เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 47 ผ่าซากอสุรกาย

บทที่ 47 ผ่าซากอสุรกาย

บทที่ 47 ผ่าซากอสุรกาย


บทที่ 47 ผ่าซากอสุรกาย

หลัวซิ่วเคยสงสัยว่าทำไมเจ้าอสูรหน้าแมวตนนี้ถึงยังมีชีวิตอยู่ได้ ทั้งที่ถูกระดมยิงเข้าจุดตายไปมากมายขนาดนั้น

จนกระทั่งเขาลงมีดกรีดเปิดเนื้อหนังเพื่อสำรวจโครงสร้างภายในร่างกายของมัน หลัวซิ่วจึงเข้าใจแจ้งในทันที อวัยวะสำคัญเกือบทั้งหมดของสิ่งมีชีวิตตัวนี้ถูกบีบอัดไปรวมกันอยู่ที่ส่วนบนของกระดูกหน้าอก ทว่าในตำแหน่งปกติของลำไส้ กระเพาะอาหาร และไตตามโครงสร้างของมนุษย์ กลับถูกแทนที่ด้วยมัดกล้ามเนื้อที่มีลวดลายละเอียดและสมมาตรอย่างยิ่ง

กระสุนส่วนใหญ่ที่ระดมยิงใส่ก่อนหน้านี้ล้วนปะทะเข้ากับส่วนนี้ทั้งสิ้น

หากพิจารณาตามหลักกายวิภาคศาสตร์แล้ว มันเป็นเรื่องที่ประหลาดมากสำหรับสัตว์ประเภทใดก็ตามที่จะมีอวัยวะภายในถูกบีบอัดด้วยมัดกล้ามเนื้อเช่นนี้ แต่นั่นยังไม่ใช่ทั้งหมด เมื่อหลัวซิ่วลองสัมผัสผิวหนังของมัน เขารู้สึกได้ถึงความชื้นและลื่นปรัดราวกับผิวของสัตว์น้ำ ประกอบกับความสามารถในการปล่อยกระแสไฟฟ้าของมัน หลัวซิ่วจึงนึกถึงปลาชนิดหนึ่งขึ้นมาได้ทันที

ปลาไหลไฟฟ้า!

ในธรรมชาติ ปลาไหลไฟฟ้าเป็นปลาที่สามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมาได้ ซึ่งกระแสไฟฟ้านับเป็นรูปแบบการโจมตีที่ล้ำสมัยมาก สิ่งแลกเปลี่ยนที่วิวัฒนาการมอบให้เพื่อแลกกับการโจมตีนี้คือ อวัยวะภายในทั้งหมดจะถูกบีบไปรวมกันที่ส่วนหัว ส่วนร่างกายที่ดูเรียวยาวนั้นแท้จริงแล้วกลับเต็มไปด้วยอวัยวะสร้างกระแสไฟฟ้า

หลัวซิ่วรีบทำการชันสูตรซากอย่างคร่าวๆ ก่อนจะสรุปผลออกมา

"นี่คือสัตว์ประหลาดที่สร้างขึ้นจากโครงการตัดต่อพันธุกรรม โดยใช้ยีนของสัตว์อย่างน้อยสามชนิด ได้แก่ ตระกูลแมว ปลาไหลไฟฟ้า และมนุษย์"

จางฟงที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ ถามขึ้นด้วยความสงสัย "มนุษย์ที่นายว่าคือตัวอะไรนะ?"

อวี๋อันฉีกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงระเหี่ยใจ "ก็มนุษย์นี่แหละ!"

จางฟงถึงกับสูดหายใจเข้าลึก "ไหนบอกว่าเป็นแค่ฐานผลิตมนุษย์โคลนนิ่งไม่ใช่หรือ? แล้วทำไมถึงมีสิ่งมีชีวิตที่ผิดมนุษย์และดูสยดสยองขนาดนี้ได้!"

หลัวซิ่วจ้องมองซากอสุรกายที่มีลักษณะเด่นของสัตว์หลายชนิดผสมกันพลางนึกไปถึงอสุรกายเย็บต่อจากภารกิจมือใหม่ แม้จะมีความคล้ายคลึงกันบ้างแต่ก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง อสุรกายตัวนี้ขาดความงดงามเชิงอำนาจที่ทรงพลังอย่างที่ตัวก่อนเคยมี เจ้าสัตว์ประหลาดเย็บต่อในตอนนั้นที่มีทั้งเขาแกะ กรามเสือ และหนวดปลาหมึก มีรูปลักษณ์ที่น่าเกลียดน่ากลัวราวกับเป็นการท้าทายธรรมชาติ

