เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 220 - เฮยเจวี๋ยจอมโหด

บทที่ 220 - เฮยเจวี๋ยจอมโหด

บทที่ 220 - เฮยเจวี๋ยจอมโหด


"ฉัน ฉันมีคำถาม"

เซี่ยเสี่ยวเสี่ยวนั่งพิงพนักเก้าอี้ไม้ เอ่ยถามด้วยความอยากรู้ "ตอนที่เซี่ยหงเหว่ยยิงปืนใส่ฉัน ทำไมฉันถึงไม่ได้รับบาดเจ็บล่ะ ทำไมกระสุนถึงไปโดนตัวเขาเองได้"

ซูฮ่าวหรานยิ้มตอบ "สภาพร่างกายฉันมันพิเศษน่ะ แล้วก็เปิดจุดชีพจรเทพได้ด้วย ฉันใช้พลังอภิญญาจากจุดชีพจรเทพที่เรียกว่า การเคลื่อนย้ายขนาดย่อม ยังไงล่ะ"

"งั้น ... ตอนที่นายให้ฉันช่วยถ่ายวิดีโอ นายบอกว่าจะรับแอนนาเป็นภรรยาน้อยคนที่เก้า นี่แสดงว่านายมีผู้หญิงอยู่ข้างนอกตั้งหลายคนเลยใช่ไหม"

"ไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อย ฉัน ... อ้อ เธอตั้งใจจะถ่วงเวลา ไม่อยากกลับบ้านกับฉันใช่ไหมล่ะ"

ซูฮ่าวหรานฉลาดเป็นกรด แป๊บเดียวก็มองทะลุความคิดเล็กๆ น้อยๆ ของเซี่ยเสี่ยวเสี่ยวออก

เซี่ยเสี่ยวเสี่ยวหน้าแดงแปร๊ด ลังเลอยู่นานกว่าจะก้มหน้าตอบว่า "ฉัน ไว้ผ่านไปอีกสักสองวันค่อยกลับไปพร้อมกับนายนะ ขอเวลาให้ฉันอยู่เงียบๆ คนเดียวก่อนเถอะ"

"ไม่ได้ เมื่อก่อนเธอจะตัดสินใจเองยังไงก็ได้ แต่ตอนนี้ต้องฟังคำสั่งผู้ชายของเธอ"

ซูฮ่าวหรานเดินเข้าไปช้อนตัวอุ้มเซี่ยเสี่ยวเสี่ยวขึ้นมาอย่างดุดัน แล้วหันหลังเดินออกจากบ้านพักตากอากาศไม้ไป

ด้วยเหตุนี้ เซี่ยเสี่ยวเสี่ยวจึงต้องตามซูฮ่าวหรานกลับไปที่บ้านในคฤหาสน์เขตทหารด้วยความจำยอมกึ่งเต็มใจ

เพียงแต่พอไปถึงหน้าประตูบ้าน เธอกลับไม่กล้าก้าวเข้าไปข้างใน เอาแต่ใช้มือสองข้างขยำชายเสื้อด้วยความประหม่า สภาพจิตใจว้าวุ่นไปหมด

เอี๊ยด!

ทว่า ประตูบ้านกลับถูกผลักเปิดออกจาดด้านใน

ภายใต้แสงไฟสว่างไสวในห้อง หลิวอวี่ถงในฐานะเจ้าของบ้าน ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยนและจริงใจ เธอเดินเข้าไปจับมือทั้งสองข้างของเซี่ยเสี่ยวเสี่ยวไว้ แล้วพูดว่า "เสี่ยวเสี่ยว ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ"

"พี่อวี่ถง!"

