เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 180 (ฟรี)ปูนบำเหน็จรางวัล

บทที่ 180 (ฟรี)ปูนบำเหน็จรางวัล

บทที่ 180 (ฟรี)ปูนบำเหน็จรางวัล


บทที่ 180 ปูนบำเหน็จรางวัล

ศิษย์พี่หญิงใหญ่สาบานว่า จะต้องลากคอเจ้านั่นออกมาให้ได้ แล้วสับมันให้เป็นชิ้นๆ!

เพราะก่อนหน้านี้ ที่นางดูเหมือนจะสู้เขาไม่ได้ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะนางประมาทเลินเล่อ และยังไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของลูกเล่นของเขา

แต่ตอนนี้ หลังจากได้ประมือกันจริงๆ แล้ว นางก็มั่นใจว่า หากได้เจอกับหลี่อันอีกครั้ง นางจะอัดเขาให้น่วมไปเลย

ทว่า ความคิดนี้เพิ่งจะผุดขึ้นมาในหัวได้ไม่นาน นางก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายระดับแก่นทองคำที่พุ่งตรงเข้ามา กลิ่นอายนั้นดุดันและคุ้นเคยเป็นอย่างดี

นั่นคือกลิ่นอายของผู้อาวุโสฉี!

ในสำนัก ผู้อาวุโสฉีในฐานะผู้ใช้กระบี่ ถือว่ามีพลังที่แข็งแกร่งมาก และก็ให้ความสำคัญกับนางในฐานะศิษย์พี่หญิงใหญ่มากเช่นกัน วิชาบังคับกระบี่ที่นางฝึกฝนก่อนหน้านี้ ก็ได้รับคำชี้แนะมาจากผู้อาวุโสฉีนี่แหละ

และตอนนี้ เขาดูเหมือนจะล็อคเป้ามาที่นางแล้ว

แต่ทำไมเขาถึงมาที่นี่ล่ะ?

นางอุตส่าห์ชิงหนีมาก่อนตั้งนานแล้วนะ

แม้นางจะยังไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ศิษย์พี่หญิงใหญ่ก็รีบปรับลมหายใจ แล้วเดินออกไปที่หน้าถ้ำ

ก่อนหน้านี้นางไปโผล่ที่เทือกเขาก็จริง แต่นางก็ซ่อนเร้นกลิ่นอายเอาไว้มิดชิด แถมยังมีอาจารย์คอยใช้พลังปิดกั้นกลิ่นอายอยู่เบื้องหลังอีก ต่อให้ผู้อาวุโสฉีมาที่นี่ เขาก็คงไม่พบพิรุธใดๆ หรอก

...

เมื่อหลี่อันกลับมาถึงถ้ำของหลานเยว่เอ๋อร์ ซุนเฉียนก็กำลังมองไปยังทิศทางของสายนอกด้วยความหวาดผวา

การต่อสู้ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในบริเวณสายนอก ทำให้มีศิษย์สายนอกล้มตายเป็นจำนวนมาก แม้จะอยู่ในสายใน ก็ยังสามารถมองเห็นคลื่นพลังจากการต่อสู้อันดุเดือด ที่ปะทุขึ้นในสายนอกได้อย่างชัดเจน

ถ้าก่อนหน้านี้เขายังอยู่สายนอก และต้องมาเจอเหตุการณ์พลิกผันแบบนี้ โอกาสรอดชีวิตก็คงมีน้อยมาก

ที่สำคัญคือ การที่ท่านแม่เฒ่านำพาสัตว์อสูรมาบุก แล้วล่าถอยกลับไปในครั้งนี้ อาจจะเป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้น ตราบใดที่ท่านแม่เฒ่ายังมีชีวิตอยู่ เหตุการณ์แบบนี้ก็สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

เมื่อคิดได้ดังนั้น ซุนเฉียนก็มองไปที่หลานเยว่เอ๋อร์ด้วยความซาบซึ้งใจ หากไม่ใช่เพราะหลานเยว่เอ๋อร์พาเขาเข้ามาในสายใน ป่านนี้เขาต่อให้ไม่ตาย ก็คงต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดผวาทุกวี่ทุกวัน

ผู้ฝึกตนทุกคน ล้วนแสวงหาความเป็นอมตะ และมีชีวิตยืนยาว

ไม่มีใครอยากจะตายตั้งแต่อายุยังน้อยหรอก

หลี่อันย่อมรู้ดีถึงความหวาดกลัวในใจของเขา เมื่อเทียบกับสายนอกแล้ว สายในนั้นปลอดภัยกว่ามาก และทางสำนักก็มอบทรัพยากรให้มากมายด้วย

หลานเยว่เอ๋อร์เหลือบมองหลี่อัน เมื่อเห็นว่าเขาปลอดภัยดี นางก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

"สถานการณ์ข้างนอกเป็นยังไงบ้างเจ้าคะ?"