มันคือการท้าทายพระผู้เป็นเจ้า! เป็นสุนทรียศาสตร์แห่งความชั่วร้ายที่โกลาหล

แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้านี้... มันดูเป็นธรรมชาติและลื่นไหลจนเกินไป (นี่เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของหลัวซิ่วเท่านั้น หากเป็นคนปกติคงมองว่าเจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้ดูวิปริตและบิดเบี้ยวเป็นที่สุด)

ค่าพลังจิตของหลัวซิ่วกระเพื่อมขึ้นเล็กน้อย ในขณะที่ความคิดของเขาแล่นเร็วราวกับติดปีกเพียงชั่วพริบตาก็สามารถนำองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องมาปะติดปะต่อกันจนกลายเป็นข้อสันนิษฐานที่ชัดเจนและมีตรรกะ

"เริ่มแรก เหรินเว่ยคงต้องการเพาะเลี้ยงอวัยวะมนุษย์เพื่อเอาไว้ขายจริงๆ แต่ต่อมาเขาก็พบว่าต้นทุนการวิจัยและพัฒนานั้นสูงเกินไป เขาเลยหันมาใช้วิธีโคลนนิ่งมนุษย์โดยตรงและเลี้ยงดูพวกเขาขึ้นมา..."

เขาให้เหตุผลกับตัวเองออกมาดังๆ

"แล้วยังไงต่อ? จะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น?"

เขานึกถึงซากศพของหญิงสาวโคลนนิ่งที่มีหน้าตาเหมือนกับเหอโหย่วสี่ไม่มีผิดเพี้ยน และภาพมือของเหอเจิ้งสง

"วงจรการเติบโตของมนุษย์นั้นยาวนานมาก หากเขาปล่อยให้มนุษย์โคลนนิ่งโตตามปกติ เขาไม่มีทางสร้างเครือข่ายอุตสาหกรรมมืดได้ในระยะเวลาอันสั้นขนาดนี้แน่... เขาต้องใช้ฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต"

"ถ้ามนุษย์โคลนนิ่งเหล่านี้สามารถโตได้อย่างรวดเร็ว..."

"ทำซ้ำ โคลนนิ่ง ด้วยต้นทุนที่ต่ำมาก..."

"เขาก็จะมีมนุษย์โคลนนิ่งจำนวนมหาศาลอยู่ในกำมือ เป็นร้อย เป็นพัน หรืออาจจะถึงหลักหมื่น!"

"คนจำนวนมากขนาดนั้นที่ถูกกักขังไว้ ได้กลายเป็นเพียงเครื่องมือในการผลิตไปโดยปริยาย!"

"ในฐานะนักธุรกิจที่มีพื้นฐานทางการแพทย์ เขาจะทำอะไรต่อไป?"

ถึงตอนนี้ แม้แต่คนนอกอย่างอวี๋อันฉีก็สรุปคำตอบออกมาได้ง่ายๆ เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง "การทดลองในมนุษย์!"

หลัวซิ่วดีดนิ้วดังเปรี้ยง "ถูกต้อง! การทดลองในมนุษย์!"

"ผมไม่รู้ว่าเขาทำการทดลองแบบนี้ไปกี่ครั้งแล้ว แต่มันชัดเจนว่าเขาทำสำเร็จ!"

"เหรินเว่ยทำการทดลองผสมผสานยีนของมนุษย์เข้ากับยีนสัตว์ต่างๆ จากนั้นก็เพาะพันธุ์ตัวอ่อนของอสุรกายเหล่านี้ออกมาโดยตรง เมื่อพวกมันเติบโตขึ้น พวกมันก็จะกลายเป็นกลุ่มสัตว์ร้ายที่อันตราย เป็นกลุ่มสัตว์ที่มีพลังพิเศษของสัตว์และมีความเฉลียวฉลาดของมนุษย์!"

จางฟงยืนอึ้ง "บ้าน่า! แค่ลำพังตัวเขาคนเดียว จะก้าวกระโดดทางการแพทย์ได้เร็วขนาดนั้นเลยหรือ?"

หลัวซิ่วกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา "เมื่อมีมนุษย์ที่มีชีวิตจำนวนมหาศาลให้ใช้ในการทดลอง ความก้าวหน้าทางการแพทย์จะรวดเร็วเกินกว่าที่คุณจะจินตนาการได้ คุณรู้ไหมว่าทำไมการแพทย์ของญี่ปุ่นถึงล้ำหน้านัก? ก็เพราะอาชญากรรมที่พวกเขาก่อไว้ในช่วงสงคราม การทดลองที่บ้าคลั่งเหล่านั้นยังไงล่ะ..."