พอได้ยินหลิวอวี่ถงพูดคำว่ายินดีต้อนรับกลับบ้าน เซี่ยเสี่ยวเสี่ยวก็ซาบซึ้งจนขอบตาแดงรื้น เธอตอบกลับเสียงแผ่วว่า "ขอโทษนะ ความจริงฉันก็เหมือนมือที่สามเลย ฉัน ฉัน ฉันไม่ดีเลย"

"อย่าพูดเหลวไหลสิ เราเป็นครอบครัวเดียวกันนะ" หลิวอวี่ถงจูงมือเซี่ยเสี่ยวเสี่ยวเข้าไปในบ้าน

สวี่เยี่ยนบังเอิญยกจานซี่โครงหมูตุ๋นน้ำแดงและปลากะพงนึ่งที่เพิ่งทำเสร็จออกมาพอดี เธอพูดด้วยน้ำเสียงเอ็นดูว่า "เสี่ยวเสี่ยวกลับมาแล้วเหรอ รีบมากินข้าวสิ มาชิมฝีมือแม่หน่อยนะ"

"ค่ะ!"

เพราะคำทักทายอย่างอบอุ่นของสวี่เยี่ยน เซี่ยเสี่ยวเสี่ยวก็ซาบซึ้งจนน้ำตาร่วง เธอรู้สึกราวกับว่าในวินาทีนี้ เธอได้รับการยอมรับให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้อย่างแท้จริงแล้ว

ปัง!

ในตอนนั้นเอง ก็มีชายร่างยักษ์ล่ำบึ้กเหมือนหมีวิ่งพรวดพราดเข้ามาจากข้างนอก

ไอ้ร่างยักษ์คนนี้กะจะพุ่งตรงไปที่โต๊ะอาหารอยู่แล้ว แต่พอเห็นเซี่ยเสี่ยวเสี่ยว เขาก็รีบทำท่าทางขรึมๆ แล้วพูดว่า "นี่คืออาจารย์แม่รองของผมใช่ไหมครับ อาจารย์แม่รองสวัสดีครับ ผมชื่อหยวนเจิ้นตง เพราะว่าผมเป็นคนกินจุ อาจารย์กับอาจารย์แม่ใหญ่ก็เลยชอบเรียกผมว่าถังข้าว อาจารย์แม่รองจะเรียกผมแบบนั้นก็ได้นะครับ"

พรืด!

เซี่ยเสี่ยวเสี่ยวยิ้มทั้งน้ำตา พอเห็นไอ้ร่างยักษ์หน้าซื่อทำตัวเป็นมิตรขนาดนี้ เธอก็ยิ่งรู้สึกเหมือนได้หลอมรวมเข้ากับครอบครัวนี้อย่างสมบูรณ์แบบ

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วพริบตาเดียวก็ผ่านไปหนึ่งเดือนแล้ว

เพราะมีเซี่ยเสี่ยวเสี่ยวเพิ่มเข้ามาในบ้าน วันปีใหม่สวี่เยี่ยนก็เลยไม่ยอมให้ซูฮ่าวหรานออกไปไหน อยากให้อยู่ฉลองเทศกาลพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัว เขาจึงเพิ่งจะได้เดินทางไปที่เมืองลั่วโจวในวันที่สอง เพื่อเข้ารับการฝึกทหารเจ็ดวันประจำเดือน

ทว่า เพียงเพราะซูฮ่าวหรานกลับไปที่เขตทหารภาคกลางช้าไปหนึ่งวัน หน่วยรบพิเศษพยัคฆ์เทพกลับเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นซะแล้ว

"ฮ่าวหราน นายมาพอดีเลย"

ทันทีที่ซูฮ่าวหรานเดินเข้าไปในสนามฝึกของพยัคฆ์เทพ หยางหม่านก็รีบลากเขาเข้าไปในอาคารสำนักงานเขตทหาร "ฟังฉันนะ เมื่อยี่สิบเก้าชั่วโมงก่อน หน่วยรบพิเศษพยัคฆ์เทพเดินทางไปปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือที่ชายแดน ผลคือเมื่อสามชั่วโมงก่อน สมาชิกหน่วยพยัคฆ์เทพขาดการติดต่อกันทั้งทีมเลย"

ระหว่างที่พูด หยางหม่านก็ลากเขาเข้าไปในลิฟต์แล้ว

ซูฮ่าวหรานรีบถาม "ชายแดนจุดไหน แล้วไปช่วยใคร"