หลานเยว่เอ๋อร์รีบถาม

แม้ก่อนหน้านี้นางจะพยายามแผ่คลื่นพลังจิตวิญญาณออกไป เพื่อสำรวจสถานการณ์ภายนอก แต่พลังจิตวิญญาณของนางเพิ่งจะอยู่แค่สภาวะว่างเปล่าขั้นสูงสุด เมื่อต้องเผชิญกับคลื่นพลังจากการต่อสู้อันน่าสะพรึงกลัว พลังของนางก็ถูกพัดกระจายไปในเวลาไม่นาน

การรับรู้ถึงโลกภายนอก จึงไม่ค่อยชัดเจนนัก

หลี่อันเล่าสิ่งที่เขาเห็นตอนกลับมาให้ฟังคร่าวๆ

ศิษย์สายในส่วนใหญ่แค่ได้รับบาดเจ็บ มีเพียงไม่กี่คนที่ตกตาย ส่วนใหญ่จะเป็นพวกศิษย์สายนอก ที่ต้องสูญเสียอย่างหนักเมื่อฝูงสัตว์อสูรบุกเข้ามา

เพราะการโจมตีของท่านแม่เฒ่าในครั้งนี้ ดุดันและรุนแรงมาก สัตว์อสูรเหล่านี้ก็ล้วนเป็นสัตว์อสูรชั้นยอด ที่มีระดับพลังไม่ต่ำกว่ารวบรวมลมปราณ

ศิษย์สายนอกเหล่านั้น ส่วนใหญ่มีระดับพลังต่ำกว่ารวบรวมลมปราณขั้น 5 แค่เจอคลื่นพลังจากการต่อสู้เข้าไป พวกเขาก็ทนไม่ไหวแล้ว การที่จะล้มตายเป็นจำนวนมาก จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

และสำนักโอสถศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้เลย เพราะต่อให้ศิษย์สายนอกเหล่านี้จะตายไปหมด พวกเขาก็สามารถรับศิษย์สายนอกเข้ามาใหม่ได้ ผู้ฝึกตนอิสระข้างนอก มีอีกตั้งเยอะตั้งแยะ ที่พยายามจะแทรกตัวเข้ามาในสำนักโอสถศักดิ์สิทธิ์ให้ได้

เมื่อได้ยินเรื่องราวจากหลี่อัน หลานเยว่เอ๋อร์ก็แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ พลังของท่านแม่เฒ่าดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นจากเมื่อก่อนมากทีเดียว

เพราะในการต่อสู้ครั้งนี้ นางสามารถรับมือกับศัตรูหลายคนพร้อมกันได้ แม้จะตกเป็นรอง แต่ก็ยังสามารถถอยกลับไปได้อย่างปลอดภัย

หากนางนำทัพสัตว์อสูรทั้งหมดจากเขาหลังมาบุกพร้อมกัน สำนักโอสถศักดิ์สิทธิ์ก็คงจะตกอยู่ในอันตรายถึงขั้นล่มสลายได้เลยทีเดียว

แต่สำนักโอสถศักดิ์สิทธิ์เองก็มีการเตรียมพร้อมอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นค่ายกล หรือพวกผู้อาวุโสระดับแก่นทองคำ ต่างก็เตรียมพร้อมอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้น วันนี้พวกเขาคงไม่สามารถรวบรวมกำลัง เพื่อโอบล้อมท่านแม่เฒ่าได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้หรอก

แม้ท่านแม่เฒ่าจะหมายหัวสำนักโอสถศักดิ์สิทธิ์ไว้ แต่ในช่วงเวลาสั้นๆ นี้ นางคงไม่สามารถจัดการสำนักโอสถศักดิ์สิทธิ์ได้หรอก

เมื่อคิดได้ดังนั้น ในใจของหลานเยว่เอ๋อร์ก็เริ่มรู้สึกกดดันขึ้นมา หากสำนักโอสถศักดิ์สิทธิ์ถูกท่านแม่เฒ่าและฝูงสัตว์อสูรบุกทำลาย หากไม่มีพลังที่แข็งแกร่งพอ ในอนาคตก็คงจะตกอยู่ในอันตรายอย่างแน่นอน

ดังนั้น หลานเยว่เอ๋อร์จึงจ้องมองหลี่อันด้วยสายตาเร่าร้อน

ก่อนหน้านี้ ตอนที่หลี่อันช่วยนางและซุนหลิงหลวนบำเพ็ญเพียรคู่ พลังของพวกนางก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเร็วกว่าตอนที่นางฝึกฝนด้วยตัวเองตั้งเยอะ

และหลังจากบำเพ็ญเพียรคู่ ทั้งพลังวิญญาณและพลังจิตวิญญาณ ก็จะได้รับการยกระดับขึ้น ทำให้โอสถที่หลอมออกมา มีคุณภาพดีขึ้นตามไปด้วย

หลังจากที่หลี่อันและหลานเยว่เอ๋อร์ ปรึกษาหารือเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ได้ไม่นาน ความวุ่นวายภายในสำนักก็เริ่มสงบลง เนื่องจากการล่าถอยของท่านแม่เฒ่านั่นเอง

เจ้าสำนักโอสถศักดิ์สิทธิ์ นำเหล่าผู้อาวุโส เข้าจัดการความเรียบร้อยภายในสำนักอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เริ่มปูนบำเหน็จรางวัล!