สีหน้าของทั้งคู่เคร่งเครียดขึ้นมาทันที

หลัวซิ่วกล่าวต่อไป "และถ้าเหรินเว่ยมีทรัพยากรมนุษย์โคลนนิ่งอย่างไม่จำกัด ความเร็วในการวิจัยและพัฒนาของเขาก็จะเร็วปานแสงซึ่งไม่มีนักชีววิทยาหรือผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์คนไหนในโลกเทียบได้! เหรินเว่ยคนนี้อาจจะมีกองทัพที่ประกอบด้วยเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์คอยคุ้มกันเขาอยู่ คอยรับใช้พระเจ้าผู้หลบซ่อนอยู่ในเงามืดตนนี้!"

ความรู้สึกคุ้นเคยนั้นกลับมาอีกครั้ง ทัศนวิสัยของหลัวซิ่วมืดดับลง มีเพียงจุดเดียวที่ส่งแสงสว่างจางๆ ออกมา อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้แตกต่างจากบทบ้านผีสิงสไตล์ญี่ปุ่น เพราะแสงสว่างนั้นอยู่ไกลออกไปมาก มันอยู่ข้างหลังตึกที่อยู่ตรงหน้าเขา และยังอยู่ลึกลงไปใต้ดินอีกด้วย

ระบบ: เนื่องจากระยะทางไกลเกินไป ระบบคำใบ้จะถูกระงับชั่วคราว ผู้เล่นสามารถเปิดใช้งานได้เองเมื่อเข้าใกล้ตำแหน่งที่ระบุ

แบบนี้ก็ได้ด้วยหรือ?

หลัวซิ่วรู้สึกประหลาดใจและดีใจที่ได้พบการตั้งค่าลับของเกมสยองขวัญที่เขาไม่เคยรู้มาก่อน

ทันใดนั้น พวกเขาก็ได้ยินเสียงไซเรนของรถตำรวจแว่วมาและดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ตามคำสั่งก่อนหน้านี้ของเหอเจิ้งสง (ที่หลัวซิ่วสั่งไว้) รถตำรวจส่วนใหญ่ได้ปิดล้อมโรงพยาบาลจากภายนอก มีเพียงไม่กี่คันที่ขับเข้ามาข้างใน ในไม่ช้ารถตำรวจทั้งหมดแปดคันพร้อมกับรถพยาบาลอีกสองคันก็ขับตรงเข้ามาในโรงพยาบาลตงหลิน รปภ. ที่ขวัญหนีดีฝ่อรีบเปิดประตูหลักให้อย่างว่าง่ายโดยไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากถาม

ชายผู้ช่วยอีกคนของเหอเจิ้งสงนั่งอยู่ที่เบาะผู้โดยสารของรถตำรวจคันหน้าสุด เมื่อเขาเห็นหลัวซิ่วและคนอื่นๆ ก็ตะโกนสั่ง "หยุดรถ!"

สารวัตรตำรวจฮ่องกงที่เป็นหัวหน้าขบวน ถึงกับยอมทำหน้าที่ขับรถด้วยตัวเองและหยุดรถตรงหน้าหลัวซิ่วอย่างนอบน้อม ผู้ช่วยหนุ่มรีบลงจากรถและวิ่งเหยาะๆ เข้ามาหา "คุณหลัว! ผมพากำลังตำรวจมาตามที่คุณสั่งแล้วครับ"

หลัวซิ่วเหลือบมองขบวนรถ "หน่วยเสือหมอบไม่ได้มาด้วยหรือ?"

ผู้ช่วยหนุ่มโน้มตัวเข้ามากระซิบ "คุณหลัวครับ หน่วยเสือหมอบเป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็วสังกัดฝ่ายปฏิบัติการตำรวจ หน้าที่หลักของพวกเขาคือการต่อต้านการก่อการร้ายและช่วยเหลือตัวประกัน แม้แต่คุณเหอก็ไม่สามารถสั่งเคลื่อนพลพวกเขาได้ตามใจชอบ เว้นแต่จะเกิดคดีอุกฉกรรจ์ขึ้นจริงๆ..."

"ตกลง"

หลัวซิ่วจ้องมองไปที่ตึกผู้ป่วยในตรงหน้า แต่สายตาของเขาราวกับมองทะลุผ่านตึกนั้นไปจนเห็นสิ่งที่อยู่ข้างหลัง เขากำลังพิจารณาว่าตอนนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะบุกเข้าไปหรือยัง

ก่อนหน้านี้ หลัวซิ่วได้ขอให้จางฟงช่วยอธิบายสถานการณ์ที่นี่สั้นๆ อสุรกายหน้าแมวที่ถูกฆ่าไปนั้นน่าจะถูกเหรินเว่ยใช้เป็นหน่วยลาดตระเวน คอยเฝ้ายามอยู่ในความมืดที่นี่ สัตว์ร้ายตัวนั้นได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี เพราะถ้าไม่ผ่านการฝึก สัตว์ป่าทั่วไปคงไม่รู้วิธีหลบกระสุนหรือใชรหัสพอร์สได้

