- หน้าแรก
- ทิ้งบัลลังก์เก้าชั้นฟ้ามาเกิดใหม่เลยต้องฟาร์มแต้มบุญไปเปย์ภรรยาและลูก
- บทที่ 250 จะหนีไปได้จริงๆ งั้นเหรอ
บทที่ 250 จะหนีไปได้จริงๆ งั้นเหรอ
บทที่ 250 จะหนีไปได้จริงๆ งั้นเหรอ
"ผม ... "
"หืม?"
สุ่ยฮู่ปันหนงไม่อยากจะจ่ายเงินจำนวนนี้เลยจริงๆ แต่อู๋จั่วจุนเพียงแค่หรี่ตาลงก็ทำให้สุ่ยฮู่ปันหนงกลัวจนหัวหดในพริบตา
"เดี๋ยวก่อน สั่งจ่ายเช็คใบละสามล้านจำนวนสิบใบ"
หลี่ซีหรานรอบคอบมาก เขาให้สุ่ยฮู่ปันหนงแบ่งเงินออกเป็นสิบส่วน เพื่อที่จะได้นำไปแจกจ่ายเป็นรางวัลให้กับคนของหน่วยพยัคฆ์เทพทั้งสิบคนได้โดยตรง
หลี่ซงยังช่วยเตือนอยู่ข้างๆ ว่า "ท่านปู่ ให้เขาโอนเงินดีกว่าครับ เช็คแบบนี้ผมกลัวว่าทีหลังเขาจะยกเลิกเช็ค"
"เขายกเลิกไม่ได้หรอก"
หลี่ซีหรานกล่าวอย่างได้ใจ "เช็คที่เขาเซ็นเป็นเช็คเงินสดที่ออกโดยสมาพันธ์ธนาคารโลก เมื่อเซ็นจ่ายไปแล้วก็ไม่สามารถยกเลิกได้ และไม่สามารถเด้งได้ ต่อให้วงเงินจะเกิน ธนาคารก็จะไปตามทวงหนี้เอากับเขาเอง"
หลังจากที่คนของหน่วยพยัคฆ์เทพทั้งสิบคนแบ่งเงินกันเสร็จ สุ่ยฮู่ปันหนงก็คิดว่าเรื่องนี้คงจบลงแล้ว แต่อู๋จั่วจุนกลับชี้ไปที่หัวมนุษย์สองหัวบนพื้น รวมไปถึงร่างของซงเปิ่นกังอีด้วย
"เงินส่วนนี้ ... ได้ ผมจ่ายเอง"
มือซ้ายที่ถือสมุดเช็คของสุ่ยฮู่ปันหนงกำลังสั่นสะท้าน แต่เมื่อมองเห็นดวงตาที่เย็นเยียบราวกับบึงน้ำแข็งของอู๋จั่วจุน เขาก็ทำได้เพียงเซ็นเช็คอีกสี่สิบล้านดอลลาร์แล้วส่งให้ซูฮ่าวหราน
"อ๋องซีไห่ ตอนนี้ผมไปได้หรือยังครับ"
สุ่ยฮู่ปันหนงที่รู้สึกเหมือนใจสลาย ในเวลานี้เขารู้สึกเหมือนคนสิ้นหวัง ตอนที่เอ่ยถามคำถามนี้เขาก็ดูไร้เรี่ยวแรงเป็นอย่างมาก
"ฉันยังมีคำถามอีกข้อ"
อู๋จั่วจุนจ้องมองเข้าไปในดวงตาของสุ่ยฮู่ปันหนง "นายบอกว่าก่อนการแข่งขันหน่วยรบพิเศษสามประเทศจะเริ่มขึ้น มีคนสั่งให้พวกนายฆ่าเทพสงครามคุนหลุน คนบงการอยู่เบื้องหลังคือใคร"
"เขาคือ ... "
เมื่อพูดถึงคนบงการ สีหน้าของสุ่ยฮู่ปันหนงก็ดูแย่ลงมาก แม้กระทั่งใบหน้ายังบิดเบี้ยวเล็กน้อย "ฉันบอกไม่ได้ว่าเขาคือใคร ขืนพูดไปฉันต้องตายแน่"
"ถ้าไม่พูด ตอนนี้นายก็ต้องตาย" เมื่ออู๋จั่วจุนกล่าวประโยคนี้ มือขวาของเขาก็ค่อยๆ ยกขึ้น
"อู๋จั่วจุน!"
