- หน้าแรก
- ทิ้งบัลลังก์เก้าชั้นฟ้ามาเกิดใหม่เลยต้องฟาร์มแต้มบุญไปเปย์ภรรยาและลูก
- บทที่ 90 - ใส่ซองแล้วยังไม่ให้กินข้าว
บทที่ 90 - ใส่ซองแล้วยังไม่ให้กินข้าว
บทที่ 90 - ใส่ซองแล้วยังไม่ให้กินข้าว
ซูฮ่าวหรานถอยหลังไปครึ่งก้าว หม่าต้ากั๋วกระโดดลอยตัวขึ้น ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือด ไม้เท้าเหล็กในมือถูกง้างขึ้นสูงแล้วฟาดลงมาที่ซูฮ่าวหราน "ไอ้หนู ฉันจะตีแกให้ตาย!"
ปัง!
ทว่าไม้เท้าที่ฟาดลงมาอย่างแรงกลับหยุดชะงักอยู่เหนือหัวซูฮ่าวหรานเพียงครึ่งฟุต
หม่าต้ากั๋วไม่ทันเห็นด้วยซ้ำว่าซูฮ่าวหรานยกมือขวาขึ้นมารับไม้เท้าเหล็กของเขาไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ พละกำลังอันมหาศาลนั้นทำให้เขากดไม้เท้าลงไปก็ไม่ได้ จะดึงกลับมาก็ไม่หลุด ทำเอาหม่าต้ากั๋วตกใจจนหน้าดำหน้าแดงไปหมด
ซูฮ่าวหรานมองหม่าต้ากั๋วด้วยสายตาเหยียดหยาม แสยะยิ้มเย็นชา "นี่น่ะเหรอท่าไม้ตายเพลงแส้ห้าต่อเนื่องของแก นี่น่ะเหรอคุณธรรมชาวยุทธ์ของแก"
"แก ... คืนไม้เท้ามาให้ฉันนะ"
"คืนบ้านแกสิ"
ซูฮ่าวหรานออกแรงกระชาก แย่งไม้เท้ามาไว้ในมือ
หม่าต้ากั๋วถูกซูฮ่าวหรานกระชากจนถลาไปข้างหน้าครึ่งก้าว แต่พอสบกับสายตาดุดันของซูฮ่าวหราน เขาก็ตกใจจนรีบถอยหลังกรูดไปสามก้าว
เพียงแค่สายตาก็สามารถทำให้ปรมาจารย์ต้องถอยร่นได้ ทั่วทั้งต้าเซี่ยก็คงมีแค่ซูฮ่าวหรานคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้
แต่เรื่องน่ากลัวยิ่งกว่ากำลังจะตามมา ซูฮ่าวหรานใช้สองมือจับไม้เท้าเหล็กยาวกว่าหนึ่งเมตรแล้วออกแรงงอ ไม้เท้าเหล็กขนาดเท่าไข่ไก่ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดอยู่ในมือของเขา
"เป็นไปไม่ได้"
หม่าต้ากั๋วตกใจจนตาเหลือก ร้องเสียงหลง ขากรรไกรแทบจะหลุดร่วงลงไปกองกับพื้น
ไม้เท้าเหล็กของเขาถูกซูฮ่าวหรานใช้มือเปล่างอ แล้วค่อยๆ ดัดจนกลายเป็นรูปวงกลม
ลองคิดดูสิว่า ตัวตนระดับไหนกันถึงสามารถปลดปล่อยพละกำลังอันน่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ออกมาได้ด้วยมือเปล่าที่เป็นแค่เนื้อและเลือด
เคร้ง!
