
"โอ้! พี่ใหญ่เจียง!!"
"อ้อ! คะแนนของจู๋จู๋เหรอครับ ดีมากเลยล่ะ ได้สี่ร้อยกว่าคะแนน ไม่ต้องใช้โควต้าก็เข้ามัธยมปลายได้สบายๆ เลย พี่เจียงนี่กรรมพันธุ์ดีจริงๆ นะเนี่ย!"
"หลี่เหยียนเหรอ? ฮ่าๆๆ เจ้าเด็กนั่นวันๆ เอาแต่เล่น ไม่รู้ทำอีท่าไหน ครั้งนี้กลับสอบได้ หกร้อยสามสิบเอ็ด คะแนน เป็นที่หนึ่งของเมืองซะงั้น"
"ผมกับแม่เขานี่ตกใจแทบแย่ นึกว่ามันไปลอกใครเขามาเสียอีก เจ้าเด็กนิสัยเสียนี่นะ"
"ฮ่าๆๆๆ งั้นเหรอครับ ฮ่าๆๆๆ ยินดีด้วยเหมือนกันครับ!"
มุมปากของหลี่เหยียนกระตุกเบาๆ ผนังบ้านก็น่าจะดูไม่ได้สวยขนาดนั้นหรอกมั้ง
เขาจึงกลับเข้าห้องเพื่อไปฝากฝังการฝึกฝนต่อดีกว่า
......
เช้าวันรุ่งขึ้น หลี่เหยียนตื่นมาก็พบว่าคุณนายฟางลงมือทำ "เต้าหู้แผ่นสามรส" (ซันเซียนโต้วผี) ให้กิน
เมนูนี้ทำยากและเสียเวลามากทีเดียว
"ทำไมไม่ซื้อเอาจากข้างนอกล่ะครับแม่"
"ข้างนอกมันไม่สะอาดหรอกลูก ไปเรียกหนูจู๋มากินข้าวซะไป"
หลี่เหยียนจึงเดินไปข้างบ้าน แล้วจัดการสะกิดปลุกเจียงอิ้งจู๋ให้ตื่นจากใต้ผ้าห่ม
"ฮึ่ม! น่ารำคาญจริงๆ!"
"มีแต่หมูนั่นแหละที่ส่งเสียงฮึ่มๆ"
"อย่ายุ่งน่า จะให้ใส่ชุดนักเรียนไปด้วยไหม?"
"วันนี้ต้องถ่ายรูปจบการศึกษานะ"
"เชอะ ชุดนักเรียนก็ไม่ได้สวยสักหน่อย"
เจียงอิ้งจู๋จัดการเสื้อผ้าที่หัวเตียงพลางปกปิดชุดชั้นในตัวจิ๋วที่โผล่ออกมาด้วยความเคอะเขิน
"เป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะ ต่อไปเธออยากจะใส่ ก็คงไม่มีโอกาสแบบนี้อีกแล้ว"
"ใครว่าฉันไม่กล้าล่ะ? นายไปหยิบชุดมาให้ฉันสิ เดี๋ยวฉันจะใส่ให้ดูเดี๋ยวนี้เลย!"
ยัยนี่ขี้เกียจตัวเป็นขนจริงๆ ถึงขนาดจะให้เขาไปหยิบชุดนักเรียนมาให้
หลี่เหยียนเลยบอกว่างั้นเดี๋ยวช่วยใส่ให้ด้วยเลยไหม
แต่กลับถูกไล่ตะเพิดออกจากห้องอย่างไร้เยื่อใย
......
"กินเร็วๆ หน่อย จะได้รีบไปโรงเรียน" คุณนายฟางเร่ง
"ก็มันอร่อยนี่ครับจนผมไม่อยากรีบกินเลย"
"ฮิๆ งั้นต่อไปแม่จะทำให้อร่อยๆ แบบนี้ให้กินทุกวันเลย"
หลี่เหยียนนิ่งเงียบ ไม่โต้ตอบ เพราะเขาไม่เชื่อคำพูดพวกนี้หรอก
เพราะอีกแค่สองสามวัน รัศมีของ "อันดับหนึ่งของเมือง" ก็คงจะจางหายไป
คุณนายฟางไม่มีทางมีอารมณ์ตื่นเช้ามาทำของอร่อยให้กินทุกวันแน่ๆ
แค่ไม่บ่นว่าเขาขวางหูขวางตาตอนอยู่บ้านก็บุญถมเถแล้ว
หลังจากกินข้าวเสร็จ ทั้งสองคนก็มุ่งหน้าไปยังโรงเรียน ทว่ายังไม่ทันจะเข้าพ้นประตูโรงเรียน เจียงอิ้งจู๋ที่อยู่ข้างกายก็ร้องอุทานออกมา
"หลี่เหยียน ดูนั่นสิ! นายถูก 'แขวน' (ขึ้นป้าย) แล้ว!"
"เห็นแล้วล่ะ"
หลี่เหยียนทอดสายตามองไปยังแผ่นป้ายผ้าใบขนาดยักษ์ที่ติดอยู่เหนือประตูโรงเรียน——
"ขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งกับนักเรียน หลี่เหยียน ผู้สอบได้อันดับหนึ่งของเมืองในการสอบมัธยมปลาย!"
ป้ายสีแดงสดพร้อมตัวอักษรสีขาวเด่นชัด มองเห็นได้จากระยะไกล
แม้แต่คุณปู่คุณย่าที่ออกมาออกกำลังกายตอนเช้ายังยืนจับกลุ่มคุยกันเรื่องนี้เลย
ไม่รู้ว่าคนที่เขาคุยด้วยน่ะ คือคนในป้ายหรือเปล่า
เซ่าหมิงจ้องมองป้ายนั่นด้วยความรู้สึกขมขื่นในลำคอ ราวกับตัวเองกลายเป็นตัวตลกในละครราคาถูก!
ในตอนนี้ สายตาของนักเรียนที่เดินเข้าออกโรงเรียนดูเหมือนจะทิ่มแทงและเยาะเย้ยเขาตรงๆ จนเขาไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง
เมื่อหลี่เหยียนและเจียงอิ้งจู๋เดินผ่านไป เซ่าหมิงก็หันขวับกลับมามอง หัวใจยิ่งเจ็บปวดกว่าเดิม
อะไรกัน นี่เขาไม่มีแม้แต่ค่าพอจะถูกคนอื่นเยาะเย้ยเลยงั้นเหรอ?
เซ่าหมิงสูดลมหายใจลึก ไม่ยอมหยุดนิ่งอยู่ที่เดิมอีกต่อไป
เขารีบวิ่งตามไป พร้อมกับถามว่า: "เจียงอิ้งจู๋ พวกเธอวางแผนจะเข้าเรียนต่อมัธยมปลายที่ไหนกันเหรอ?"
......
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าห้องเรียน ทั่วทั้งห้องที่เคยเงียบกริบก็ระเบิดเสียงดังขึ้นมาทันที
หลี่เหยียนถูกกลุ่มเพื่อนรุมล้อมถามนั่นถามนี่ไม่หยุด ในตอนนั้นเอง หวังฟู่กี้ก็เดินเข้ามา
เขาชำเลืองมองหลี่เหยียนด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสและดูอิ่มเอิบกว่าปกติ ก่อนจะพูดว่า:
"นักเรียนหลี่เหยียน มีครูจากโรงเรียนมัธยมปลายหลายท่านมาขอพบและอยากจะคุยกับเธอหน่อย ตามครูมาสิ"
(จบแล้ว)