ในเวลานั้นเอง เสียงตวาดด้วยความโกรธจัดก็ดังขึ้นจากด้านหลังของสุ่ยฮู่ปันหนง
ทุกคนหันขวับไปมอง ผู้ชายที่สูงเพียงร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตรนิดๆ สวมชุดสูทลำลองและมีบอดี้การ์ดสองคนเดินตามหลัง เดินเข้ามาจากรอยแตกของกำแพงค่ายหลักโจรสลัด
"เป็นนายจริงๆ ด้วย!"
ในวินาทีนี้ อู๋จั่วจุน หลี่ซีหราน และเซี่ยจงชิวต่างก็ตะโกนออกมาพร้อมกัน
"ท่านอ๋อง ท่านมาแล้ว!"
สุ่ยฮู่ปันหนงถอยหลังไปสองสามก้าว ทำตัวราวกับสุนัขรับใช้โค้งตัวเดินตามอยู่ข้างกายผู้มาเยือน
"ลูกพี่ พี่ต้องระวังตัวแล้วนะ"
เซี่ยเสวี่ยกระเถิบเข้าไปใกล้ซูฮ่าวหรานและกระซิบเสียงเบา "เขาคือหัวหน้าหน่วยเทพแห่งต้าเซี่ย อ๋องนักรบ เซี่ยจงผิง และเป็นท่านอาของฉัน พ่อของป๋ายโหว เซี่ยหงเหว่ย"
"ช่วงที่เธอกลับไปเมืองหลวงเมื่อไม่นานมานี้ เธอไม่ได้เล่าเรื่องที่สายตระกูลของเขาถูกความชั่วร้ายแปลกประหลาดสิงสู่ควบคุมให้พ่อของเธอฟังเหรอ" ซูฮ่าวหรานเอ่ยถาม
"แน่นอนว่าฉันเล่าสิ แต่ ... เสด็จพ่อของฉันพูดแค่ว่า เขารู้แล้ว"
เซี่ยเสวี่ยดูหมดหนทาง น้ำเสียงของเธอก็เบาลงเรื่อยๆ สุดท้ายก็ยังเสริมอีกประโยคว่า "ที่จริงฉันก็เข้าใจนะ อ๋องนักรบกุมอำนาจหน่วยเทพ แถมยังเป็นหนึ่งในแปดมหาเทพพิทักษ์ชาติ ถ้าไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดและไม่มีความมั่นใจเต็มร้อย ก็คงไม่สามารถลงมือกับเขาได้หรอก"
ซูฮ่าวหรานสังเกตเห็นว่า แม้เซี่ยเสวี่ยจะเป็นถึงธิดาสวรรค์แห่งต้าเซี่ย แต่เธอกลับดูหวาดกลัวท่านอาอ๋องนักรบผู้นี้เป็นอย่างมาก
ในเวลานี้เซี่ยจงผิงเดินมาหยุดอยู่ห่างจากอู๋จั่วจุนเพียงสามเมตร เขากล่าวด้วยใบหน้าเย็นชา "ในเมื่อบีบคั้นให้ฉันต้องปรากฏตัว นายคิดว่าการที่พวกเราต้องมาเผชิญหน้ากันในสถานการณ์แบบนี้ มันเป็นสิ่งที่นายอยากเห็นที่สุดงั้นเหรอ"
อู๋จั่วจุนไม่ได้ตอบคำถามนี้ แต่เมื่อเขากำมือขวา หอกยาวสองเมตรก็ปรากฏขึ้นในมือ ปลายหอกอันแหลมคมชี้ตรงไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดมิด
"ฉันเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ต้าเซี่ย และเป็นหนึ่งในแปดมหาเทพพิทักษ์ชาติเช่นเดียวกับนาย นายจะยอมเปิดศึกกับฉันเพียงเพื่อเทพสงครามหนุ่มที่ยังไม่ทันเติบโตเต็มที่จริงๆ งั้นเหรอ" เซี่ยจงผิงเอ่ยถามต่อ
อู๋จั่วจุนยกมือขึ้นปัดไปข้างหลัง "คนของหน่วยพยัคฆ์เทพและหน่วยหมาป่าเขี้ยวมรณะถอยไป พวกนายกลับประเทศได้แล้ว"
"คนอื่นไปได้ แต่ซูฮ่าวหรานต้องอยู่"
เซี่ยจงผิงยกมือขวาขึ้น มีดตะขอเคียวความยาวสามฟุตสามนิ้วก็ปรากฏขึ้นในมือ เขากล่าวทีละคำว่า "มันฆ่าลูกชายฉัน วันนี้ฉันต้องฆ่ามันให้ได้"
"สามหาว!"