ที่ใบหูของอสุรกายมีหูฟังติดอยู่ กล่องเสียงของมันมีปัญหา ซึ่งในสัตว์ประหลาดที่สังเคราะห์ทางพันธุกรรมมักจะมีอวัยวะบางส่วนที่เกิดความผิดปกติได้ง่าย... มันจึงทำได้เพียงสั่นกล่องเสียงอย่างยากลำบากเพื่อสื่อสารออกมาเป็นรหัสพอร์ส

ที่นี่ต้องมีมนุษย์กลายพันธุ์มากกว่าหนึ่งตัวแน่นอน การฝึกฝนจำนวนมากขนาดนี้... ใครกันที่เป็นมืออาชีพคอยดูแลการฝึก?

เมื่อนึกได้ดังนั้น หลัวซิ่วจึงหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมา กดปุ่มพูดแล้วกล่าวว่า "วิเวียน ช่วยตรวจสอบหน่อยได้ไหมว่าในช่วงไม่กี่ปีมานี้ มีบุคลากรต่างชาติจำนวนมากลักลอบเข้ามาในโรงพยาบาลตงหลินบ้างหรือเปล่า?"

วิเวียนถามกลับมาจากปลายสายด้วยความสงสัย "ฉันไม่ทราบค่ะ แต่จะลองให้คนไปเช็กดูให้ ว่าแต่ทำไมหรือคะ?"

หลัวซิ่วตอบ "ผมสงสัยว่าไอ้โง่เหรินเว่ยอาจจะสมรู้ร่วมคิดกับกองกำลังต่างชาติ ถ้าเป็นแบบนั้นจริง เรื่องมันจะยุ่งยากกว่าที่คิด"

แม้ว่าวิเวียนจะจินตนาการถึงความเป็นไปได้เช่นนั้นไม่ออกและคิดว่าเป็นเรื่องเพ้อฝัน แต่เธอก็ยังทำตามคำสั่ง "ตกลงค่ะ ฉันจะไปตรวจสอบเดี๋ยวนี้"

จากนั้นหลัวซิ่วก็หันไปถามผู้ช่วยหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า "คนของคุณเหอมาถึงกันครบหรือยัง?"

ผู้ช่วยตอบว่า "ส่วนใหญ่มาถึงแล้วครับ ตำรวจกำลังล้อมโรงพยาบาลตงหลินไว้ ส่วนคนของเราก็ปิดล้อมภูเขาจิ่วจิงไว้ทั้งหมดแล้ว"

หลัวซิ่วยกนิ้วโป้งให้ "เยี่ยมมาก! แล้วพวกท่อระบายน้ำแถวนี้ล่ะ?"

ผู้ช่วยหนุ่มพยักหน้า "เราส่งคนไปเฝ้าไว้หมดแล้วครับ และตามที่คุณสั่ง อาวุธครบมือ! ปืนทุกกระบอกที่หาได้ใต้ดินถูกนำออกมาใช้หมดแล้วครับ!"

หลัวซิ่วกล่าวอย่างพอใจ "ดีมาก ทำงานได้รวดเร็วสมเป็นคนของคุณเหอจริงๆ"

ผู้ช่วยหนุ่มยิ้มเล็กน้อยพลางก้มศีรษะให้

สารวัตรตำรวจวัยกลางคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เดินเข้ามาถาม "อาคารที่มีการใช้น้ำและไฟฟ้าผิดปกติคืออาคารเอฟ ตึกหยินเซิงใช่ไหม?" เขาชี้ไปที่ตึกผู้ป่วยในข้างหน้า "มันอยู่ข้างหลังตึกนี้พอดี เรากำลังเตรียมตัวจะเข้าไปตรวจค้นตอนนี้เลย สะดวกไหมครับ?"

เขาไม่รู้จักหลัวซิ่วจึงหันไปถามผู้ช่วยแทน ผู้ช่วยมองไปทางหลัวซิ่ว เมื่อเห็นเขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า ผู้ช่วยจึงให้สัญญาณ

"ไปเถอะ ขอให้โชคดี"

สารวัตรขมวดคิ้วพลางมองหลัวซิ่วซ้ำอีกสองสามรอบ เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมผู้ช่วยของคุณเหอถึงต้องฟังคำสั่งจากชายหนุ่มคนนี้มากขนาดนี้

หมอนี่เป็นใครกันแน่?

จากนั้นเขาก็มองไปที่จางฟงและอวี๋อันฉี

แล้วสองคนนี้ล่ะ เป็นใครกัน?

จบบทที่ บทที่ 47 ผ่าซากอสุรกาย

คัดลอกลิงก์แล้ว