ซูฮ่าวหรานโยนห่วงเหล็กทิ้งลงแทบเท้าหม่าต้ากั๋ว ทำเอาปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ตกใจจนต้องถอยหลังไปอีกสามก้าว
ขนาดหม่าต้ากั๋วยังกลัวจนตัวสั่น อู๋เจียเสียงยิ่งไม่ต้องพูดถึง ขาทั้งสองข้างของเขาสั่นพั่บๆ ไม่หยุด ร้องถามซ้ำแล้วซ้ำเล่า "หม่าเหล่า ปรมาจารย์หม่า คุณคงไม่ได้กลัวหรอกนะ คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่าจะช่วยผมแก้แค้นให้ได้แน่ๆ น่ะ"
หม่าต้ากั๋วตกใจจนมุมปากกระตุก แสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือตอบว่า "ฉันไม่ได้กลัว แต่ไอ้หนุ่มคนนี้ ... ไอ้หนุ่มคนนี้มันไม่มีคุณธรรมชาวยุทธ์ มันไม่ยอมเปิดโอกาสให้ฉันลงมือเลย พวกเราคนฝึกยุทธ์มักจะเน้นแค่พอหอมปากหอมคอ ... "
"หอมปากหอมคอมารดาแกสิ!"
ซูฮ่าวหรานทนฟังต่อไปไม่ไหวแล้ว เขาใช้วิชาย่างขุมเหินเมฆา ก้าวเดียวก็กระโดดไปอยู่ตรงหน้าหม่าต้ากั๋ว
คราวนี้หม่าต้ากั๋วดูเหมือนจะเตรียมตัวมาดี รีบก้าวหลบออกด้านข้าง แต่น่าเสียดายที่ซูฮ่าวหรานเร็วกว่ามาก มือซ้ายพุ่งออกไปใช้ท่าตะครุบอินทรีคว้าคอเสื้อของเขาแล้วกระชากกลับมาตรงหน้า
จากนั้นหมัดขนาดเท่าชามแกงก็กระแทกเข้าที่ตาขวาของเขาอย่างจัง
ปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ เจ้าสำนักฮุ่นหยวนคนปัจจุบัน ถูกต่อยจนหน้าหงาย เปลือกตาบนบวมเป่งกลายเป็นไส้กรอกในพริบตา
"ไอ้หนู แกไม่เพียงแต่ไม่มีคุณธรรมชาวยุทธ์ แกยังไม่รู้จักเคารพผู้หลักผู้ใหญ่ ... "
ปัง!
ซูฮ่าวหรานปล่อยหมัดกระแทกเข้าที่ตาขวาของหม่าต้ากั๋วซ้ำอีกครั้ง
"ไอ้หนุ่ม แกเปลี่ยนไปต่อยตาอีกข้างไม่ได้หรือไง"
ปัง!
"ไอ้หนุ่ม ฉันเป็นคนใช้คุณธรรมสยบผู้คน พวกเรามาคุยด้วยเหตุผลกันดีกว่า อย่าลงไม้ลงมือเลยนะ"
ปัง!
"พี่ชาย ฉันขอโทษ!"
หลังจากโดนต่อยไปหลายหมัด หม่าต้ากั๋วก็ถูกต่อยจนทรุดลงไปคุกเข่าอยู่ตรงหน้าซูฮ่าวหราน ร้องห่มร้องไห้บอกว่า "ฉันมันแก่จนเลอะเลือนไปเอง ที่มารับจ้างคุณชายอู๋มาหาเรื่องนาย วันหลังฉันไม่กล้าอีกแล้ว ขอร้องล่ะ ปล่อยฉันไปเถอะนะ!"
"ปล่อยแกไปก็ได้ แต่เพื่อป้องกันไม่ให้แกอ้างความเป็นผู้ใหญ่ไปรังแกคนอื่น แล้วก็ใช้วิทยายุทธ์ไปเที่ยวหาเรื่องชาวบ้านอีก เพราะงั้น ... "
ปัง ... อ๊าก!
ซูฮ่าวหรานแทงเข่ากระแทกเข้าที่ท้องน้อยของหม่าต้ากั๋ว ทำลายจุดตันเถียนของเขาจนแหลกสลาย วรยุทธ์ระดับปรมาจารย์ถูกทำลายทิ้งในพริบตา!