หยางหม่านตอบ "พื้นที่ทางตะวันตกของต้าเซี่ย เป็นเส้นพรมแดนที่เปราะบางที่สุดซึ่งติดกับเอเชียกลาง ที่นั่นมีองค์กรเฮยเจวี๋ยที่เจ้าเล่ห์ที่สุดในปัจจุบัน แล้วก็ยังมีพวกทหารรับจ้างที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่เอเชียกลางด้วย พวกมันทั้งหมดล้วนเป็นหมาป่าในคราบมนุษย์ รับมือยากมากๆ"

ติ๊ง!

ระหว่างที่กำลังคุยกัน ลิฟต์ก็ขึ้นมาถึงชั้นบนสุดแล้ว

หยางหม่านพูดต่อ "ส่วนเรื่องที่หน่วยพยัคฆ์เทพไปช่วยใครนั้น ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน มันเป็นภารกิจลับสุดยอด มีแค่ท่านอ๋องเท่านั้นที่รู้"

พูดถึงตรงนี้ หยางหม่านก็พาซูฮ่าวหรานมาส่งถึงหน้าห้องทำงานของหลี่ซีหรานแล้ว

ซูฮ่าวหรานไม่ได้เคาะประตู เขาผลักประตูเข้าไปเลย

ภายในห้องทำงานมีแต่ควันบุหรี่คละคลุ้ง หลี่ซีหรานนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน คิ้วขมวดเข้าหากันจนเป็นปม ที่นิ้วมือยังมีบุหรี่คีบอยู่

ซูฮ่าวหรานนั่งลงตรงข้ามกับหลี่ซีหราน หยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วเบ้ปากพูดว่า "ลัคกี้สไตรก์รุ่นลิมิเต็ดอเมริกา กล่องละแสนดอลลาร์ ครั้งก่อนที่เอาไปจากท่านหลายกล่อง มันก็มีดีแค่เอาไว้แอคโชว์คนอื่นไปงั้นแหละ ความจริงแล้วรสชาติของบุหรี่นี่มันไม่ได้เรื่องเลย"

หลี่ซีหรานมองบนใส่ซูฮ่าวหราน เขาอ้าปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็เงียบไป

ซูฮ่าวหรานพูดขึ้น "บอกมาเถอะ พวกเขาไปช่วยใคร ผมไม่มีเวลามามัวชักช้าหรอกนะ กลัวแต่ว่าพวกพี่ๆ จะไม่ได้กลับมาแบบเป็นๆ น่ะสิ"

หลี่ซีหรานสูดบุหรี่เข้าปอดเฮือกใหญ่แล้วตอบ "คนที่พวกเราจะไปช่วยชื่อว่านางพญาผึ้ง ฟังให้ดีนะ ถ้าสามารถช่วยเธอกลับมาได้อย่างปลอดภัยก็ถือว่าดีที่สุด แต่ถ้าช่วยไม่ได้ล่ะก็ ... ให้ฆ่าทิ้งซะ!"

ซูฮ่าวหรานหรี่ตาแคบลงเมื่อได้ยินคำสั่งนี้

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ถามเหตุผล หลี่ซีหรานก็รีบอธิบายต่อทันที "ไม่ต้องถามเหตุผลนะ ถ้าเธอรอดกลับมาได้ ต้าเซี่ยก็มีหวังที่จะก้าวเข้าสู่อารยธรรมระดับที่หนึ่งเป็นประเทศแรก แต่ในทางกลับกัน ... "

"ในทางกลับกันก็คือหายนะของต้าเซี่ย!"