ศิษย์สายในและผู้อาวุโส ที่ทุ่มเทกำลังไปมากในการต่อสู้ก่อนหน้านี้ ต่างก็ได้รับรางวัลมากมาย

และศิษย์พี่สามที่ถูกฝูงสัตว์อสูรหมายหัว ก็ได้รับรางวัลพิเศษด้วย ในบรรดาศิษย์สายในที่ได้รับบาดเจ็บในครั้งนี้ อาการบาดเจ็บของเขาถือว่าสาหัสที่สุด

ตอนแรกศิษย์พี่สามก็แค่กะจะเข้าไปเนียนๆ ทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน ในระหว่างการต่อสู้กับฝูงสัตว์อสูร ไม่นึกเลยว่าจะถูกฝูงสัตว์อสูรพุ่งเป้าโจมตีอยู่ตลอดเวลา จนตอนนี้ตามตัวแทบจะไม่มีชิ้นดี ถูกเขี้ยวเล็บของสัตว์อสูรฉีกกระชากจนเลือดอาบไปทั้งตัว

แม้แต่กลิ่นอายบนตัว ก็ยังอ่อนระโหยโรยแรงถึงขีดสุด หากเขาไม่งัดไม้ตายออกมาใช้ วันนี้เขาคงได้เอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่แน่ๆ

หลังจากที่ซุนหลิงหลวนได้รับรางวัล นางก็รีบตรงไปที่ถ้ำของหลานเยว่เอ๋อร์เป็นอันดับแรก

ในสายตาของศิษย์คนอื่นๆ พวกนางล้วนมาจากสายนอกเหมือนกัน การที่จะสนิทสนมกัน ก็ถือเป็นเรื่องปกติ

ซุนเฉียนเองก็ชินกับเรื่องนี้ไปแล้ว แต่ทุกครั้งที่เห็นท่าทางอันสง่างามของซุนหลิงหลวน ลึกๆ ในดวงตาของเขา ก็อดไม่ได้ที่จะฉายแววหิวกระหายออกมา

เพราะตั้งแต่ตอนอยู่สายนอก ซุนหลิงหลวนก็มีฉายาว่า "เซียนกระบี่น้อย" อยู่แล้ว ตอนนี้พอเข้าสายใน แถมยังได้รับความไว้วางใจจากผู้อาวุโส จนได้รับเป็นศิษย์สายตรงอีก ทั้งหน้าตา รูปร่าง และพรสวรรค์ของนาง ทำให้ศิษย์สายในหลายคน ต่างก็หมายปองในตัวนาง

"ถ้าข้าได้แต่งงานกับผู้หญิงอย่างศิษย์พี่ซุนล่ะก็ ต่อให้อายุสั้นลงสักสิบยี่สิบปี ข้าก็ยอม"

หลังจากที่ซุนหลิงหลวนและหลานเยว่เอ๋อร์เข้าไปในห้องด้านใน ซุนเฉียนก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาเบาๆ

หลี่อันตบไหล่เขาเบาๆ แล้วถอนหายใจออกมาเช่นกัน "เลิกคิดเพ้อเจ้อ แล้วไปหาคนอื่นเถอะ สำหรับศิษย์พี่ซุนน่ะ เจ้าหมดหวังแล้วล่ะ"

ถึงยังไง ซุนหลิงหลวนก็เสร็จเขาไปแล้ว ถึงแม้ซุนหลิงหลวนจะยังอาฆาตมาดร้ายเขาอยู่ แต่ก็กล้าทำเป็นเก่งแค่ตอนอยู่บนเตียงเท่านั้นแหละ

"ข้าหมดหวัง แล้วข้าจะจินตนาการไม่ได้เลยหรือไง?" ซุนเฉียนเบ้ปาก

"จินตนาการก็ไม่ได้ ซุนหลิงหลวนน่ะเป็นของข้าแล้ว" หลี่อันยิ้มเบาๆ

"ชิ" ซุนเฉียนทำเสียงไม่เชื่ออย่างเห็นได้ชัด "ถ้าศิษย์พี่ซุนชอบเจ้าจริงๆ ล่ะก็ พระอาทิตย์คงขึ้นทางทิศตะวันตกแล้วล่ะ"

นางไม่ได้ชอบเขาจริงๆ หรอก แค่ชอบ 'ขึ้นขี่' เขาเท่านั้นแหละ

หลี่อันคิดในใจเงียบๆ ไม่ได้เถียงอะไรกับเขาต่อ แต่เดินกลับไปที่ห้องของตัวเองแทน

ท่านแม่เฒ่าส่งข่าวมาแล้ว!

จบบทที่ บทที่ 180 (ฟรี)ปูนบำเหน็จรางวัล

คัดลอกลิงก์แล้ว