- หน้าแรก
- ทหารรับจ้างสายสตรีม: ไลฟ์สดยิงจริง ผมมีคนดูหลักล้าน
- บทที่ 305 กองทัพนับหมื่น ต้องหลีกทางให้เสื้อคลุมสีแดง
บทที่ 305 กองทัพนับหมื่น ต้องหลีกทางให้เสื้อคลุมสีแดง
บทที่ 305 กองทัพนับหมื่น ต้องหลีกทางให้เสื้อคลุมสีแดง
บทที่ 305 กองทัพนับหมื่น ต้องหลีกทางให้เสื้อคลุมสีแดง
เพราะเป็นมุมมองบุคคลที่หนึ่ง
ผู้ชมจึงสามารถสัมผัสได้ถึงความเร็วจากการพุ่งตัวได้อย่างชัดเจน
รวมถึงความรู้สึกอันตรายตอนที่ลูกปืนใหญ่เฉียดผ่านหูไป
ประสบการณ์แบบนี้
ทำให้คนดูรู้สึกฟินจนแทบคลั่งได้ในทุกนาที
“ปรมาจารย์ด้านยุทธวิธีคืออะไรน่ะเหรอ นี่ไงล่ะยุทธวิธีขั้นเทพ!!!”
“ต่อให้มีศัตรูเป็นหมื่นเป็นแสน ฉันก็จะลุย!”
“ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ว ว่าประโยคที่ว่าต่อให้เป็นยอดขุนพลก็อย่าทะนงตัว กองทัพนับหมื่นยังต้องหลีกทางให้เสื้อคลุมสีแดง มันหมายความว่ายังไง!!!”
“วิ่งเร็วขนาดนี้ แถมยังทำท่าทางยุทธวิธีต่าง ๆ ได้ในเวลาสั้น ๆ อีก ให้ตายเถอะ... เล่นพับจีฉันยังไม่กล้าเล่นแบบนี้เลย!”
“เชพเพิร์ด อันตรายแล้ว!”
.......
ในเวลาเดียวกัน อีกด้านหนึ่ง
ท่ามกลางท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดมิด ร่มชูชีพสีขาวสะอาดตานับสิบกางร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า
ถ้าเป็นสงครามตามปกติ
ทั้งสองฝ่ายก็คงจะรู้กันดี ว่าจะไม่โจมตีพลร่มที่กำลังร่อนลงพื้น
น่าเสียดาย...
ตอนนี้มันไม่ใช่สงครามตามกฎเกณฑ์บ้าบออะไรนั่น
กองทัพปากีสถานรับมือกับกองทัพอเมริกันราวกับมีความแค้นฆ่าล้างโคตรกันมา สาดกระสุนใส่ระลอกแล้วระลอกเล่าโดยไม่มีความเกรงใจเลยแม้แต่น้อย
โชคดีที่
เชพเพิร์ดเลือกเส้นทางกระโดดร่มได้ดีมาก แถมยังเลือกกางร่มในระดับความสูงที่ต่ำสุด ๆ อีกด้วย
ดังนั้น
แม้ว่ามันจะทุลักทุเลมาก แต่ก็ยังสามารถร่อนลงสู่พื้นดินได้อย่างปลอดภัยด้วยความช่วยเหลือจากทหารอเมริกันสองสามนาย
ทันทีที่ลงจอด
ทหารอเมริกันที่รับหน้าที่คุ้มกันอยู่รอบ ๆ ก็แห่กรูเข้ามาหาทันที
“ท่านผู้นำ คุณเป็นยังไงบ้างครับ?”
“บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ???”
“ท่านผู้นำ... ขอโทษครับ.. พวกเรามาสาย....”
บรรดานายทหารระดับแนวหน้าที่อยู่ในสภาพสะบักสะบอม ต่างก็มองมันด้วยสายตาร้อนรน
“สวรรค์ยังไม่ต้องการตัวฉัน!”
เชพเพิร์ดไม่ได้สนใจคนอื่นเลย สายตาของมันพุ่งตรงไปที่ศาสตราจารย์เฉินที่อยู่ข้าง ๆ ทันที
ไม่ว่าการมาประเทศแทนซาเนียในครั้งนี้จะล้มเหลวแค่ไหน
แต่ขอแค่ศาสตราจารย์เฉินยังอยู่ โอกาสที่มันจะพลิกเกมก็ยังคงมีอยู่
เชพเพิร์ดปลดร่มชูชีพออก ก่อนจะถามเสียงเครียด “ตอนนี้สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง?”
เมื่อได้ยินคำถามนี้ นายทหารหลายคนที่อยู่รอบ ๆ ก็ก้มหน้าลงโดยไม่ได้นัดหมาย
เป็นยังไงบ้างน่ะเหรอ?