บทสนทนาระหว่างซูฮ่าวหรานกับหลี่ซีหรานจบลงไปหกชั่วโมงแล้ว แต่ในหัวของเขาก็ยังคงมีประโยคสุดท้ายของอ๋องขุนเขาพึ่งพิงดังก้องกังวานอยู่

ซูฮ่าวหรานในชุดลายพราง สวมเสื้อเกราะกันกระสุนทับอีกชั้น ถือปืนเดินย่ำไปในทะเลทรายชายแดน แม้เท้าจะเหยียบย่ำลงบนทรายสีเหลือง แต่ก็ไม่เกิดเสียงดังใดๆ เล็ดลอดออกมาเลย

เขาสะกดรอยตามรอยเท้าสะเปะสะปะที่ถูกลมทรายพัดกลบไปบ้าง ด้วยทักษะการลาดตระเวนที่เพิ่งได้เรียนรู้มาจากวิทยาลัยวิศวกรรมการทหาร ผนวกกับการใช้เนตรทิพย์ ทำให้เขาค้นหาทิศทางที่ต้องตามไปเจอได้อย่างรวดเร็ว

ปัง!

ท่ามกลางความมืดมิด เสียงปืนดังแว่วมาจากสุดปลายขอบทะเลทราย สายลมพัดพาเสียงกรีดร้องโหยหวนมาเข้าหูของซูฮ่าวหรานอย่างแผ่วเบา

"พวกพี่น้อง หัวหน้าของพวกนายมาแล้ว"

ซูฮ่าวหรานเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น ร่างพุ่งทะยานราวกับสายรุ้งตรงไปยังจุดที่เกิดเสียงปืน

"ฮ่าๆๆ ทรมานพวกราชาทหารนี่มันสนุกจริงๆ"

ณ ค่ายพักแรมโอเอซิสแห่งหนึ่ง ชายร่างใหญ่หนวดเคราเฟิ้ม ใช้ปลายกระบอกปืนเชยคางชายหนุ่มคนหนึ่งขึ้นมา แล้วพูดเยาะเย้ยอย่างได้ใจ

คนที่ถูกปลายกระบอกปืนเชยคางอยู่ก็คือ หวงตง สมาชิกหน่วยพยัคฆ์เทพนั่นเอง

พยัคฆ์สุมาตราคนนี้ถูกจับมัดไว้กับเสาไม้ ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยคราบเลือด ทั้งเลือดของตัวเองและเลือดของศัตรู ส่วนบริเวณไหล่ขวาก็ยังมีรอยกระสุนสองรูกำลังมีเลือดไหลซึมออกมา

ถุย!

หวงตงถ่มน้ำลายปนเลือดใส่หน้าชายเคราเฟิ้ม ดวงตาแดงก่ำตะโกนด่า "พวกแกมันเฮยเจวี๋ยที่ไร้ศีลธรรม ร่วมมือกับทหารรับจ้างต่างชาติมาทำร้ายเพื่อนร่วมชาติ พวกแกมันสมควรตายกันทุกคน"

ปัง!

เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้ง ชายเคราเฟิ้มยิงเจาะทะลุขาซ้ายของหวงตง เลือดสดๆ ไหลทะลักออกจากบาดแผล หวงตงเจ็บจนต้องกัดฟันกรอด ร้องเสียงหลงออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ แต่สายตาก็ยังคงแน่วแน่ไม่ยอมจำนนต่ออีกฝ่าย

ชายเคราเฟิ้มยกมือขึ้นปาดน้ำลายบนหน้า แล้วพูดอย่างดุดันว่า "ถ้าแกกล้าด่าฉันอีกคำเดียว ฉันจะยิงแกให้พิการทั้งแขนทั้งขาเลย"

"ถ้าไม่ได้โดนควันพิษของพวกแก ฉันจะยอมให้พวกแกมารังแกแบบนี้เหรอ แน่จริงก็ฆ่าฉันเลยสิ!" หวงตงด่าสวนกลับอย่างเกรี้ยวกราด

ชายเคราเฟิ้มแค่นหัวเราะ "นายพลอัลข่านสั่งไม่ให้ฉันฆ่าพวกแก เพราะการใช้พวกแก สามารถเอาไปแลกเงินก้อนโตกับกองทัพต้าเซี่ยได้ไงล่ะ"

"แกคิดเยอะไปแล้ว ทหารต้าเซี่ยทุกคนล้วนมีศักดิ์ศรี กองทัพต้าเซี่ยไม่มีทางยอมอ่อนข้อให้กับกลุ่มผู้มีอิทธิพลชั่วร้ายอย่างพวกแกหรอก" แม้หวงตงจะได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่เขาก็ยังคงไม่ยอมทิ้งศักดิ์ศรีของความเป็นทหาร

เพียะ! เพียะ! เพียะ!