หม่าต้ากั๋วร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดแล้วล้มกลิ้งลงไปกับพื้น เมื่อสูญเสียวรยุทธ์ ริ้วรอยบนใบหน้าของเขาก็เพิ่มพูนขึ้นทันตาเห็น สีหน้าที่เคยแดงเปล่งปลั่งกลับกลายเป็นซีดเซียวไร้สีเลือด เลือดสดๆ ไหลซึมออกจากมุมปากและรูจมูกไม่หยุด
หลังจากจัดการหม่าต้ากั๋วเสร็จ ซูฮ่าวหรานก็หันไปถามหลิวอวี่ปิน "พี่ใหญ่ พี่ดูสิ ผมจัดการแบบนี้โอเคไหม"
"โอ โอ โอเคเลย!" หลิวอวี่ปินที่ช็อกจนยืนอึ้งมาตั้งนาน พอถูกซูฮ่าวหรานเรียกถึงเพิ่งได้สติกลับมา
เมื่อเห็นว่าพี่เมียไม่มีข้อโต้แย้งอะไร ซูฮ่าวหรานก็ชี้มือไปที่สุดปลายถนน "วันนี้ร้านเครื่องดนตรีของฉันเพิ่งเปิดกิจการ การฆ่าฟันมันไม่เป็นมงคล เพราะงั้นฉันจะไว้ชีวิตหมาๆ ของแก เลิกทำเป็นแกล้งตายต่อหน้าฉันได้แล้ว ไสหัวไปซะ!"
"ได้ๆ ฉันจะไสหัวไปเดี๋ยวนี้" ตอนนี้หม่าต้ากั๋วไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะลุกขึ้นยืน ดังนั้นเขาจึงพลิกตัว ... แล้วกลิ้งหลุนๆ กลิ้งออกไปจริงๆ
หลังจากไล่หม่าต้ากั๋วไปแล้ว สายตาของซูฮ่าวหรานก็ไปหยุดอยู่ที่อู๋เจียเสียง
คุณชายอู๋ หนึ่งในสี่คุณชายแห่งเมืองเซิ่งโจว ตอนนี้กลัวจนขาสั่นพั่บๆ หน้าซีดเป็นกระดาษ พอสบตาซูฮ่าวหรานก็ตกใจจนถอยหลังกรูดไม่หยุด
"ฉันควรจะลงโทษนายยังไงดีนะ" ซูฮ่าวหรานเดินเข้าหาอู๋เจียเสียง น้ำเสียงเย็นเยียบดุจหิมะกลางฤดูหนาว
อู๋เจียเสียงพูดตะกุกตะกัก "พี่ พี่ซูฮ่าวหราน ผมบอกเลยนะ ผมกับหม่าต้ากั๋วไม่ได้สนิทอะไรกันหรอก ผมบังเอิญเจอเขา พี่เชื่อไหม"
ซูฮ่าวหรานถูกคุณชายอู๋ตรงหน้าทำให้โมโหจนหัวเราะออกมา "หม่าต้ากั๋วยอมรับเองว่ารับเงินนายมา แกยังมาอ้างว่าบังเอิญเจอ แกคิดจะทดสอบไอคิวฉันหรือไง ได้ ถึงแกจะบังเอิญเจอเขาจริงๆ งั้นแกบอกมาสิ แกมาทำอะไรที่ร้านเครื่องดนตรีของฉัน"
"ผม ผม ผม ผมมาร่วมแสดงความยินดีน่ะครับ!"
อู๋เจียเสียงสมองแล่นปรี๊ด รีบหันไปสั่งบอดี้การ์ดข้างๆ "รีบเข้าไปเขียนชื่อใส่ซองเลย ฉันใส่ซองล้านนึง!"
"หนึ่งล้าน" ซูฮ่าวหรานแค่นเสียงเย็นชา "แกให้ทานขอทานหรือไง"
"ห้าล้าน!" อู๋เจียเสียงรีบเปลี่ยนตัวเลข
ซูฮ่าวหรานทำหน้าตาย จ้องมองอู๋เจียเสียงโดยไม่พูดอะไร ท่าทีแบบนั้นบอกชัดเจนว่า ไม่ผ่าน
อู๋เจียเสียงเห็นแล้วก็ใจคอไม่ดี รีบเพิ่มเงินอีก "สิบล้าน!"
ซูฮ่าวหรานยังคงเงียบกริบ
"ยี่สิบล้าน!"
"สามสิบล้าน!"
"ห้าสิบล้าน!"
จนกระทั่งอู๋เจียเสียงตะโกนตัวเลขห้าสิบล้านออกมา ซูฮ่าวหรานก็ยิ้มออกทันที "ขอต้อนรับคุณชายอู๋ที่มาร่วมแสดงความยินดีกับการเปิดร้านเครื่องดนตรีของผมนะครับ เชิญด้านในเลยครับ เข้าไปจ่ายเงินเขียนชื่อในบัญชีได้เลย"
เวรเอ๊ย!