เรียกได้ว่าเลวร้ายสุด ๆ ไปเลยล่ะ
พูดได้เต็มปากเลยว่า นี่คือความพ่ายแพ้ที่กองทัพอเมริกันของพวกเขาไม่เคยเจอมาก่อน
เมื่อเห็นภาพนี้ เชพเพิร์ดก็รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก น้ำเสียงของมันเริ่มแข็งกร้าวขึ้น “พูดมาสิ”
หลังจากการเร่งเร้าครั้งนี้ เสียงรายงานถึงได้ดังขึ้นมาอีกครั้ง
“รายงานท่านผู้นำ สถานการณ์เลวร้ายมากครับ...”
“ในป่ารอบ ๆ ตัวเรามีทหารซุ่มโจมตีของศัตรูอยู่เต็มไปหมด ยืนยันได้เลยว่า คนพวกนั้นไม่ใช่กองทัพประจำการ แต่เป็นกองกำลังจากประเทศอื่นครับ”
“มีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะเป็นกองทัพปากีสถาน... จำนวนน่าจะประมาณหนึ่งหมื่นนายครับ!”
กองทัพปากีสถาน?!
เมื่อได้ยินชื่อนี้ เชพเพิร์ดก็ขมวดคิ้วแน่น
ก่อนหน้านี้มันรู้แล้วว่า คนที่บัญชาการรบในศึกนี้คือทหารรับจ้างที่ชื่อชูร่า
แต่ว่า
ตอนนี้มันเพิ่งจะรู้ว่า กองกำลังที่เขาเป็นผู้นำคือทหารปากีสถานหนึ่งหมื่นนายงั้นเหรอ?
น่าอัปยศ
เป็นความอัปยศอดสูอย่างหาที่สุดไม่ได้!
กองกำลังแค่หนึ่งหมื่นนาย แต่กลับตีทหารระดับหัวกะทิหลายหมื่นนายของกองทัพอเมริกันจนแตกพ่ายราบเป็นหน้ากลองเนี่ยนะ?
เมื่อคิดได้ดังนั้น
เชพเพิร์ดก็แทบจะกระอักเลือดออกมาเต็มพื้น
แต่มันก็สมกับที่เป็นนายพลผู้มีชื่อเสียงโด่งดังมาอย่างยาวนาน และมีประสบการณ์ในสมรภูมิรบอย่างโชกโชน
มันเข้าใจหลักการข้อหนึ่งดี
ในเมื่อสถานการณ์มันพ่ายแพ้ไปแล้ว ก็ไม่ควรใช้อารมณ์โกรธในการตัดสินใจอีก
สิ่งที่เร่งด่วนที่สุดในตอนนี้
คือการพาศาสตราจารย์เฉินถอยทัพหนีไปให้ได้ก่อน นั่นแหละคือเรื่องที่สำคัญกว่า
เชพเพิร์ดครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามขึ้นว่า “ตอนนี้พวกกองทัพญี่ปุ่นอยู่ที่ไหน?”
ความจริงมันสามารถไปพึ่งพากองทัพผ้าพันคอแดงได้ชั่วคราว
แต่ในสายตาของเชพเพิร์ด พวกตัวชนกระสุนเหล่านั้นไม่มีประสิทธิภาพในการรบเลยแม้แต่น้อย
ขืนไปหาพวกมัน
ก็ไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตาย
ดังนั้นในสถานการณ์แบบนี้ การไปขอความคุ้มครองจากกองทัพญี่ปุ่น จึงเป็นทางเลือกที่ฉลาดกว่า
กองทัพญี่ปุ่นเหรอ?
นายทหารคนหนึ่งรีบตรวจสอบข้อมูล แล้วตอบกลับทันที “ท่านผู้นำครับ ทหารญี่ปุ่นหลายหมื่นนาย ตอนนี้อยู่ที่โรงงานทุนประเทศมังกรซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตรครับ”
“ขอแค่หนีไปถึงที่นั่นได้ พวกเราก็ยังมีโอกาสพลิกเกมครับ!”
เชพเพิร์ดรับแผนที่มาดูแวบหนึ่ง จากนั้นก็พยักหน้ารับอย่างหนักแน่น “ดี ไปที่นั่นแหละ”
“ทิ้งกำลังไว้ครึ่งหนึ่งเพื่อสกัดศัตรู ที่เหลือตามฉันมา!”
ไม่มีความลังเลเลยแม้แต่นิดเดียว
แม้จะรู้ดีว่าทหารอเมริกันที่ถูกทิ้งไว้สกัดศัตรู จะต้องถูกชูร่ากวาดล้างจนหมดสิ้นก็ตาม
นี่แหละคือเชพเพิร์ด
เลือดเย็น ไร้ความปรานี เห็นแก่ตัว และมักจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองได้รับผลประโยชน์สูงสุดเสมอ
ทำไมนายทหารคนอื่น ๆ จะไม่เข้าใจหลักการนี้ล่ะ
น่าเสียดาย
ชีวิตของพวกมันเป็นของกองทัพอเมริกัน ในเมื่อผู้บัญชาการสั่งให้ไปตาย พวกมันก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว
“ครับผม!”
“ท่านผู้นำโปรดวางใจได้เลยครับ!”
“พวกเราจะทำภารกิจให้สำเร็จครับ!”