ชายเคราเฟิ้มตบหน้าหวงตงฉาดใหญ่ พูดจาเหี้ยมเกรียม "ถ้าพวกแกไม่มีค่า ฉันก็คงฆ่าแกทิ้งไปนานแล้ว หึหึ ได้ยินมาว่ากินไตมนุษย์มันบำรุงดีนัก ถึงตอนนั้นฉันจะจับแกมากินเป็นอาหารซะเลย"

ฉึก!

ในขณะที่ชายเคราเฟิ้มกำลังกร่างอยู่นั้น เสียงกระสุนแหวกอากาศก็ดังขึ้น

หวงตงที่ถูกมัดอยู่กับเสาไม้ เห็นกับตาว่าหัวของชายเคราเฟิ้มถูกกระสุนเจาะทะลุ เลือดสาดกระเซ็นมาโดนหน้าของเขาเต็มไปหมด

"ใครกัน" หวงตงอาศัยสัญชาตญาณ มองไปทางทิศทางที่กระสุนพุ่งมา

เขาเห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่สง่างาม เดินออกมาจากด้านหลังเนินทรายอันมืดมิด แม้ใบหน้าจะถูกพรางด้วยสี แต่รูปร่างที่ทะมัดทะแมงนั้น หวงตงก็สามารถจดจำได้ในพริบตา

"กานเต๋อเล่อ มีคนฆ่ากานเต๋อเล่อ"

"นักรบเฮยเจวี๋ยจะตายฟรีไม่ได้ ต้องแก้แค้นให้กานเต๋อเล่อ"

"ศัตรูบุก พวกพี่น้อง ออกมาฆ่ามันเร็วเข้า!"

พวกเฮยเจวี๋ยต้องต่อสู้ดิ้นรนอยู่ในสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายมาเป็นเวลานาน ทำให้พวกเขามีสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่พร้อมจะต่อสู้ได้ทุกเมื่อ พอถูกโจมตีปุ๊บ ก็มีคนนับสิบคนรีบคว้าปืนออกมามองหาศัตรูทันที แถมยังมีนักรบเฮยเจวี๋ยอีกจำนวนมากแห่กันออกมาจากเต็นท์ใหญ่สิบกว่าหลัง

ทว่า คนที่บุกมาโจมตีพวกมันกลับมีฝีมือที่น่ากลัวเกินไป

นั่นก็เพราะเขาคือเทพสงครามคุนหลุน เขาอาบไล้ไปด้วยความมืดมิด ย่ำเดินบนผืนทรายสีเหลืองอันไร้ขอบเขต พุ่งพรวดเข้าไปในค่ายโอเอซิสราวกับภูตผี

"พวกแกมันก็แค่สัตว์เดรัจฉาน พอคนของตัวเองตายก็แหกปากจะแก้แค้น แต่ตอนที่พวกแกทรมานพี่น้องของฉัน แกเคยคิดบ้างไหมว่าจะมีคนมาแก้แค้นให้พวกเขาเหมือนกัน"

เสียงของซูฮ่าวหราน ดังก้องราวกับคำพิพากษาที่ส่งถึงฝูงหมาป่าพวกนี้

ฉึก!

ซูฮ่าวหรานยกปืนขึ้นยิง ปลิดชีพคนเถื่อนเฮยเจวี๋ยที่อยู่ใกล้เสาไม้ที่สุดล้มลง

ก่อนที่คนอื่นๆ จะหันปืนมาเล็งใส่เขา ซูฮ่าวหรานก็เบี่ยงตัว หลบไปอยู่ด้านหลังนักรบเฮยเจวี๋ยคนหนึ่ง พร้อมกับใช้มือซ้ายยิงปืนออกไป กระสุนเจาะทะลุหน้าอกของชายร่างยักษ์จนตายคาที่

ฉึก! ฉึก! ฉึก!