ตอนนี้คุณชายอู๋เลือดซิบๆ อยู่ในใจ แต่เพื่อไม่ให้โดนซ้อม เขาก็ทำได้แค่ให้บอดี้การ์ดประคองเดินเข้าไปในร้านเครื่องดนตรี
หลิวอวี่ปินชูนิ้วโป้งให้ซูฮ่าวหราน เอ่ยปากชม "น้องเขย นายนี่มันเจ๋งจริงๆ แค่อ้าปากก็รีดไถเงินมาได้ตั้งห้าสิบล้าน นายหาเงินเก่งยิ่งกว่าปล้นธนาคารซะอีกนะเนี่ย"
ซูฮ่าวหรานหัวเราะพลางโอบไหล่พี่เมีย แล้วชี้ไปที่รถโรลส์รอยซ์แฟนทอมที่อู๋เจียเสียงนั่งมา "รถคันนี้ พี่ชอบไหม"
"ชอบสิ รถคันนี้ราคาตกเกือบสิบล้านเลยนะ ใครจะไม่ชอบล่ะ!" ตอนหลิวอวี่ปินตอบประโยคนี้ ดวงตาของเขาก็เป็นประกายวิบวับ
ซูฮ่าวหรานยิ้มตอบ "งั้นตกลง รถคันนี้ผมยกให้พี่ ถือซะว่าเป็นค่าทำขวัญที่พี่โดนต่อยเมื่อกี้ก็แล้วกัน"
"แล้ว ไอ้หมอนั่น อู๋เจียเสียงเขาจะยอมเหรอ"
"เขาไม่กล้าไม่ยอมหรอกน่า"
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง รถโรลส์รอยซ์คัลลิแนนอีกคันก็แล่นมาจอดหน้าร้านเครื่องดนตรี
หญิงสาวสวยระดับเทพธิดาสวมชุดเดรสยาวสีเหลืองอ่อน ก้าวลงมาจากรถโดยมีลู่เข่อเข่อผู้จัดการส่วนตัวเดินเคียงข้างมาด้วย
"ราชินีเพลงป็อปถังซินอี๋!"
เสี่ยวหลี่ที่ยืนเงียบอยู่ข้างรถบีเอ็มดับเบิลยูแซดโฟร์มาตลอด พอเห็นสาวสวยระดับเทพธิดาที่ราวกับเดินออกมาจากบทกวีและภาพวาด เธอก็กรี๊ดลั่นออกมาอย่างควบคุมไม่อยู่
เสียงกรี๊ดนี้ราวกับขีปนาวุธที่ถล่มถนนหนิงเจียงตงให้ราบเป็นหน้ากลอง สร้างความแตกตื่นไปทั่วบริเวณในพริบตา
ลิ่นหนานวิ่งพุ่งพรวดออกมาจากร้านเครื่องดนตรี ร้องตะโกนโหวกเหวก "ราชินีเพลงป็อปถังซินอี๋อยู่ที่ไหน ใครก็ห้ามแย่งฉันนะ ฉันจะถ่ายรูปคู่กับเธอ"
"โอ้โห ราชินีเพลงป็อปถังซินอี๋ตัวจริงเสียงจริงเลยเหรอเนี่ย ขอขอลายเซ็นหน่อยครับ" หลิวอวี่ปินก็วิ่งเข้าไปหาด้วยความตื่นเต้น ผู้ชายตัวโตๆ คนหนึ่งกลับดีใจเหมือนเด็กอนุบาลที่เพิ่งได้รับแจกลูกอม
อิทธิพลของดาราดังช่างน่าสะพรึงกลัวจริงๆ การทะเลาะวิวาทที่หน้าร้านเมื่อกี้ยังไม่ได้รับความสนใจเท่าไหร่ แต่พอซูเปอร์สตาร์คนนี้ปรากฏตัว พนักงานจากร้านค้าอื่นๆ ในละแวกนั้นก็แห่กันวิ่งออกมาดู
"โอ้พระเจ้า ถังซินอี๋ตัวจริงด้วย!"