หลี่ซีหรานตวาดเสียงเย็น "ป๋ายโหวลอบทำร้ายเทพสงครามคุนหลุนหลายครั้ง มันเป็นฝ่ายผิดมาตั้งแต่แรก เพื่อมุ่งเป้ามาที่ซูฮ่าวหราน มันถึงกับวางแผนเล่นงานองค์หญิงเซี่ยเสี่ยวเสี่ยวธิดาของราชันปิศาจ แถมยังเล่นงานองค์หญิงเซี่ยเสวี่ยพระธิดาองค์เล็กของจ้าวแห่งมังกร การที่ซูฮ่าวหรานฆ่ามันก็เพื่อป้องกันตัวและเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น ถือว่าสมเหตุสมผลและถูกต้องตามกฎหมาย"
"จงผิง ตอนนี้นายหยุดมือก็ยังทันนะ" เซี่ยจงชิวก็เดินเข้ามาสมทบเช่นกัน
ทว่า!
จู่ๆ เซี่ยจงผิงก็ระเบิดพลัง ประกายดาบสายหนึ่งพุ่งตรงไปที่ลำคอของเซี่ยจงชิวพร้อมกับคำรามลั่น "ไอ้พวกเข้าข้างคนนอกอย่างแก แกไม่คู่ควรที่จะใช้แซ่เซี่ย ไม่คู่ควรที่จะมีสายเลือดราชวงศ์"
เคร้ง!
โชคดีที่อู๋จั่วจุนใช้หอกยาวสกัดมีดตะขอเคียวเอาไว้ได้ ส่วนเซี่ยจงชิวเมื่อต้องเผชิญกับการโจมตีของเซี่ยจงผิง เขากลับไม่สามารถตอบสนองได้ทันเลยแม้แต่น้อย
"อู๋จั่วจุน แกกล้าขวางฉันจริงๆ เหรอ" เซี่ยจงผิงตาขวาง ตวาดเสียงดังลั่น
อู๋จั่วจุนกล่าวเสียงเย็น "ฉันสงสัยว่า ตอนนี้นายไม่ใช่อดีตเซี่ยจงผิงอีกต่อไปแล้ว ฉันไม่เพียงแต่จะขวางนาย แต่ฉันจะฆ่านายด้วย"
"ดี งั้นก็เปิดศึกกันเลย!"
"เปิดศึกสิ คิดว่าฉันกลัวนายหรือไง!"
สองมหาเทพต่างก็เดือดดาล เซี่ยจงผิงกระโดดลอยตัวขึ้นฟ้า ร่างกายของเขาราวกับซ่อนตัวเข้าไปในท้องฟ้ายามค่ำคืน แต่แล้วประกายดาบที่ฉีกกระชากความมืดมิดก็สว่างวาบขึ้นและฟาดฟันลงมาที่อู๋จั่วจุน
ไม่สิ!