ท่ามกลางฝูงชน ซูฮ่าวหรานราวกับยมทูตที่คอยเก็บเกี่ยววิญญาณ การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วจนมองตามไม่ทัน ความเร็วและจังหวะในการยิงปืน ยิ่งรวดเร็วจนเกินกว่าที่คนทั่วไปจะเข้าใจได้

"ไอ้สารเลว ฉันจะตายไปพร้อมกับแก!"

นักรบเฮยเจวี๋ยที่มีรอยแผลเป็นสามรอยบนใบหน้า เห็นเพื่อนร่วมรบพากันล้มตายลงทีละคนๆ ราวกับใบไม้ร่วง เขากลับกล้าดึงสลักระเบิดมือออกมา แล้วใช้ปากกัดสลักนิรภัยทิ้ง

"อยากตายไปพร้อมกัน ก็ไปหาเพื่อนร่วมรบของแกเถอะ"

ทว่า นักรบเฮยเจวี๋ยคนนี้ ยังไม่ทันจะได้ปาระเบิดออกไป เท้าเบอร์สี่สิบสามที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ ก็เตะระเบิดมือยัดเข้าไปในปากของเขาสะดังตุ้บ

แรงเตะมหาศาลทำให้คนเถื่อนเฮยเจวี๋ยกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว จากนั้น ... ตูม!

เสียงระเบิดดังสนั่น ฝุ่นทรายสีเลือดปลิวว่อน ไม่เพียงแต่จะไม่โดนตัวซูฮ่าวหราน แต่กลับพรากชีวิตนักรบเฮยเจวี๋ยไปอีกหกเจ็ดคน

"น่ากลัวเกินไปแล้ว ไอ้หมอนี่มันไม่ใช่คนแล้ว!"

ในที่สุด หลังจากต้องสูญเสียกำลังคนไปอย่างมหาศาล แม้แต่นักรบเฮยเจวี๋ยที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม ก็ยังเกิดความหวาดกลัวขึ้นมา

ทหารเฮยเจวี๋ยคนหนึ่ง ถือปืนหันหลังวิ่งหนี

ทว่า!

ปัง!

กระสุนนัดหนึ่งเจาะเข้าที่หัวใจของเขาอย่างจัง เขาเพิ่งจะวิ่งไปได้แค่ก้าวเดียว ก็ล้มลงจมกองเลือด

กระสุนนัดนี้ไม่ได้มาจากซูฮ่าวหราน แต่มาจากชายร่างยักษ์สูงร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ที่ใช้มือซ้ายล็อกคอทหารหญิงที่กำลังอ่อนแรงไว้ ส่วนมือขวาก็ถือปืนเดินออกมาท่ามกลางฝูงชน

"ไม่ว่าแกจะเป็นใคร วางปืนลงซะ ไม่อย่างนั้นฉันจะฆ่านังตัวเมียจากหน่วยพยัคฆ์เทพคนนี้ทิ้ง"

ไอ้ร่างยักษ์เอาปืนจ่อไปที่ขมับของทหารหญิง แล้วแผดเสียงคำรามอย่างดุร้าย

"หัวหน้า ฉันรู้ว่าเป็นนาย ไม่ต้องสนใจฉัน ฆ่าพวกมันให้หมด"

ทหารหญิงคนนี้ก็คือ เฉินซินเยว่ ดวงตาของเธอเลื่อนลอย มองไม่เห็นด้วยซ้ำว่าซูฮ่าวหรานอยู่ที่ไหน แต่เธอก็รู้ว่าคนที่มาช่วยคือเขา

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 220 - เฮยเจวี๋ยจอมโหด

คัดลอกลิงก์แล้ว