"ไม่ยอม วันนี้ฉันต้องขอลายเซ็นพร้อมรูปถ่ายให้ได้"
"ฉันไม่สน ฉันจะให้ถังซินอี๋เซ็นชื่อบนหน้าฉันเลย"
ชั่วพริบตาเดียว บริเวณหน้าร้านเครื่องดนตรีทิงอวี่ก็คึกคักจอแจขึ้นมาทันตาเห็น
เพื่อรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย ซูฮ่าวหรานรีบก้าวออกไปยืนขวางหน้าถังซินอี๋ ปล่อยพลังปราณแท้ปฐมภูมิอันน่าสะพรึงกลัวออกมา สร้างกำแพงที่มองไม่เห็นขวางกั้นฝูงชนที่กำลังแห่เข้ามาให้หยุดอยู่ด้านนอก
"คุณซูคะ ยินดีด้วยนะคะที่เปิดร้านเครื่องดนตรี ซินอี๋มาตามนัดแล้วค่ะ!" ถังซินอี๋ค่อยๆ ยกแขนเรียวงามขึ้น ยื่นมือเรียวสวยไปจับมือกับซูฮ่าวหราน
ทุกรอยยิ้มและการเคลื่อนไหวของเธอ งดงามราวกับนางฟ้าในภาพวาด สง่างามและไร้ที่ติ
ทุกอิริยาบถของเธอช่างละเอียดอ่อนและเหมาะสม ราวกับตำรามารยาทที่เดินได้ ทั้งงดงามและเปิดเผย และสิ่งที่น่าหลงใหลยิ่งกว่าก็คือน้ำเสียงของเธอ ทั้งไพเราะราวกับนกขมิ้นร้องเพลง และอ่อนหวานนุ่มนวลแฝงไปด้วยความมีเสน่ห์ดั่งนกกาเหว่าส่งเสียง แค่น้ำเสียงของเธอก็เพียงพอที่จะทำให้แฟนคลับหนุ่มๆ ส่วนใหญ่หลงใหลคลั่งไคล้ จนถึงขั้นทำให้คนฟังรู้สึกอ่อนระทวยไปทั้งกระดูก
ประกอบกับความเข้าถึงง่ายของถังซินอี๋เมื่ออยู่ต่อหน้าแฟนคลับ เมื่อเธอเห็นฝูงชนเบียดเสียดกันเข้ามา เธอก็หันกลับไปยิ้มตอบ ความสดใสที่สว่างไสวไปทั่วทั้งถนนหนิงเจียงตงนั้นจุดประกายความกระตือรือร้นของทุกคนให้ลุกโชนขึ้นมาทันที
"ฉันมีความสุขจนจะบ้าตายอยู่แล้ว ถังซินอี๋ยิ้มให้ฉันด้วยแหละ"
"ไปไกลๆ เลย เธอยิ้มให้ฉันต่างหากล่ะ แกเป็นใครฮะ"
"บ้าเอ๊ย ผู้ชายที่จับมือกับถังซินอี๋เป็นใครวะ มันกล้าจับมือเทพธิดาของฉันด้วย โมโหชะมัด"
ทว่า ในวินาทีนั้นเอง เสียงประกาศดังลั่นก็กลบเสียงตะโกนของแฟนคลับทุกคนจนมิด
"อู๋เจียเสียงแห่งเมืองเซิ่งโจว ขอร่วมแสดงความยินดีกับการเปิดร้านเครื่องดนตรีทิงอวี่ มอบเงินใส่ซองห้าสิบล้านหยวน!"
ห้าสิบล้าน!
ฝูงชนหลายสิบคนที่ออกันอยู่หน้าร้านเครื่องดนตรีทิงอวี่ ยืนแข็งทื่อกลายเป็นหินไปในพริบตา
ถึงตอนนี้ทุกคนก็เพิ่งจะนึกออก ว่าทำไมราชินีเพลงป็อปถังซินอี๋ถึงมาปรากฏตัวที่นี่ ที่แท้เธอก็มาร่วมแสดงความยินดีกับการเปิดร้านเครื่องดนตรีเหมือนกันนี่เอง!