ไม่ใช่แค่ประกายดาบสายเดียว แต่เป็นประกายดาบที่ฟาดฟันลงมาอย่างต่อเนื่องราวกับห่าฝนแสง
"แข็งแกร่งมาก นี่คือหนึ่งในเคล็ดวิชาลับของราชวงศ์ ทัณฑ์สวรรค์!" เซี่ยจงชิวแหงนหน้ามองท้องฟ้าและกล่าวอย่างทอดถอนใจ "น่าเสียดายที่วิชานี้ฉันอุตส่าห์ฝึกฝนมาหลายสิบปีแต่ก็ยังไม่เข้าใจแก่นแท้ของมัน ไม่รู้ว่าจั่วจุนจะรับมือไหวหรือเปล่า"
"เขาต้องรับมือไหวแน่"
หลี่ซีหรานกล่าวอย่างมั่นใจ "แม้ว่าอ๋องทั้งห้าในแปดมหาเทพพิทักษ์ชาติจะไม่มีการจัดอันดับความแข็งแกร่ง แต่ฉันก็เชื่อมาตลอดว่าเขาคืออ๋องอันดับหนึ่ง เป็นอ๋องที่แข็งแกร่งที่สุด"
อู๋จั่วจุนไม่หลบไม่หนีประกายดาบ ในดวงตาของเขาสาดประกายความห้าวหาญที่ดูแคลนอดีตและปัจจุบัน เขากระทืบเท้าซ้ายลงบนพื้นอย่างแรง พื้นดินเกิดการระเบิดจนแตกร้าวเป็นตาข่าย อาศัยแรงสะท้อนกลับนั้น เขาพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า หอกยาวในมือขวาแทงสวนขึ้นไป ในขณะเดียวกันเขาก็คำรามลั่น "แกชอบสู้กันบนฟ้าใช่ไหม งั้นฉันจะส่งแกไปเกิดใหม่บนฟ้าเลยแล้วกัน"
มันเป็นเพียงกระบวนท่าแทงหอกที่เรียบง่าย แต่กลับถูกอู๋จั่วจุนแทงออกมาด้วยพลังอำนาจที่พร้อมจะประกาศสงครามกับสวรรค์
"หอกที่ทรงพลังมาก!"
"สิ่งที่เรียกว่า หอกพุ่งดุจมังกร สะเทือนเลื่อนลั่นสะท้านฟ้าดิน หนึ่งเสียงคำรามกึกก้องทะลวงห้วงนภา คงจะใช้บรรยายอารมณ์แบบนี้สินะ"
"ชั่วชีวิตนี้ ได้เห็นสุดยอดฝีมือปะทะกันอย่างน่าตื่นตาตื่นใจขนาดนี้ ต่อให้ไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าก็คุ้มค่าแล้ว"
ทุกคนต่างเงยหน้าขึ้นมองอู๋จั่วจุนใช้หอกแทงทำลายประกายดาบทั้งหมด เขาราวกับเทพเจ้าทำลายล้างที่ละทิ้งความผูกพันในชีวิต กลายเป็นดาวตกที่พุ่งสวนขึ้นไปท้าทายสวรรค์เพื่อหมายจะฉีกกระชากม่านรัตติกาลให้ขาดสะบั้น
เคร้ง!
จากนั้นก็มีเสียงโลหะปะทะกันดังกังวานในท้องฟ้าที่มืดมิด ท่ามกลางม่านรัตติกาลยังเกิดเป็นเส้นเพลิงยาวเหยียด
ต่อมาเงาร่างสองสายก็วาดเส้นโค้งอันงดงามกลางอากาศและลอยละลิ่วไปไกล
เคร้ง!
เพียงแค่เสี้ยววินาที เสียงโลหะปะทะกันก็ดังขึ้นอีกครั้งที่ห่างออกไปร้อยเมตร แม้กระทั่งพื้นดินยังเกิดการสั่นสะเทือนอย่างชัดเจน ราวกับว่าเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ขึ้นที่จุดใดจุดหนึ่งบนหมู่เกาะถูต๋าเลี่ยแห่งนี้
การปะทะกันเพียงกระบวนท่าเดียว หลังจากนั้นพวกเขาก็ไปปรากฏตัวอยู่ห่างออกไปนับร้อยเมตร ความเร็วของสองสุดยอดฝีมือนี้ไปถึงระดับที่ผู้คนไม่อาจเข้าใจได้แล้ว
"พี่ซง!"
