- หน้าแรก
- ทหารรับจ้างสายสตรีม: ไลฟ์สดยิงจริง ผมมีคนดูหลักล้าน
- บทที่ 310 ส่งหน่วยรบพิเศษที่เก่งที่สุด ไปแทนที่ชูร่า
บทที่ 310 ส่งหน่วยรบพิเศษที่เก่งที่สุด ไปแทนที่ชูร่า
บทที่ 310 ส่งหน่วยรบพิเศษที่เก่งที่สุด ไปแทนที่ชูร่า
บทที่ 310 ส่งหน่วยรบพิเศษที่เก่งที่สุด ไปแทนที่ชูร่า
“พี่น้องครับ อาบน้ำชำระกาย จุดธูปไหว้บรรพบุรุษซะ”
“บอกบรรพบุรุษของเราด้วยนะ ว่าวันนี้... เราจะไปเชือด...!”
คำพูดอันหนักแน่นและทรงพลังของเสิ่นเฟย ดึงอารมณ์ของผู้ชมในห้องไลฟ์สดให้พุ่งทะยานถึงขีดสุดในทันที!
ใช่แล้ว!
คนประเทศมังกรในยุคปัจจุบัน มีใครบ้างล่ะ ที่ไม่ได้เป็นลูกหลานของประชากร 400 กว่าล้านคนในอดีต?
ตลอด 14 ปีแห่งการต่อสู้อันขมขื่น บรรพบุรุษของเราต้องแลกมาด้วยความสูญเสียอย่างประเมินค่าไม่ได้ ก่อกำเนิดวีรบุรุษนักรบมากมาย รวมถึงวีรกรรมความกล้าหาญที่ไม่เกรงกลัวต่อความตาย
บางคนถูกระเบิดเพลิงเผาไหม้ตั้งแต่ขาลามไปทั่วร่าง ต้องทนทุกข์ทรมานจากไฟที่แผดเผา แต่ก็ยังกัดฟันเอามือจิกดิน กัดริมฝีปากจนเลือดออก โดยไม่ยอมขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย!
ทั้งหมดนั้น ก็เพื่อไม่ให้เป้าหมายของปฏิบัติการถูกเปิดเผยก่อนเวลาอันควร
ยังมีบางคนที่ยอมเอาตัวเข้าแลก พุ่งฝ่าห่ากระสุนของศัตรู ใช้มือเปล่าชูระเบิดขึ้นไปอุดช่องยิงของข้าศึก เพื่อทำลายป้อมปราการที่แข็งแกร่งที่สุดของศัตรู
และยังมีวีรสตรีอีกท่านหนึ่ง
ที่แม้จะถูกศัตรูจับไปทรมานทุบตีถึงสามวันสามคืน ถูกถลกหนังทั้งเป็น จนกระทั่งถูกฝังทั้งเป็น ก็ไม่ยอมปริปากแพร่งพรายความลับใด ๆ ออกมาเลย!
ความเสียสละเหล่านี้
เราจะกล้าลืมมันไปได้อย่างไร!
หนี้แค้นของชาติและครอบครัว
เราจะนิ่งเฉยไม่ชำระแค้นได้อย่างไร?!
“ลูกพี่ ลุยเลย ฆ่าไอ้พวกญี่ปุ่นให้เหี้ยน แม่งเอ๊ย พวกมันทำระยำกับประเทศเราไว้ตั้งเท่าไหร่!”
“ฉันเปิดไลฟ์สดของลูกพี่ให้ปู่ดู ตอนนี้ปู่ร้องไห้โฮเหมือนเด็ก ๆ เลย....”
“คุณทวดของฉันยิ่งกว่าอีก อายุเป็นร้อยปีแล้ว ดื้อรั้นจะถือไม้เท้าตามลูกพี่ไปออกรบให้ได้!”
“แม่งเอ๊ย โคตรจะฮึกเหิมเลย!”