งานเปิดร้านเครื่องดนตรีเล็กๆ ร้านหนึ่ง ถึงกับเชิญราชินีเพลงป็อปมาร่วมงานได้ แสดงว่าเถ้าแก่ของร้านนี้ต้องมีภูมิหลังที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหนกันเนี่ย
สิ่งที่น่ากลัวกว่าก็คือ ข่าวการปรากฏตัวของถังซินอี๋ที่ถนนหนิงเจียงตงแพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว นักข่าวจากสื่อทุกสำนักในหนิงโจวต่างพากันแห่มาที่ร้านเครื่องดนตรีทิงอวี่อย่างบ้าคลั่ง
ซูฮ่าวหรานไม่รู้เลยว่า เพียงเพราะการมาเยือนของถังซินอี๋ในวันนี้ ทำให้ร้านเครื่องดนตรีทิงอวี่ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม และในเวลาเดียวกัน รถลัมโบร์กินีป้ายทะเบียนตองเก้าห้าตัวของเขาก็เป็นที่รู้จักไปทั่วทั้งหนิงโจวในทันที
"อู๋เจียเสียงเหรอคะ"
หลังจากจับมือกับซูฮ่าวหรานแล้ว ถังซินอี๋ก็ถามด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย "เขาควรจะเกลียดคุณไม่ใช่เหรอคะ ทำไมเขาถึงมาร่วมแสดงความยินดีกับคุณได้ล่ะคะ"
ซูฮ่าวหรานยิ้มตอบ "นี่แหละที่เรียกว่าเสน่ห์ดึงดูดใจ เขาอาจจะคิดว่าผมเป็นคนดีมากๆ ก็ได้ เลยมาร่วมแสดงความยินดีน่ะครับ"
อู๋เจียเสียงที่เพิ่งใส่ซองเสร็จก็เดินออกมาจากร้านเครื่องดนตรีพอดี
เมื่อเขาเห็นถังซินอี๋ยืนประจันหน้าอยู่กับซูฮ่าวหราน ไฟริษยาก็ลุกโชนขึ้นมาในดวงตาของเขาอีกครั้ง
ต้องยอมรับเลยว่า ซูฮ่าวหรานมีส่วนสูงร้อยแปดสิบสามเซนติเมตรตามมาตรฐานชายหนุ่มรูปหล่อ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายแต่ก็ยังคงความละมุนละไม ยิ่งสวมเสื้อสูทลำลองแบรนด์อาร์มานีสีฟ้าน้ำทะเลลายน้ำ บวกกับความมั่นใจที่ฉายออกมาจากส่วนลึกของจิตวิญญาณ ต่อให้ต้องยืนอยู่ต่อหน้าถังซินอี๋ที่สวยระดับล่มเมือง ทั้งคู่ก็ดูเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก
ตอนนั้นเอง ซูฮ่าวหรานก็หันไปเห็นอู๋เจียเสียงเดินออกมาจากร้านเครื่องดนตรี โดยเฉพาะเมื่อสบกับสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาของเขา ซูฮ่าวหรานก็ยิ้มมุมปากแล้วพูดว่า "คุณชายอู๋ ขอบคุณมากนะที่มาร่วมแสดงความยินดีในวันนี้ แถมยังมอบรถโรลส์รอยซ์แฟนทอมให้พี่เมียผมอีกคัน ดูท่าทางแผลที่มือของนายยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ งั้นฉันคงไม่รั้งนายให้อยู่กินข้าวนะ เชิญกลับได้เลย"
"ฉัน ... "
อู๋เจียเสียงไม่อยากเสียหน้าต่อหน้าถังซินอี๋เลย แต่บอดี้การ์ดที่คอยประคองเขาอยู่ก็รีบพาเขาแทรกตัวผ่านฝูงชนออกไป พร้อมกับกระซิบเตือนเสียงเบา "คุณชายอู๋ พวกเราสู้ซูฮ่าวหรานไม่ได้หรอกครับ อย่าไปเปิดโอกาสให้เขาซ้อมคุณอีกเลยนะครับ"
"ฉันไม่ยอม!"
อู๋เจียเสียงกัดฟันกรอด "ใส่ซองแล้วยังไม่ให้กินข้าว ซูฮ่าวหรานรังแกกันเกินไปแล้ว!"
[จบแล้ว]