ในขณะที่ทุกคนกำลังเบิกตาดูกันอย่างหลงใหล ซูฮ่าวหรานกลับเดินไปอยู่ข้างกายหลี่ซงและกระซิบเสียงเบา "ถ้าฉันไม่ได้กลับไป ฝากดูแลอวี่ถง เสี่ยวเสี่ยว แม่ของฉัน แล้วก็เสี่ยวซูโม่ด้วยนะ"
"นายพูดบ้าอะไรของนายน่ะ"
หลี่ซงหันขวับมามองซูฮ่าวหรานและคำรามเสียงต่ำ "นายคือฮีโร่ของชาติ นายคนเดียวก็เป็นเหมือนขุมกำลังสำคัญของประเทศ นายต้องรอดกลับไปให้ได้"
เว่ยเซวียนที่ได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคนก็รีบพูดขึ้นมาว่า "ลูกพี่ พี่ต้องได้กลับไปสิ อ๋องซีไห่ต้องชนะแน่ๆ"
"ลูกพี่ ปล่อยให้พวกผู้ใหญ่เขาสู้กันไปเถอะ พวกเราถอยกันตอนนี้เลย นั่งเครื่องบินกลับต้าเซี่ยโดยตรง" เฉินซินเยว่มีสติมากกว่า เธอรีบเสนอให้ถอนกำลังทันที
หลิวเซียวถึงกับโอบคอซูฮ่าวหรานและกล่าวว่า "ลูกพี่ พี่จะเป็นอะไรไปไม่ได้นะ อย่าลืมสิว่าพี่ยังต้องรับลูกชายฉันเป็นศิษย์อยู่นะ"
เซี่ยเสวี่ยยิ่งกล่าวอย่างดื้อดึง "ถ้านายตาย ฉันก็จะตายเป็นเพื่อน"
"ลูกพี่!"
ทุกคนต่างล้อมรอบเข้ามา บนใบหน้าของทุกคนต่างก็มีแววตาแห่งความยึดมั่นดื้อดึง
ซูฮ่าวหรานกวาดตามองใบหน้าที่คุ้นเคยและจริงใจเหล่านั้น จู่ๆ เขาก็ยิ้มออกมา
เมื่อนึกถึงตอนที่เขายืมร่างกลับชาติมาเกิดใหม่ เนื่องจากความทรงจำขาดหายไป เขาจึงไม่รู้ว่าในอดีตชาติเขาเคยมีกลุ่มพี่น้องที่ยอมเป็นยอมตายร่วมกันแบบนี้หรือเปล่า แต่อย่างน้อยในชาตินี้เขาก็มีแล้ว ถือว่าไม่เสียชาติเกิดแล้วล่ะ
"พวกเรานั่งเครื่องบินกลับไม่ได้หรอก ฟังคำสั่งฉัน ถอยไปทางชายฝั่งตะวันออก นั่งเรือที่พวกเรานั่งมากลับไป"
ความจริงแล้วซูฮ่าวหรานอยากจะใช้ทักษะเทเลพอร์ตระดับโลกพาพาทุกคนหนีไปใจจะขาด แต่เขารู้ดีว่าความสามารถที่เข็มทิศดาราบุญญาธิการมอบให้ในตอนนี้ ไม่มีทางพาคนจำนวนมากขนาดนี้หนีไปได้ในคราวเดียวแน่
และถึงแม้การนั่งเครื่องบินจะรวดเร็ว แต่เขาก็รู้ดีว่า อย่าว่าแต่เซี่ยจงผิงที่แค่โบกมือก็สามารถทำให้เครื่องบินตกได้เลย แม้แต่พวกทหารรบพิเศษตงหยางที่มีเครื่องยิงจรวดและปืนซุ่มยิงอยู่ในมือ ก็ไม่มีทางยอมปล่อยให้เครื่องบินของพวกเขาลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าได้แน่
ทว่า!