“กองพันที่หนึ่งตามท่านผู้นำไป ที่เหลืออยู่สกัดกั้นศัตรูต่อไป!”
หลังจากการสนทนาสั้น ๆ สิ้นสุดลง ทุกคนก็เริ่มปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเป็นระบบระเบียบทันที
พวกมันไม่สนใจอีกแล้วว่ากระสุนจะมีเพียงพอหรือไม่
และไม่สนด้วยว่าตัวเองจะมีชีวิตรอดไปได้อีกนานแค่ไหน
ทหารอเมริกันเหล่านี้ ก็เหมือนกับประเทศเล็ก ๆ ในอ่าวเปอร์เซียที่เคยถูกพวกมันเอาชนะอย่างโหดร้ายเมื่อหลายสิบปีก่อนนั่นแหละ ตอนนี้เหลือเพียงแค่ความเชื่อมั่นที่จะยืนหยัดปกป้องฐานที่มั่นเอาไว้เท่านั้น
....
อีกด้านหนึ่ง
การพุ่งตัวของเสิ่นเฟยยังคงดำเนินต่อไป
หลังจากกำจัดศัตรูไปได้อีกหลายระลอก เขาก็มาถึงจุดที่เชพเพิร์ดยืนอยู่เมื่อครู่นี้ในสภาพที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือด
ในขณะนี้
รอบด้านเงียบสงัด ไม่ได้ยินแม้แต่เสียงปืน และก็ไม่พบร่องรอยของเชพเพิร์ดเลย
“ตั้งแต่ลงจอดจนถึงตอนนี้ ผ่านไปอย่างมากก็แค่ 20 นาที”
“ถ้าวิ่งด้วยความเร็วปกติ เชพเพิร์ดต้องอยู่ไม่ไกลจากฉันแน่ ๆ”
“เพียงแต่ว่า... ฉันจะรู้ได้ยังไงว่ามัน... หนีไปทางไหน?”
เสิ่นเฟยถือมีดทหารที่กำลังหยดเลือดไว้ในมือ ขณะที่ทั้งร่างจมดิ่งอยู่กับการคำนวณและครุ่นคิด
ปัญหาที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ ก็คือการหาเส้นทางหลบหนีของเชพเพิร์ดให้เจอ ไม่อย่างนั้นก็มีโอกาสสูงที่จะคลาดกันไปคนละทิศคนละทาง
ถึงตอนนั้นอย่าว่าแต่จะตามมันทันเลย
แค่ตัวเองไม่หลงทางก็ถือว่าดีมากแล้ว
ปัง!
ทันใดนั้น
เสียงปืนดังกึกก้องก็ดังขึ้นในระยะที่ไม่ไกลจากเสิ่นเฟยมากนัก
ลูกกระสุนเฉียดปลายจมูกของเสิ่นเฟยไปฝังอยู่ในต้นไม้ด้านข้าง
หวุดหวิดอันตรายสุด ๆ!
“มีศัตรู!!!”
เสิ่นเฟยตอบสนองอย่างรวดเร็ว
เขารีบกระโดดไปหลบหลังต้นไม้อีกต้น พร้อมกับสังเกตไปยังจุดที่เกิดเสียงปืน
ไม่นานนัก
เขาก็พบว่าห่างออกไปประมาณ 30 เมตร มีทหารอเมริกันยศสูงคนหนึ่งนอนหายใจรวยรินอยู่
การโจมตีเมื่อครู่
ก็คือฝีมือของมันนี่แหละ
โชคดีที่ระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่ายค่อนข้างไกล แถมทัศนวิสัยในตอนกลางคืนก็ต่ำมาก
ไม่อย่างนั้นล่ะก็
เสิ่นเฟยในตอนนี้ก็มีโอกาสสูงมาก ที่จะกลายเป็นศพไปแล้ว
“มันต้องรู้แน่ ๆ ว่าเชพเพิร์ดหนีไปทางไหน!!!”
เสิ่นเฟยไม่ยอมปล่อยให้เสียเวลา กระโจนพรวดออกจากหลังต้นไม้ แล้วพุ่งตรงไปยังนายทหารอเมริกันที่บาดเจ็บทันที
ปัง!
เสียงปืนดังขึ้นอีกนัด
คราวนี้ลูกกระสุนพุ่งเฉียดเสิ่นเฟยเข้ามาใกล้กว่าเดิม จนบริเวณหัวไหล่มีเลือดซึมออกมา
“แฮ่ก... แฮ่ก...”
นายทหารอเมริกันที่บาดเจ็บคนนั้น ยกปืนขึ้นมาอีกครั้ง และพยายามอย่างหนักที่จะเล็งแล้วยิง
ทว่าในจังหวะที่เขาเตรียมตัวอย่างดิบดี และพร้อมที่จะลั่นไกปืนนั่นเอง
แสงสีแดงวาบหนึ่งก็พาดผ่านหน้ามันไป
ในขณะเดียวกัน
ฝ่ามือที่เปื้อนไปด้วยเลือด ก็พุ่งเข้ากุมปืนไรเฟิลอัตโนมัติในมือของมันเอาไว้ในพริบตา.....