“ในที่สุดก็ถึงเวลาชำระแค้นสักที ดีนะที่ฉันรอมาตลอด!”
“เอ่อ พี่น้องครับ ขอพูดอะไรหน่อยนะ ถึงสิ่งที่ลูกพี่ทำมันจะสะใจมาก แต่ดูเหมือนเขาจะมีกันแค่สามคนเองนะ? ขืนบุกเข้าไปแบบนี้ มันจะไม่เสี่ยงไปหน่อยเหรอ ศัตรูอาจจะมีเป็นพันเป็นหมื่นเลยนะ!”
“นั่นสิ... ฉันว่าลูกพี่น่าจะรอกองทัพของปากีสถานก่อนนะ บุกเดี่ยวแบบนี้มันอันตรายเกินไป!”
“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ยังมีกองร้อยเสือดำอีกตั้งหลายร้อยคน แถมศาลเจ้ายาสุกุนิก็ยังไม่โดนระเบิดเลย ลูกพี่ไม่มีทางตายง่าย ๆ หรอก!!!”
.........
ในเวลาเดียวกัน อีกด้านหนึ่ง
ณ คฤหาสน์เก่าแก่แถบชานเมือง
ชายชราผู้ลึกลับนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงไม้แกะสลัก สองมือประคองแท็บเล็ตไว้ ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มบาง ๆ อย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก
หากสังเกตดี ๆ จะพบว่า
ดวงตาของชายชราแดงเรื่อเล็กน้อย และมีหยาดน้ำตาเอ่อล้นอยู่
ชีวิตของเขาผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย
เป็นบุคคลระดับแนวหน้าที่เคยเผชิญกับสถานการณ์ระดับชาติมาแล้วนับไม่ถ้วน!
แต่ทว่าเขาก็ต้องพบเจอกับความสูญเสียและความเสียใจมามากเช่นกัน
เมื่อพูดถึงศัตรูคู่อาฆาต
เขาเข้าใจความรู้สึกนี้ดีกว่าใคร ๆ
ในตอนนั้นเอง
ชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำ สวมชุดสูทสีดำ ก็เดินเข้ามาในห้องโถง
เมื่อเขาเห็นสีหน้าของชายชราลึกลับ แววตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงและไม่อยากจะเชื่อ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา
เขาไม่เคยเห็นชายชราท่านนี้ แสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมาอย่างชัดเจนขนาดนี้มาก่อนเลย
ชายในชุดสูทอดคิดไม่ได้ว่า
ทหารรับจ้างที่ชื่อชูร่าคนนี้ มีเวทมนตร์อะไรกันแน่
ถึงได้ทำให้ท่านผู้อาวุโสให้ความสนใจได้ถึงขนาดนี้!
“นายมาแล้วเหรอ”
ชายชราลึกลับไม่ได้เงยหน้าขึ้น แต่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “แก่แล้วสินะ.... เริ่มจะอ่อนไหวซะแล้วสิ ทำให้นายต้องมาเห็นภาพน่าขันซะแล้ว”
ชายในชุดสูทรีบส่ายหน้า กล่าวด้วยความเคารพ “เพิ่งได้รับรายงานมาครับ ว่าเชพเพิร์ดเสียชีวิตแล้ว ศาสตราจารย์เฉินก็กำลังเดินทางกลับมา”
“การอพยพผู้คน ก็กำลังดำเนินไปอย่างราบรื่นครับ”
“เพียงแต่....”
“ทหารรับจ้างที่ชื่อชูร่า ตอนนี้เขากำลังมุ่งหน้าไปยังโรงงานทุนประเทศมังกรในแทนซาเนียครับ”
“ตามข้อมูลที่ผมมี โรงงานทุนประเทศมังกรแห่งนั้น มีทหารญี่ปุ่นประจำการอยู่เกือบ 50,000 นาย และในจำนวนนั้น ก็มีทหารจากหน่วยทดลองอาวุธชีวภาพ และนินจาของญี่ปุ่นรวมอยู่ด้วย”
“แต่ชูร่า มีแค่เหลิ่งเฟิงคนเดียว แล้วก็กองร้อยเสือดำที่มีกำลังพลไม่ถึง 300 นาย”
“ผมเกรงว่า....”