พวกเขาจะหนีไปทางทะเลได้ง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ
สุ่ยฮู่ปันหนงกระโดดพุ่งตัวออกมาราวกับเทพมาร เขาพุ่งเข้าใส่พวกซูฮ่าวหรานพร้อมกับตะโกนเสียงดัง "คิดจะหนีงั้นเหรอ แกเอาเงินของฉันไป ฆ่าทหารของฉันไปตั้งเยอะ ก็ทิ้งชีวิตเอาไว้ที่นี่เถอะ"
พลังกังจิ้นอันน่าสะพรึงกลัวระเบิดเข้าใส่แผ่นหลังของซูฮ่าวหราน ซูฮ่าวหรานไม่ต้องหันไปมองก็รู้ได้ทันทีว่าพลังนี้แข็งแกร่งเพียงใด เว้นเสียแต่ว่าเขาจะสามารถแลกเปลี่ยนพลังต่อสู้ที่เพิ่มขึ้นหนึ่งร้อยสามสิบกว่าเท่าได้อีกครั้ง มิฉะนั้นเขาก็ไม่มีทางต้านทานมันได้เลย
ยังดีที่หลี่ซีหรานราวกับหายตัวมาขวางหน้าซูฮ่าวหรานเอาไว้
"สุ่ยฮู่ อยากจะลงมือนักใช่ไหม งั้นเปิ่นหวางจะเล่นเป็นเพื่อนแกสักสองกระบวนท่าเอง"
ฉับ!
ดาบถังความยาวสามฟุตสามนิ้วฟันผ่านปลายนิ้วของสุ่ยฮู่ปันหนงไป ถ้าเขาไม่ชักมือกลับให้เร็วกว่านี้ เกรงว่าคงถูกหลี่ซีหรานฟันมือขาดไปแล้ว
ทั้งสองคนมีความแข็งแกร่งสูสีกัน ทั้งคู่เป็นยอดฝีมือระดับกังจิ้นขั้นสูงสุดและแทบจะก้าวเท้าข้างหนึ่งเข้าสู่ระดับเซียนแล้ว
เนื่องจากอู๋จั่วจุนถูกเซี่ยจงผิงพัวพันเอาไว้ สุ่ยฮู่ปันหนงจึงไม่มีทางถอยหนี ทั้งสองคนไม่มีเวลามาพูดจาไร้สาระ พวกเขาเข้าปะทะกันราวกับดาวอังคารพุ่งชนโลกทันที
"ไป!"
ซูฮ่าวหรานหันกลับไปมองแวบหนึ่ง จากนั้นก็โบกมือให้ทุกคนถอยต่อไป
"ถ้าปล่อยให้แกหนีไปได้ พวกเราจะเอาหน้าไปไว้ไหน"
"คนอื่นไปได้ แต่ซูฮ่าวหราน แกห้ามไป"
ยังไม่ทันที่พวกซูฮ่าวหรานจะหนีไปได้ไกล บอดี้การ์ดสองคนที่เซี่ยจงผิงพามาด้วยก็ปรากฏตัวขวางหน้าพวกเขาเอาไว้ราวกับภูตผี
"พวกนายหนีต่อไป"
เซี่ยจงชิวมาปรากฏตัวได้ทันเวลา แต่เขาพูดได้เพียงห้าคำนี้ก็ถูกทั้งสองคนรุมล้อมโจมตี
ด้วยความแข็งแกร่งระดับกึ่งเซียนของเซี่ยจงชิว เมื่อต้องรับมือแบบหนึ่งต่อสอง เขากลับดูเหมือนจะตกเป็นรองเสียด้วยซ้ำ
หนี!
ในเวลานี้ทุกคนต่างก็รับรู้ได้ว่า สถานการณ์ที่พวกเขาต้องเผชิญหน้านั้นตึงเครียดอย่างถึงที่สุดแล้ว
ทว่า จะหนีไปได้จริงๆ งั้นเหรอ
เมื่อทุกคนวิ่งมาถึงริมทะเล เงาร่างสูงโปร่งสุดเซ็กซี่สายหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น