พูดมาถึงตรงนี้ ชายในชุดสูทก็หยุดพูดไป
เขาก็ยอมรับนะ ว่าชูร่าเก่งจริง ๆ
อย่างน้อย ในวงการทหารรับจ้างใต้ดิน ชูร่าก็ถือว่าเป็นอันดับหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย
แถมศึกที่ผ่านมา เขาก็โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม
ไม่เพียงแต่จะทำลายขวัญและกำลังใจของกองทัพอเมริกัน แต่ยังสยบความโอหังของกลุ่มบริษัททหารรับจ้างไดอิ้งได้อย่างราบคาบอีกด้วย
เรียกได้ว่าสร้างผลงานชิ้นโบแดงเลยทีเดียว
แต่ทว่า....
เขาก็ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกัน ว่าชูร่าดูจะวู่วามเกินไปหน่อย อย่างน้อย ๆ ก่อนจะไปบุกโรงงานทุนประเทศมังกร ก็น่าจะรวบรวมกำลังพลซะก่อนไหม?
“อืม”
คำตอบของชายชราลึกลับ ช่างดูเรียบง่ายและไม่สะทกสะท้าน
เขายกถ้วยชาขึ้นมาจิบช้า ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองชายในชุดสูท “เรื่องที่นายเล่ามา ฉันรู้หมดแล้วล่ะ”
“งั้นให้หน่วยรบพิเศษเจียวหลง ไปช่วยชูร่าก็แล้วกัน”
หืม?
อะไรนะ?!
ให้หน่วยเจียวหลงออกโรงเหรอ?
เมื่อได้ยินประโยคที่แสนจะเรียบง่ายนี้ สีหน้าของชายในชุดสูทก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
เขายังจำได้ดี
ว่าชายชราลึกลับท่านนี้ ยึดมั่นในหลักการข้อหนึ่งมาโดยตลอด
นั่นก็คือ จะไม่เข้าไปก้าวก่ายเรื่องของคนอื่นเด็ดขาด
เขาเลยไม่เข้าใจ ว่าทำไมจู่ ๆ ถึงสั่งให้หน่วยเจียวหลงออกปฏิบัติการ
การทำแบบนี้ อาจจะส่งผลร้ายแรงตามมาเกินกว่าที่จะคาดคิดได้เลยนะ
“เวลาเปลี่ยน สถานการณ์ก็เปลี่ยน”
เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียงไม้ สวมรองเท้าอย่างเชื่องช้า แล้วเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องโถง
เขาหันหลังให้ชายในชุดสูท หันหน้าออกไปยังลานบ้าน แล้วค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองฟ้า
ในเวลานี้
เมฆครึ้มบนท้องฟ้าเริ่มจางหายไป แสงแดดสาดส่องลงมาพอดี
ชายชราลึกลับเอามือไพล่หลัง เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความนัย “อีกอย่าง โลกนี้คงจะไม่สงบสุขไปอีกนานหรอก ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนวิธีการเดิม ๆ ในช่วงสันติภาพได้แล้วล่ะ!”
“ในเมื่อความวุ่นวายกำลังจะมาเยือน งั้นเราก็ชิงลงมือก่อนเลยดีกว่า จัดการศัตรูให้เด็ดขาดไปเลย!”
“ยิ่งไปกว่านั้น ไอ้หนุ่มนั่นมันก็ทำเพื่อพวกเรามามากพอแล้ว”
“ไปเถอะ ไปถ่ายทอดคำสั่งของฉัน”
“ส่งหน่วยรบพิเศษที่เก่งกาจที่สุดอย่างหน่วยเจียวหลง ไปสับเปลี่ยนกำลังกับชูร่าและเหลิ่งเฟิงซะ!”